Connect with us

ภาพยนตร์

Sky On Fire ทะลุจุดเดือด : หนังบู๊แอคชั่นที่ดูจบแล้วเดือดปุด ๆ ๆ !!!

ผู้ชม 2,990 ครั้ง!

ผลงานล่าสุดจากหนึ่งในสุดยอดผู้กำกับแอ็คชั่นฮ่องกง Ringo Lam ผู้มีสไตล์หนังเป็นเอกลักษณ์ ดุดัน และทรหด แถมยังขึ้นชื่ออย่างมากในเรื่องการถ่ายจริง ไม่ใช้เทคนิคพิเศษหรือใช้น้อยที่สุดเพื่อให้เกิดงานที่ทรงพลังเรื่องนี้ริงโก้ทั้งเขียนบทและกำกับ พร้อมด้วยนักแสดงนำชื่อดังอย่าง Daniel Wu, Zhang Jingchu & Joseph Chang ซึ่งเราจะได้เห็นพวกเขาเล่นทั้งเป็นพวกเดียวกันและเป็นศัตรูกัน ที่สำคัญ “เดือด” แน่นอน!

Ringo Lam สัญลักษณ์แห่งการทำลายล้าง

Sky On Fire ทะลุจุดเดือด เข้าฉายวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นี้ !

ตามที่หนังเคลมไว้ว่า “ทะลุจุดเดือดเต็มพิกัด” เรื่องนี้ทำได้จริงในเรื่องของ ฉากบู๊แอคชั่น มันส์ถึงใจ ไม่ผิดหวังยี่ห้อผกก. Ringo Lam แม้แต่น้อย นอกจากฉากต่อสู้ที่มีมาให้ตื่นเต้นเกือบตลอดทั้งเรื่องแล้ว ยังมีตัวร้ายที่เลวสะใจ อย่าง Fan Guang-yao รับบทนายทุนหน้าเลือดคลั่งเงินและเห็นแก่ตัวเป็นที่หนึ่ง

Fan Guang-yao ในบทนายทุนหน้าเลือดและสุดยอดแห่งความทรยศของมนุษย์

เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ Daniel Wu มาให้เราดูความแน่นตึงของพระเอกที่เหมือนโดนหยุดเวลาไว้เท่านั้น ตัวร้ายนี่ก็อภิมหาแห่งความเหี้ยมที่พ่วงมาด้วยความเลวระดับ 10+ เผามันทุกอย่างแม้กระทั่ง คน เออเอาดิ ! แอดมินเองไม่ได้เห็นฉากเผาคนในหนังบู๊แอคชั่นมานานแล้วเหมือนกัน พอมาดูเรื่องนี้ต้องแอบกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ ๆ เลยทีเดียว แล้วเฮียเขาไม่ได้เผาแค่คนเดียวไง…

บอกล่วงหน้าเลยว่านี่ไม่มีได้โดนเผาแค่คนเดียว แต่แอดจะไม่บอกนะคะว่าเผาใคร อิอิ

ซึ่งนอกจากไอ้เรื่องของการเผาที่ Ringo Lam จับอัดเข้ามาในหนังให้มันดูดุเดือดเลือดพล่านขึ้นแล้ว ยังมีดีกรีความเลวทะลุพิกัดต่อจากนั้นคือการกดวีดีโอคอลไปหาอีกคนนึงให้ดูฉากที่คนรู้จักกำลังถูกเผาทั้งเป็น เห้ย ! อะไรจะต้องเหี้ยมกันเบอร์นี้เล่า !? แต่แอดมินว่าถ้าไม่มีตาลุงนี่เรื่องนี้ก็คงไม่ต้องมาสู้กันห้ำหั่นกันขนาดนี้

Joseph Chang กระโดดข้ามตึกแบบไม่คาดคิด

ปกติฉากกระโดดข้ามตึกข้ามภูเขาอะไรก็ตามในหนังเอเชียไม่น่าใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แต่ฉากนี้แหละค่ะเรียกเสียงฮาในโรงได้ดังพอสมควร ไม่ใช่แค่ Joseph Chang ที่กระโดดหนีผู้ร้าย แต่ผู้ร้ายที่ไล่ตามมานี่สิทำให้ฉากนี้มันหวาดเสียวยิ่งขึ้น แอดมินก็เล่าไม่ถูกเหมือนกันบอกได้แค่ว่า Sky On Fire ใส่สารพัดฉากวิ่งหนีพร่ำเพรื่อมาให้รู้สึกว่าการไล่ล่าของจริงอยู่นี่ไงพวก !

