ไขปริศนา ทำไมสหรัฐฯ ถึงมีอำนาจทำลายการค้าของ Huawei ได้มากขนาดนี้

มาตรการล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาคือการขัดขวางไม่ให้ Huawei สามารถซื้อชิปประมวลผลจากบริษัทพัฒนาหรือผลิตชิปที่ใช้เทคโนโลยีของสหรัฐฯ ได้ ซึ่งถือว่าเป็นการเดินเกมที่สะกัดกั้นการพัฒนาของ Huawei อย่างไร้ความปราณี

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้สั่งห้ามไม่ให้ Huawei รับชิปเซ็ตที่ผลิตจากบริษัทต่างประเทศ รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่พัฒนาหรือผลิตโดยใช้ซอฟต์แวร์หรือเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกาโดยมีผลทันที การออกมาตรการนี้ถือเป็นส่วนขยายของกฎที่ประกาศในเดือนพฤษภาคม นับเป็นการอุดช่องโหว่ของกฏหมายเดิมที่ถึงแม้ว่า Huawei จะไม่สามารถสั่งผลิตชิป Kirin แต่ยังสามารถซื้อชิปจาก MediaTek ได้อยู่ การทำแบบนี้ส่งผลให้ Huawei ไม่สามารถซื้อชิปจาก MediaTek ได้

huawei p40 pro 5g หัวเว่ย หัวเหว่ย kirin 990 5g

Geoff Blaber รองประธานฝ่ายวิจัยของ CCS Insight บริษัทข่าวกรองตลาดกล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์นั้น ไม่ว่าจะซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ต่างก็มีพื้นฐานมาจากสหรัฐอเมริกาเกือบทั้งหมด Huawei มีทางออกน้อยมากสำหรับเรื่องนี้ บริษัทชั้นนำของโลกเกี่ยวกับการออกแบบชิปประมวลผลก็เป็นของสหรัฐอเมริกาซะหมด เช่น Cadence Design Systems, Synopsys และ Ansys หรือแม้แต่บริษัท Mentor Graphics บริษัทดีไซน์ชิปอันดับสามของโลกที่ถูกเยอรมนีซื้อไปแล้วก็ยังทำการในสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน

ทั้ง 4 บริษัทข้างต้นคุมตลาดการออกแบบชิปทั้งหมด 90% ของทั้งโลก และเนื่องจากทั้ง 4 บริษัทเป็นเจ้าของสิทธิบัตรหรือทรัพย์สินทางปัญญาด้านการออกแบบชิปหลายอย่าง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีบริษัทมาล้มหรือแทนที่ได้ในเร็ว ๆ นี้

การผลิตชิปเซ็ตนั้นมีความซับซ้อนที่สูงมาก หลาย ๆ กระบวนการต้องการเทคโนโลยีขั้นสูง อย่างตอนนี้มีเพียง Cadence และ Synopsys สองบริษัทที่สามารถใช้กระบวนการ end-to-end ในการผลิตชิปเซ็ตขั้นสูงได้ ส่วนเทคโนโลยีของ Huawei ยังไปไม่ถึงจุดชั้น ทั้งหมดยังเป็นเครื่องมือแบบเก่า หากขาดซอฟต์แวร์จากสหรัฐอเมริกาก็เป็นไปได้ยากมากที่ Huawei จะสามารถพัฒนาให้ทันบริษัทระดับต้น ๆ ของโลก

Arm Ltd. บริษัทผู้ออกแบบชิปแห่งสหราชอาณาจักรได้จัดทำพิมพ์เขียวที่สร้างชิปมือถือมากกว่า 90% ของโลก ถึงแม้ว่าสำนักงานจะอยู่ในสหราชอาณาจักร แต่ศูนย์การวิจัยและพัฒนาหรือ R&D นั้นตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าก็ต้องอยู่ภายใต้กฏหมายของสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน

ผู้ผลิตหรือออกแบบชิปประมวลผลหลายรายในโลก ไม่ว่าจะเป็น Apple, Huawei, Sony, Samsung, SK Hynix, Kioxia, NXP, Qualcomm, Nvidia, MediaTek, Broadcom และ STMicroelectronics ล้วนต้องอาศัยสิทธิบัตรเหล่านี้จึงจะสามารถดำเนินการผลิตและใช้งานจริงได้ การที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศมาตรการแบน Huawei ที่หนักกว่าเดิมทำให้ Huawei หมดช่องทางในเรื่องชิปเซ็ตไปเลย

ไม่เพียงแค่เรื่องซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ในการผลิตชิป สหรัฐฯ ยังเป็นผู้นำในด้านวัสดุและเคมีต่าง ๆ เช่น บริษัท Dow DuPont, 3M และ Corning​ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตชิปเซ็ตรวมไปถึงชิ้นส่วนอื่น ๆ เช่นหน้าจอ อ้างอิงจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเผยว่ามาตรการนี้ครอบคลุมไปไกลกว่าแค่เรื่องชิปเซ็ต แต่ยังไปถึงส่วนประกอบสำคัญอื่น ๆ ชิ้นส่วนหน้าจอ ซึ่งบริษัทที่ผลิตหน้าจอในโลกยังต้องใช้วัสดุจาก Corning และ 3M อยู่

จอ Goriila Glass ของ Corning

ถึงแม้ว่าผู้ผลิตในเอเชียเช่น Huawei หรือ Samsung จะมีความสามารถในการออกแบบชิปประมวลผลได้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ก็ต้องอาศัยทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นของสหรัฐอเมริกาทั้งหมดไม่ว่าจะเรื่องซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงวัสดุและเคมีต่าง ๆ ทำให้ Huawei ไม่สามารถสู้ได้เลยเมื่อเจอกฏหมายล่าสุดนี้เข้าไป

แม้แต่ Mark Liu ประธาน TSMC ยังบอกเป็นนัยว่า มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้ผลิตชิปในการผลิตชิปโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยีของสหรัฐฯ โดยตอนนี้เอง Huawei ก็ได้ริเริ่มโครงการ Nanniwan โครงการผลิตภัณฑ์ที่เลี่ยงเทคโนโลยีสหรัฐฯ แล้วด้วย

อ้างอิง Nikkei

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส