Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว ICONSIAM อย่างเป็นทางการ เน้นความเป็นไทยในความเป็นระดับโลก

ในที่สุด ICONSIAM โครงการห้างสรรพสินค้าและอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ มูลค่าโครงการรวม 54,000 ล้านบาทก็เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่บริเวณถนนเจริญนคร ย่านเมืองเก่าของกรุงเทพ ซึ่งอีกด้านของไอคอนสยามนั้นอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ดึงดูดทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว

ICONSIAM คือ ‘เดสติเนชั่น’ ที่เกิดจากการรวมพลังความคิดสร้างสรรค์ระดับชาติครั้งยิ่งใหญ่ จากหัวใจคนไทยหลายภาคส่วนผู้มีความรู้ความสามารถจากชุมชนทั่วประเทศ ภาคธุรกิจ ภาคราชการ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ จากหลายประเทศที่รักเมืองไทยรวมแล้วเป็นทีมผู้ร่วมสร้างสรรค์กว่า 1,000 คน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีความปรารถนาที่จะช่วยกันสร้างสัญลักษณ์ใหม่ให้เป็นตัวแทนจินตนาการแห่งยุค เสริมสร้างให้คนไทยภาคภูมิใจในความเป็นไทย และช่วยกันสืบทอดความงดงามของความเป็นไทยสู่ชนรุ่นหลัง อีกทั้งให้คนทั่วโลกที่มาเยือนรู้สึกหลงรักและประทับใจประเทศไทยมากยิ่งขึ้นนางชฎาทิพ จูตระกูล
กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด

นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด

ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงการใช้แนวคิดการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นสานประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน คือ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม ได้แก่

1. River Park

Community Space ขนาดใหญ่ริมน้ำ เพื่อการใช้สอยทุกวันของชุมชน ต่อยอดจากโลเคชั่นที่ได้เปรียบในเรื่องของทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยา มาสู่การสร้างพื้นที่ Community Space ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตร ที่ไม่เคยมีมาก่อน เปิดให้สาธารณชนเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ทุกวัน เป็นการเอื้อประโยชน์กับผู้คนในชุมชนโดยรอบ และผู้คนจากที่ต่างๆ ที่รักและชื่นชอบบรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยา

2. ระบำสายน้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

‘ICONIC Multimedia Water Features’ – จะเป็น Iconic Attraction ระดับโลก ที่ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ และประเทศไทย สร้างความแข็งแกร่งของกรุงเทพฯ เทียบชั้นมหานครอื่นๆ ทั่วโลก เช่น London Eye ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ Botanic Garden ที่ Marina Bay Sand ประเทศสิงคโปร์ เป็นต้น โดยจะช่วยจุดประกายการท่องเที่ยวให้กับทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเป็นปรากฏการณ์

3. สุขสยาม

เมืองมหัศจรรย์ที่เป็น Co-Creation Space ครั้งแรกในประเทศไทยกับการผนึกกำลังสร้างสรรค์จากชุมชนท้องถิ่น 77 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมสร้าง Platform ธุรกิจ และพื้นที่เชิงวัฒนธรรม โดยสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งของผู้ประกอบการรายย่อยจากชุมชนระดับท้องถิ่นจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ วิสาหกิจท้องถิ่น ศิลปินตัวจริงจากทุกภาค องค์กรภาครัฐ ช่วยกันสร้างเมืองที่นำเสนอสินค้ายอดนิยมและวัฒนธรรมที่เป็นความภาคภูมิใจของทุกจังหวัด เป็น Platform ต่อยอดการพัฒนาสินค้า เรียนรู้กลไกการค้าปลีกและค้าส่ง สู่ต่างประเทศ การตลาดรูปแบบใหม่อย่างครบวงจร ถือเป็น Commercial Ecosystem ที่มีการบริหารจัดการสินค้าโดยมีผู้เกี่ยวข้องทั่วประเทศและผู้ได้รับประโยชน์ในวงกว้าง สร้างงานสร้างรายได้และนำเสนอคุณค่าของสิ่งขึ้นชื่อของประเทศไทยอย่างเข้าถึงใจคน

4. ทรูไอคอนฮอลล์

ศูนย์ประชุมนวัตกรรมล้ำยุค ที่จะส่งต่อธุรกิจเป็นวงกว้างให้แก่ผู้ประกอบการทั้งแม่น้ำ และส่งเสริมอุตสาหกรรม MICE ของประเทศไทย โดยเป็นศูนย์ประชุมมาตรฐานสากลพร้อมนวัตกรรมล้ำยุคแห่งแรกในประเทศไทย ที่สามารถรองรับการจัดงานประชุมระดับชาติ และจัดแสดงโชว์ที่มีชื่อเสียง และงาน MICE ระดับโลกได้ จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้กรุงเทพฯ และประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ สนับสนุนอุตสาหกรรม MICE ของประเทศได้ อีกทั้งยังส่งต่อธุรกิจ กระจายผลประโยชน์ไปถึงกลุ่มธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด โดยจะเปิดในเดือนกรกฎาคม 2562

5. รถไฟฟ้าสายสีทอง

ส่งเสริมการพัฒนาเมืองที่เชื่อมต่อการคมนาคม รถ-ราง-เรือ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและศักยภาพเศรษฐกิจในวงกว้าง นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เอกชนผู้พัฒนาโครงการใหญ่ สนับสนุนการสร้างระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร ซึ่งที่จริงแล้วเป็นวิถีปฏิบัติของการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในหลายประเทศ นอกจากนี้ไอคอนสยามยังสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ถึง 4 ท่าในโครงการเพื่อเชื่อมโยงการสัญจรทาง รถ ราง เรือ เข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบ อำนวยความสะดวกให้กับผู้คนจำนวนมาก เพิ่มทางเลือกในการเดินทางซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนที่อาศัยอยู่แนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ดียิ่งขึ้น

6. พิพิธภัณฑ์ระดับโลก ‘ริเวอร์ มิวเซียม แบงค็อก’

Cultural Space in Commercial Project พื้นที่องค์ความรู้ให้สาธารณชนเรียนรู้และเข้าถึงศิลปะระดับโลกจากประเทศต่างๆ ได้ในชีวิตประจำวัน การสร้างพื้นที่พิพิธภัณฑ์มาตรฐานสากลครั้งแรกในเมืองไทยที่สามารถรองรับการจัดแสดงงานศิลปะล้ำค่าจากทั่วโลกที่จะหมุนเวียนมาจัดแสดงได้ จะเป็นพื้นที่ Cultural Space ที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงและเรียนรู้งานศิลปะจากทั่วโลกได้ง่ายขึ้น เป็นพื้นที่เชิงศิลปะวัฒนธรรมที่สร้างคุณค่าให้แก่สังคม โดยจะเปิดในเดือนกรกฎาคม 2562

7. ปรากฏการณ์รวมโลกในรอยไทย

รวมผลงานอันยอดเยี่ยมของศิลปินทุกแขนงกว่า 100 คน ตั้งแต่ศิลปินท้องถิ่นจากทุกภาคของไทย ไปจนถึงศิลปินแห่งชาติ รวมทั้งศิลปินระดับโลกจากหลายประเทศ มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกเพื่อไอคอนสยามโดยเฉพาะ ซึ่งไม่เคยปรากฎที่ไหนมาก่อนใน Commercial Project ในประเทศไทย นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จของวงการศิลปะไทยสู่เวทีโลก อาทิ

  • เสาจิตรกรรมจากสี่ภาคของไทย โดยศิลปินตัวจริงจาก 4 ภาค คุณทรงเดช ทิพย์ทอง คุณมีชัย สุวรรณสาร คุณอนุชา อุ่นช่วง คุณเป็นไท สว่างศรี ออกแบบลวดลายวิจิตรบรรจง แสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะ วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของแต่ละภาค
  • รูปปั้นผีตาโขน โดยคุณจิระ จิระประวัติ ณ อยุธยา ศิลปินและนักออกแบบชื่อดัง สะท้อนเอกลักษณ์ของศิลปะภาคอีสานที่สนุกสนาน สร้างสรรค์ จัดจ้านทางอารมณ์
  • ประทีปต้นผึ้ง โดยคุณกฤตพงศ์ แจ่มจันทร์ เจ้าของรางวัลถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตฯ การประกวดแจกันประดิษฐ์ดอกไม้สด ซึ่งประทีปแสดงถึงความเคารพสูงสุดของชาวล้านนา
  • หนังตะลุง โดยคุณวาที ทรัพย์สิน ทายาทครูหนังตะลุง สุชาติ ทรัพย์สิน ศิลปินแห่งชาติ นำเสนอตัวตะลุงที่มีเอกลักษณ์ดั้งเดิม ในรูปแบบแปลกใหม่

และร่วมกับศิลปินแห่งชาติหลากหลายสาขา อาทิ

  • อาจารย์ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ สาขาย่อยการจิตรกรรม สร้างสรรค์งานจิตรกรรมวิจิตรบรรจงทรงคุณค่าบนโครงสร้างเสาสูง 16 เมตร 4 ต้น
  • อาจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์ ศิลปินชั้นครูร่วมสมัยสร้างประติมากรรมใน commercial Space ครั้งแรก เนรมิตเสาแห่งมงคล ขนาดใหญ่ 8 ต้นตระการตาด้วยศิลปะงานพิมพ์และซิลค์สกรีน
  • งานของศิลปินแห่งชาติสาขาดนตรี ซึ่งแต่งเพลงให้ไอคอนสยามโดยเฉพาะ
  • งานภาพถ่ายจากศิลปินแห่งชาติจำนวนกว่า 400 ภาพ

นอกจากนี้ยังมีศิลปินต่างชาติที่มีชื่อเสียงได้มาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับศิลปินไทย ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่สามารถรวบรวมงานของทั้งศิลปินไทยและศิลปินต่างชาติทั่วโลกมาไว้ได้มากที่สุด

ICONLUXE ความหรูหราของแบรนด์ไฮเอนด์

ไอคอนลักซ์ (ICONLUXE) มีพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอาคารศูนย์กลางความหรูหราระดับโลก โดดเด่นทั้งสถาปัตยกรรม ที่เป็นอาคารกระจกโครงสร้างไร้เสาที่ยาวที่สุดในโลก รูปทรงคล้ายกระทงแก้ว เพื่อรวมแบรนด์ลักชัวรี่ชื่อดังจากทั่วโลกมาเนรมิตร้านแฟลกชิฟสโตร์ในรูปแบบ Global ICONIC Store ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงคอนเซ็ปต์ Icons within Icon ที่ไอคอนสยามได้รังสรรค์ให้ลักชัวรี่แบรนด์มีคฤหาสน์ของตนเองในรูปแบบ Duplex Mansion อยู่ภายในอาคารไอคอนลักซ์อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ และนอกจากนั้น ยังเป็นครั้งแรกของแบรนด์ชื่อดังระดับแนวหน้าของโลก และของไทยกว่า 7,000 แบรนด์ ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ นำเสนอสินค้าสุดพิเศษ เฉพาะที่ไอคอนสยามเท่านั้น

ไฮไลท์แบรนด์และสโตร์ที่เป็นปรากฏการณ์ ‘ที่สุด’ และ ‘ครั้งแรก’

  • สยาม ทาคาชิมายะ โดยทาคาชิมายะห้างสรรพสินค้าระดับตำนานที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากประเทศญี่ปุ่น เปิดสาขาแรกในประเทศไทยบนพื้นที่ขนาด 36,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 7 ชั้น ครบครันไปด้วยสินค้าที่หลากหลายสำหรับทุกเพศทุกวัย ทั้งหมดกว่า 500 แบรนด์ ในจำนวนนี้ เป็นแบรนด์ญี่ปุ่นชื่อดังมากถึง 180 แบรนด์ และมีกว่า 80 แบรนด์ เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นครั้งแรก
  • Apple Store แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นจุดศูนย์รวมให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยนความคิด เรียนรู้ และสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ไปด้วยกัน และจะเป็นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับคนในชุมชน ที่สำคัญ Apple ICONISAM ไม่ได้เป็นแค่ร้าน เพราะมีการเตรียมกิจกรรมที่น่าสนใจเอาไว้มากมาย ตั้งแต่โปรแกรมที่จะสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ไปจนถึงเซสชั่นแบบลงมือปฏิบัติจริง

  • @Cosme ร้านสเปเชียลตี้สโตร์เครื่องสำอางที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เปิดสาขาแรกในประเทศไทย บนพื้นที่มากกว่า 300 ตารางเมตร
  • H&M เปิดสโตร์ในรูปแบบอาคารของตัวเอง Triplex Store 3 ชั้นสุดอลังการเป็นครั้งแรก
  • Urban Revivo แห่งแรกในประเทศไทย
  • JD Sports ร้านมิลติแบรนด์สปอร์แฟชั่นชื่อดังระดับโลก สาขาแรกในประเทศไทย
  • Nike Kicks Lounge แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนพื้นที่มากว่า 210 ตารางเมตร นำเสนอสินค้าที่แตกต่างจาก Nike Store อื่นๆ
  • Adidas Original Store ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
  • ICONACTIVE พื้นที่สำหรับที่สุดของไลฟ์สไตล์ที่เป็นมากกว่าสปอร์ตแฟชั่น ครั้งแรกในประเทศไทย พื้นที่กว่า 1,350 ตารางเมตรนำเสนอเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย แอคเซสเซอรี่ แบรนด์ดังจากทั่วโลกกว่า 40 แบรนด์
  • Jumbo Seafood ร้านอาหารซีฟู้ดชื่อดังจากสิงคโปร์ สาขาแรกในประเทศไทย
  • ไอคอนคราฟต์ พื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร ที่เนรมิตขึ้นเป็นพิเศษในไอคอนสยาม เพื่อนำเสนอคุณค่าความเป็นไทยสู่ทุกสายตาทั่วโลก ด้วยการรวบรวมงาน นวัตศิลป์และงานคราฟต์แบบร่วมสมัยหลากหลายประเภทของคนไทยมาไว้ในที่เดียว เปิดโอกาสให้ช่างฝีมือไทยได้ต่อยอดความสามารถ เพิ่มคุณค่าในผลงาน ตลอดจนเพิ่มโอกาสและเพิ่มพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายผลงานของตนในโครงการที่จะเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

นอกจากนั้น ยังมีอาณาจักรยนตรกรรมระดับพรีเมียมลักชัวรี่ ที่รวบรวมสุดยอดยานยนต์เทคโนโลยีล้ำสมัย และประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เหนือระดับจากหลากหลายค่ายดัง ไม่ว่าจะเป็น Rolls-Royce, Maserati, Mini และ BMW Motorrad, Porsche, และ Toyota โดยเฉพาะ , BMW ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ในการชมรถยนต์ครั้งแรกในเอเชีย ด้วยเทคโนโลยี VR หรือเวอร์ชวลเรียลลิตี้ แสดงภาพรถเสมือนจริงผ่านแว่นแบบพิเศษ ให้คุณสามารถเดินชมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูได้รอบคัน เปลี่ยนสีตัวถัง กำหนดออปชั่น เปิดประตูเข้าไปดูในห้องโดยสาร ทดลองใช้ฟีเจอร์ต่างๆ หรือเปลี่ยนฉากเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็สามารถทำได้

โปรโมชั่นเปิด ICONSIAM

ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.2561 – 20 ม.ค.2562 ทุกการช้อปจะได้รับของรางวัลมากมาย รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท อาทิ

  • ช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป รับเคสโทรศัพท์มือถือลายพิเศษ
  • ช้อปครบ 20,000 บาท รับ Siam Gift Card มูลค่า 500 บาท
  • ช้อปครบ 1,000,000 บาท รับ Siam Gift Card มูลค่า 50,000 บาท
  • หากชำระผ่านบัตรเครดิตวันสยาม-กสิกรไทย ด้วย จะได้รับ เครดิตเงินคืน สูงสุด 10,000 บาทเพิ่มอีก รวมรับคืนสูงสุด 20,000 บาท
  • นอกจากนั้นยังมีโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมายร่วมกับบัตรเครดิตและพาร์ทเนอร์ต่างๆ ได้แก่ บัตรเครดิตวันสยาม-กสิกรไทย บัตรเครดิตกสิกรไทย บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ บัตรเครดิตซิตี้ บัตรเครดิตธนาคารออมสิน บัตรเครดิตกรุงศรี ทรูยู และทรูมันนี่

แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์’ เป็นคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยที่หรูหราที่สุดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สูง 70 ชั้น จำนวน 379 ยูนิต ขณะนี้เสร็จสมบูรณ์ไปแล้วกว่า 90% และ ‘เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ’ ซึ่งเป็นโครงการที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี่แบรนด์ ‘แมนดาริน โอเรียนเต็ล’ แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแห่งที่ 14 ของโลกความสูง 52 ชั้น จำนวน 146 ยูนิต ขณะนี้เสร็จสมบูรณ์ไปแล้วกว่า 85% โดยทั้ง 2 โครงการได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย ในฐานะโครงการที่พักอาศัยที่มีมาตรฐานเทียบชั้นโครงการที่พักอาศัยที่ดีที่สุดในต่างประเทศ เทียบเท่าที่พักอาศัยในมหานครชั้นนำอย่างนิวยอร์ค ลอนดอน โตเกียว และเซี่ยงไฮ้ พร้อมสร้างสถิติใหม่เป็นโครงการที่พักอาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีราคาสูงที่สุดคุ้มค่ากับการลงทุนและอยู่อาศัย โดยมีราคาเริ่มต้น 85 ล้านบาท สำหรับคอนโด 2 ห้องนอน และห้องเพนท์เฮ้าส์ โดยห้องชุดที่ใหญ่ที่สุดมีพื้นที่ใช้สอยรวม 707 ตารางเมตร ซึ่งมีราคาราวๆ 460 ล้านบาทนายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC)
ผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยสุดหรู 2 อาคาร ภายในโครงการไอคอนสยาม

แบไต๋เบื้องหลังโชว์โดรนในงานเปิดตัว ICONSIAM

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

FameLab Thailand 2019 ศึกการแข่งขันเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย ปีที่ 4

Published

on

บริติช เคานซิล ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มทรู สวทช. สวทน. อพวช. เดอะ สแตนดาร์ด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว “FameLab Thailand 2019” การแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์บนเวทีระดับโลก ปีที่ ในประเทศไทย เพื่อร่วมค้นหาสุดยอดนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขัน ณ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 3-9 มิถุนายน 2562พร้อมเชิญ FameLab Ambassadors ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ เจนเนอเรชั่น นำโดย ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.นพ.วรศักดิ์  โชติเลอศักดิ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ และผู้ได้รับทุน Newton Fund และ เฌอปราง อารีย์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแชร์มุมมองถึงความสำคัญของ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เพื่อการพัฒนาสังคมและประเทศ

จากซ้าย: เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48), ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย, ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ทักษะ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับบุคลากรที่อยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ ต้องมีความสามารถในการสื่อสารให้บุคคลทั่วไปเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์แต่ละสาขา และบทบาทที่ต่างกันในการขับเคลื่อนประเทศ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์จะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้บุคคลทั่วไปได้เข้าใจถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในฐานะตัวแปรสำคัญ   ในการพัฒนาสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจประเทศ โดยโครงการ FameLab ทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์ เข้ากับคนทั่วไปในสังคม ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงง่าย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ และในเรื่องการผลักดันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า FameLab คือ เวทีการแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ ให้สนุก และเข้าใจง่ายภายใน นาที ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีที่ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เพื่อค้นหาตัวแทนไปร่วมแข่งขันในงานเทศกาลวิทยาศาสตร์ระดับโลก (Cheltenham Science Festival) ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่ง FameLab Thailand 2019 เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ บริติช เคานซิล ร่วมมือกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรู คอร์ปอเรชั่น และหน่วยงานพันธมิตรอีกมากมาย ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ในฐานะหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะถูกจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยตัวแทนของประเทศไทยจะได้เข้าร่วมแข่งขันบนเวทีระดับโลก  “Cheltenham Science Festival” ในวันที่ 3 – มิถุนายน 2562 ณ สหราชอาณาจักร

ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคม กลุ่มทรูเล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสาร ที่จะสามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อสังคม และเป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการแบ่งปันองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ การสื่อสารวิทยาศาสตร์จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ได้เข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัว เวที FameLab เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการนำเสนอ การสื่อสารวิทยาศาสตร์” ให้คนรับรู้ว่าวิทยาศาสตร์   ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยากเสมอไป ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่ทาง ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ FameLab ซึ่งถือเป็นโครงการที่สอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มทรู ที่มุ่งมั่นสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร โดยจะนำศักยภาพด้านการสื่อสารของกลุ่มทรู สนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ ผ่านช่องรายการ ของทรูวิชั่นส์ / True4You / TNN 24 / True ปลูกปัญญา รวมถึง Social Media ของกลุ่มทรู นอกจากนี้ จะทำการถ่ายทอดสดการแข่งขัน FameLab รอบชิงชนะเลิศผ่านช่องทรูปลูกปัญญา ซึ่งเป็นช่องรายการยอดนิยมสำหรับเยาวชนและคนในวงการการศึกษาทั่วประเทศอีกด้วย

สัมภาษณ์ Brand Ambassador 3 คน 3 Generation

เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48) ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สนใจและศึกษาวิทยาศาสตร์ กล่าวในฐานะ FameLab Ambassador ว่า การสื่อสารวิทยาศาสตร์ หรือ Science communicationเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปได้เปิดโลกทัศน์มากขึ้น ทำให้ได้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว เพราะวิทยาศาสตร์ คือ ศาสตร์ที่อธิบายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะสำคัญในการศึกษาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีที่กำลังศึกษาอยู่ปัจจุบัน เพราะต้องเล่าเรื่องราวที่ได้ค้นคว้า นำมาเรียบเรียง ย่อยข้อมูล และนำเสนอข้อมูลให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์มาก่อน ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนที่รู้สึกว่าวิทยาศาสตร์ไกลตัว กลับมาให้ความสนใจมากขึ้นด้วย โดยเวที FameLab ถือเป็นเวทีที่ท้าทายสำหรับผู้ที่มีความสนใจทางวิทยาศาสตร์ทุกคน ได้เข้ามาทดสอบความสามารถด้านการสื่อสาร และ FameLab ยังถือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์เหมือนกัน ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกด้วย
ด้าน ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ก็ได้กล่าวถึงกิจกรรม FameLab Thailand 2019 นี้ว่าเป็นกิจกรรมที่ดี เพราะเชื่อมั่นว่า วิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องจำกัดในเรื่องอายุ ใครที่ชอบในการเรียนรู้ ก็สามารถเข้าใจมันได้
ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชพันธุศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ก็ได้พูดถึงประสบการณ์ เคล็ดลับว่า ต้องเชื่อว่าการสื่อสารวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมนุษย์มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราสามารถถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ต่อยอดเจริญก้าวหน้าไปได้ ถ้าเราสามารถสื่อสารถ่ายทอดสิ่งสำคัญไปให้รุ่นถัดไปได้ รุ่นถัดไปก็จะสามารถต่อยอดได้อย่างรวดเร็วและพัฒนาโลกได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัวลำโพงรุ่นใหม่ “BeoSound EDGE” จาก BANG & OLUFSEN ชูดีไซน์สุดหรูพร้อมเทคโนโลยีเด่นจัดเต็ม!

Published

on

อาร์ทีบีฯ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Gadget พร้อมรุกผนึกกำลังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท เอชดับบลิว เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและดำเนินการร้าน Bang & Olufsen เปิดตัวนวัตกรรมลำโพงตั้งพื้น/แขวนผนังระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด “BeoSound EDGE” โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ B&O ด้วยดีไซน์ใหม่ในรูปทรงเหรียญปอนด์ โดดเด่นอย่างมีสไตล์ ผสานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำมากมายที่พัฒนาขึ้นสำหรับลำโพงโดยเฉพาะเป็นครั้งแรก ทั้ง Active Bass Port และระบบเสียงรอบทิศทาง ที่จะตอบสนองไลฟ์สไตล์คอเพลงยุคใหม่โดยเฉพาะ