บันเทิงด้วยเหล่ารถหรูที่ยกขบวนกันมาเพื่อถูกทำลาย

ด้วยเหตุที่เรื่องนี้เกี่ยวพันกับการแย่งชิง ซูเปอร์สเต็มเซลล์ ที่เหล่าผู้มีอำนาจก็หวังจะได้มันมาเป็นยาอายุวัฒนะ ตามเรื่องนี่ถึงขั้นเม็ดเดียวรักษาทุกโรค เมื่อเป็นเรื่องราวของคนรวยจึงทำให้เราได้มีโอกาสเห็นสุดยอดรถหรูอย่าง Maserati Quattroporte ราคาหลักสิบล้าน (Daniel Wu เล่าว่าประมาณ 2 ล้านหยวน) ขับเหาะถากเอาหลังคารถคันอื่นบี้หลุดหายไปจากสายตา นอกจากนี้ก็มี Lexus BMW (Toyota ก็มีจ้ะ) คือน่าจะได้สปอนเซอร์มามากโขอยู่เพราะพี่ Daniel ขับ Maserati ทั้งเรื่องเลยนี่หน่า

Amber Kuo และ Ruoyun Zhang ในฉากดราม่า

ความดราม่าแบบหนังสไตล์ ฮ่องกง ที่ดูแล้วยังแบ่งปันความอบอุ่นที่แม้จะรู้สึกพื้น ๆ แต่แอดมินก็แอบเสียน้ำตาให้เรื่องนี้ไปเล็กน้อย Amber Kuo เล่นเป็นน้องสาวของ Joseph Chang ที่เป็นโรคร้ายและมีเรื่องให้ต้องมาพัวพันกับเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เพียงแค่เพราะพี่ชายอยากให้น้องได้รับการรักษาเพื่อที่จะได้มีชีวิตต่อ และได้บังเอิญมาเจอกับ Ruoyun Zhang จากนั้นก็มีปัญหาหลายอย่างตามเข้ามาให้มันพัวพันกันมากกว่าเดิม และสุดท้ายมะรุมมะตุ้มก็ทำให้เรื่องนี้ ต่อสู้กันมันส์หยดติ๋ง ๆ จนวินาทีสุดท้าย

Sky On Fire มีดีตรงฉากบู๊สะใจจนเล่าไม่หมด !

ใช่ค่ะ.. ถ้าจะไปดูแค่ฉากบู๊ของ Ringo Lam ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะทั้ง CG และ บทพูด ที่ผกก.เค้าไม่ถนัดนี่เรียกได้ว่าพังยับเยิน ยังดีที่พากย์ไทยเป็นทีมพันธมิตรก็ช่วยเรียกสีสันคืนมาได้หลายจังหวะทีเดียว

มีภาพแบบนี้ใน Sky On Fire ก็พาให้ฟอร์มหนังดูอลังการขึ้นโข

สรุปรวม ๆ คือหนังเองไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นวิกฤติ แต่ก็ไม่ได้สนุกทั้ง ๆ ที่อัดทุกฉากและกระบวนท่าต่อสู้มาให้แฟนหนังบู๊ได้รู้สึกสะใจจนอยากเก็บเข้าคลังหนังที่ข้าสะสม มาถึงตรงนี้ยังบอกตัวเองไม่ได้ว่าชอบหรือไม่ชอบเรื่องนี้กันแน่ อยากให้ดีก็คงต้องไปดูเองแล้วกันนะคะ Sky On Fire น่าจะหลุดออกจากโรงเป็นเรื่องแรกในสัปดาห์นี้ และไม่น่ามีให้ดูครบทุกโรงแต่ก็ไม่น่าพลาดค่ะ แนะนำแบบสับสนในตัวเองเล็กน้อยเอาเป็นว่าขาบู๊แอคชั่นที่ไม่สนอะไรเลยมันส์แน่นอน !

