Connect with us

ข่าววงการถ่ายภาพ

เปิดตัว Osmo Mobile รุ่นสอง โฉมใหม่ องศาใหม่ ชาร์จง่ายขึ้น

Published

on

ถ้าใครจำกันได้เมื่อเดือนกันยายน 2016 ที่ผ่านมา DJI ผู้นำโดรนถ่ายภาพได้เปิดตัว “Osmo Mobile” กิมบอลสำหรับสมาร์ตโฟน สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพหรือทำไลฟ์ผ่านโซเชียลด้วยสมาร์ตโฟน มีจุดเด่นที่เบา พกพาง่าย และใช้ได้นานเมื่อเทียบกับ Osmo Camera

Osmo Mobile ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน ปี 2016

ล่าสุด ในงาน “CES2018” ที่อเมริกา DJI ก็ได้เปิดตัว “Osmo Mobile 2” กิมบอลสมาร์ตโฟนในรุ่นที่สอง ซึ่งมีการอัปเกรดให้สวยขึ้น ใช้งานดีขึ้น และมีองศากว้างขึ้นกว่าเดิม

แล้วรุ่นใหม่ดีกว่ารุ่นเดิมอย่างไร?

เริ่มต้นที่ดีไซน์ของตัวเครื่องก่อนเลย ดีไซน์ไม่ต่างจากรุ่นแรกมากเท่าไหร่นัก แต่มีจุดที่แตกต่างที่สามารถสังเกตได้ ก็คือ ไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่บนด้ามจับ ที่มีบอกถึงสี่จุด ต่างจากรุ่นเดิมที่มีจุดเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนสีเพื่อสื่อถึงสถานะของแบตว่ายังมีไฟ หรือหมดไฟแล้ว

จุดต่อมาก็คือ การควบคุมตัวเครื่อง รุ่นก่อนจะมีแค่ปุ่มถ่ายภาพนิ่ง, ปุ่มถ่ายภาพวิดีโอ และคันโยกที่สามารถควบคุมการแพน และมุมก้ม-มุมเงย (ซึ่งสามารถสั่งซูมภาพได้ถ้าถ่ายผ่านแอป DJI Go และสมาร์ตโฟนซิงค์กับบลูทูธ) คราวนี้ DJI ทำปุ่มซูมแยกออกมาต่างหาก สามารถซูมภาพได้ง่ายขึ้น ซึ่งแทบไม่ต้องใช้นิ้วมือของคุณไปถ่างจอซูมจนกลัวมือลั่นเผลอกดจบไลฟ์

รวมถึงตัวหนีบ หรือช่องเสียบสมาร์ตโฟน รุ่นนี้สามารถจับถ่าง แล้วนำสมาร์ตโฟนมาเสียบได้เลย ต่างจากรุ่นก่อนที่ต้องบิดลูกบิดเพื่อคลายความกว้างให้พอดี แล้วบิดล็อกอีกทีก่อนใช้งาน และยังไม่พอ ยังสามารถบิดปรับให้เป็นแนวตั้ง หรือแนวนอนก็ได้ เพื่อเอื้อต่อการไลฟ์ในสื่อโซเชียลบางสื่อที่ต้องไลฟ์ในแนวตั้งเท่านั้น อย่าง Instagram และ Periscope เป็นต้น ไม่ต้องมาบิดข้อมือแล้วถือตัวด้ามให้เป็นแนวนอนเหมือนจับแฮนด์มอเตอร์ไซค์อีกต่อไป

นอกเหนือจากนี้ การชาร์จแบตของเครื่อง ในรุ่นก่อนหน้า นอกเหนือจากการถอดแบตออกมาชาร์จกับแท่นชาร์จแล้ว ยังสามารถชาร์จโดยใช้สาย 3.5mm to USB เพื่อชาร์จไฟเข้าแบตได้โดยตรง ในรุ่นใหม่นี้ ได้เปลี่ยนเป็นสาย MicroUSB เพื่อชาร์จได้ง่ายขึ้น จะชาร์จไฟบ้านหรือผ่านพาวเวอร์แบงค์ก็สะดวก ส่วนแบตมีความจุมากถึง 2600 mAh ซึ่งถือว่าเยอะมากจากรุ่นก่อนที่ให้มาแค่ 980 mAh และ DJI ก็ได้เคลมไว้ว่า เพียงแบตก้อนเดียว สามารถทำไลฟ์ได้ยาวนานถึง 15 ชั่วโมง และใช้เวลาชาร์จไฟแค่ 2 ชั่วโมง (ชาร์จไฟเข้า 2 แอมป์)

ชาร์จกับพาวเวอร์แบงก์ก็ได้ (Source: Slash Gear)

แบตที่มีเยอะมากขนาดนี้ ยังสามารถชาร์จไฟให้กับสมาร์ตโฟนที่ทำไลฟ์ได้ถึง 1 ชั่วโมง (จ่ายไฟให้สมาร์ตโฟน 5 โวลต์ 1.5 แอมป์) สำหรับคนที่ชอบไลฟ์จนไม่กลัวแบตมือถือจะหมดอีกด้วย (แต่ไลฟ์เฟซบุ๊กครบ 4 ชั่วโมง ระบบจะตัดนะ ฮ่าๆๆ…)

มีช่องเสียบ USB มาพร้อมในตัว จะจ่ายไฟให้มือถือก็ง่ายมากๆ แค่หาสายชาร์จมาเสียบ

ในส่วนของกิมบอลนั้น มีการปรับองศาให้กว้างกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ โดยสามารถแพน และปรับมุมก้ม-เงยได้ถึง 170 องศา ซึ่งเพิ่มจากรุ่นก่อนหน้า 10 องศา รวมถึงเทคโนโลยีที่มีในตัว อย่าง ActiveTrack ใช้ในการจับตัววัตถุที่ต้องการแล้วแพนตามทิศทางที่วัตถุเคลื่อนไป, Motionlapse ทำภาพ Time Lapse โดยมีการแพนมุมกล้องร่วมด้วย และ Zoom Control สามารถควบคุมการซูมของภาพได้ง่ายและไหลลื่นมากขึ้น และแน่นอน ตัวเครื่องหนักแค่ 485 กรัมเท่านั้น แต่ถ้าใส่สมาร์ตโฟนลงไปแล้วจะหนักเท่าไหร่นั้น ต้องลองชั่งกันอีกที

ในส่วนของการวางจำหน่ายนั้น ทาง DJI ยังไม่มีแจ้งออกมา แต่จากแหล่งข่าวอ้างอิงได้รายงานว่า ราคาวางจำหน่ายเริ่มต้นที่ 129 เหรียญสหรัฐ และสามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม เป็นต้นไป ส่วนใครที่สนใจ ก็สามารถลงทะเบียนรอรับข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ของ DJI ได้เลย

ที่มา: DJI, Slash Gear, Android Police, DPreview

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการถ่ายภาพ

Fujifilm เปิดตัว X-T100 กล้อง Mirrorless ทรง DSLR ระดับน้องเล็กสุด!

Published

on

Fujifilm เปิดตัวกล้อง Mirrorless ทรง DSLR รุ่นใหม่ล่าสุดกับ Fuji X-T100 หรือรุ่นเล็กสุดของทางค่ายนั่นเองครับ

ด้านรูปร่างทั่วไปนั้นจะคล้ายคลึงกับ X-T10 หรือ X-T20 แต่ไม่มีกริป มี Viewfinder แบบอิเล็กทรอนิคส์ มีแฟลชแบบป็อปอัป สิ่งที่แตกต่างชัดเจนที่สุดคือมีสีทองและหน้าจอที่สามารถหมุนมาด้านหน้าเพื่อถ่ายเซลฟี่ด้วย

