Terrorist Movies
Terrorist Movies

10 หนังเรื่องจริงจากเหตุการณ์ “ก่อการร้าย” ระทึกโลก

ขึ้นชื่อว่าเหตุการณ์ก่อการร้ายย่อมไม่ใช่เรื่องดีที่ใครอยากให้เกิดขึ้นแน่นอน เพราะทุกครั้งย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียที่ต่างกันแค่มากหรือน้อย เหตุการณ์วินาศกรรมและก่อการร้ายเกิดขึ้นควบคู่กับประวัติศาสตร์โลกมาโดยตลอด ยิ่งกับช่วงหลังไม่กี่ปีมานี้ที่มีการบันทึกภาพและเสียงเหตุการณ์จริงเอาไว้ได้มากกว่าก่อน ทำให้สิ่งเหล่านั้นรวมถึงประจักษ์พยานที่เป็นบุคคลถูกนำมาใช้ถ่ายทอดเป็นวัตถุดิบชั้นดีของภาพยนตร์หลายเรื่องที่ดูสมจริง ชวนลุ้น ไปจนถึงระดับโคตรมัน What the Fact ขอนำเสนอ 10 หนังก่อการร้ายที่สร้างจากเรื่องจริงในรอบ 20 ปีมานี้

ชวนอ่าน 15 หนังปฏิบัติการทางทหารจากเรื่องจริง “สุดมัน” ในรอบ 20 ปี

THE RED SEA DIVING RESORT (2018)

หนังดัดแปลงจากเรื่องจริงซึ่งได้แรงบันดาลใจจากหนังสือบันทึกชีวประวัติ “Mossad Exodus; The Daring Undercover Rescue of the Lost Jewish Tribe” ของอดีตสายลับมอสสาด Gad Shimron บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มสายลับนานาชาติที่มารวมตัวกันเพื่อทำภารกิจช่วยผู้ลี้ภัยชาวเอธิโอเปียเชื้อสายยิวออกจากประเทศซูดานในเหตุการณ์ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ช่วงยุค 80s

โดยแผนการของพวกเขาก็คือ การใช้รีสอร์ตพักตากอากาศในซูดานเป็นฉากบังหน้าเพื่อพาชาวเอธิโอเปียเชื้อสายยิวไปหลบซ่อนในตอนกลางวัน และช่วยหนีออกทางทะเลในตอนกลางคืนเพื่อไปยังประเทศอิสราเอล หนังที่นำแสดงโดย Captain America อย่าง Chris Evans ให้อารมณ์เหมือนหนังออสการ์อย่าง Argo (2012) ที่อาจไม่ได้เป็นหนังเหตุร้ายโดยตรง (และอาจต้องเรียกว่าก่อการดี) แต่ก็ลุ้นระทึกได้ใจ

WHAT THE FACT: หนังสร้างจากเหตุการณ์ที่มีหลายปฏิบัติการย่อย ไล่ตั้งแต่ Operation Moses และ Operation Joshua ที่ต้องลักลอบพาผู้อพยพชาวเอธิโอเปียเชื้อสายยิวที่ถูกเรียกว่า กลุ่ม Beta Israel ข้ามทะเลแดงเพื่ออพยพไปสู่กรุงเยรูซาเล็มเมืองแห่งพันธะสัญญา เปรียบดังปฏิบัติการแหวกทะเลแดงของ Moses เดินทางข้ามทะเลทรายระยะทางพันกิโลเมตรเข้าไปในประเทศของชาวมุสลิมที่มีชนเผ่าเบดูอินคอยทำร้ายถึงตายได้ถ้าพบเจอ จากนั้นก็ต้องไปไปยังโรงแรมริมทะเลที่สร้างขึ้นมาหลอกเป็นฉากหน้า เมื่อได้จังหวะจะได้ให้ทหารหน่วยซีลของอิสราเอลมารับช่วงต่อพาลงเรือยางไปขึ้นเรือรบอีกที

แต่ถึงแม้จะหนีเข้าอิสราเอลได้ ความเป็นจริงที่โหดร้ายก็ไม่เลิกเล่นงาน เพราะกลุ่มคน Beta Israel กลายเป็นพลเมืองชั้นสองในประเทศอิสราเอล เพราะเป็นชาวผิวดำที่อิสราเอลไม่อยากจะนับญาติ รวมถึงไม่อยากให้เพิ่มจำนวนประชากร มีการจำกัดสิทธิ์หลายให้ไม่ได้ประโยชน์เทียบเท่ากับชาวอิสราเอล แถมได้รับการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่รัฐด้วยความรุนแรงจนมีการออกมาประท้วงเพื่อความเท่าเทียมอยู่บ่อยครั้ง ปัจจุบันชาวเอธิโอเปียที่มาตั้งถิ่นฐานในประเทศอิสราเอล กว่า 30 ปี มีประชากรราว 150,000 คน คิดเป็น 2% ของประชากรอิสราเอลทั้งหมด

  • นักแสดง: Chris Evans, Ben Kingsley, Greg Kinnear, Haley Bennett, Michiel Huisman
  • ผู้กำกับ: Gideon Raff (Writer-Homeland, The Spy, Tyrant)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: Netflix ไม่เปิดเผย
  • Rotten Tomatoes Scores/iMDB Rating: 29% / 6.6/10

22 JULY (2018)

หนังดัดแปลงจากหนังสือ “One of Us: The Story of a Massacre in Norway — and Its Aftermath” ของนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ Åsne Seierstad และใช้ทีมนักแสดงกับนักทำหนังท้องถิ่นในการร่วมกันสร้าง โดยมีนักแสดงดังของนอร์เวย์ Anders Danielsen Lie รับบทเป็นผู้ก่อการร้ายในเหตุการณ์ที่ถูกเรียกว่า “วันวิปโยค 22 กรกฎาคม” ซึ่งเป็นเหตุก่อการร้ายครั้งประวัติศาสตร์ของนอร์เวย์ หนังเป็นผลงานของผู้กำกับที่ชอบสร้างหนังเน้นสถานการณ์จริงแถมยังสร้างได้สมจริงด้วย อย่าง Paul Greengrass ที่มีหนังในลิสต์นี้อย่าง United 93 (2006) ด้วย

WHAT THE FACT: 22 กรกฎาคม 2011 ผู้ก่อการร้ายฝ่ายขวาหัวรุนแรงได้สังหารผู้คนกว่า 77 คน ในวันนั้น เริ่มตั้งแต่วางระเบิดรถยนต์ในตึกราชการนอกสำนักงานนายกรัฐมนตรี ณ กรุงออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บอีก 207 คน จากนั้นให้หลัง 2 ชั่วโมง เขาก็ปลอมตัวเป็นตำรวจเดินทางไปที่ค่ายฤดูร้อนของเยาวชนของพรรคแรงงานที่สนใจเรื่องการเมือง ณ เกาะอูเตอยา จากนั้นก็ไล่สังหารเด็กและวัยรุ่นไปรวมแล้ว 69 คน โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ยังถูกบันทึกว่า เป็นเหตุกราดยิงจากมือปืนรายเดียวที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในเหตุการณ์เดียวจนถึงปัจจุบัน

  • นักแสดง: Anders Danielsen Lie, Thorbjørn Harr, Jon Øigarden, Jonas Strand Gravli, Seda Witt
  • ผู้กำกับ: Paul Greengrass (United 93, Captain Phillips, Green Zone, The Bourne Ultimatum)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 20 ล้านเหรียญฯ / Netflix ไม่เปิดเผย
  • Rotten Tomatoes Scores/iMDB Rating: 80% / 6.8/10

HOTEL MUMBAI (2018)

หนังเล่าผ่านหลายมุมมองของตัวละครที่ไปรวมอยู่ในเหตุการณ์ร้ายเดียวกันซึ่งเป็นตัวละครสมมติที่ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงตามบทสัมภาษณ์ของผู้กำกับ แต่การกระทำของตัวละครหลักล้วนนำมาจากเหตุการณ์จริงที่หลาย ๆ คนได้ทำในวันนั้น Arjun บริกรรายวันที่มารับทำงานตามเวร มีภาระครอบครัวที่ต้องเลี้ยงลูกเล็กและกำลังจะเกิดอีกหนึ่งคน ด้วยความสะเพร่าทำให้ไม่ได้ใส่รองเท้าหนังมาเข้าทำงาน เกือบเป็นเหตุให้ Oberoi หัวหน้าเชฟและคนดูและพนักงานไล่เขาออก ระหว่างนั้นครอบครัวอเมริกันผู้มีฐานะดีก็ได้เดินทางมาพักที่โรงแรมแห่งนี้ Zahra ภรรยาซึ่งเป็นคนท้องถิ่นดูจะรู้จักคุ้นเคยกับพนักงานที่นี่เป็นอย่างดี ในครอบครัวยังมี David สามีสถาปนิกชาวอเมริกัน Sally พี่เลี้ยงเด็กที่คอยดูแล Cameron ลูกของพวกเขา

เมื่อเกิดเหตุก่อการร้ายที่ Leopold Café และอีกหลายจุดในเมือง ผู้คนก็พากันวิ่งหนีตายมาที่โรงแรม เปิดโอกาสให้คนร้ายแฝงตัวเข้ามาและอาศัยโอกาสนั้นกราดยิงผู้คน Arjun ได้ใช้ไหวพริบบอกให้แขกในห้องอาหารก้มตัวหมอบลงต่ำและปิดไฟ (ในเรื่องจริง บริกรสั่งให้ทุกคนทำแบบนั้นจริง ๆ จนมีผู้รอดชีวิตมาได้กว่า 50 คน) Oberoi หัวหน้าเชฟที่อยู่ในโซนห้องครัว ตัดสินใจอย่างกล้าหาญช่วยเหลือแขก (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าชั้นดี) ออกจากห้องอาหารนั้นหนีขึ้นไปอยู่บน Lounge ชั้น 6 ซึ่งมีประตูล็อกแน่นหนา เมื่อเหตุการณ์ถึงภาวะคับขันตำรวจใจกล้า 6 นายก็ปฏิบัติการพลีชีพเข้าช่วยเหลือผู้ที่ติดในโรงแรม ชะตากรรมของครอบครัว David และ Zahra ก็กระจัดกระจายไปคนละทางเพื่อเพิ่มทางรอดให้กับลูกวัยทารก (สร้างจากข้อมูลจริงของครอบครัวหนึ่งในสถานการณ์)

WHAT THE FACT: 26 พฤศจิกายน 2008 เหตุก่อการร้ายเกิดขึ้นอย่างโหดเหี้ยมที่เมืองมุมไบ เมืองหลวงทางการเงินของอินเดีย โดยชาวมุสลิมหัวรุนแรงที่ต้องการก่อสงครามศักดิ์สิทธิ์ ความรุนแรงของสถานการณ์ครอบคลุมระยะเวลายาวนานถึง 4 วัน กินพื้นที่ทั่วทั้งเมืองโดยผู้ก่อการร้ายตระเวนกระจายตัวก่อเหตุในหลายจุดสำคัญซึ่งเป็นแหล่งชุมชนที่มีคนอยู่จำนวนมาก เริ่มที่สถานีรถไฟฉัตรปติศิวาชี หรือ CST ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางรางของเขตภาคกลางของประเทศ จากนั้นผู้ก่อการร้าย 2 คนนี้ ได้ชิงรถตำรวจและก่อเหตุกราดยิงขณะขับรถแล่นไปทั่วเมือง ส่วนผู้ก่อการร้ายอีกกลุ่มไปก่อเหตุปาระเบิดเข้าไปที่ Leopold Café ก่อนจะเข้าไปกราดยิงซ้ำอีกระลอก

เหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นและสิ้นสุดในวันสุดท้าย ณ โรงแรมสุดหรูที่เป็นแหล่งร่วมตัวของชาวต่างชาติและผู้มีฐานะดี นั่นคือโรงแรม The Taj Mahal Palace ซึ่งในเวลานั้นมีแขกเข้าพักอยู่ 1,000 คนและพนักงานในโรงแรมอีก 500 คน ความคับขันของสถานการณ์คือ เมืองแห่งนี้ไม่เคยเกิดเหตุวินาศกรรมจึงไม่มีกองกำลังเฉพาะกิจสำหรับแก้ไขสถานการณ์ระดับนี้ นอกจากตำรวจท้องที่ซึ่งไม่มีเคยถูกฝึกมารับสถานการณ์ ประกอบกับต้องรอหน่วยปฏิบัติการพิเศษ National Security Guards (NSG) จากนิวเดลีเมืองหลวงที่ห่างออกไป 800 ไมล์ ซึ่งกว่ากองกำลังพิเศษ มาถึงเพื่อยุติเหตุการณ์ได้จริงๆ ก็วันสุดท้ายแล้ว ตลอดทั้งเหตุการณ์วินาศกรรม 26/11 ครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต 165 ราย ได้รับบาดเจ็บ 300 ราย ผู้ก่อการร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต 9 จาก 10 คน

  • นักแสดง: Dev Patel, Armie Hammer, Jason Isaacsม Nazanin Boniadi, Tilda Cobham-Hervey, Anupam Kher
  • ผู้กำกับ: Anthony Maras
  • รายรับรวมทั่วโลก: 21 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Scores/iMDB Rating: 77% / 7.6/10

(อ่านต่อหน้าถัดไป)