ios 14

Apple เปิดตัว iOS 14 ยังชื่อเดิม เพิ่ม Widgets, Picture-in-Picture และอื่น ๆ

นับว่าเป็น WWDC ครั้งแรกของ Apple ที่ถูกจัดขึ้นในรูปแบบดิจิทัลทั้งหมด เนื่องจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้ไม่สามารถจัดได้เหมือนกับปีที่ผ่าน ๆ มา แต่หากใครที่รับชมก็น่าจะเห็นแล้วว่าการจัดในรูปแบบนี้ทำให้ Apple เพิ่มลูกเล่นในการนำเสนอได้อย่างเต็มที่มากขึ้น แต่ในงานนี้มีอะไรใหม่ใน iOS 14 บ้างนะ?

ยังไม่เปลี่ยนชื่อ

จากข่าวลือก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Apple จะเปลี่ยนชื่อจาก iOS เป็น iPhoneOS ซึ่งก็ยังไม่มีการเปลี่ยนอะไรนะครับ เรียก iOS เหมือนเดิม

โฮมสกรีนใหม่

App Library: เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นในที่เดียว รวมแอปทั้งหมดไว้ได้ที่เดียว ทำให้หน้าจอแสดงผลเหลือแอปเท่าที่ใช้บ่อย ๆ

Widgets: นับเป็นครั้งแรกของ iOS ที่มากับคุณสมบัติวิดเจ็ต (ตามข่าวลือ) ทำให้สามารถใช้งานหน้าจอโฮมสกรีนได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

Picture-in-Picture: หรือเรียกย่อ ๆ ว่า PIP เป็นฟีเจอร์ที่จะย่อวิดีโอให้ที่เรากำลังรับชมออกมาจากแอปพลิเคชัน แล้วแสดงให้เล็กลงที่มุมของหน้าจอ ซึ่งฟีเจอร์นี้รองรับการใช้งานบน Mac ตั้งแต่ macOS Sierra แล้ว

Siri

  • ออกแบบการแสดงผลใหม่ ลดการใช้พื้นที่ทั้งหน้าจอ เหลือเพียงขอบด้านล่างเท่านั้น
  • เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่าง รองรับการส่งข้อความเสี่ยงผ่าน Siri โดยตรง
  • ระบบ Voice Recognition ของ Siri จะประมวลผลบนเครื่อง ไม่ต้องส่งไปมากับเซิร์ฟเวอร์ได้
  • เปิดตัวแอป Translation รองรับการแปลภาษาแบบ real-time รองรับทั้งหมด 11 ภาษาได้แก่อังกฤษ, จีนกลาง, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, สเปน, อิตาเลียน อารบิก, รัสเซีย และ โปรตุเกส

Message

Craig กล่าวว่าที่ผ่านมามีจำนวนผู้ใช้งาน iMessage เพิ่มขึ้น 40% มีการใช้งานแบบกลุ่มเพิ่มมากขึ้น 2 เท่า (ไม่รู้ผู้ใช้สแปมคิดเป็นกี่เปอร์เซนต์ในนี้) โดย Message มีฟีเจอร์ใหม่เพิ่มมาดังนี้

  • สามารถเลือกพินแชตหรือปักหมุดการสนทนาไว้ที่ด้านบนสุดได้แล้ว
  • รองรับการ Mention เหมือนแอปแชตอื่น ๆ
  • Memoji แบบใหม่

App Clips

เป็นฟีเจอร์ที่ทำให้สามารถใช้งานแอปได้ส่วนหนึ่งโดยไม่จำเป็นต้องมีตัวแอปทั้งหมด รองรับการเปิดใช้งานผ่าน NFC หรือ QR Code ซึ่งทำให้นักพัฒนาและเจ้าของธุรกิจสามารถดึงผู้ใช้มาใช้บริการและแอปได้ง่ายขึ้น

อื่น ๆ

  • CarPlay: วอลเปเปอร์แบบใหม่, รองรับการใช้งาน CarKey โดยรถยนต์ที่จะรองรับการใช้งานด้วยคือ BMW 5 ในปี 2021
  • Maps: เพิ่มความแม่นยำ, เพิ่ม EV Routing สำหรับหาจุดชาร์จ, การนำทางด้วยจักรยาน และแนะนำสถานที่ต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร

สรุปข่าวจาก WWDC 2020

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส