ล่าสุดมีประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า Asiana Airlines ที่ให้บริการมาอย่างยาวนานถึง 38 ปี จะเข้าไปควบรวมกิจการกับ Korean Air ในวันที่ 17 ธันวาคมนี้
นี่คือเส้นทางการควบรวมกิจการครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของเอเชีย ระหว่างสองสายการบินยักษ์ใหญ่สัญชาติเกาหลีใต้ ที่เดินทางมาถึงบทสรุป หลังจากหาจุดลงตัวกันมาอย่างเนิ่นนาน BT beartai จะพาทุกคนไปย้อนดูว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ ที่ทั้ง 2 สายการบินควบรวมกันได้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง
เส้นทางก่อนควบรวม
ต้องเล่าก่อนว่าเส้นทางมหากาพย์นี้ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ต้องผ่านด่านหินและการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากทั่วโลก หากย้อนเวลากลับไป จุดเริ่มต้นของดีลนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2020 ท่ามกลางวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก
ในเวลานั้น Asiana Airlines เผชิญกับปัญหาทางการเงินอย่างหนัก จนเรียกได้ว่ากำลังเข้าขั้นวิกฤต ทางรัฐบาลเกาหลีใต้และธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเกาหลี (Korea Development Bank – KDB) ที่เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศ จึงได้เข้ามาเป็นตัวกลาง ผลักดันให้พี่ใหญ่อย่าง Korean Air เข้าซื้อหุ้นและควบรวมกิจการ เพื่อที่จะพยุงไม่ให้สายการบินอันดับสองของประเทศต้องล้มละลาย และเพื่อปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมการบินของเกาหลีใต้ให้มีความแข็งแกร่งในระยะยาว
แม้ว่าในฝั่งของเกาหลีใต้จะมีมติเห็นชอบร่วมกัน และมีการลงนามข้อตกลงเข้าซื้อกิจการมูลค่ามหาศาลไปล่วงหน้าแล้วตั้งแต่ช่วงแรก ๆ แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือ การอนุมัติจากหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
สาเหตุเพราะสองสายการบิน มีเส้นทางบินทับซ้อนกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันและผู้บริโภค
ในตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา Korean Air ต้องเดินสายเคลียร์เงื่อนไข และปรับลดสัดส่วนธุรกิจอย่างหนักเพื่อให้ผ่านเกณฑ์หลายฝั่ง ดังนี้
ฝั่งยุโรป ต้องยอมสละสิทธิ์การบินในเส้นทางสำคัญ และส่งต่อให้สายการบินคู่แข่งอย่าง T’way Air รวมถึงต้องยอมขายธุรกิจขนส่งสินค้า (Cargo) ของ Asiana Airlines ออกไป
ฝั่งสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่น ๆ ต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดในเส้นทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก
หลังจากผ่านการเจรจาอันยาวนาน ในที่สุดหน่วยงานกำกับดูแลของเกือบทุกประเทศยักษ์ใหญ่ ก็ทยอยไฟเขียวให้กับดีลนี้ ทำให้กระบวนการเข้าซื้อ และเปลี่ยนผ่านในเชิงโครงสร้างเสร็จสิ้นไปตามขั้นตอน
หลังจากเคลียร์ปมปัญหากฎหมายระดับนานาชาติเรียบร้อย ปลายปีนี้จะเป็นขั้นตอนของการรวมอย่างเป็นทางการ โดยในวันที่ 17 ธันวาคม จะเป็นวันที่ทั้งสองสายการบินรวมระบบปฏิบัติการ, ตารางบิน, ระบบสะสมไมล์ และฝูงบินเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
เครื่องบินเอกลักษณ์ของ Asiana Airlines จะค่อย ๆ ถูกเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามของ Korean Air และบุคลากรทั้งหมดจะเข้ามาอยู่ภายใต้บ้านเดียวกัน
“การควบรวมครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การขยายขนาดองค์กร แต่เป็นการสร้างสายการบินแห่งชาติที่แข็งแกร่งที่สุด เพื่อยกระดับเกาหลีใต้ให้เป็นศูนย์กลางการบินชั้นนำของโลก” — โช วอน-แท (Cho Won-tae) ประธานกรรมการและซีอีโอ (Chairman & CEO) ของสายการบิน Korean Air และเป็นประธานของ Hanjin Group เคยกล่าวถึงวิสัยทัศน์นี้
การปิดฉาก 38 ปีของ Asiana Airlines ไม่ได้เป็นการปิดฉากที่แท้จริงเสมอไป เพราะถือเป็นการเดินหน้าต่อ ภายใต้ชื่อ Korean Air อย่างไรก็ดี หลังจากการควบรวมไปแล้ว ในแง่การบริหารจัดการโครงสร้างขนาดใหญ่ ไปจนถึงราคาตั๋ว และทางเลือกของผู้โดยสาร ผลลัพธ์จะออกมาในทิศทางไหน ต้องรอติดตามกันต่อไป







