Connect with us

ข่าววงการไอที

ยานยนต์ไร้คนขับอาจถูกหลอกได้จากสัญญาณปลอมที่สร้างโดยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาถูกเท่านั้น

รู้ไหมครับว่า ยานยนต์ไร้คนขับนั้นสามารถถูกหลอกด้วยสัญญาณ และ สิ่งเร้าปลอมๆที่มนุษย์เป็นผู้ทำขึ้นมาเองได้เหมือนกัน
JeffKowalskyCorbis4254044417-1441388783311

หากคุณคิดว่า อันตรายที่สุดของยานยนต์ไร้คนขับที่สามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยตัวของมันเอง (self-driving cars) นั้นเสี่ยงต่อการถูกแฮกจากระยะไกล (remote hack) แล้วล่ะก็ มันมีอะไรที่อันตรายกว่านั้น และ ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้ความสามารถในการแฮกด้วย แต่อันตรายต่อ self-driving car เหมือนกัน

อันตรายที่ว่า นั่นคือ อันตรายที่อาจจะเกิดได้จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาถูกๆ

หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า แค่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาถูกๆเนี่ยนะ ??? มันจะทำอันตรายอะไรได้ ???

Jonathan Petit นักวิจัยเกี่ยวเรื่องความปลอดภัยระบบ กล่าวว่า คุณสามารถจะหลอก LIDAR โดยการส่ง echoes หรือคลื่นเสียงสะท้อน ที่เป็นเสียงของรถที่ปลอมขึ้นมา หรือจะเป็นเสียงของวัตถุอื่นๆก็ได้ ผ่าน laser pulse

LIDAR คืออะไร??

LIDAR เป็นภาษาอังกฤษที่ย่อมาจาก Light Detection and Range ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับการสำรวจภูมิประเทศแบบใหม่ การทำงานของมัน คือ การวัดระยะจากระยะเวลาในการเดินทางของลำแสงเลเซอร์ ที่เดินทางจากตัวเซนเซอร์ ไปยังตัววัตถุ และเดินทางกลับมายังเซนเซอร์

e7f747a761f7487385345f31edfca91d

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาถูกๆที่ว่า ก็ยกตัวอย่างเช่น เครื่องเลเซอร์กำลังต่ำ (low-power laser) ซึ่งเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พื้นฐานๆ เท่านั้น

เมื่อหาอุปกรณ์ได้แล้ว สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ รอเวลาที่เหมาะสม ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เล็งอะไรแม่นยำด้วยซ้ำ

Petit ทำการทดลอง เพื่อพิสูจน์สิ่งที่เค้าพูด โดยทำการหลอกล่อ object ที่เค้าใช้ในการทดลองจากระยะทางไกล 330 ฟุต (ประมาณ 100.58 เมตร) โดยที่เค้าระบุว่า มันมีผลตัว object ที่นำมาทดลอง

แปลเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายขึ้น คือ เกิดมีคนนำอะไรแบบนี้ไปทำจริงๆล่ะก็ จากที่เจ้า self-driving car ขับเคลื่อนแบบปกติ อยู่ดีๆ มันก็จะหักเลี้ยว หรือ หยุดเอง เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายให้ตัวมันเองจากสัญญาณปลอมที่คนทำขึ้นมา

แต่ก็ยังไม่มีรายงานที่แน่ชัดว่า เรื่องนี้จะเป็นประเด็นอะไรใหญ่โตมากมั้ย ซึ่งเทคนิคของ Petit นั้นจะใช้ได้ผลกับ หน่วยคลื่นของ LIDAR ที่ไม่ได้ถูกเข้ารหัส หรืออยยู่ในสภาพมัวๆ

ก็ต้องมาดูกันว่า เมื่อทางด้านผู้ผลิต self-driving car ทราบปัญหานี้แล้ว จะทำการแก้ไขยังไงต่อไป

ที่มา : engadget  |  Spectrum IEEE
รูปจาก : techhive

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!