ชมตัวอย่างภาพยนตร์ Sky On Fire

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement

What The Fact

[รีวิว] Wildlife: เข้มแข็งไว้ถึงแม้ ‘พ่อแม่จะรังแกฉัน’

Published

on

ในช่วงเวลาที่ด้านมืดของชีวิตคู่ เริ่มถูกพูดถึง เริ่มกลายมาเป็น topic อันโอชะของบรรดาสื่อมวลชนที่เอามาหากินเรียกยอดวิวบนหน้าฝีดโซเชียล ขณะที่ยังมีผู้คนอีกมากยังติดกับดักภาพจำจากหนัง ละคร ที่มาพร้อมพลอตโลกสวย โตมาฝังใจกับโลกที่มีเพียง พระเอกเพียบพร้อม นางเอกแสนดี ตัวร้าย ตัวอิจฉา ที่ชาตินี้ยังไงก็ไม่มีวันสมหวัง และเส้นชัยที่ตัดสิน ‘ผู้ชนะ’ ที่งานแต่งงาน ซึ่ง Wildlife ถือว่ามาถูกจังหวะมาก กับหนังที่โอบอุ้มเอาเหรียญอีกด้านอันหมองหม่นของชีวิตครอบครัวมาเล่าผ่านมุมมองของตัวละครที่อยู่สถานะ ‘ลูก’ ท่ามกลางความขัดแย้งกันของพ่อแม่

น่าสนใจไม่น้อยเลยตรงที่ Wildlife เป็นหนังที่ พอล ดาโน่ มาทำหน้าที่เขียนบท และกำกับเองเรื่องแรก ซึ่งงานของนายฝรั่งหน้างง ๆ คนนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ต่างประเทศในระดับดีเลยทีเดียว โดย Wildlife ถูกแปลงมาจากนิยายของเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ ริชาร์ด ฟอร์ด พูดถึงครอบครัวบรินสัน ที่ย้ายมาตั้งรกรากใหม่ในมอนทานา สหรัฐอเมริกา มีเจอร์รี (เจค จิลเลนฮาล) เสาหลักครอบครัวทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในสนามกอล์ฟ, เจนเนต (แครี มัลลิแกน) ภรรยา รับหน้าที่เป็นแม่บ้าน และลูกชาย โจ (เอ็ด อ็อกเซนโบลด์) 

จุดเปลี่ยนสำคัญสำคัญของครอบครัว คือ การที่ เจอร์รี ต้องตกงานกระทันหัน ทำให้ครอบครัวเจอปัญหาการเงิน ซึ่งเจอร์รีผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวก็ตัดสินใจทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ซึ่งได้เงินเพียงชั่วโมงละเหรียญฯ และจะต้องห่างครอบครัวไปไกล ทำให้ เจนเนต ต้องออกไปหางานทำเพิ่มเพื่อช่วยจุนเจือครอบครัว มุมมองและการตัดสินใจที่ไม่ลงรอยกันของชายหญิงทั้ง 2 กลายเป็นความคุกรุ่นของความสัมพันธ์ในครอบครัว ความไกลห่าง ความไม่เชื่อใจกันและกันที่ก่อตัวขึ้น สร้างรอยแตกร้าวครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตของทั้ง 3 คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Wildlife เดินเรื่องไปแบบเรียบ ๆ แต่ไม่รู้สึกถึงความเนือยอะไรเลย ทุกโมเมนต์ของหนังเรียงลำดับแต่ละซีนได้น่าสนใจ โดยเฉพาะการดึงอารมณ์ของตัวละครพุ่งออกมาแทรกซึมมาถึงคนดูทีละเล็กละน้อยจนเริ่มรู้สึกถึงความหนักหน่วง ความกดดัน ความสับสนที่เกิดขึ้นในใจ ซึ่งแม้ว่าตัวละครในเรื่องจะไม่ได้ตัดสินใจกระทำอะไรที่เซอร์ไพรส์ออกไปมากนัก แต่มันก็สวยงามกลมกล่อมในพื้นฐานของความเป็นจริง As a matter of fact นั่นแหละ ไม่มีฟุ้งเฟ้อ ไม่หลุดกรอบ เน้นไปที่อารมณ์ของเด็กหนุ่มที่แบกรับความกดดันล้วน ๆ เรียกว่ามีพลอตที่รัดกุมดีเยี่ยมเลยสำหรับเรื่องแรกของ พอล ดาโน่

Wildlife เผยให้เห็นถึงความเปราะบางในครอบครัว ที่มันละเอียดอ่อนในเรื่องของความเข้าใจ การให้อภัยและโอกาสกันและกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง การพิพากษา การตัดสินคน ๆ หนึ่งในวันนี้ว่าเขาจะเป็นแบบนี้ไปตลอดมีอยู่จริง เป็นเรื่องซับซ้อนเกินกำลังที่เราอยากให้ทุกคนมีความเข้าใจและใจกว้างดั่งอุดมคติ ฉะนั้นแล้วมันเหลือเพียงความไม่แน่นอน การจากลาและการดำรงอยู่หลังความเจ็บปวดของมนุษย์ เราจะอยู่กับมันได้แค่ไหน หนังเรื่องนี้ตั้งคำถามและทิ้งข้อคิดหนัก ๆ ไว้ดีเกินคาดจริง ๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ภาพยนตร์

[รีวิว] The Collector คนประกอบผี: สมราคาเข้าชิงรางวัลซีรีส์ยอดเยี่ยมของเอเชีย

Published

on

By

เรื่องย่อ

ข่าวการค้นพบชิ้นส่วนศพแขนซ้ายปริศนากลายเป็นสิ่งที่คนกำลังให้ความสนใจ ชิ้นส่วนศพที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร!!! ไม่รู้ที่มา!!! ไม่รู้สาเหตุการตาย!!! แต่สำหรับ “ปาย” ตั้งแต่เขาได้พบชิ้นส่วนศพนั้นก็มีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นกับเขา บางครั้งเขารู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวในห้อง!!! เริ่มเห็นภาพหลอนของชิ้นส่วนศพ!!! รวมไปถึงการเห็นผู้หญิงคนหนึ่งในห้องหายตัวไปต่อหน้าต่อตา!!! เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เขาเริ่มสงสัยว่าชิ้นส่วนศพปริศนาเกี่ยวข้องกับตัวเขา และเมื่อเขาเริ่มค้นหาความจริง เขาก็พบว่าชิ้นส่วนศพนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับ “วิรินทร์” แฟนเก่าที่เลิกกันไป และเป็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด!!!!!

เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ เจ้าพ่อการ์ตูนและมือเขียนบทสายจิตสายสยองสายหักมุม กลับมาพร้อมงานที่กำกับด้วยตัวเอง ร่วมด้วยกฤษดา คณิวิชาภรณ์ ภายใต้หลังคาของค่าย ภาพดีทวีสุข (ซีรีส์ โลกโซเชีย ล) สตูดิโอรายการโทรทัศน์ในเครือ GDH559 ที่สร้างผลงานแนวสร้างสรรค์ดาร์ค ๆ ผ่านทางไลน์ทีวีมาอย่างต่อเนื่อง จริง ๆ ตัวซีรีส์นั้นเริ่มฉายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาและได้ดำเนินต่อเนื่องจนจบไปแล้ว ส่วนตัวฉบับตัดต่อใหม่เป็นหนังยาวนี้ก็ได้มีการฉายแบบปิดโรงฉายไปที่โรงหนังพารากอนเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2561 แล้ว

แต่ที่ต้องหยิบมารีวิวอีกครั้งเพราะตัวซีรีส์นี้ได้เข้าชิงรางวัล Asian Television Awards 2018 เทศกาลของคนทีวีทั่วเอเชียถึง 3 รางวัลด้วยกัน คือ

