Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว ‘Dolfin’ กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่จับจุดคนใช้ ช่วยให้เงินมีค่ามากขึ้น

Dolfin Wallet

แอปพลิเคชัน Dolfin Wallet เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ (9 กันยายน 2562) โดยแอปพลิเคชันนี้ ครอบคลุม 5 บริการหลักคือ ระบบชำระเงินและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ , บริการสินเชื่อ , บริการประกันออนไลน์ , บริการบริหารสินทรัพย์และการลงทุน และบริการทำการตลาดเฉพาะกลุุ่ม

ซึ่งขณะนี้ เปิดให้บริการในส่วนของระบบชำระเงินและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นลำดับแรก โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Dolfin Wallet ได้แล้ววันนี้ทั้ง App Store และ Google Play Store

เมื่อดาวน์โหลดแล้ว จะต้องทำการยืนยันตัวตนเพื่อสมัครใช้บริการผ่าน E-KYC (Electronic Know-Your-Customer) การยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัลที่ใช้เพียงสมาร์ตโฟนและบัตรประชาชน โดยผสมผสานเทคโนโลยีไว้ 2 อย่างด้วยกัน คือ

  • เทคโนโลยี Facial Recognition

เทคโนโลยีการจดจำใบหน้า หรือ Facial Recognition ถูกใช้ในการยืนยันตัวตน ซึ่งจุดนี้ทาง Dolfin รับรองว่าการนำรูปถ่ายหรือวิดีโอมาใช้สแกนแทนใบหน้าจริงนั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะเทคโนโลยีนี้ มีการตรวจจับ Frame Rate และ Liveness Detection ผ่านการกะพริบตาเพื่อยืนยันว่านี่คือมนุษย์จริง ๆ

เทคโนโลยี Facial Recognition

เทคโนโลยี Facial Recognition

  • เทคโนโลยี OCR

การอ่านตัวอักษรจากภาพถ่าย หรือ  Optical Character Recognition (OCR) คือการลงทุนหลายร้อยล้านบาทของ Dolfin เพื่อให้ผู้ใช้คนไทยโดยเฉพาะ ซึ่งเทคโนโลยี OCR นี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกในการกรอกเอกสารโดยที่เราไม่ต้องกรอกอะไรเลย เพียงแค่ถ่ายรูป ระบบจะทำการตรวจจับตัวอักษรในรูปภาพ และแกะออกมาให้เราเสร็จสรรพ ช่วยลดเวลาในการกรอกเอกสาร และไม่เปลืองกระดาษอีกด้วย

Optical Character Recognition (OCR)

Optical Character Recognition (OCR)

เราสามารถเติมเงินเข้า Dolfin Wallet ได้ 2 ช่องทางคือ บัญชีธนาคาร (ธนาคารกรุงเทพ , ธนาคารกสิกรไทย , ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา) บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต (Visa , Mastercard และ JCB) โดยสามารถผูกบัตรได้แล้วตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2562

นอกจากนี้แอปพลิเคชัน Dolfin Wallet ยังมีโปรโมชันจากหลากหลายร้านค้า และยังสามารถเชื่อมต่อกับบัตรสมาชิก The 1 เพื่อสะสมแต้มได้อีกด้วย

ปัจจุบันแอปพลิเคชัน Dolfin Wallet รองรับการชำระที่ร้านค้ากว่า 2,700 แห่ง ครอบคลุมห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต โรงภาพยนตร์ และร้านค้าในเครือเซ็นทรัล นอกจากนี้ยังครอบคลุมจุดบริการพร้อมเพย์ของทุกธนาคารถึง 4.5 ล้านจุดทั่วประเทศ โดยการเชื่อมต่อกับบริการพร้อมเพย์จะต้องนำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตนที่จุดบริการ

ร้านค้าที่รับชำระด้วย Dolfin Wallet

ร้านค้าที่รับชำระด้วย Dolfin Wallet

โดยร้านค้าที่รับชำระเหล่านี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเครือเซ็นทรัลเท่านั้น แต่จะเป็นบริการแบบ Open-Loop ซึ่งในอนาคตจะรองรับร้านค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ

‘Dolfin’ เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิ-ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเซ็นทรัล บริษัทค้าปลีกของประเทศไทย , JD Digits ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมระดับโลก และ JD.com ผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจากประเทศจีน

คุณรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง กล่าวว่า “เรามุ่งเน้นการสร้าง Digi-Financial Ecosystem ร่วมกับพันธมิตรภาคธุรกิจทั้งในและนอกเครือเซ็นทรัล ธนาคาร สถาบันการเงิน และภาครัฐ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินดิจิทัลสำหรับคนไทยทุกระดับ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์คนไทยสู่ชีวิตยุคดิจิทัลและสังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบในอนาคต”

“Dolfin ไม่ใช่แค่แอปพลิเคชัน

แต่เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมหลากหลายบริการ

ให้คนไทยรู้สึกว่าการเงินเป็นเรื่องง่าย”

 

 

Mr. Rungruang Sukkirdkijpiboon

คุณรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!