Connect with us

ข่าววงการไอที

ชีวิตการเดินทางในมหานครดีขึ้นด้วย Application

ทุกวันนี้การเดินทางในเมืองที่ถูกเรียกว่ามหานครนั้น มักจะเต็มไปด้วยปัญหาการจราจร จากข้อมูลของ Global Traffic Scorecard Report ซึ่งเป็นผลจากการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลการจราจรของบริษัท INRIX พบว่า ประเทศไทยติดอันดับหนึ่งในประเทศที่ขึ้นชื่อว่ารถติดที่สุดในโลกโดยคนไทยทั่วประเทศเสียเวลาไปกับการอยู่บนถนนมากกว่า 61 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งทุกฝ่ายก็พยายามแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มรูปแบบของระบบ ขนส่งมวลชนในรูปแบบต่างๆ แต่ก็ยังไม่อาจเชื่อมต่อเข้าไปยังพื้นที่การอยู่อาศัยของคนเมืองใหญ่ได้

คนในยุคนี้จึงควรจะ “รวมพลังหาร 2” การแชร์กันสมัยนี้ทำได้ง่ายกว่าเดิมมาก ใครที่ยังคิดไม่ออกว่าการแชร์ทรัพยากรเพื่อใช้ร่วมกันนั้นมีเรื่องอะไรบ้างที่ทำได้ลองชมวิดีโอ เรื่อง“ยิ่งใช้ร่วมกัน ยิ่งประหยัดชัวร์” เพื่อสร้างแนวคิดดีๆ ที่จะช่วยกันประหยัดพลังงาน

จากแนวคิดนี้เองทางเลือกที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับชีวิตการเดินทางในมหานครก็คือการใช้ Application ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกและทำให้การเดินทางของคุณมีความสะดวกมากขึ้น

“ทางเดียวกันไปด้วยกัน”

Concept นี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่มีการพยายามรณรงค์กันหลายครั้งแล้วแต่จำนวนรถยนต์บนท้องถนนก็ไม่ได้ ลดลงเลยและส่วนใหญ่ยังคงเป็นการขับคนเดียวนั่งคนเดียวอยู่เหมือนเดิมอาจจะมีบ้างเรื่องการแวะรับเพื่อนร่วมงานที่เดินทางไปในทางเดียวกันซึ่งการร่วมเดินทางนั้นยังคงไม่เป็นรูปธรรมชัดเจนมีการจำกัดอยู่ในวงแคบเพียงแค่ญาติสนิทมิตรสหายเท่านั้น จะดีกว่าไหมถ้าเรื่องนี้จะถูกขยายผลออกไปในวงกว้างชนิดที่ว่าใครที่เดินทางไปในเส้นทางเดียวกันก็ไปด้วยกันได้ไม่ต้องจ่ายค่ารถ แต่เปลี่ยนเป็นแชร์ค่าน้ำมันแทนอย่างคนที่ทำงานที่เดียวกันบ้านอยู่ใกล้กัน ถ้าเลือกใช้วิธีแชร์รถคันเดียวกันเพื่อไปทำงานจะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากขนาดไหน จากข้อมูลการใช้น้ำมันของรถยนต์เครื่อง 1,500 ซีซี มีการใช้น้ำมันประมาณ 1 ลิตร ต่อการเดินทาง 12 กิโลเมตร ดังนั้นถ้าคน 4 คนต่างคนต่างขับรถคนละคันในเส้นทาง 24 กม. ก็คือมีการใช้น้ำมันมากถึง 8 ลิตร แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นคน 4 คนเดินทางไปในรถคันเดียวกันพบว่ามีการใช้น้ำมันเพียง 2.5 – 3 ลิตรเท่านั้น ซึ่งสามารถลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้มากถึง 5 ลิตรต่อการเดินทาง 1 ครั้ง เลยทีเดียว

“Liluna” Application ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริงด้วยการเป็นตัวกลางให้เจ้าของรถทำการลงทะเบียนยืนยันตัวตนพร้อมทะเบียนรถในระบบหลังจากนั้นก็ทำการกำหนดเส้นทางที่จะเดินทางเข้าไปในระบบได้เลยส่วนทางด้านผู้อยากจะร่วมเดินทางก็ต้องทำการยืนยันตัวตนในระบบก่อนเช่นกันหลังจากนั้นก็สามารถที่จะเรียกดูผ่านแอปฯ ได้เลยว่าตอนนี้มีใครกำลังจะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเดียวกับเราหรือไม่ ถ้าพบว่ามีก็สามารถแจ้งและนัดหมายกับเจ้าของเส้นทางได้เลยส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละครั้งผู้ขับจะเป็นคนกำหนดเองซึ่งจะมีราคาแจ้งไว้ที่หน้าแอปฯ

นี่คือ Application ที่ตอบโจทย์เรื่องของ Ride Sharing อย่างแท้จริงหนึ่งในวิธีทางเลือกของการเดินทางที่คุณเลือกที่จะสร้างวัฒนธรรมทางเดียวกันไปด้วยกันแบบใส่ใจพลังงานเพราะเส้นทางการเดินทางจะถูกกำหนด โดยเจ้าของรถเอาไว้ก่อนแล้วเพื่อนร่วมทางที่ไปทางเดียวกันจริงๆ จึงติดต่อและร่วมเดินทางไปด้วยซึ่งต่างจากแอปฯ ที่ใช้เรียกรถ Taxi มารับ

“จองก่อนจอด สบายใจกว่า”

ปัญหาหนักอกชาวมหานครเรื่องต่อมาก็คือเรื่องที่ต่อเนื่องมาจากเรื่องแรกนั่นเองรถบนถนนเยอะแล้วจะไปหาที่จอดรถได้ที่ไหนหลายต่อหลายครั้งพบว่าเราต้องเผื่อเวลาเดินทางเอาไว้สำหรับการหาที่จอดรถโดยเฉพาะเวลาที่ต้องเดินทางไปยังสถานที่ที่เราไม่คุ้นเคยก็อาจจะเสียเวลาในการหาที่จอดบางครั้งการวนหาที่จอดอาจจะทำให้พลาดนัดหมายที่สำคัญก็มีให้เห็นบ่อยๆ ครั้นจะจอดรถทิ้งไว้ข้างทางแล้วเดินไปก็คงเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะทำ

เรื่องแบบนี้มีตัวช่วยอย่าง Park2Go เอาไว้ในมือถือกันดีกว่าเพราะนี่คือ Application ที่จะทำให้คุณไม่ต้องไปเจอกับปัญหาหนักอกอย่างการหาที่จอดรถอีกต่อไปด้วยความสามารถของตัวแอปฯ ที่จะทำให้คุณสามารถหาที่จอดรถในสถานที่ปลายทางที่คุณต้องการไปได้ล่วงหน้าเพียงทำการกำหนดปลายทางว่าคุณจะไปที่ตำแหน่งใด ระบบจะทำการเลือกพื้นที่จอดรถที่ยังว่างอยู่ขึ้นมาให้คุณเลือกเพียงทำการเลือกตัวเลือกที่คุณพอใจมากที่สุดแล้วก็ทำการจองเพียงเท่านี้คุณก็ไม่ต้องเสียเวลากับการขับรถวนหาที่จอดอีกต่อไป

นี่คือ Application ที่รวบรวมสถานที่จอดรถจากการร่วมกันแชร์ข้อมูลของเจ้าของที่จอดทั้งหลายแน่นอนว่า บางที่อาจจะเป็น Rare ไอเท็มที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ว่ามีที่จอดรถตรงนั้นด้วยทุกสถานที่จอดลงทะเบียนกับระบบเอาไว้แล้วจึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยบางที่จอดอาจจะไกลที่หมายไปบ้างแต่มันก็คือตัวเลือกที่ดีที่สุดที่ทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นโดยจุดจอดรถที่ลงทะเบียนไว้กับ Park2Go มีมากมายหลายแห่งทั่วกรุงตามแนวสถานีรถไฟฟ้า, ห้างสรรพสินค้า และตามเขตชุมชนต่างๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็จองที่จอดได้ และยังช่วยลดปัญหาการสิ้นเปลืองน้ำมันจากการวนหาที่จอดรถได้อีกต่างหาก

“Bike Sharing สูตรสำเร็จชีวิตคนเมือง”

ถึงแม้ว่าเราจะมีตัวเลือกดีๆ ในการเดินทางมากมายอย่างที่กล่าวไปแล้วแต่ก็ยังพบว่ายังคงมีปัญหาที่เกิดขึ้น จากการที่สถานีของบริการขนส่งสาธารณะรวมถึงบริการที่จอดรถหลายแห่งยังคงห่างไกลจากสถานที่ต่างๆ    ที่เราต้องการจะไปอยู่ไม่น้อย ครั้นจะเดินก็อาจจะเหนื่อยเกินไปจะเดินทางต่อด้วยบริการขนส่งแบบอื่นก็เสียเวลา หลายครั้งที่เรานึกถึงการปั่นจักรยานขึ้นมาแต่ก็นั่นแหละบริการเช่าจักรยานแบบธรรมดาก็ไม่อาจจะตอบสนองความต้องการได้อยู่ดี

จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถที่จะเรียกดูผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนของเราได้ทันทีว่า ตอนนี้มีจักรยานว่างๆคันไหน จอดอยู่ใกล้ตัวเราบ้าง เมื่อหาเจอแล้วก็จัดการเดินเข้าไปทำการปลดล็อคด้วยมือถือของเรานี่แหละ จากนั้น ก็ปั่นไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการไป พอถึงที่หมายก็เพียงแต่จอดรถจักรยานในที่ที่ไม่ผิดกฎหมาย แล้วก็ทำการล็อคด้วยมือถือ จากนั้นเราก็เดินจากไปโดยที่ไม่ต้องสนใจจักรยานคันนั้นอีกเลยว่าจะมีใคร เอาไปใช้ต่อไหม

ส่วนค่าเช่าก็ตัดผ่านระบบเติมเงินภายใน Application ได้เลยเราขอแนะนำ ofo บริการจักรยานเช่าสาธารณะโดยคุณจะขึ้นคันไหนปั่นไปไหนจอดที่ไหนก็ได้ตามใจคุณ

การปั่นจักรยานถือเป็นการช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่เป็นสาเหตุของภาวะเรือนกระจกได้ ปัจจุบัน ofo มีจักรยานมากกว่า 14 ล้านคันใน 250 เมืองใหญ่ทั่วโลกและมียอดการใช้งาน 35 ล้านครั้งต่อวัน จากปริมาณการใช้นี้สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 3.78 ล้านตันเลยทีเดียว

จากเปิดบริการของ ofo ในประเทศจีนพบว่าสถิติการใช้รถยนต์เพื่อเดินทางในระยะสั้นไม่เกิน 5 กิโลเมตร ลดลงไปมากถึง 44% ด้วยบริการนี้ชาวมหานครอย่างเราก็จะเพิ่มความสะดวกในการเดินทางระยะสั้นๆ ได้มากขึ้น เร็วกว่าการเดินจากสถานีระบบขนส่งสาธารณะหรือที่จอดรถไกลๆ ด้วยการปั่นจักรยานแบบนี้กันดีกว่า ในกรุงเทพฯ เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นแล้วในเขตชุมชนและในมหาวิทยาลัยส่วนต่างจังหวัดเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต และ เชียงใหม่ก็มีให้บริการด้วยนะ

ทั้งหมดนี้เป็นความพยายามของการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยทำให้เกิดวัฒนธรรมแบ่งปันหรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่าการ “แชร์” ให้สามารถทำผ่านตัวกลางที่คอยอำนวยความสะดวกให้ทุกการแชร์เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นในรูปแบบของ Application บนหน้าจอสมาร์ทโฟนซึ่งใครๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของได้เพียงเท่านี้ชีวิตในการเดินทางของพวกเราก็ร่วมด้วยช่วยกันประหยัดพลังงานและทรัพยากรของโลกได้แล้วมาร่วมสร้างวัฒนธรรมหาร 2 วัฒนธรรมประหยัด ยิ่งใช้ร่วมกัน ยิ่งประหยัดพลังงานชัวร์!

Liluna

iOS: https://itunes.apple.com/us/app/liluna/id1183471298?mt=8

Android: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.devster.liluna

PARK 2 GO

iOS: https://itunes.apple.com/us/app/p2g/id1146325810?ls=1&mt=8

Android: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.p2g.app

Ofo

iOS: https://itunes.apple.com/th/app/ofo-riding-your-way-in-the-us-uk-and-sg/id1190831637?mt=8

Android: https://play.google.com/store/apps/details?id=so.ofo.abroad&hl=th

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการไอที

Apple เตรียมเปิดตัว iPad รุ่นใหม่ 4 รุ่นในปีนี้!

Published

on

นักวิเคราะห์ชื่อดัง Ming Chi-Kuo รายงานรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPad ทุกรุ่นที่จะเปิดตัวในปีนี้มีทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ iPad Pro รุ่นใหม่ 2 รุ่น, iPad และ iPad mini ครับ

Kuo ระบุว่า Apple เตรียมเปิดตัว iPad Pro รุ่นใหม่สองรุ่น, iPad และ iPad mini รุ่นใหม่ทั้งหมดภายในปลายปีนี้ โดยทั้งหมดจะเน้นไปที่การอัปเกรดสเปก ส่วน iPad 9.7 จะได้รับการเพิ่มขนาดหน้าจอจาก 9.7 นิ้ว ไปเป็น 10.2 นิ้วแทน ซึ่งอาจจะขัดกับรายงานของ Bloomberg ที่ Apple จะเปิดตัว iPad 10.2 ในช่วงฤดูใบไม้ผลิครับ

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Apple จะจัดงานพิเศษขึ้นในวันที่ 25 มีนาคมที่จะถึงนี้ แต่งานดังกล่าวจะเน้นไปที่บริการต่าง ๆ เป็นหลักซึ่งเราอาจจะไม่เห็น Apple เปิดตัวฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ ก็เป็นได้

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการไอที

Apple เตรียมเปิดตัว MacBook Pro หน้าจอ 16 นิ้ว, มอนิเตอร์ 31 นิ้วความละเอียด 6K รวมถึง iPhone และ iPad ใหม่

Published

on

รายงานใหม่จาก Ming Chi-Kuo เผยว่า Apple เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในปีนี้ ประกอบไปด้วย MacBook Pro, iPad และ iPhone รวมถึงหน้าจอแยกหรือ Monitor ด้วย

สำหรับ iPhone 2019 นั้นจะคงไลน์เดิมกับที่เปิดตัวในปี 2018 ได้แก่ iPhone XR, iPhone XS และ iPhone XS Max โดยทั้งสามรุ่นจะยังคงใช้พอร์ท Lightning ต่อไปแทนที่จะเปลี่ยนไปใช้ USB-C ครับ ในส่วนของสเปกที่อัปเกรดขึ้นมาคือ รองรับเครือข่ายกว้างขึ้น สามารถชาร์จไร้สายให้อุปกรณ์อื่นได้ (คุ้นๆ นะ) Face ID เพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น และกล้องสามตัว

ด้าน iPad ไม่ต่างจากรายงานก่อนหน้านี้มากนัก สำหรับ iPad 9.7 จะขยายขนาดหน้าจอจาก 9.7 ไปเป็น 10.2 นิ้ว โดยการลดขนาดของขอบหน้าจอลง แต่ยังคงเครื่องให้ขนาดปกติ ส่วน iPad mini จะเน้นไปที่การอัปเกรดสเปกเป็นหลัก

