Connect with us

ข่าววงการมือถือ

เปิดตัว Vivo V11 และ Vivo V11i เมื่อมือถือหมื่นต้นก็มีสแกนนิ้วใต้จอ

Published

on

Vivo เปิดตัว Vivo V11 อย่างเป็นทางการในไทย ชูจุดเด่นสเปคสุดคุ้ม ราคาแค่หมื่นต้นๆ แต่ได้จอ Super AMOLED แรม 6 GB หน่วยความจำ 128 GB พร้อมฟังก์ชั่นสแกนนิ้วมือใต้หน้าจอที่เคยอยู่ในรุ่นกลางและรุ่นท็อปของ Vivo ก็มาอยู่ในรุ่นเริ่มต้นแล้ว โดยทั้งสองรุ่นนี้จะเริ่มจอง 8 – 15 ก.ย. และวางขายจริง 16 ก.ย. นี้ครับ

Vivo V11 รุ่นพี่เด่นที่สแกนลายนิ้วมือที่หน้าจอ

ในงานเปิดตัวครั้งนี้ Vivo เปิดตัวออกมา 2 รุ่นครับคือ V11 และ V11i ซึ่งเริ่มที่รุ่นพี่ที่มีสเปคดีกว่าอย่าง V11 กันก่อน ซึ่งเทียบแล้วสเปคแทบจะถอดแบบมาจาก Vivo X21 ที่เราเคยรีวิวไปเลยคือ

  • Snapdragon 660 AIE
  • Ram 6 GB
  • หน่วยความจำ 128 GB
  • หน้าจอ Super AMOLED รองรับขอบเขตสี DCI-P3 95% และ sRGB 99%
  • วีโว่เรียกจอนี้ว่า Halo Full View Display หน้าจอที่มีรอยบากลดลงเหลือแค่คล้ายหยดน้ำ อัตราส่วนพื้นที่แสดงผล 91.27% ขนาดหน้าจอ 6.41 นิ้ว สัดส่วน 19.5:9 ขอบข้างเหลือแค่ 1.76 mm ด้านล่าง 3.8 mm
  • มีสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ พร้อมการสแกนใบหน้า จดจำใบหน้าได้ 1024 จุด มีแสงอินฟราเรดทำให้สแกนในที่มืดได้
  • กล้องหลังคู่ 12+5 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ขนาด 1/2.8 นิ้ว โฟกัส Dual-pixel โฟกัสได้ใน 0.03 วินาที
  • กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล
  • ดีไซน์หลังโค้งตามแบบฉบับของ Vivo เรียกว่า 3D body curve
  • แบต 3400 mAh ระบบชาร์จ dual engine fast charge คือมีชิปชาร์จ 2 ตัว 30 นาทีก็ชาร์จได้ 50% แล้ว แต่ใช้พอร์ต microUSB หยิบอแดปเตอร์มาส่องดูพบว่าจ่ายไฟ 9V 2A
  • มี 2 สีคือ Starry Night เป็นเฉดน้ำเงิน-ดำ มีระยิบระยับ และ Nebula โทนสีฟ้ากับสีม่วง
  • ราคาเปิดตัว 13,990 บาท

จุดที่แตกต่างหลักๆ ระหว่าง Vivo X21 สมาร์ทโฟนระดับกลางที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปี (ดูรีวิวที่นี่) คือ X21 จะมาพร้อมชิปเสียง Hi-Fi AK4376A ทำให้ฟังเพลงผ่านช่องหูฟัง 3.5 mm ได้ดีมาก ส่วน V11 ไม่มีชิปเสียงแยกมาให้ครับ ก็จะเป็นเสียงธรรมดาหน่อย ที่เหลือไม่ว่าจะเป็นชิป Snapdragon 660 หรือแรม 6 GB สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ นั้นเหมือนกัน ส่วนกล้องก็คล้ายๆ กันครับ

Vivo V11i รุ่นน้องหวังลุยศึกตลาดเดือด

ในขณะที่ Vivo V11i รุ่นน้องนั้นวีโว่ตั้งใจปรับสเปคมาเพื่อลุยในตลาดสมาร์ทโฟนราคาไม่ถึงหมื่นที่กำลังเดือดตอนนี้ โดยจุดที่แตกต่างจาก Vivo V11 คือ

  • ตัดเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่หน้าจอออก แล้วไปใส่ไว้หลังเครื่อง
  • เปลี่ยนหน่วยประมวลผลเป็น MediaTek Helio P60 (เหมือนคู่แข่งอย่าง OPPO F9)
  • หน้าปรับจาก AMOLED เป็นจอ IPS สัดส่วน 19:9
  • RAM 4 GB ลดลงจาก 6 GB ในขณะที่หน่วยความจำ 128 GB เท่า V11
  • แบตเตอรี่เหลือ 3,315 mAh
  • ราคาเปิดตัว 9,999 บาท

Funtouch OS 4.5 และสารพัด AI

การแข่งขันในยุคนี้เรื่อง AI นั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ครับ ใน Funtouch OS ของ Vivo V11 ทั้ง 2 รุ่นก็ใส่ลูกเล่นเรื่อง AI มาเพียบเหมือนกัน นี่เรายังไม่รู้เลยว่าเราจดมาหมดรึเปล่า

  • AI backlight HDR กล้องพิจารณาการถ่าย HDR อัตโนมัติ พร้อมพิจารณาการถ่าย lowlight แบบเอา 6 เฟรมมารวมกัน
  • AI Scene Recognition กล้องปรับแต่งตามซีนต่างๆ ให้ได้ภาพเหมาะสมกับรูปแบบนั้นๆ
  • AI Portrait framing ช่วยผู้ใช้ถ่ายรูปบุคคลได้สวยขึ้น โดยการแนะนำการจัดเฟรมภาพให้
  • AI Face shaping สามารถปรับแต่งใบหน้าได้อย่างละเอียดขึ้น ถ้าปรับเองแทบจะสามารถเปลี่ยนหน้าตาคนไปได้เลยอ่ะ
  • AI Portrait lighting ปรับแสงสำหรับถ่ายภาพบุคคลได้
  • AI Game Mode ช่วยแต่งเครื่องให้เหมาะสำหรับการเล่นเกม ตัดสาย รับสายอัตโนมัติ มีโหมด autorun ที่สามารถปิดหน้าจอเล่นเกมได้ด้วย! สำหรับเกมเน้นตีเวล
  • ระบบ Jovi ผู้ช่วยอัจฉริยะ บอกข้อมูลในหน้าโฮม (ปัดไปทางซ้าย) พร้อม Google Lens บอกสารพัดวัตถุตรงหน้า และ Google Assistant ที่คุยเป็นภาษาไทยได้

ตัวอย่างภาพจาก Vivo V11

โปรโมชั่นช่วงสั่งจอง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการมือถือ

เผยภาพหลุดสมาร์ทโฟนเกมมิ่งตัวต่อไปอย่าง Xiaomi Black Shark 2 พร้อมโปสเตอร์ เปิดตัว 23 ตุลาคมนี้แน่นอน

Published

on

Xiaomi Black Shark 2

เป็นอีกหนึ่งซีรี่ส์สมาร์ทโฟนสายเกมมิ่ง ที่ชาวโลก (นอกประเทศจีน) ยังไม่ทันได้สัมผัสรุ่นแรกเลย ไปๆ มาๆ มีข่าวว่าจะเปิดตัวรุ่นต่อไปกันแล้ว เพราะล่าสุด Xiaomi เตรียมเปิดตัว Black Shark 2 พร้อมเผยภาพหลุดและโปสเตอร์โปรโมต เตรียมยลโฉมให้ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ได้เห็นก่อนใครในวันที่ 23 ตุลาคมนี้

Xiaomi Black Shark 2

จากโปสเตอร์โปรโมตทั้งสองแบบของ Black Shark 2 มาในธีมสีดำและสีเขียว พร้อมพระเอกชาวจีนชื่อดังอย่าง Zhang Daxian และระบุวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการแบบชัดเจน คือวันที่ 23 ตุลาคมนี้

Xiaomi Black Shark 2

สำหรับตัวเครื่องนั้น Black Shark 2 มีดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายกว่ารุ่นที่แล้ว ลำโพงสนทนาที่กว้างขึ้น และย้ายไปอยู่ใกล้ขอบจอด้านบน (ไม่ได้อยู่แถวเดียวกับกล้องหน้าแบบรุ่นที่แล้ว) กล้องหลังคู่ที่เรียงกันอยู่ตรงกลางเครื่อง เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือซึ่งคราวนี้ย้ายมาอยู่ใต้กล้องหลัง พร้อมโลโก้ตรงกลางที่แสดงผลเป็นไฟ RGB ได้อีกด้วย

Xiaomi Black Shark 2

สเปคของ Black Shark 2 คาดว่าจะมาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 845, หน้าจอแสดงผล 5.99 นิ้ว และแบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh ส่วนราคาขายจริงนั้น ต้องรอดูในงานเปิดตัวว่าจะมีราคาเท่าไหร่ และจะมีอุปกรณ์เสริมออกมารองรับด้วยหรือไม่ ในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ เราจะได้รู้กันแน่นอนครับ

 

ที่มา : Gizmochina ,

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการมือถือ

Google แก้เกม EU : เตรียมเรียกเก็บค่าใช้แอป Google สูงสุดถึง 40 เหรียญ ต่อสมาร์ทโฟนในยุโรป 1 เครื่อง

ลองจินตนาการถึงสมาร์ทโฟน Android ที่ใช้ Google Play Store ไม่ได้สิ… จะวิกฤติขนาดไหน

Published

on

ช่วงสัปดาห์ท่ผ่านมา Google ได้ประกาศจะปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจใหม่สำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ระบบ Android ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Area : EEA) หลังจากที่ถูกคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) สั่งปรับเป็นมูลค่าสูงถึง 4.34 พันล้านยูโร หรือราว 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.63 แสนล้านบาท)

ทางคณะกรรมาธิการยุโรป ได้มองว่ามองว่าการ Google Search เป็นเครื่องมือค้นหาและ Google Chrome เว็บเบราเซอร์พื้นฐานเพื่อเข้าใช้บริการแพลตฟอร์ม Google Play Store ได้นั้น เป็นการผูกขาดทางการค้า

ทาง Google ได้อธิบายว่าจะเริ่มเรียกเก็บค่าบริการสำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ระบบ Android ในการใช้ชุดแอปพื้นฐานของ Google รวมถึง Google Play Store ด้วย เพื่อชดเชยรายได้ของ Google ที่ต้องเสียไป (Google มีรายได้จากการใช้บริการผ่านแอปพื้นฐานเหล่านี้) แต่ยังมิได้เปิดเผยอัตราค่าบริการแต่อย่างใด

ล่าสุด The Verge ได้รายงานว่า จากเอกสารที่หลุดออกมาได้ระบุว่า Google จะเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนในยุโรป ตามหลักเกณฑ์ 3 ประการ ดังต่อไปนี้

  1. ประเทศที่ผลิตอุปกรณ์นั้น ๆ
  2. อุปกรณ์นั้น ๆ เป็นสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต
  3. หน้าหนาแน่นของพิกเซลบนหน้าจออุปกรณ์นั้น ๆ

ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน (ในยุโรป) ต้องจ่ายเท่าไร ?

Google ได้เรียกเก็บค่าใช้แอปพื้นฐานของ Google สำหรับอุปกรณ์ระบบ Android ที่ผลิตในสหราชอาณาจักร, สวีเดน, เยอรมนี, นอร์เวย์ และเนเธอร์แลนด์ ดังนี้

  • ความหนาแน่นของพิกเซลหน้าจอที่ 500 ppi หรือมากกว่านั้น : 40 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,300 บาท) ต่อเครื่อง
  • ความหนาแน่นของพิกเซลหน้าจออย่างน้อย 400 ppi แต่ถึง 500 ppi : 20 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 650 บาท) ต่อเครื่อง
  • ความหนาแน่นของพิกเซลหน้าจอน้อยกว่า 400 ppi : 10 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 325 บาท) ต่อเครื่อง

ยกตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy Note 9 ซึ่งมีความหนาแน่นของพิกเซลอยู่ที่ 516 ppi จะถือว่าเป็นอุปกรณ์ระดับพรีเมียม ซึ่งจะถูกเรียกเก็บค่าบริการ 40 เหรียญสหรัฐฯ ส่วน Nokia 7.1 ที่มีควมหนาแน่นของพิกเซลหน้าจออยู่ที่ 432 ppi จะถือว่าเป็นอุปกรณ์ระดับกลาง ซึ่งจะถูกเรียกเก็บค่าบริการ 20 เหรียญสหรัฐฯ

ส่วนแท็บเล็ตนั้นใช้เกณฑ์ที่ต่างออกไป โดยเรียยเก็บค่าบริการสูงสุดที่ 20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเครื่อง

ค่าบริการสำหรับแอปอะไรบ้าง ?

ค่าบริการดังกล่าว เป็นการเข้าใช้บริการ Google Mobile Service ซึ่งประกอบไปด้วยชุดแอปพื้น,านของ Google ที่ปรากฏให้เห็นในสมาร์ทโฟนระบบ Android ส่วนใหญ่ ซึ่งรวมถึง Gmail. Google Maps, Google Drive, Google Photos และรวมถึง Google Play Store แต่ยังไม่รวม Google Chrome และ Google Search อยู่ด้วย

นั้นหมายความว่าถ้าไม่มีแอปเหล่านี้ (ที่สำคัญคือ Google Play Store) ผู้ใช้ก็จะต้องหาวิธีติดตั้งแอปแบบ Third Party ในอุปกรณ์ของตนเอง หรือใช้วิธีการดาวน์โหลดแบบผิตกฏหมาย และดำเนินการติดตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต

อย่างไรก็ดี สำหรับในยุโรปนั้น บริการ Google Mobile Service ยังไม่รวมเบราว์เซอร์ Google Chrome และ Google Search

ถ้าผูผลิตไม่ยอมจ่ายล่ะ ?

ในปัจจุบัน ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนมีรายได้บางส่วนมาจากการที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android ใช้ Google Chrome หรือ Google Search โดยในโมเดลธุรกิจใหม่นี้ หากผู้ผลิตสามาถเลือกที่จะไม่ติดตั้งแอปดังกล่าวก็จะไม่ถูกตัดรายได้ในส่วนนั้นออกไป ซึ่งเป็นโน้มน้าวให้ผู้ผลิตยังคงติดตั้งชุดบริการ Google Mobile Service, Google Chrome และ Google Search ในอุปกรณ์ระบบ Android ทุกเครื่องได้

จริงอยู่ที่ผู้ผลิตสามารถเลือกที่จะแชร์รายได้จากเสิร์ชเอจิน Third Party อื่น ๆ ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมาธิการยุโรปต้องการ แต่ก็เป็นการยากที่จะขายสมาร์ทโฟนระบบ Android ที่มีแอปพื้นฐานของ Google หรือแม้กระทั่งเข้าใช้ Google Play Store ได้เลย

จะทำให้ราคาสมาร์ทโฟน “แพงขึ้น” หรือไม่ ?

เนื่องจากการที่ผู้ผลิตต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มขึ้น 40 เหรียญสหรัฐฯ ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาของสมาร์ทโฟนซึ่งผลิตในยุโรปจะสูงขึ้นตามไปด้วย

แต่อย่างไรก็ดี นโยบายใหม่นี้จะเริ่มใช้ในช่วงต้นปี 2019 จึงยังไม่ชัดเจนว่าสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่จะวางจำหน่ายในปี 2019 นี้ จะมีราคาเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงไร

ข้อมูลอ้างอิง : androidauthority

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการมือถือ

ชำแหละ Google Pixel 3 XL เผยให้เห็นหน้าจอที่ผลิตโดย Samsung พร้อมตัวเครื่องที่เชื่อมด้วยกาวอย่างแน่นหนา

Published

on

Google Pixel 3 XL

เปิดตัวกันไปได้สักพักหนึ่งแล้วสำหรับสมาร์ทโฟนของ Google อย่าง Pixel 3 XL ล่าสุด iFixit ก็ไม่รอช้า จึงชำแหละให้เห็นทุกชิ้นส่วนภายในเครื่องอย่างชัดเจน แต่จะมีชิ้นส่วนไหนที่บอบบางเป็นพิเศษกันบ้างนั้น ไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ

เริ่มต้นด้วยการแกะหน้าจอออกก่อน พบว่าหน้าจอของรุ่นนี้ผลิตจาก Samsung (ซึ่ง Touch Controller เป็นตัวเดียวกันกับที่ใช้ Galaxy S9 Plus) ต่างจากรุ่นที่แล้วอย่าง Pixel 2 XL ที่ใช้จอ OLED จาก LG จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม DisplayMate ถึงยกให้ Pixel 3 XL เป็นสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอแสดงผลดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆ

กาวยังยึดติดขดลวด NFC เข้ากับแบตเตอรี่ และยังยึดลำโพงเข้ากับโครงโลหะด้านล่างตัวเครื่องอีกด้วย ถ้าจะเข้าถึงช่อง USB-C, ถาดซิม และเสาอากาศบางตัว จำเป็นต้องแกะซีลที่เชื่อมติดด้วยกาว อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ บนเมนบอร์ดยังมีตัวระบายความร้อนจำนวนมาก เพื่อช่วยลำเลียงความร้อนจากชิปเซ็ตต่างๆ ไปยังบอดี้ที่ทำจากโลหะ

อย่างไรก็ตาม iFixit ได้ให้คะแนนความยากง่ายในการแกะเครื่อง 4 เต็ม 10 โดยที่ 10 คะแนนเต็มหมายถึงแกะง่ายที่สุด

  • ข้อดีคือ สกรูที่ใช้ขันยึดเครื่องนั้นเป็นแบบมาตรฐาน Torx T3 และกาวเชื่อมบริเวณแบตเตอรี่ซึ่งสามารถแกะออกจากตัวเครื่องได้โดยง่าย
  • ข้อควรระวังคือ โอริงและกาวเชื่อมซึ่งทำหน้าที่กันไม่ให้น้ำและความชื้นเข้าสู่ตัวเครื่อง ทำให้การแกะเครื่องซับซ้อนขึ้น
  • ข้อเสียคือ การจะถอดจอออกมาซ่อมนั้น ต้องแกะตัวเครื่องออกมาทั้งหมด ซึ่งการที่หน้าจอและฝาหลังเป็นกระจก หากทำตัวเครื่องตกกระแทกจะเกิดความเสียหายมากกว่าปกติ
  • สุดท้าย ถ้าจะแกะซ่อมอุปกรณ์ในเครื่องสักอย่าง ต้องลอกกาวที่เชื่อมฝาหลังออกไปก่อน และแปะกาวกลับเมื่อซ่อมเสร็จ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะกาวที่ใช้นั้นยึดเกาะได้แน่นมาก

 

ที่มา : GSM Arena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Xiaomi Black Shark 2
ข่าววงการมือถือ39 นาที ago

เผยภาพหลุดสมาร์ทโฟนเกมมิ่งตัวต่อไปอย่าง Xiaomi Black Shark 2 พร้อมโปสเตอร์ เปิดตัว 23 ตุลาคมนี้แน่นอน

ข่าววงการมือถือ3 ชั่วโมง ago

Google แก้เกม EU : เตรียมเรียกเก็บค่าใช้แอป Google สูงสุดถึง 40 เหรียญ ต่อสมาร์ทโฟนในยุโรป 1 เครื่อง

Razer Blade 15
ข่าววงการไอที4 ชั่วโมง ago

Razer เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ้ค Blade 15 มาพร้อมพัดลมที่ใหญ่กว่าเดิม และราคาที่ถูกลง สนนราคาเริ่มต้นที่ 52,000 บาท

Google Pixel 3 XL
ข่าววงการมือถือ5 ชั่วโมง ago

ชำแหละ Google Pixel 3 XL เผยให้เห็นหน้าจอที่ผลิตโดย Samsung พร้อมตัวเครื่องที่เชื่อมด้วยกาวอย่างแน่นหนา

ข่าววงการเกม6 ชั่วโมง ago

หลุด! Red Dead Redemption 2 เวอร์ชั่นพีซีอาจจะวางจำหน่ายในปี 2019

Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!