Connect with us

ข่าวยานยนต์

Nissan LEAF รถไฟฟ้ายอดนิยมเตรียมเข้าไทย เผยคนไทย 44% รอใช้รถไฟฟ้า

Nissan LEAF รถไฟฟ้ายอดนิยมที่ขายได้มากกว่า 300,000 ทั่วโลกนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2010 เตรียมจำหน่าย Nissan LEAF Gen 2 ในไทยอย่างเป็นทางการไม่เกินมีนาคม 2019 (คือปีการเงิน 2018 ของนิสสัน) พร้อมเผยผลวิจัย ผู้ใช้รถยนต์ในไทย 44% กำลังมองหารถไฟฟ้าเป็นรถคันต่อไป

Nissan LEAF Gen 2 รุ่นปรับปรุงครั้งใหญ่

หลังจาก Nissan LEAF เปิดตัวมา 8 ปี นิสสันก็เปิดตัว LEAF รุ่นที่ 2 ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยได้รับการปรับปรุงระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ใหม่ให้ขับได้ไกลขึ้น ด้วยชุดแบตเตอรี่มาตรฐานความจุ 40 kWh จะสามารถขับเคลื่อนได้ราว 240 กิโลเมตร (หรือเทสแบบ JC08mode จะได้ระยะทางราว 400 กิโลเมตร) และมีความสามารถ V2G หรือ Vehicle-to-grid ในการจ่ายพลังงานกลับเข้าสู่ระบบไฟฟ้าในบ้านได้

เครื่องยนต์ของ Nissan LEAF สามารถเร่ง เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 8.9 วินาที ให้แรงบิด 320 Nm และให้กำลัง 150 แรงม้า ชาร์จไฟได้ทั้งแบบ DV – CHAdeMO และ AC – Type 1 ได้ ชาร์จเร็วได้ 80% ภายใน 40 นาที

เครื่องยนต์ของ Nissan LEAF

ช่องชาร์จไฟของ Nissan LEAF

พร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ ProPilot ที่ช่วยรักษาตำแหน่งรถให้อยู่กลางเลน, รักษาความเร็วรถ (CRUISE CONTROL), ช่วยเบรคในจังหวะฉุกเฉิน เปิดไฟสูงอัตโนมัติ หรือระบบช่วยเตือนจุดที่มองไม่เห็น นอกจากนี้ยังมีระบบ ProPilot Park ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ อาศัยกล้อง 4 ตัว โซนาร์ 12 ตัว เลือกโหมดจอดได้ 3 แบบ คือหลังเข้า หัวเข้า จอดขนาน (แต่จอดได้ในที่ๆ มีเส้นจอดเป็นหลัก ถ้าไม่มีเส้นก็ต้องถอยจอดเอง)

อีกเรื่องใหม่ของ New Nissan LEAF คือระบบการขับขี่ที่เรียกว่า E-Pedal ที่สามารถเร่งและเบรครถด้วยคันเร่งเดียวได้ เหยียบก็เร่ง ปล่อยก็เบรก พร้อมนำพลังงานที่ได้จากการลดความเร็วกลับไปปั่นไฟ แต่ก็ยังมีแป้นเบรคอยู่เพื่อให้ผู้ใช้ยังอุ่นใจว่าตัวเองก็ยังควบคุม สามารถเบรกกระทันหันได้ แต่ถ้าไม่ชอบใจระบบนี้ก็สามารถปิดเพื่อใช้งานแบบปกติได้

ส่วนในเรื่องของแบตเตอรี่ทีมงาน Nissan แจ้งว่าแบตเตอรี่ของ Nissan LEAF นั้นมีอายุการใช้งานยาวนานนับสิบปี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีอายุมากกว่าอายุของรถยนต์ปกติเสียอีก จึงไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่มากนัก แบตเตอรี่มีระยะรับประกัน 8 ปี หรือขับขี่ 180,000 กิโล ถ้าประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดก็สามารถเข้ารับบริการได้ นอกจากนี้ Nissan LEAF ยังได้รับการทดสอบกับสภาพต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เช่นน้ำท่วม อากาศร้อนจัด อากาศเย็นจัด แรงกระแทก ไฟไหม้ เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะสามารถทำงานได้ไม่มีปัญหา

