พาทัวร์เทคโนโลยีสุดล้ำที่บูธ Honda จากความฝันเพื่อการใช้ชีวิตที่ดี ในงาน Motor Show 2018

(Advertorial)

เมื่อคิดถึงงาน Bangkok International Motor Show เรามักจะคิดถึงภาพพริตตี้สวยๆ และรถยนต์ราคาพิเศษนะครับ แต่เรื่องที่พวกเราชาวเทคโนโลยีพลาดไม่ได้เลยในงานนี้คือชมเทคโนโลยีล้ำยุคของยานยนต์ที่ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของโลกขนมาให้ดูกัน ซึ่งวันนี้เราจะเจาะลึกกันที่บูธของ Honda ที่นำเทคโนโลยี Fuel Cell รถยนต์พลังไฮโดรเจน, UNI-CUB β พาหนะส่วนบุคคลแห่งอนาคต และรถเข็นอัจฉริยะ Honda RoboCas Concept มาโชว์กันในงานนี้ครับ ซึ่งเมื่อดูยานยนต์ล้ำยุคเหล่านี้จึงเข้าใจเลยว่าทำไมต้อง Honda: The Power Of Dreams

Honda Clarity Fuel Cell รถพลังงานไฮโดรเจน!

สิ่งแรกที่เราสนใจที่บูธ Honda ในงาน Motor Show 2018 ครั้งนี้คือ Honda Clarity Fuel Cell รถยนต์ที่ใช้พลังงานจากระบบแผงเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนหรือ Fuel Cell Stack ครับ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีฟิวเซลล์ตัวใหม่ มีขนาดเล็กกว่าฟิวเซลล์รุ่นเดิม 33% แต่จุพลังงานได้มากขึ้น 60% ข้อดีของระบบ Fuel Cell คือการเผาไหม้ไฮโดรเจนเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานนั้นไม่ทำให้เกิดไอเสียใดๆ จะมีเพียงน้ำสะอาดออกจากระบบเท่านั้น ตามสมการ 2H2 + O2 = 2H2O (ถ้าใครอ่านสมการนี้ไม่เข้าใจ ให้ไปถามนักเคมีอย่าง เฌอปราง BNK48 นะ)

นอกจากนี้ Honda Clarity Fuel Cell ยังถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูง เมื่อเติมไฮโดรเจนเต็มถังจะสามารถวิ่งได้สูงสุด 750 ก.ม. ซึ่งเป็นระยะทางไกลที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์พลังงาน Fuel Cell อื่นๆ และไกลกว่ารถไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ที่จำหน่ายในปัจจุบันด้วย แต่ใช้เวลาเติมไฮโดรเจนแค่ 3 นาทีก็เต็มถัง พูดแล้วก็อยากขึ้นไปลองขับบ้าง แต่ในงานแค่เอามาโชว์อย่างเดียวนะครับ ไม่ได้มีให้จองหรือทดลองขับขี่ได้

ซึ่ง Honda Clarity Fuel Cell นี้เป็นหนึ่งในยานยนต์ตระกูล Honda Clarity หรือรถพลังงานทางเลือกจากฮอนด้าครับ ก็ตระกูลนี้มีอยู่ด้วยกัน 3 ตัวหลักคือๆ

  • Honda Clarity PLUG-IN Hybrid รถยนต์ลูกผสมระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งคำว่า Plug-in หมายความว่าเราสามารถเสียบปลั้กชาร์จแบตเตอรี่ในรถได้ และยังสามารถเติมน้ำมันเพื่อให้เครื่องยนต์ใช้ขับขี่ได้อีกด้วย โดย Honda Clarity PLUG-IN Hybrid สามารถขับขี่ในโหมดใช้มอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียวได้ไกล 100 กิโลเมตร และสามารถขับขี่ได้ไกลราว 547 กิโลเมตร เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ครับ ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น เช่นขับขี่ในเมืองระยะทางสั้นๆ ก็ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าล้วนก็ได้ ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า หรือขับขี่ต่างจังหวัดระยะไกล ก็ให้มอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์ทำงานร่วมกัน ก็จะประหยัดน้ำมันมากขึ้นครับ
  • Honda Clarity Electric รถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วนของฮอนด้า ไม่ต้องเติมน้ำมัน ชาร์จไฟอย่างเดียว โดยให้กำลังสูงสุดที่ 161 แรงม้า
  • Honda Clarity Fuel Cell ก็คือรถพลังงานไฮโดรเจนที่เราพูดถึงนี้และเอามาโชว์ในไทยนี่แหละ

Honda RoboCas Concept เรื่องราวของรถคันนี้เริ่มต้นที่ไทย!

