Connect with us

ข่าววงการถ่ายภาพ

เปิดตัว Osmo Mobile รุ่นสอง โฉมใหม่ องศาใหม่ ชาร์จง่ายขึ้น

Published

on

ถ้าใครจำกันได้เมื่อเดือนกันยายน 2016 ที่ผ่านมา DJI ผู้นำโดรนถ่ายภาพได้เปิดตัว “Osmo Mobile” กิมบอลสำหรับสมาร์ตโฟน สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพหรือทำไลฟ์ผ่านโซเชียลด้วยสมาร์ตโฟน มีจุดเด่นที่เบา พกพาง่าย และใช้ได้นานเมื่อเทียบกับ Osmo Camera

Osmo Mobile ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน ปี 2016

ล่าสุด ในงาน “CES2018” ที่อเมริกา DJI ก็ได้เปิดตัว “Osmo Mobile 2” กิมบอลสมาร์ตโฟนในรุ่นที่สอง ซึ่งมีการอัปเกรดให้สวยขึ้น ใช้งานดีขึ้น และมีองศากว้างขึ้นกว่าเดิม

แล้วรุ่นใหม่ดีกว่ารุ่นเดิมอย่างไร?

เริ่มต้นที่ดีไซน์ของตัวเครื่องก่อนเลย ดีไซน์ไม่ต่างจากรุ่นแรกมากเท่าไหร่นัก แต่มีจุดที่แตกต่างที่สามารถสังเกตได้ ก็คือ ไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่บนด้ามจับ ที่มีบอกถึงสี่จุด ต่างจากรุ่นเดิมที่มีจุดเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนสีเพื่อสื่อถึงสถานะของแบตว่ายังมีไฟ หรือหมดไฟแล้ว

จุดต่อมาก็คือ การควบคุมตัวเครื่อง รุ่นก่อนจะมีแค่ปุ่มถ่ายภาพนิ่ง, ปุ่มถ่ายภาพวิดีโอ และคันโยกที่สามารถควบคุมการแพน และมุมก้ม-มุมเงย (ซึ่งสามารถสั่งซูมภาพได้ถ้าถ่ายผ่านแอป DJI Go และสมาร์ตโฟนซิงค์กับบลูทูธ) คราวนี้ DJI ทำปุ่มซูมแยกออกมาต่างหาก สามารถซูมภาพได้ง่ายขึ้น ซึ่งแทบไม่ต้องใช้นิ้วมือของคุณไปถ่างจอซูมจนกลัวมือลั่นเผลอกดจบไลฟ์

รวมถึงตัวหนีบ หรือช่องเสียบสมาร์ตโฟน รุ่นนี้สามารถจับถ่าง แล้วนำสมาร์ตโฟนมาเสียบได้เลย ต่างจากรุ่นก่อนที่ต้องบิดลูกบิดเพื่อคลายความกว้างให้พอดี แล้วบิดล็อกอีกทีก่อนใช้งาน และยังไม่พอ ยังสามารถบิดปรับให้เป็นแนวตั้ง หรือแนวนอนก็ได้ เพื่อเอื้อต่อการไลฟ์ในสื่อโซเชียลบางสื่อที่ต้องไลฟ์ในแนวตั้งเท่านั้น อย่าง Instagram และ Periscope เป็นต้น ไม่ต้องมาบิดข้อมือแล้วถือตัวด้ามให้เป็นแนวนอนเหมือนจับแฮนด์มอเตอร์ไซค์อีกต่อไป

นอกเหนือจากนี้ การชาร์จแบตของเครื่อง ในรุ่นก่อนหน้า นอกเหนือจากการถอดแบตออกมาชาร์จกับแท่นชาร์จแล้ว ยังสามารถชาร์จโดยใช้สาย 3.5mm to USB เพื่อชาร์จไฟเข้าแบตได้โดยตรง ในรุ่นใหม่นี้ ได้เปลี่ยนเป็นสาย MicroUSB เพื่อชาร์จได้ง่ายขึ้น จะชาร์จไฟบ้านหรือผ่านพาวเวอร์แบงค์ก็สะดวก ส่วนแบตมีความจุมากถึง 2600 mAh ซึ่งถือว่าเยอะมากจากรุ่นก่อนที่ให้มาแค่ 980 mAh และ DJI ก็ได้เคลมไว้ว่า เพียงแบตก้อนเดียว สามารถทำไลฟ์ได้ยาวนานถึง 15 ชั่วโมง และใช้เวลาชาร์จไฟแค่ 2 ชั่วโมง (ชาร์จไฟเข้า 2 แอมป์)

ชาร์จกับพาวเวอร์แบงก์ก็ได้ (Source: Slash Gear)

แบตที่มีเยอะมากขนาดนี้ ยังสามารถชาร์จไฟให้กับสมาร์ตโฟนที่ทำไลฟ์ได้ถึง 1 ชั่วโมง (จ่ายไฟให้สมาร์ตโฟน 5 โวลต์ 1.5 แอมป์) สำหรับคนที่ชอบไลฟ์จนไม่กลัวแบตมือถือจะหมดอีกด้วย (แต่ไลฟ์เฟซบุ๊กครบ 4 ชั่วโมง ระบบจะตัดนะ ฮ่าๆๆ…)

มีช่องเสียบ USB มาพร้อมในตัว จะจ่ายไฟให้มือถือก็ง่ายมากๆ แค่หาสายชาร์จมาเสียบ

ในส่วนของกิมบอลนั้น มีการปรับองศาให้กว้างกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ โดยสามารถแพน และปรับมุมก้ม-เงยได้ถึง 170 องศา ซึ่งเพิ่มจากรุ่นก่อนหน้า 10 องศา รวมถึงเทคโนโลยีที่มีในตัว อย่าง ActiveTrack ใช้ในการจับตัววัตถุที่ต้องการแล้วแพนตามทิศทางที่วัตถุเคลื่อนไป, Motionlapse ทำภาพ Time Lapse โดยมีการแพนมุมกล้องร่วมด้วย และ Zoom Control สามารถควบคุมการซูมของภาพได้ง่ายและไหลลื่นมากขึ้น และแน่นอน ตัวเครื่องหนักแค่ 485 กรัมเท่านั้น แต่ถ้าใส่สมาร์ตโฟนลงไปแล้วจะหนักเท่าไหร่นั้น ต้องลองชั่งกันอีกที

ในส่วนของการวางจำหน่ายนั้น ทาง DJI ยังไม่มีแจ้งออกมา แต่จากแหล่งข่าวอ้างอิงได้รายงานว่า ราคาวางจำหน่ายเริ่มต้นที่ 129 เหรียญสหรัฐ และสามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม เป็นต้นไป ส่วนใครที่สนใจ ก็สามารถลงทะเบียนรอรับข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ของ DJI ได้เลย

ที่มา: DJI, Slash Gear, Android Police, DPreview

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการถ่ายภาพ

เปิดตัว BNK48 เป็นพรีเซนเตอร์กล้อง Fuji X-A5 อย่างเป็นทางการ

Published

on

ฟูจิฟิล์มชิงความเป็นเจ้าตลาด สานต่อ “Find Your Wonder-side” เปิดตัวกล้อง  X-A5 กับ Brand Ambassador สุดฮอต BNK 48 เจาะกลุ่มเป้าหมายหลักของผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายเซลฟี่

บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีกล้องดิจิตอล หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่งจากกล้องระดับ Entry Level  ตั้งแต่ในรุ่น X-A2 และต่อยอดความสำเร็จในรุ่น  X-A3 ที่ได้รับความนิยม ล่าสุดฟูจิฟิล์มเปิดตัวกล้องมิลเลอร์เลส X-A5 กล้องที่ตอบโจทย์เอาใจผู้ที่หลงใหลการถ่ายภาพเซลฟี่ (Selfie) ในดีไซน์แบบ Retro โดดเด่นด้วยโหมดการถ่ายภาพ ที่พัฒนาโทนสีของภาพให้ถูกใจสาวกเซลฟี่มากขึ้น

ดึง BNK48 สื่อสารกล้อง Fuji X-A5

พร้อมกันนี้ ยังวางกลยุทธ์การตลาดส่งเสริมการขายต่อเนื่องด้วยแคมเปญ “Find Your Wonder-side” พบชีวิตอีกด้านที่วันเดอร์  โดยวางกลยุทธ์ทำหนัง Online Video  นำ Brand Ambassador Idol Girl Group คาวาอี้ สุดฮอต BNK 48 กับการถ่ายทอด Wonder-side เดียวกันที่ชอบและสนุกกับการถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน พร้อมสโลแกน ไม่ต้องเสี่ยงทายถ่ายรูปไหนก็วันเดอร์ ที่ตอบโจทย์ กลุ่มเป้าหมายหลักวัยรุ่นที่หลงใหลการถ่ายเซลฟี่ โดยเตรียมแผนการตลาดโฆษณาและประชาสัมพันธ์เชิงรุกแบบ Total Communication อย่างครบวงจรเพื่อสร้างการรับรู้  และสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

เตรียมใช้งบการตลาดกว่า 100 ล้านบาท หวังดันมาร์เกตแชร์เป็น 50% ในสิ้นปี 2561 นี้

ฟูจิมอบกล้อง Fuji X-A5 ให้สมาชิก BNK48 ไปถายภาพกัน

Fuji X-A5 กล้องผู้เริ่มต้น หัวหอกของฟูจิ

นายซึโตมุ  วาตะนาเบ้ กรรมการผู้จัดการ  บริษัทฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ฟูจิฟิล์มประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดกล้องมิลเลอร์เลสจากกล้องในตระกูล  X-Series และทุก Lineup ของผลิตภัณฑ์ที่เจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยได้รับความนิยมในตลาดโดยเฉพาะกล้องในระดับ Entry Level ในรุ่นของ X-A2 และต่อเนื่องมายังรุ่น X-A3

และในปีนี้ฟูจิฟิล์มได้ทำการเปิดตัวกล้องในตระกูล  X-A Series รุ่นล่าสุดคือ X-A5 ที่ตอบโจทย์ กลุ่มเป้าหมายหลักที่มีไลฟ์สไตล์ของคนที่ชื่นชอบและสนุกกับการถ่ายเซลฟี่ พร้อมกับประสิทธิภาพที่ดีของกล้อง ที่ให้คุณภาพของไฟล์ภาพที่ยอดเยี่ยม เซ็นเซอร์ APS-C CMOS มีความละเอียดสูง 24.2 ล้านพิกเซล ที่ให้สีสันสวย กับโหมด Portrait Enhancer และระบบออโต้โฟกัสความเร็วสูง ที่จับภาพเคลื่อนไหว รองรับการถ่ายวิดีโอ ระดับ 4K  มาพร้อม จอภาพแบบพับได้ 180 องศา ทัชกรีน เชื่อมต่อ Bluetooth อย่างสะดวกและรวดเร็ว ในบอดี้สวย น้ำหนักเบา พกพาสะดวก   

และสำหรับปีนี้ ฟูจิฟิล์มยังคงเป็นผู้นำตลาดกล้องมิลเลอร์เลส ครองมาร์เกตแชร์ถึง 34% (value) ซึ่งทางบริษัทฯ หวังว่า การเปิดตัวกล้องดิจิตอลของฟูจิฟิล์ม X-A5 กับ Brand Ambassador BNK 48 ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายจะได้รับกระแสการตอบรับอย่างดี และจะสร้างปรากฏการณ์การตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคในกลุ่มวัยรุ่น หรือสาว ที่รักการถ่ายภาพเซลฟี่ และได้คุณภาพของไฟล์ภาพที่ยอดเยี่ยม 

เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฟูจิฟิล์มได้ตระหนักถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้คุณภาพที่ดีที่สุด ตามปรัชญาของฟูจิฟิล์ม คุณภาพไฟล์ภาพเป็นอันดับ 1”  (The No.1 Image Quality) พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมแผนการตลาดแบบ Total Communication ในการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย  ผ่านทางสื่อต่าง อย่างครบวงจร  เพื่อสร้างภาพลักษณ์การรับรู้ของแบรนด์สินค้านาย วาตะนาเบ้ กล่าว

ภาพรวมตลาดกล้อง Mirrorless

นายสิทธิเวช  เศวตรพัชร์  ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส  ผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอล อิมเมจจิ้ง  บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  ภาพรวมของตลาดกล้องดิจิตอลในประเทศไทย ข้อมูลจาก GFK โดยในปี 2560 อยู่ที่ 310,000 ตัว มูลค่าตลาดประมาณ 8,600 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโต ติดลบประมาณ 4% ในแง่จำนวนตัว แต่มีอัตราเติบโตในแง่มูลค่าประมาณ 8% รวมกล้องคอมแพค กล้องดีเอสแอลอาร์  และกล้องมิลเลอร์เลส

โดยในส่วนของกล้องมิลเลอร์เลส มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 8% โดยมีมูลค่ารวม 5,100 ล้านบาท หรือเท่ากับ60% ของสัดส่วนของตลาดรวม (DSLR = 31% และ Compact = 9%) ซึ่งฟูจิฟิล์มมีส่วนแบ่งการตลาดกล้องมิลเลอร์เป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 34% ในปี 2560 และในปี 2561 ฟูจิฟิล์มได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย โดยต้องการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของกล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลส เพิ่มขึ้นเป็น 50% ด้วยทิศทางของกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่ยังคงมุ่งเน้นตลาดกล้องในตระกูล X- Series ในทุก segment ตั้งแต่ระดับ Entry level จนถึง ระดับ Professional level

สำหรับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของกล้อง X-A5 นี้  บริษัทฯ มองว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และฟูจิฟิล์มมีความแข็งแกร่งในตลาด segment นี้อยู่ตั้งแต่กล้องดิจิตอลรุ่น X-A2 และทางบริษัทได้ทำวิจัยด้านการตลาดอย่างต่อเนื่องโดยใช้ประเทศไทยเป็นต้นแบบในการพัฒนาสินค้าของกล้องตระกูล X-A Series โดยพบว่า กลุ่มลูกค้าระดับ Entry Level นี้ คือ กลุ่มคนที่นิยมใช้ Smart Phone ในการถ่ายภาพ แต่ขณะเดียวกันก็มีความต้องการคุณภาพของไฟล์ภาพที่ยอดเยี่ยม ให้สกรีนโทนที่ดูเป็นธรรมชาติ ที่แตกต่างจากการใช้ App จากกล้องมือถือมาทำการปรับแต่ง

ซึ่งกลุ่มนี้ จะเป็นกลุ่มที่จะมีความต้องการซื้อกล้องมิลเลอร์เลสแบบที่ตอบโจทย์  โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุระหว่าง 18-29 ปี ที่เป็นหญิงจะมีความชื่นชอบการถ่ายภาพเซลฟี่ และสนุกกับโหมดเซลฟี่ที่ถ่ายได้ไฟล์ภาพที่สวยโดนใจ เช่น Portrait Enhancer, Buddy Mode หรือ Auto Face Shutter นอกจากนั้น X-A5 ยังเพิ่มการถ่ายภาพ VDO 4K ที่ให้คุณสนุกกับการถ่ายภาพมากยิ่งขึ้น  ในดีไซน์บอดี้ที่เล็ก น้ำหนักเบา พกพาไปได้ทุกที่ พร้อมเลนส์ซูมตัวใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง

BNK48 ฟีเวอร์

โดยครั้งนี้  ทางบริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์ในการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์  พร้อมเตรียมงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท โดยสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยยังคงสานต่อแคมเปญ “Find Your Wonder-side” พบชีวิตอีกด้านที่วันเดอร์  ที่ได้รับความสำเร็จสูงสุดในการทำตลาดกล้อง FUJIFILM ใน Middle Range Segment มาแล้วเมื่อปลายปี 2560

โดยวางกลยุทธ์การสื่อสารโดยผลิต Online Video Movies ที่ได้นำ Brand Ambassadors Idol Girl Group คาวาอี้ สุดฮอต BNK 48 กับ  6 สาววัยใส ได้แก่ เฌอปราง, ปัญ, โมบาย, มิวสิค, เนย และ เจนนิษฐ์ เพื่อนร่วมแก๊งค์ โดยในวันปกติสาวๆ ก็ทุ่มเทไปกับการร้องเพลง แต่เมื่อมารวมตัวเดินทางไปท่องเที่ยวร่วมกัน สาว ก็จะถ่ายทอด Wonder-side เดียวกันที่ชอบและสนุกกับการถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน พร้อมเก็บเรื่องราวความประทับใจกับเพื่อน ในโมเมนท์ต่าง ถ่ายทอดอารมณ์โดยการกดซัตเตอร์เซลฟี่ร่วมกัน กับสโลแกน ไม่ต้องเสี่ยงทายถ่ายรูปไหนก็วันเดอร์ และมั่นใจด้วยกล้องฟูจิฟิล์ม X-A5 ที่ให้ภาพออกมาสวยทุกชอต  และนี่คือ Wonder-side ของ 6 สาว แห่ง BNK 48   ซึ่งตอบโจทย์ concept ของหนังคือ  “Find Your Wonder-side” พบชีวิตอีกด้านที่วันเดอร์ 

ทางบริษัทฯ ได้ใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกทั้ง Above the Line และ Below the Line โดย Above the Line ได้จัดทำ Online Video การโฆษณาสื่อออนไลน์ที่จะสามารถเจาะถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ สื่อสารผ่านทาง Social Media โดยได้ทำสื่อออนไลน์ทั้งทาง YouTube, Facebook, Instagram และนอกจากนี้ ยังใช้ Influencer อีกหลายท่าน ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของการถ่ายภาพด้วยกล้อง ฟูจิฟิล์ม X-A5 กับการถ่ายทอดอารมณ์และสนุกกับการถ่ายเซลฟี่

พร้อมกันนี้ ฟูจิฟิล์มมุ่งเน้นจัดกิจกรรม Below the Line เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง โดยการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร Out of Home Media สื่อบน BTS, MRT และ POP . จุดขาย นอกจากนี้ ฟูจิฟิล์ม ยังมีแผนการทำกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับ Girl Group BNK 48 กับงาน event และกิจกรรม Workshop FUJIFILM X Lady Gang อีกด้วย

ฟูจิฟิล์มได้พัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาความเป็นผู้นำกล้องมิลเลอร์เลส และการเปิดตัวกล้อง X-A5 กับ Brand Ambassadors BNK48 ที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย  รวมถึงการทำแผนกการตลาดเชิงรุกแบบ Total Communication จะเติมความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำตลาดกล้องดิจิตอลกล้องมิลเลอร์เลส โดยมีมาร์เกตแชร์ของตลาดกล้องดิจิตอล 50%  ในปี 2561 นี้แน่นอน  นายสิทธิเวช กล่าว

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการถ่ายภาพ

Fujifilm ประกาศเปิดตัว X-A5 : มิเรอร์เลสสายชิล พร้อมเลนส์ใหม่ล่าสุด XC 15-45 mm

Fujifilm ได้ประกาศเปิดตัว X-A5 กล้องมิเรอร์เลส (Mirrorless) รุ่นล่าสุดในซีรีส์ X

Published

on

Fujifilm X-A5 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ภาพ APS-C ฟิลเตอร์สี Bayer (ไม่ใช่แบบ X-Trans ที่พัฒนาโดย Fujifilm เอง) ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยออโต้โฟกัสตรวจจับแบบ Phase Detection (PDAF), การส่งรูปโดยอัตโนมัติผ่าน Bluetooth และการบันทึกวิดีโอระดับ 4K

ไม่เพียงแค่นั้น Fujifilm X-A5 ยังคงมีหน้าจอแบบสัมผัสที่พับได้ถึง 180 องศา แต่ยังไม่มีช่องเสียบไมโครโฟนเพิ่มเติมเช่นเดิม

อีกสิ่งที่น่าสนใจก็คือ เลนส์ XC 15-45 mm f/3.5-5.6 OIS PZ ซึ่งเป็นเลนส์แบบ Motorized Power Zoom รุ่นแรกของ Fujifilm ที่มีราคาถูกและน้ำหนักเบามาก เพียงแค่ 136 กรัม และทางยาวโฟกัสเริ่มต้นของเลนส์ (Focal Length) อยู่ที่ 15 mm (กว้างมากสำหรับเลนส์คิท) ไปจนถึง 45 mm (ซึ่งสั้นกว่าคู่แข่งอยู่หน่อย) แต่ก็ดีใจสำหรับสาวกฟูจิด้วยที่มีเลนส์คิทตัวเล็กๆ เบาๆ ใช้เหมือนค่ายอื่นสักที

Fujifilm X-A5 (พร้อมเลนส์รุ่นใหม่) จะเริ่มวางจำหน่ายในต่างประเทศ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2018 ในราคา 599.95 เหรียญ หรือประมาณ 18,800 บาท โดยมีด้วยกัน 3 สี คือ น้ำตาล, ชมพู และดำ

ข้อมูลอ้างอิง : theverge

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการถ่ายภาพ

เปิดตัว DJI Mavic Air โดรนจิ๋วพับได้ ถ่าย 4K ได้ในราคารับไหว

Published

on

เรียกว่ายิ่งพัฒนาก็ยิ่งมีขนาดเล็กลง และราคาคุ้มค่ามากขึ้นสำหรับโดรนจาก DJI หลังจากออก DJI Mavic Pro โดรนขนาดกลางประสิทธิภาพสูงแถมพับเหลือเล็กจิ๋วจนตลาดสะเทือนเมื่อ 2 ปีก่อน (และตบ GoPro Karma คว่ำกลางตลาด) ปีที่แล้วก็ออก DJI Spark โดรนขนาดเล็กที่มีความสามารถสั่งงานด้วยมือแถมราคาถูกจนฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง

ล่าสุดกับ DJI Mavic Air โดรนที่ผสมความเล็กของ Spark เข้ากับความสามารถเทพๆ และพับได้ของ Mavic จนกลายเป็นโดรนที่น่าซื้อที่สุดในปีนี้เลย!

ความเจ๋งของ Mavic Air นั้นเริ่มตั้งแต่ติดตั้งกล้องวิดีโอ 4K (Spark มาแค่ 1080p เอง) ที่สามารถให้ Bitrate 4K ได้สูงถึง 100 Mbps สำหรับการตัดต่อที่ต้องการรายละเอียดของวิดีโอ และสามารถถ่าย Slow motion ได้ 120 fps ที่ความละเอียด 1080p

ในส่วนของภาพนิ่ง สามารถถ่ายได้ที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลด้วยเลนส์มุมกว้าง 24 mm f/2.8 พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว 3 แกน ทีเด็ดคือโดรนสามารถหมุนรอบตัวเพื่อถ่าย 25 ภาพใน 8 วินาที แล้วนำมาประกอบเป็นภาพ Panorama รอบตัว 180 องศาความละเอียด 32 ล้านพิกเซลได้ และผู้ใช้สามารถเปิดโหมด HDR ในการถ่ายภาพ เพื่อเก็บรายละเอียดแสงที่แตกต่างกันได้ด้วย

ตัวโดรนสามารถพับเก็บให้เหลือขนาดเล็ก สามารถพกพาสะดวก แต่ประสิทธิภาพของโดรนนั้นไม่เล็กเลย สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 68.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถบินได้ต่อเนื่องนาน 21 นาที พร้อมระบบช่วยบิน FlightAutonomy 2.0 ที่ใช้เซนเซอร์รอบตัวเพื่อช่วยหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และเพิ่มความละเอียดในการควบคุมจนสามารถใช้บินในห้องได้ เสาส่ง Wifi ของโดรนก็สามารถส่งวิดีโอสดๆ จากโดรนความละเอียด 720p กลับมาที่รีโมทในระยะ 4 กิโลได้

ถ่าย QuickShot แบบ Asteroid

ในส่วนของการควบคุม ก็มีทั้งฟังก์ชั่น ActiveTrack ที่โดรนจะบินติดตามวัตถุหรือคนในภาพไปเรื่อย โดยผู้ใช้แค่แตะเลือกวัตถุในครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีโหมด TapFly ที่แค่แตะเลือกตำแหน่งในภาพ โดรนก็จะบินไปยังจุดนั้นเอง หรือโหมด QuickShot รูปแบบการบินเข้าหาวัตถุเท่ๆ โดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างวิดีโอที่ดูดี และ DJI Mavic Air ยังรองรับการสั่งงานด้วยมืออีกด้วย

DJI Mavic Air มีให้เลือก 3 สีคือ ขาว, ดำ และแดง โดยชุดปกติจำหน่ายในราคา $799 หรือประมาณ 26,000 บาท และชุด Fly More Combo ที่เพิ่มแบตเตอรี่เป็น 3 ชุด (จาก 1 ชุด) ปีกสำรองเพิ่มเป็น 6 คู่ (จาก 4 คู่), ชุดแปลงแบตเตอรี่และกระเป๋าสำหรับเดินทาง ขายในราคา $999 หรือประมาณ 32,500 บาท (ทั้ง 2 ชุดมีรีโมทมาให้เหมือนกัน ไม่ต้องซื้อเพิ่ม) โดยจะเริ่มจำหน่ายในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้

ส่วนราคาในประเทศไทยชุดปกติอยู่ที่ 30,000 บาทครับ และชุด Fly More Combo อยู่ที่ 37,500 บาทครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!