สเปก Fujifilm X-T100

  • เซ็นเซอร์ขนาด APS-C ความละเอียด 24.2 MP รองรับระบบ Phase Detection
  • โฟกัสทั้งหมด 91 จุด รองรับ Face Detection/Eye Detection และ Face Auto Shutter
  • ISO 200-12800 รองรับการขยายถึง 100-51200
  • รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 15P ได้นาน 29 นาที
  • ช่องมองภาพแบบ EVF ความละเอียด 2.36 ล้านพิกเซล อัตราขยาย x0.62
  • หน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว สามารถพับออกมาได้
  • ความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/32000 วินาที
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุดได้ถึง 6 ภาพต่อวินาที
  • หน้าจอรองรับระบบสัมผัส
  • สามารถส่งรูปผ่านระบบ Wi-Fi, Bluetooth รองรับระบบ Seamless หรือสามารถส่งรูปได้ทันทีหลังถ่ายเสร็จ
  • เพิ่มฟิลเตอร์ใหม่ Fog Remove และ HDR Art
  • แบตเตอรี่รุ่น NP-126S
  • รองรับ SD Card: UHS-I
  • น้ำหนักรวมกล้อง แบตเตอรี่ 448 กรัม

Fujifilm X-T100 จะวางจำหน่ายในสหรัฐวันที่ 18 มิถุนายน แบ่งขายดังนี้

  • เฉพาะกล้อง หรือ Body: ราคา $599
  • กล้องหรือ Body และเลนส์ 15-45mm f/3.5-5.6: $699

สำหรับประเทศไทยก็รอดูอัปเดตเพิ่มเติมกันครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการถ่ายภาพ

สายฟรุ้งฟริ้งต้องเศร้า! Casio ประกาศหยุดผลิตกล้องดิจิตอลแล้ว

Published

on

Casio ผู้นำด้านกล้องดิจิตอลสายผิวสวย หน้าสวย ประกาศยุติการผลิตหลังสู้ศึกจากสมาร์ทโฟนไม่ไหว จบตำนานผู้สร้างกล้องดิจิตอลรายแรกๆ ของโลกที่ผลิตมานานกว่า 23 ปี

Casio เข้าสู่ธุรกิจกล้องดิจิตอลอย่างยิ่งใหญ่ในปี 1995 ด้วย Casio QV-10 กล้องดิจิตอลระดับผู้ใช้ทั่วไปรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมจอ LCD ด้านหลัง ซึ่งกล้องรุ่นนี้มีความละเอียด 250,000 พิกเซล และตั้งราคาไว้ที่ 65,000 เยน (~18,000 บาท) ถือเป็นประวัติศาสตร์ก้าวสำคัญของวงการเทคโนโลยีจนกล้องรุ่นนี้ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของญี่ปุ่น

Casio QV-10

หลังจากนั้นคาสิโอก็พัฒนากล้องดิจิตอลเรื่อยมาจนทำยอดขายสูงสุด 6.85 ล้านตัวในปี 2007 ก่อนที่จะโดนกระแสสมาร์ทโฟนกล้องเทพเข้ามาตีตลาด ในปี 2017 ก็ทำยอดขายไปได้เพียง 550,000 ตัว หรือแค่ 1/10 ของยอดขายในช่วงพีค ขาดทุนไปเกือบ 5,000 ล้านเยนในธุรกิจกล้องดิจิตอล

ปัญหาหลักที่ทำให้คาสิโอสู้ต่อในตลาดนี้ไม่ได้คือ กล้องคาสิโอจับตลาดกล้องขนาดเล็ก (Compact) ที่ถ่ายภาพบุคคลสวย เมื่อ 3-4 ปีที่แล้วเราคงเห็นว่าคุณผู้หญิงอยากได้กล้องคาสิโอกันมากเพราะถ่ายคนสวยจริงๆ แม้จะมีราคาเทียบเท่ากับกล้อง Mirrorless ก็เถอะ แต่ก็เป็นจุดขายเดียวกับกล้องมือถือ เมื่อมือถือพัฒนามีกล้องดีขึ้นเรื่อยๆ คาสิโอจึงโดนกินตลาดจนต้องถอนตัวไปในที่สุด จะหนีไปยังตลาดกล้อง Mirrorless หรือกล้อง Premium Compact ก็ไม่ได้เพราะไม่มีเทคโนโลยีระบบเลนส์ที่ถอดเปลี่ยนได้อยู่ในมือ

เราก็ยังหวังว่าผู้ผลิตมือถือในญี่ปุ่นจะนำเทคโนโลยีฟรุ้งฟริ้งจาก Casio ไปใช้กับกล้องบ้างนะครับ จะได้ตามมือถือในฝั่งจีนที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ทัน

อ้างอิง: NHK

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการถ่ายภาพ

ขาเที่ยวมีเฮ!!! GoPro เปิดตัว HERO กล้องรุ่นใหม่ที่มีราคาถูกที่สุดในตอนนี้

แน่นอนว่าถ้าพูดถึงกล้อง Action Camera คงไม่มีใครไม่รู้จักกล้องยี่ห้อ GoPro ที่รุ่นต่าง ๆ เช่น HERO 5 และ HERO 6 ที่มีราคาค่อนข้างสูง ที่อาจจะทำให้กระจายให้กับผู้ใช้ได้ไม่ทั่วถึง ล่าสุด GoPro ปล่อยกล้อง Entry-Level รุ่นล่าสุดในชื่อ GoPro HERO ที่มีราคาเพียง 199 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 6,xxx บาทเท่านั้น

Published

on

แน่นอนว่าถ้าพูดถึงกล้อง Action Camera คงไม่มีใครไม่รู้จักกล้องยี่ห้อ GoPro ที่รุ่นต่าง ๆ เช่น HERO 5 และ HERO 6 ที่มีราคาค่อนข้างสูง ที่อาจจะทำให้กระจายให้กับผู้ใช้ได้ไม่ทั่วถึง ล่าสุด GoPro ปล่อยกล้อง Entry-Level รุ่นล่าสุดในชื่อ GoPro HERO ที่มีราคาเพียง 199 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 6,xxx บาทเท่านั้น

GoPro HERO เป็นกล้องแนว Action จาก GoPro นำมาเสริมทัพกับ HERO 5 และ HERO 6 ในระดับ Entry-Level เพื่อเจาะตลาดสำหรับคนเริ่มเล่นกล้องหรือทุนทรัพย์น้อย โดยรุ่นดังกล่าว เนื่องจากราคาที่ถูกลงก็จะมีฟีเจอร์บางอย่างที่ไม่สามารถเทียบเท่ารุ่นพี่อยู่ HERO 5 หรือ 6 ได้ แต่ฟีเจอร์ที่ให้มาก็ถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับราคา

โดยตัวกล้องนั้นจะมีจอสัมผัสขนาด 2 นิ้วอยู่ด้านหลัง สามารถกันน้ำได้ลึก 10 เมตร ความคมชัดในการถ่ายวีดีโออยู่ที่ 1440p และ 1080p ที่ 60 เฟรมต่อวินาที ทำให้วีดีโอที่ออกมาดูสมูธมากยิ่งขึ้น และมีเซ็นเซอร์ถ่ายภาพนิ่ง 10 ล้านพิกเซล

นอกจากนี้เรายังสามารถสั่งงาน เจ้ากล้อง GoPro ด้วยเสียงของเรา ว่าให้เริ่มถ่าย หรือ หยุดถ่าย ตอนไหนได้ด้วย และสามารถเชื่อมต่อกับแอป GoPro บนสมาร์ทโฟนได้เหมือนอย่างกล้องรุ่นพี่เลย

GoPro HERO นี้วางจำหน่ายแล้วทั่วโลก มีราคาที่ 199 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 6,xxx บาทเท่านั้น

ที่มา : GoPro

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!