เดินถัดมาหน่อยจะเห็นยานยนต์ต้นแบบหน้าตาน่ารักนี้คือ Honda RoboCas Concept ครับ เป็นรถเข็นอัจฉริยะที่สามารถขับเคลื่อนตัวเองอัตโนมัติ มีแบตเตอรี่ในตัวเป็นพลังงาน นำทางด้วยระบบ GPS พร้อมเปิดหลังคาขึ้นมากางเป็นหน้าร้านเล็กๆ ได้ เก็บของไว้ภายในได้ แต่ที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นหน้าตาของ RoboCas ที่มีหน้าจอแสดงผลอยู่ด้านหน้า แสดงดวงตาสื่ออารมณ์และข้อมูลต่างๆ ซึ่งภายในรถมี AI เพื่อสังเกตสิ่งรอบตัว และนำเสนออามรณ์ต่างๆ ออกมา เพื่อให้ RoboCas สามารถเข้ากับสังคมของมนุษย์ได้อย่างน่าเอ็นดู

ที่บอกว่า Honda RoboCas Concept นั้นมีจุดเริ่มต้นที่ไทยเพราะว่าวิศวกรชาวญี่ปุ่นฮอนด้านั้นมาทำงานที่ประเทศไทย แถมชอบทานสตรีทฟู้ดเป็นพิเศษ เลยกลับไปออกแบบรถเข็นใหม่ให้ล้ำขึ้น เผื่อในอนาคตจะได้ช่วยพัฒนาการใช้ชีวิตของคนไทยได้ครับ

UNI-CUB β ยานพาหนะส่วนบุคคลแห่งอนาคต

เราว่าโซนของ UNI-CUB β นั้นเป็นโซนที่น่าสนุกที่สุดแล้วในบูธฮอนด้าปีนี้ครับ เพราะเราจะมีโอกาสได้ทดลองขับเจ้า UNI-CUB β ของจริง ที่บางคนอาจจะเห็นมาแล้วจาก MV เพลง I Won’t Let You Down ของวง OK Go แต่วันนี้เราได้ขับจริง มันน่าสนุกกว่านั่งดูเอ็มวีตั้งเยอะ

UNI-CUB β พัฒนาขึ้นมาจากแนวคิด “การกลมกลืนร่วมกับผู้คน” จึงทำให้ UNI-CUB β เป็นยานพาหนะที่ผู้ขับไม่ต้องใช้มือในการควบคุมทิศทาง อาศัยการขยับตัว เอียงตัวเพื่อให้รถเคลื่อนที่เท่านั้น ซึ่ง UNI-CUB β สามารถเคลื่อนที่ได้หลายทิศทาง ทั้งแนวตรง แนวข้างหรือแนวทะแยง ทำให้สามารถเดินทางท่ามกลางผู้คนได้อย่างกลมกลืนและปลอดภัย

รากฐานของการพัฒนา UNI-CUB β นั้นอิงมาจากความรู้จากการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ Asimo ของฮอนด้า จนได้ออกมาเป็นระบบปฎิบัติการ ROS หรือ Robot Operation System ที่สั่งงานอยู่เบื้องหลัง แถมยังมี API เพื่อควบคุม UNI-CUB β ในรูปแบบต่างๆ ได้ ทั้งการควบคุมจากระยะไกล หรือโปรแกรมเส้นทางเอาไว้ล่วงหน้า สำหรับการรับส่งแขกไปยังสถานที่ที่ต้องการ

สงสัยไหมว่าทำไม Honda ทุ่มเทพัฒนาเทคโนโลยีล้ำยุคขนาดนี้

ถ้าย้อนอ่านประวัติการก่อตั้งบริษัทฮอนด้าของคุณ โซอิจิโร ฮอนด้า จะพบว่าที่ฮอนด้าเติบโตมาถึงทุกวันนี้ และมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับโลกอนาคตนั้น เป็นพลังจากความฝันล้วนๆ

“ครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นรถยนต์ มันช่างเป็นสิ่งที่น่าประทับใจอย่างสุดพรรณนา…วันนั้นสิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าทำได้ คือ สูดดมเอากลิ่นอายของมันกลับบ้าน และตั้งใจว่าสักวันหนึ่ง…จะสร้างรถยนต์ด้วยตัวเองให้ได้”โซอิจิโร ฮอนด้า ผู้ก่อตั้งบริษัทฮอนด้า มอเตอร์ กล่าวไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเอง

เราคงคุ้นเคยกับสโลแกน The Power of Dreams ที่เป็นตัวแทนความฝันของฮอนด้าให้เติบโตขึ้นนับตั้งแต่ที่คุณฮอนด้าได้สร้างรถจักรยานที่มีเครื่องยนต์สำเร็จในปีพ.ศ. 2491 ตอนนี้ Honda กำลังมุ่งไปสู่ความฝันต่อไปใน Honda Vision 2030 ภาพอนาคตอีก 12 ปีต่อจากนี้ ที่มนุษย์และยานพาหนะจะเกื้อกูลส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งภาพความฝันของโลกที่สดใส มลภาวะจากยานพาหนะต่างๆ ลดลง ภาพความฝันที่ชีวิตของทุกคนจะปลอดภัยขึ้นจากเทคโนโลยีที่ดูแลทั้งชีวิตบนรถ และชีวิตบนท้องถนน รวมถึงความฝันของรถยนต์ไร้คนขับที่น่าจะเป็นจริงได้เร็วๆ นี้

จากความฝันที่ฮอนด้ามี สู่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ฮอนด้าพัฒนา เพื่ออนาคตจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นไงครับ

เลี้ยวกลับมาหาปัจจุบัน Honda นำรถยนต์รุ่นปัจจุบันรุ่นไหนมาไฮไลท์ในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้บ้าง

เราพามาดูเทคโนโลยีล้ำยุคของฮอนด้ามาหลายตัวนะครับ ที่นี้มาดูรถยนต์ปัจจุบันที่นำมาไฮไลท์ในงานปีนี้ และสามารถสั่งจองซื้อหากันได้เลย ตัวแรกเด่นสุดแล้วคือ Honda Civic Hatchback 5 ประตู สีแดงแรลลี่ ที่แบบเป็นสีแดงสด สวยโชติช่วงมาก คือหน้าตารถ Civic มันก็ดูล้ำอยู่แล้ว มาเจอสีแบบนี้อีกมันเท่มาก

Honda BR-V

และอีก 2 รุ่นที่น่าสนใจสำหรับคนรักรถแนวสปอร์ตคือ Honda BR-V Sport Package ชุดตกแต่งพิเศษที่ดูดุดันขึ้นไปอีก และ Honda Brio Amaze Black Sport Edition สีดำเข้ม ตกแต่งเส้นสายดูปราดเปรียว

Honda Brio Amaze

นอกจากรถ 3 รุ่นเด่นนี้แล้ว ทางฮอนด้าก็ได้นำรถรุ่นปัจจุบันรุ่นอื่นมาจัดแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับชม และสั่งจองกัน บอกได้เลยว่าต้องจับตามองฮอนด้ากันให้ดีจริงๆ ว่าฮอนด้าจะนำเทคโนโลยีอนาคต ล้ำๆ หลายๆอย่างมาลงกับรถรุ่นปัจจุบันแบบเต็มรูปแบบ เพื่อมาทำให้ตลาดยานยนต์บ้านเราคึกคักได้เมื่อไหร่ เรามารอลุ้นไปด้วยกันนะครับ

แสดงความคิดเห็น