ปิดท้ายด้วยสินค้าตระกูล Mac คาดว่า Apple จะเปิดตัว MacBook Pro ขนาดใหม่ หน้าจออยู่ระหว่าง 16 – 16.5 นิ้วพร้อม “ดีไซน์ใหม่หมดจด” (all new design) และ Apple จะกลับมาลงตลาดหน้าจอใหม่ด้วยการเปิดตัวหน้าจอขนาด 31 นิ้ว ความละเอียด 6K ที่มาพร้อมคุณสมบัติ Mini LED-like เพื่อยกระดับการแสดงผลรูปภาพให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้รุ่นเก่าก็ไม่ได้โดนเทแต่อย่างใด Kuo รายงานว่า MacBook Pro 13 จะมีตัวเลือกแรม 32GB ด้วย ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกถึง 16GB เท่านั้น

ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ อย่าง AirPods 2 จะรองรับการชาร์จไร้สาย และเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อ Bluetooth ​โดยจะวางขายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2019 และระบบ ECG ใน Apple Watch 4 จะขยายให้รองรับหลากประเทศมากยิ่งขึ้น

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการไอที

นักวิจัยความปลอดภัยพบข้อความที่ถูกลบบนทวิตเตอร์ ถึงแม้บัญชีนั้นจะถูกปิดการใช้งานไปแล้วก็ตาม!

Published

on

มันคงจะไม่ใช่เรื่องดีเลยหากข้อมูลการสนทนาที่เราไม่ต้องการนั้นไม่ได้หายไปไหนอย่างที่เราเข้าใจ แต่กลับถูกเก็บไว้อีกเป็นเวลาหลายปี แม้ว่าเราจะลบบัญชีผู้ใช้ไปแล้วก็ตาม

Karan Saini นักวิจัยด้านความปลอดภัย บอกกับ TechCrunch ว่าเขาพบข้อความที่มีอายุนานหลายปีในการจัดเก็บข้อมูลของทวิตเตอร์ของเขา ไม่ว่าจะมาจากบัญชีที่ถูกลบหรือระงับไปแล้วก็ตาม เมื่อเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ สื่อพิมพ์ต่าง ๆ พยายามเข้ามาตรวจสอบ โดยตรวจสอบจากไฟล์เก็บถาวรและค้นหาการสนทนากับบัญชีที่ถูกระงับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2016 และรายงานว่าสิ่งที่ Saini พูดเป็นเรื่องจริง

ภายใต้หลักเกณฑ์ของทวิตเตอร์ ที่ทางบริษัทเขียนไว้ตามเงื่อนไขทางกฏหมายว่า คุณสามารถกู้คืนบัญชีและข้อมูลทั้งหมดได้ภายใน 30 วันหลังจากบัญชีมีปัญหา และจะเก็บข้อมูลภาพรวมของบัญชีที่เกี่ยวข้องไว้เป็นเวลา 90 วันเท่านั้น

แต่สิ่งที่นักวิจัยความปลอดภัยเจอนั้น เป็นในส่วนของข้อความที่ถูกลบโดยผู้ใช้งาน (Direct messages) หรือบุคคลที่สนทนาด้วย การลบข้อความจึงสามารถลบได้เพียงแค่ข้อความในกล่องข้อความของคุณเท่านั้น แต่ทวิตเตอร์จะทำการสำรองข้อมูลด้วยการดึงข้อมูลมาจากแชทของคุณและคู่สนทนา ทำให้แพลตฟอร์มสามารถเก็บสำเนาได้จากสองช่องทาง

Saini กล่าวว่าข้อมูลต่าง ๆ ยังคงสามารถเข้าถึงได้เนื่องจาก “functional bug” มากกว่าปัญหาเรื่องความปลอดภัย ซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้แน่ ๆ หากทวิตเตอร์ยังไม่ทำการพิจารณาขอบเขตของปัญหาเหล่านี้เพิ่มเติม

ส่วนใครที่อยากจะกู้คืนข้อมูล คุณสามารถเรียกดูข้อมูลเหล่านั้นได้โดยการส่งคำร้องไปที่ทวิตเตอร์ในเมนูการตั้งค่าบนทวิตเตอร์ได้เลย
อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!