ผลวิจัยชี้ ผู้ใช้ในไทย 44% พร้อมใช้รถไฟฟ้า

ผลวิจัยจาก Frost & Sullivan ระบุว่าผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 37% พร้อมเลือกใช้รถไฟฟ้าเป็นรถคันต่อไป ในขณะที่ผู้ใช้ในไทยพร้อมใช้รถไฟฟ้าในคันต่อไปกว่า 44%

ปัจจัยที่ผู้ซื้อยังกังวลอยู่เกี่ยวกับการใช้รถไฟฟ้า อันดับแรกคือความปลอดภัย เช่นขับกลางฝนไฟจะรั่วไหม ขับแล้วไฟจะหมดจนขับไม่ได้ไหม เรื่องต่อมาคือจุดชาร์จไฟที่ยังไม่ครอบคลุม และเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่เรื่องที่ผู้ใช้ต้องการมากที่สุดในการใช้รถไฟฟ้าคือการสนับสนุนด้านภาษีจากรัฐบาล

ข้อมูลจากงานวิจัยระบุคนที่สนใจคือกลุ่มอายุต่ำกว่า 40 ปี และครอบครัวที่มีคน 4-5 คน ซึ่งกลุ่มนี้คือคนที่สนใจเทคโนโลยี รถสมัยใหม่ ไม่ใช่คนที่สนใจรถโบราณ และเป็นกลุ่มที่เป็นห่วงธรรมขาติ และมองหารถที่ราคาไม่แพง ไม่ได้ต้องการรถที่มีประสิทธิภาพสูง

ซึ่งประเด็นเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่นิสสันและรัฐบาลทั่วโลกต้องวางแผนกันต่อไป

อนาคตกับรถยนต์ไร้คนขับ

นิสสันอธิบายว่ารถยนต์ไร้คนขับช่วยเหลือผู้คนได้หลายอย่าง เช่นทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง ลดความเครียดในการขับ ลดเวลา (เราเสียเวลาราว 1 สัปดาห์ต่อปีไปกับการขับรถ แต่ชาวกรุงเทพน่าจะเสียเวลามากกว่านั้น) ทำให้ถนนปลอดภัยขึ้น ที่จอดรถว่างมากขึ้น

หุ่น Eporo ที่เคลื่อนที่เป็นกลุ่มเหมือนปลา

ซึ่งนิสสันก็เริ่มพัฒนารถยนต์ไร้คนขับมานานแล้ว มีหุ่นยนต์ Eporo เพื่อเรียนรู้การขับเคลื่อนในพื้นที่รถติด โดยเลียนแบบการเคลื่อนไหวของหมู่ปลา มีเซนเซอร์เลเซอร์ด้านหน้ามาตั้งแต่ปี 2013 และยังทดสอบกันอยู่ แต่เทคโนโลยีระหว่างทางที่พัฒนารถไร้คนขับก็นำมาใช้ในรถรุ่นปัจจุบันของ Nissan แล้ว เช่นระบบ ProPilot ที่มีใน Nissan LEAF และอีกหลายรุ่น อาศัยกล้อง เพื่อช่วยวิเคราะห์เลนถนนและรถคันหน้า ทำให้ขับขี่ได้ปลอดภัยขึ้น

โดยนิสสันตั้งเป้าว่าในปี 2022 ต้องพัฒนาไปถึงขั้นรถอัตโนมัติได้ ตอนนี้นิสสันก็มีรถอัตโนมัติต้นแบบออกมาลองขับบนท้องถนนแล้ว ซึ่งเต็มไปด้วยเซนเซอร์รอบตัว ทำให้ราคายังสูงอยู่ อนาคตอาจจะลดจำนวนเซนเซอร์ลงมาได้ และการป้องกันมอเตอร์ไซค์ก็เป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะรถเล็ก วิ่งเร็ว ก็ต้องปรับปรุงเซนเซอร์ให้ตรวจจับได้ไกลขึ้น มากกว่า 100 เมตร

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวยานยนต์

หนุ่ย พงศ์สุข บินไปทดสอบตัวจริง New Honda Accord เจเนอเรชันที่ 10 ถึงอเมริกา!