  • บทซีรีส์ยอดเยี่ยม (เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ และวาสุเทพ เกตุเพ็ชร์)
  • ถ่ายภาพซีรีส์ยอดเยี่ยม (ชัยพฤกษ์ เฉลิมพรพานิช)
  • ซีรีส์ที่ฉายผ่านทางช่องทางดิจิทัลยอดเยี่ยม

จุดเด่นของหนังและซีรีส์ชุดนี้ที่เด่นสุดก็คือ บท สมดังที่เข้าชิงรางวัลนั่นเองครับ เพราะจินตนาการสุดบรรเจิดที่เราไม่เคยเห็นจากที่ใดมาก่อนเป็นเนื้อหาออริจินัลมาก ๆ เมื่อ ปาย (ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์) นักวาดการ์ตูนแนวสยองขวัญเกี่ยวกับมนุษย์ที่โดนสาปให้กลายเป็นปีศาจแล้วต้องฆ่าคนเลวเพื่อสะสมชิ้นส่วนร่างกายเพื่อคืนกลับเป็นมนุษย์อีกครั้ง ถูกสะท้อนไปกับชีวิตจริงของเขาในขณะนี้ที่วิญญาณของแฟนเก่าที่เขาเชื่อว่าถูกฆ่าหั่นศพนั้นกลับมาหลอกหลอนเขา ที่เจ๋งมากคือชิ้นส่วนร่างกายของผีนั้นแต่ละส่วนจะเกาะติดอยู่กับคนที่ร่วมกันฆ่าเธอ และมีเพียงปายเท่านั้นที่เห็น แม้จะเลิกกันไปนานแล้วแต่เป็นหน้าที่ของปายที่ต้องทำตามสัญญาที่เคยให้กันว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป และตามฆ่ากลุ่มฆาตกรเพื่อรวบรวมชิ้นส่วนวิญญาณมาประกอบเป็นร่างของแฟนสาวของเขาเพื่อไปสู่สุคติอีกครั้ง

 

สมดังชื่อเรื่อง The Collector คนประกอบผี 

แต่! แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมดของความจริงครับ ในขณะที่ปายเริ่มดำดิ่งกับการล้างแค้นและตามล่าฆาตกรจนเขาเหมือนปีศาจเข้าทุกที ซึ่งไอซ์ซึเล่นดีเลยล่ะครับเสียดายไม่ได้ชิงรางวัลอะไร ฉบับหนังอาจอารมณ์ไม่ค่อยเนียนในการกลายสภาพตรงนี้ แต่ในซีรีส์ที่มีเวลาเล่นมากกว่าจะเห็นการเปลี่ยนจิตใจที่ลื่นกว่า แล้วระหว่างที่เราก็เริ่มหมกมุ่นไปกับปายนั้นเอง หนังก็พลิกสถานการณ์กลับไปกลับมาทั้งเรื่องตัวจริงของฆาตกร และการเผชิญหน้ากับวิญญาณได้น่าสะพรึงมาก น่าชื่นชมมาก สดใหม่มาก เรื่องหนึ่งเลย อยากให้ลองชมกันเอง (อยากสปอยล์มากนะ 55)


งานด้านภาพของหนังนี่ก็เด่นมาก ประทับใจกับการออกแบบฉากและการสร้างมุมกล้องที่เจ๋ง ๆ หลายอย่างทั้งการถ่ายมุมเหนือหัวบนทางเดินในคืนฝนพรำที่สวยมากฉากหนึ่งเลยล่ะ ทั้งการถ่ายภาพแบบเห็นผีที่หางตา หรือตามเงาสะท้อนต่าง ๆ เจ๋งมาก ๆ

ก็อยากให้เป็นอีกหนึ่งคอนเท้นท์ออริจินัลของไทยที่ประสบความสำเร็จในเวทีระดับนานาชาตินะครับ ถ้าไปเข้าตาต่างชาติซื้อบทไปทำหนังใหญ่ด้วยคงโคตรเจ๋งเลย