BeoSound EDGE

BeoSound EDGE เป็นลำโพงไร้สายระดับพรีเมี่ยม ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลง มาพร้อมกับแนวคิดการดีไซน์จากนักออกแบบชื่อดัง MICHAEL ANASTASSIADES ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเหรียญหนึ่งปอนด์ของประเทศอังกฤษ ผสานเข้ากับเทคโนโลยี IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟังเพลงทั้งในเรื่องคุณภาพเสียง และการใช้งานที่ง่ายดายและสนุกสนานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Active Bass Port ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bang & Olufsen ที่เป็นระบบเพิ่ม – ลด เสียงเบสตามความดังของเพลง การทำงานคล้ายกับสปอยเลอร์ของรถสปอร์ต ที่เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น และต้องการเบสมาก ก็จะเปิดตัวพอร์ทนี้เพื่อให้ความดังเบสออกมารองรับอย่างเหมาะสม ในขณะที่เมื่อเพลงเบาลง ก็จะสามารถปิดเพื่อไม่ให้เสียงเบสมีมากเกินจนกลบย่านกลางและสูง เหลือเพียงเสียงใส สะอาด ตามฉบับ B&O ได้เหมือนเดิม นอกจากนั้น BeoSound Edge ยังมาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา มาพร้อมกับ Woofer 200 วัตต์สองตัว, Midrange 100 วัตต์สองตัว, และ Tweeter 100 อีกสองตัว ช่วยให้การขับเสียงเบสได้อย่างทรงพลังยิ่งขึ้น

โดยสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth รวมไปถึงเชื่อมต่อผ่านแอปฯ BANG & Olufsen ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือจะเชื่อมต่อแบบ Streaming AirPlay และ Chromecast ก็ทำได้อย่างสะดวกสบายเช่นกัน โดยวางจำหน่ายในราคา 139,000 บาท ซึ่งเป็นราคามาตราฐานที่เท่ากันทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมี Gadget สุดล้ำต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของ B&O ไม่ว่าจะเป็น Bang & Olufsen BeoVision Eclipse OLED TV ที่สามารถหมุนได้ 360 องศาก็ล้ำไม่แพ้กันเลยทีเดียว

ซึ่งการร่วมมือกันระหว่างสองบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน จะทำให้กลยุทธ์ในการขยายตลาดของแบรนด์ B&O ประสบความสำเร็จ และทั้งสองตั้งเป้าไว้ว่า จะเพิ่มยอดขายโดยรวมให้ได้ 200% ในปี 2020

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

กสทช. เปิดคืนใบอนุญาต “ดิจิทัลทีวี” อย่างเป็นทางการ – ประกาศแผนคลื่น 700 MHz

Published

on

By

ฐากร ตัณทสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. ได้กล่าวว่า กสทช. จะพิจารณาเรียกคืนคลื่นความถี่ 694-790 MHz ซึ่งตอนนี้ใช้โดยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล มาจัดสรรใหม่เพื่อรองรับบริการ 5G และนำเงินที่ได้จากการประมูลชดเชยธุรกิจทีวีดิจิทัล

ซึ่ง ..นที ศุกลรัตน์ ได้ทำร่างหลักเกณฑ์ทั้งการเยียวยาและการประมูลคลื่น 700 MHz เสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดกสทชในวันที่ 15 ที่ผ่านมา โดยต้องการ ชดเชยการเสียประโยชน์จากการใช้คลื่น 700 MHz ให้ผู้เกี่ยวข้องในด้านทีวีดิจิทัลดังนี้

  • ชดเชยทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่ายเงินค่างวดประมูล 2 งวดสุดท้ายที่เหลืออยู่
  • ชดเชยค่าเช่า MUX (เครื่องส่งและเสาส่งสัญญาณ) และค่าเช่าสัญญาณดาวเทียมที่ช่องทีวีดิจิทัลต้องแบกรับภาระ
  • ผู้ประกอบการ MUX ได้รับเงินชดเชยการย้ายคลื่น หรือถูกเรียกคืนคลื่นบางส่วน
  • เงินสนับสนุนด้านทำ TV Rating

ส่งผลให้ผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่าย 1.6 หมื่นล้านบาทจาก 2 งวดสุดท้ายของค่าประมูล และเปิดทางให้ คืนใบอนุญาต ได้

ทั้งนี้ยังไม่ลดตัวว่าจะมีการประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz จำนวนกี่ใบ โดยจะต้องพิจารณาจาก ช่วงคือ ย่านรับ 703-738 MHz และ ย่านส่ง 758-793 MHz โดยมีจำนวนแบนด์วิดท์รวมทั้งสิ้น 2×35 MHz กำหนดระยะเวลาจ่ายเงิน 10 ปี 9 งวด

ส่วนระยะเวลาการขยายเครือข่าย และราคาเริ่มต้นประมูล ยังไม่มีข้อสรุป ต้องรอการทำงานของคณะทำงาน กสทช. ก่อน

อ้างอิง Positioningmag

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!