Published

on

วันนี้ขับทดสอบในเส้นทางลัดเลาะริมมหาสมุทรแปซิฟิก ปกติแดดออกสวยงามดีมาก วันนี้จึงเป็นวันพิเศษจริงๆที่ฝนตก!! ซึ่งทำให้เราได้เทสต์รถ New Honda Accord เจเนอเรชันที่ 10 แบบฝ่าฝนและลมแรง

เราได้ขับพวกมาลัยซ้าย กลับตาลปัตรกับประเทศไทยทั้งหมด 555 โดยมี Mr. Roberto Guarero นักแข่งรถ F1 ดูแลการขับขี่อย่างใกล้ชิด

ฮอนด้าผลิตรุ่นนี้ออกมาใน 2 เครื่องยนต์ 5 รุ่นย่อย

  • 1.5 Litre Di VTEC Turbo
  • 2.0 Litre iMMD Sport Hybrid

เครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบนี้ได้รับการยอมรับใน 55 ประเทศทั่วโลกแล้วไม่มีรายงานปัญหาด้านการขับขี่เลย มีอัตราเร่งเริ่มต้นดีมาก เร่งได้อย่างใจ และขับขี่ได้อย่างเสถียร แถมเสียงรบกวนในห้องโดยสารเงียบลง ทั้งจากเครื่องยนต์ใหม่ และมีการฉีดโฟมเข้าไปอุดรอยอากาศต่างๆ ในโครงรถ ทำให้เสียงรบกวนจากพื้นถนนน้อยลงอีก

การจัดเรียงเซลส์แบตเตอรี่ใหม่ มีขนาดเล็กลง ทำให้วิศวกรฮอนด้าสามารถจัดเรียงมันไว้ใต้ฐานเก้าอี้ ส่งผลให้ห้องสัมภาระท้ายใหญ่ขึ้น จุของได้มากขึ้น ตัว Chassis หรือโครงรถก็ถูกออกแบบให้เบาลงด้วย

พูดถึงระบบใหม่อย่าง Honda Sensing กันบ้าง มันคือ “กล้อง+เรดาร์” ทำให้การตรวจจับรถ หรือ คน แม่นยำมากขึ้น ช่วยในแง่ของความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น และการช่วยจอดรถที่มี Parking Assist ทั้งจอดแบบขนานและเข้าซอง พร้อมฟังค์ชั่นใหม่ใน Adaptive Cruise Control พร้อมระบบอื่นๆ อีกเพียบ

  • ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation with Lane Departure Warning : RDM with LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

ถือเป็น “จุดเริ่มต้นแห่งยุครถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเองแล้ว”

ติดตามชมคลิปตัวเต็ม และเทคโนโลยีใหม่ถอดด้ามทั้งหมดของ Honda ที่จัดแสดงในงาน CES2019 ทางเพจแบไต๋ เร็วๆ นี้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวยานยนต์

จบปัญหาไม่สะดวกพกใบขับขี่ ปี 2562 กรมขนส่งฯ แนะใช้ใบขับขี่ดิจิทัล

Published

on

By

ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม 2562 เป็นต้นไป กรมขนส่งฯ ได้เริ่มใช้ “ใบขับขี่ดิจิทัล” ซึ่งจะสามารถใช้งานได้ควบคู่กับใบขับขี่แบบเดิม เพื่อให้เกิดความสะดวกหากลืมพกติดตัวหรือใช้แทนใบขับขี่เดิมได้เลย โดยจะเป็น Application ที่ติดตั้งใน Smartphone

ซึ่งไม่ใช่เป็นใบขับขี่ที่ถูกย่อมาใส่ใน App เท่านั้น แต่หากเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการช่วยเหลือ สามารถแจ้งผ่าน App นี้พร้อมส่ง Location ได้ด้วย อีกทั้งยังมีระบบเก็บประวัติใบสั่ง! และแจ้งเตือนวันหมดอายุของใบขับขี่ล่วงหน้า

หากต้องการใช้งานใบขับขี่ดิจิทัล ให้ตรวจสอบว่าเป็นใบขับขี่ที่มี QR Code หรือไม่ ถ้าใช้ก็ดาวน์โหลด App “DLT QR License” มาติดตั้ง ทั้ง Android และ iOS จากนั้นสแกนได้เลย แต่ถ้าไม่ใช่ ให้ไปลงทะเบียนที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบกก่อนนะครับ ซึ่งต้องลงทะเบียนคู่กับบัตรประชาชนและเบอร์โทรศัพท์ 1 เบอร์

ว่าแต่ต่อไปถ้าเราพกใบขับขี่ดิจิทัล แล้วพี่ตำรวจจะยึดใบขับขี่เราได้ยังไงนะ ว่าแล้วก็พกใบขับขี่ดิจิทัลกันเยอะๆ ดีกว่า!

อ้างอิง: ข่าวสด

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

ยลโฉม Honda NSX รถสปอร์ตสุดเฟี้ยว พร้อมไฮไลท์รถรุ่นใหม่จาก Honda

Published

on

Honda ขนยานยนต์รุ่นใหม่เพียบ! ไปโชว์ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 หรือ The 35th Thailand International Motor Expo 2018 ณ บูทฮอนด้า (A14) อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ ซึ่งเราสรุปไฮไลท์เด็ดไว้ที่นี้แล้ว

Honda NSX Gen 2

Honda NSX (New Sports eXperience) รถสปอร์ตระดับตำนานของ Honda วางขายครั้งแรกในปี 1990 และขายยาวนานถึง 15 ปีจนถึงปี 2005 และนี่เป็นรุ่นล่าสุดที่นำมาโชว์ในงาน ซึ่ง Honda NSX รุ่นปัจจุบันเป็น Generation ที่ 2 ออกแบบในอเมริกา และผลิตที่ Honda Performance Manufacturing Center ใน Marysville, Ohio เริ่มจำหน่ายในปี 2016

จุดเด่นของ Honda NSX ตัวล่าสุดคือดีไซน์สปอร์ตใหม่หมดจด เป็นรถ coupé 2 ประตู หลายคนเห็นแล้วหลงรัก ล้ออัลลอยคู่หน้าขนาด 19 นิ้ว และล้ออัลลอยคู่หลังขนาด 20 นิ้ว และเป็นครั้งแรกของโลกที่ออกแบบตัวถังด้วยวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยที่มีน้ำหนักเบาแต่คงความแข็งแกร่ง โดยผู้ออกแบบคือ Michelle Christensen ดีไซเนอร์หญิงชาวอเมริกัน!

Honda NSX ใช้เครื่องยนต์ Hybrid ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 3.5 L Twin-Turbocharged V6 (เครื่อง 6 สูบ) พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 3 ตัว มอเตอร์ 2 ตัวอยู่ที่ล้อหน้า และ 1 ตัวอยู่ที่ล้อคู่หลัง พร้อมเกียร์ 9 สปีด ให้กำลังสูงสุด 573 แรงม้า เร่ง 0-100 km/h ใน 2.9 วินาที

ส่วนการขายในไทยนั้นยังไม่ระบุ ก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่าจะขายไหม

Honda Civic ปรับโฉม

ในงานนี้เรายังได้เห็น Honda Civic โฉม 2019 ด้วย ซึ่งถือเป็น Honda Civic รุ่นที่ 10 อยู่ แต่ปรับโฉมให้เฟี้ยวฟ้าวกว่าเดิม ถ่ายทอด DNA ความสปอร์ตมาจาก NSX รุ่นพี่ ขุมพลัง 2 ทางเลือก ด้วยเครื่องยนต์ ขนาด 1.5 ลิตร VTEC TURBO และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร i-VTEC พร้อมแนะนำสีน้ำเงินใหม่ บริลเลียน สปอร์ตตี้

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) ซึ่งใส่มาเป็นมาตรฐาน ซึ่งประกอบไปด้วยหลายระบบหลักคือ

  • ACC ( Adaptive Cruise Control) ระบบ Cruise Control ที่อาศัยการทำงานของกล้องเรดาร์ตรวจจับรถยนต์คันข้างหน้า ช่วยลดหรือเพิ่มความเร็วตามสภาวะการจราจรได้เองอย่างเหมาะสม โดยที่คุณแทบจะไม่ต้องยุ่งกับแป้นเบรกหรือคันเร่งเลย เพราะรถจะชะลอความเร็วเองเมื่อพบรถคันหน้า และ เพิ่มความเร็วอย่างต่อเนื่องจนถึงตามที่คุณตั้งความเร็วเอาไว้ เมื่อทางสะดวก
  • LSF (Low-Speed Follow) ทำงานควบคู่กับ ACC เมื่อขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกและหยุดตามอัตโนมัติ ระบบจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มที่พวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง
  • CMBS ( Collision Mitigation Braking System) ทำงานอาศัยการตรวจจับจากกล้องและชุดเรดาร์ ที่ติดตั้งหลังตราฮอนด้าบริเวณกระจังหน้า เพื่อตรวจสอบระยะห่างของรถยนต์ที่อยู่ด้านหน้า รถสวนทาง หรือคนเดินถนนที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย ระบบจะประมวลผลเข้ากับความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ขณะนั้น หากระบบตรวจพบว่ามีโอกาสเกิดการชนสูง ตัวระบบจะแสดงผลแจ้งเตือนผู้ขับขี่ ผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง รวมทั้งการสั่นเตือนของพวงมาลัยในกรณีรถสวนทางด้วย แต่ถ้าหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนองหรืออยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกให้อัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ
  • LKAS (Lane Keeping Assist System) ระบบช่วยตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ โดยระบบจะช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัย ให้ผู้ขับควบคุมรถอยู่ในช่องทางปกติและลดอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับ
  • RDM (Road Departure Mitigation with Lane Departure Warning (LDM)) ระบบที่ใช้กล้องด้านหน้า ตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ารถเบี่ยงออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอพร้อมสั่นเตือนของพวงมาลัย และถ้ารถเบี่ยงมากขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัย เพื่อให้รถกลับสู่ช่องทาง แต่ถ้าหากรถยังเบี่ยงออกจนอาจเกิดอุบัติเหตุ ระบบเบรกจะทำงานเพื่อชะลอความเร็ว (ในกรณีเส้นแบ่งถนนเป็นเส้นทึบ) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร
  • AHB – Auto High-Beam ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ เป็นระบบปรับไฟสูง-ต่ำ อัตโนมัติด้วยกล้อง โดยจะปรับเป็นไฟสูงเมื่อขับขี่ในที่มืด และจะปรับเป็นไฟต่ำเมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนทาง หรือรถยนต์ที่ด้านหน้า

Honda Accord รุ่นที่ 10

Honda Accord รุ่นซีดานแบบ 4 ประตู เพิ่งเปิดตัวในอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว วันนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

Honda Accord รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบรุ่นใหม่ โดยรุ่นพื้นฐานจะเป็นเครื่องยนต์ 1.5 L และอีกรุ่นจะเป็นเครื่องยนต์ 2.0 L ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้เป็นเครื่องยนต์ VTEC 4 สูบ พร้อมระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) ใหม่ ซึ่งเป็นระบบ Full Hybrid เจเนอเรชั่นที่ 3 ด้วยความที่เป็นรถ Hybrid ใช้เครื่องยนต์ทำงานควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้มีสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและยังคงไว้ซึ่งอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) อีกด้วย ซึ่งในครั้งนี้ นับเป็นการเผยโฉมในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในต้นปีหน้า

Honda CR-V

รถ SUV ยอดนิยม มาในปีนี้นำเสนอรูปแบบการจัดที่นั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน โอ่โถ่ง นั่งสบายทั้งครอบครัว
นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมมากมายจากรถหรู ที่นำมาใช่ใน Honda CR-V ตัวล่าสุดนี้ เช่น

  • ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) ที่แค่เตะไปใต้รถ กระโปรงท้ายก็เปิดแล้ว
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เป็นต้น ซึ่งมีให้ในทุกรุ่น

ส่วนใครที่ชอบแบบเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ก็ยังมีให้เลือกทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล

ซึ่งเครื่องดีเซล เป็น i-DTEC DIESEL TURBO 1.6 ลิตร มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด เป็นระบบเกียร์ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire) ส่วนเครื่องยนต์เบนซินเป็น DOHC i-VTEC 2.4 ลิตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ แบบ CVT

ใครที่ออกรถวันนี้ในงาน Motor Expo ก็มีสิทธิ์ร่วมลุ้นในแคมเปญ ออกรถวันนี้ ลุ้นฟรีอีกคัน

ฮอนด้ามอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 และรับรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 แจกจริง จับจริง ทุกเดือน (เหลือรอบจับสลากรายชื่อผู้โชคดีอีก 2 ครั้งในเดือนธันวาคม 61 และมกราคม 62) ซึ่งคูปองที่เหลือจากการจับรางวัลในแต่ละเดือน จะถูกนำมารวมกันเพื่อจับรางวัลในเดือนถัดไป

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังมอบข้อเสนอพิเศษที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ honda.co.th

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!