ใครสนใจติดตามชมย้อนหลังได้ทางไลน์ทีวีเลย

EP1 > https://tv.line.me/v/2701978
EP2 > https://tv.line.me/v/2729079
EP3 > https://tv.line.me/v/2775461
EP4 > https://tv.line.me/v/2819700
EP5 > https://tv.line.me/v/2860032
EP6 > https://tv.line.me/v/2893563

ฉบับหนังยาว (ตัดต่อใหม่จากตัวซีรีส์)
Movie version > https://tv.line.me/v/2920617

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว] The Ballad of Buster Scruggs: เมื่อพี่น้องโคเอนคารวะเหล่าคาวบอยได้แสนแซ่บ Red Dead Redemption ยังต้องอาย

Published

on

By

The Ballad of Buster Scruggs เป็นหนังฉายลงเน็ตฟลิกซ์ ที่ได้ผู้กำกับสายรายวัลเข้มข้นอย่างพี่น้องโคเอน ทั้งโจเอล และอีธาน มาเขียนบทและกำกับร่วมกัน โดยเนื้อเรื่องจะเป็นบท ๆ แยกส่วนกันจำนวน 6 บท เรียงร้อยผ่านหนังสือนิยายแนวคาวบอยชื่อเรื่องว่า The Ballad of Buster Scruggs ซึ่งมีบทแรกของหนังเป็นชื่อเดียวกับหนังสือด้วย โดยก่อนจะเข้าแต่ละบทหนังจะใบ้เราด้วยหน้ารูปภาพของบทนั้น ๆ เหมือนหนังสือเก่า ๆ และมีข้อความที่สำคัญในตอนนั้น ๆ โดยเราจะยังโยงไม่ถูกว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งขอบอกเลยว่าลีลาแพรวพราวของพี่น้องโคเอนเขาสำแดงฝีมือกันเต็มที่ บทสนทนาและการเดินเรื่องน่าสนใจ และคาดเดาได้ยากมาก ทุกจังหวะคือความเซอร์ไพรส์คนดูตลอดเวลา คือถ้าลองเริ่มดูไปแล้วจะมีแต่ความอยากใคร่รู้ ไม่มีเบื่อเลยจริง ๆ

ตอนที่ 1 The Ballad of Buster Scruggs

ว่าด้วยเรื่องราวของ บัสเตอร์ สครักส์ (ทิม เบลก เนลสัน) สิงห์ปืนไวเจ้าสำอางผู้ชื่นชอบการร้องเพลง แม้เขาดูไม่ชอบการมีเรื่องแต่ด้วยชื่อเสียงและเงินค่าหัวที่ติดตัวเขามาทำให้ทุกวี่วันและที่หนแห่งที่เขาไปล้วนแต่เกิดปัญหาขึ้น “ในโลกตะวันตกจากเรื่องหนึ่ง ๆ อาจจะบานปลายกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งได้เสมอ บางทีผมน่าจะหันไปทำธุรกิจรับจัดงานศพด้วย” สครักส์บอกกับผู้ชม และก็เป็นดั่งเขาว่า นี่เป็นตอนที่คารวะความเป็นตะวันตกในยุคหนังเพลงได้ดีมาก ทั้งกลิ่นอาย การยั่วล้อ ความรุนแรงและขำขัน เป็นการเปิดตัวหนังได้อย่างสนุกเพลิดเพลินมาก

ตอนที่ 2 Near Algodones

ว่าด้วยเรื่องของ คาวบอยหนุ่ม (เจมส์ ฟรานโก้) ที่หวังปล้นธนาคารใกล้เมืองอัลโกโดเนส ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีนายธนาคารแก่ที่รับมือโจรเก่งที่สุด เล่าเท่านี้ล่ะ เพราะหนังพาเราไปเจอความไม่แน่นอนของชีวิตแบบสไตล์บ้านป่าเมืองเถื่อนได้สนุกมาก ฟรานโก้เปลี่ยนลุคจนเกือบนึกไม่ออก คราวนี้มามาดนิ่ง ๆ แต่ก็แฝงความกวนและความหล่อได้เหมือนเดิม เป็นตอนที่สนุกแบบบันเทิงเลยล่ะ

ตอนที่ Meal Ticket

ในโลกตะวันตกไม่ได้มีเพียงเรื่องราวของคาวบอยและการดวลปืนเท่านั้น ชีวิตปุถุชนทุกคนล้วนต้องการความบันเทิงในโลกอันจืดชืด ตอนนี้ว่าด้วยเรื่องของคณะนักแสดงเร่ร่อนที่เดินทางไปแสดงในแต่ละเมือง โดยมีหัวหน้าคณะเป็นชายวัยกลางคน (เลียม นีสัน) ที่ต้องดูแลศิลปินพิการทั้งแขนขา (แฮร์รี่ เมลลิ่ง) หากแต่ฝีปากในการเล่าเรื่องนั้นชวนฝันและเปี่ยมแรงบันดาลใจ ตอนนี้เป็นตอนที่ไต่ละดับลงมาสัมผัสชีวิตคนทั่วไปในโลกตะวันมากขึ้น และเปลี่ยนมู้ดของเรื่องได้อย่างน่าชื่นชม เป็นแนวดราม่าสายสัมพันธ์ของคนที่ดีมาก ๆ ครับ อันนี้ต้องชื่นชมทั้งเลียม นีสัน และโดยเฉพาะแฮร์รี่ เมลลิ่ง จากเจ้าหนูที่เล่นเป็น ดัดลีย์ เดอร์สลีย์ ญาติสุดแสบของแฮรี่ พ็อตเตอร์ มาเล่นเป็นศิลปินพิการที่ใช้สายตาเล่นเสียส่วนใหญ่ก็กินใจมาก ฉากสุดท้ายที่เขาชะเง้อมองตามนี่สุดจริง ๆ

ตอนที่ 4 All Gold Canyon

อีกเสน่ห์ของโลกตะวันตกที่ขาดไม่ได้ คงเป็นการขุดทองหวังรวยแบบโครมครามของนักแสวงโชค ในตอนนี้เล่าถึง ชายแก่ (ทอม เวตส์) ผู้ดั้นด้นเข้ามากลางหุบเขาพร้อมลาที่ดูแก่ไม่แพ้กัน เขาสำรวจและเริ่มหาสายแร่ทองคำไปพร้อมกับการพยายามมชีวิตรอดจนกว่าจะเจอกับทองคำ โดยไม่รู้ว่านอกจากธรรมชาติแล้วยังมีสิ่งอื่นที่คอยจ้องมองเขาอยู่ด้วย เป็นตอนที่สวยงามมาก ๆ แสดงบรรยากาศธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่ ได้เห็นวิธีหาทองคำที่เพิ่งรู้นี่ล่ะ และยังใส่ความรู้สึกถึงความงดงามแห่งชีวิต ความแก่ ความฝัน การต่อสู้และความหวังได้สวยสุด ๆ เป็นตอนที่ให้ความรู้สึกแบบ The Old Man and the Sea ของ เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ อยู่ไม่น้อยเลยครับ

ตอนที่ 5 The Gal Who Got Rattled

ขบวนคาราวานข้ามแดนผ่านทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา และอันตรายที่แวดล้อมซ่อนเร้นรอคอยการคุกคามก็มีไม่น้อยทั้งเผ่าอินเดียนแดง กลุ่มโจร และฝูงสัตว์ร้าย ในตอนนี้อาจเปิดตัวได้ช้าหน่อยเพราะกว่าจะเข้าเรื่องของ อลิส ลองกาโบ (ซู คาซาน) หญิงสาวผู้ต้องย้ายตามพี่ชายเพื่อไปดูตัวกับคนที่ไม่เคยพบในแดนห่างไกล ก็ต้องผ่านฉากสนทนาที่แสบแซ่บไปพอสมควรก่อน และพอเข้าเรื่องก็ไหลลื่นยาวเลย อุปสรรคของผู้หญิงในโลกตะวันตกที่ผู้ชายเป็นใหญ่ถูกสะท้อนผ่านหนังตอนนี้ได้ลึกซึ้งมาก ทั้งเธอที่ต้องแต่งงานตามคำของพี่ชาย ทั้งเด็กรับใช้ที่โกงเงินค่าจ้างแต่เธอก็ต้องพึ่งเขา ทั้งทางออกของปัญหาที่ต้องพึ่งพาผู้ชายแทบทุกอย่าง แม้แต่หมาตัวผู้ของพี่ชายก็ยังมีอำนาจเหนือเธอในบางแง่มุม และตอนจบก็สุดแสนจะเจ็บแสบมาก ไม่อยากสปอยล์ ซู คาซาน เล่นเป็นเด็กสาวที่ไม่มีความมั่นใจและต้องรับมือกับโลกทั้งใบด้วยตัวคนเดียวได้เก่งมากจนต้องชื่นชม

ตอนที่ 6 The Mortal Remains

ถ้านับมาทั้งหมดตอนนี้เป็นตอนที่มีความไต่บันไดดูมากสุด แต่ก็ไม่ถึงกับไม่รู้เรื่องนะ และยังเป็นตอนที่แสดงความเป็นพี่น้องโคเอนได้มากที่สุดด้วย ทั้งบทสนทนาที่ไหลลื่นชวนติดตาม ความพลิกไปมาของเรื่องแม้จะแค่นั่งสนทนากันทั้งตอนก็ตาม และการสร้างบรรยากาศไม่น่าไว้ใจและหวาดกลัวแบบฉับพลันขึ้นมาได้เสียวสันหลังสุด ๆ นี่คือโชว์การเป็นนักเล่าเรื่องที่โคตรเก่งของพี่น้องโคเอนมาก ๆ ตอนนี้เป็นตอนที่มีนัยยะของนามธรรมอย่างความตายและเรื่องเหนือธรรมชาติอยู่ในที ผ่านตัวละครหลากหลายทั้งนักล่าสัตว์ หญิงสูงศักดิ์ คนฝรั่งเศส คนไอริช และคนอังกฤษ และอาจต้องรวมถึงศพและคนขับรถม้าด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องแล้วแต่ใครตีความ แต่ส่วนตัวรู้สึกสนุกกับการดูการสนทนาว่าด้วยมนุษย์ รวมถึงการสะท้อนแง่มุมของความตายมาก เป็นตอนปรัชญาที่ลุ่มลึกขบขัน สยอง และสนุกมาก ๆ ปิดท้ายเรื่องเล่าจากดินแดนตะวันตกอันล่วงพ้นมาแสนนานได้อย่างดีเลยครับ

จุดด้อยของหนังมีเพียงจุดเดียวจริง ๆ ครับคือซีจีบางช่วงดูไม่เนียนแบบลอยเลยล่ะ โดยเฉพาะตัวกวางในตอนที่ 4 นี่ชัดมาก แต่ก็เป็นจุดอ่อนเล็กน้อยมากจริง ๆ เมื่อเทียบกับเรื่องราวสุดเจ๋ง การเล่า การถ่ายภาพ และการตัดต่อ รวมถึงบทเพลง ที่ได้กลิ่นอายตะวันตกโบราณชวนคิดถึงมาก ๆ ใครที่เคยได้ยินว่าดินแดนตะวันตกมันเต็มไปด้วยเรื่องสุดแสนโรแมนติกแล้วไม่เข้าใจ ลองดูเรื่องนี้เลยครับเป็นหนังที่โคตรดีครับอยากให้ลองชมดู มีฉายทางเน็ตฟลิกซ์แล้ว และหวังว่าออสการ์ปีหน้าเราจะได้เห็นชื่อหนังเรื่องนี้เข้าไปโลดแล่นในเวทีประกาศรางวัลด้วยเช่นกัน หลังจากไปคว้ารางวัลบทหนังยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเวนิสมาแล้ว

10/10 ครับเรื่องนี้

ใครเป็นสมาชิกอยู่แล้วชมได้ที่ลิ้งก์นี้เลยครับ https://www.netflix.com/watch/80200267

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!