Tesla Model S 2019 หลุดโค้งชนต้นไม้ดับชีวิต 2 ผู้โดยสาร พบไร้คนขับหลังพวงมาลัย

สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น KHOU ในเมือง Houston รัฐเท็กซัสรายงานว่าเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 17 เมษายน ได้เกิดเหตุรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model S 2019 แล่นมาด้วยความเร็วสูงแล้วหลุดโค้งออกจากเส้นทางไปพุ่งชนกับต้นไม้จนเกิดไฟลุกไหม้

เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลว่าได้พบร่าง 2 ผู้โดยสารเป็นชายนิรนามอายุ 59 และ 69 ปีเสียชีวิตอยู่ในรถ โดยที่ร่างของชายคนหนึ่งอยู่ตรงที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าและอีกคนหนึ่งอยู่ตรงที่นั่งด้านหลัง ที่ต้องตกใจก็คือไม่มีใครอยู่ตรงที่นั่งของคนขับด้านหลังพวงมาลัย

ข้อมูลในที่เกิดเหตุทำให้สันนิษฐานได้ว่ารถยนต์คันนี้แล่นมาโดยไม่มีคนขับ ซึ่งผู้โดยสารอาจคาดหวังว่าระบบ FSD (Full Self-Driving) หรือระบบขับขี่ด้วยตนเองอย่างเต็มรูปแบบและ Autopilot ของ Tesla จะสามารถขับพาผู้โดยสารไปถึงที่หมายโดยไม่ต้องมีคนขับนั่งควบคุม

ปลายเดือนธันวาคม Eric C. Williams ที่ปรึกษาทั่วไปของ Tesla ได้ส่งจดหมายถึง Miguel D. Acosta หัวหน้าแผนกรถยนต์ขับขี่ด้วยตนเองของหน่วยงานยานยนต์แคลิฟอร์เนีย (California DMV) ว่าปัจจุบัน Autopilot และ FSD ของ Tesla ไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติ SAE ระดับ 5 (ขับขี่เองโดยไม่ต้องมีคนขับ) ซึ่งในความเป็นจริงแล้วยังอยู่ที่ SAE ระดับ 2 ที่สามารถบังคับเลี้ยว เบรก และเร่งความเร็วโดยต้องมีคนขับควบคุมอยู่ตลอดเวลา

เดือนตุลาคม Tesla ได้เปิดตัว FSD รุ่นเบต้าให้กับผู้ขับขี่ในจำนวนที่จำกัดเฉพาะผู้เชี่ยวชาญและผู้ขับขี่ที่ระมัดระวังประมาณ 2,000 คนได้ทดลองใช้คุณสมบัติใหม่ เช่น การเปลี่ยนเลน การขับผ่านทางแยกไปตามระบบนำทาง การวิ่งไปโดยมีรถยนต์คันอื่น ๆ หรือวัตถุอยู่โดยรอบได้ และการเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา พร้อมย้ำว่าคนขับจะต้องให้ความสนใจกับถนนอย่างต่อเนื่องและเตรียมพร้อมเข้าควบคุมรถในที่คับขัน เช่น ทางแยก และที่แคบ

เดือนเมษายน Tesla เผยว่าใกล้เข้ามาแล้วที่จะปล่อย FSD รุ่นเบต้า V9.0 ออกมาให้กดปุ่มอัปเดตกัน โดยจะพึ่งพาการวิเคราะห์ภาพจากกล้องแทนเรดาร์เพื่อให้การขับขี่มีความปลอดภัยมากขึ้น แต่สุดท้ายก็เลื่อนไปเป็นเดือนมิถุนายน ซึ่งสรุปง่าย ๆ ว่าขณะนี้ FSD ยังเป็นรุ่นเบต้าที่กำลังทดลองใช้งานอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผู้ใช้รถจะต้องมีคนขับควบคุมอยู่หลังพวงมาลัยอย่างระมัดระวัง

อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุครั้งนี้เจ้าหน้าที่พบว่าการเข้าไปดับไฟให้กับรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรีลิเทียมขนาดใหญ่ครั้งแรกต้องใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมง ดังนั้นในอนาคตที่จะมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้า BEV หรือใช้พลังงานจากแบตเบตเตอรีจะต้องมีการให้ความรู้หรือเตรียมความพร้อมในการดับไฟให้กับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีไฟลุกไหม้ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ที่มา : engadget และ reuters ภาพปก : วิดีโอจาก khou11

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส