Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

เวสเทิร์นฯ เปิดตัวคู่แฝด WD Blue 3D NAND SATA SSD และ SanDisk Ultra 3D SSD

Published

on

เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ปอเรชั่น (หรือเรียกว่า “เวสเทิร์น ดิจิตอล”) ผู้นำด้านเทคโนโลยีและโซลูชั่นการเก็บข้อมูลระดับโลก เปิดตัวคู่แฝดอย่าง WD Blue 3D NAND SATA SSD และ SanDisk Ultra 3D SSD ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็น โซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) ตัวแรกของโลกที่ใช้ เทคโนโลยีชิป 3D NAND ที่จัดเก็บข้อมูลได้แบบแนวตั้ง 64 เลเยอร์ ของ เวสเทิร์น ดิจิตอล โดย SSD รุ่นใหม่นี้ให้ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ประสิทธิภาพในการทำงาน ความทนทาน ประสิทธิภาพความจุที่สูงขึ้น

ไม่ว่าจะใช้สำหรับ

  • เล่นเกม
  • ตัดต่อรูปภาพและวิดีโอ
  • หรือแม้กระทั่งการเก็บ ประมวลผล
  • และเรียกใช้ข้อมูลจากที่ไหนและเมื่อไหร่ก็ได้ที่มีคุณภาพสูง (computing applications)

ปัจจุบันลูกค้าคาดหวังให้คอมพิวเตอร์พีซีและแล็ปท็อปของพวกเขาให้ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า พร้อมความทนทานที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ต้องใช้พลังงานที่น้อยลง” “SSD จึงใช้ เทคโนโลยีชิป 3D NAND ที่จัดเก็บข้อมูลแบบแนวตั้ง 64 เลเยอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการต่างๆ เหล่านั้น โดยนำเสนอภายใต้แบรนด์ Sandisk และ WD ซึ่งเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งทั้งสองของเรา โดยที่จะดึงความสนใจจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในวงกว้างที่กำลังมองหาประโยชน์ต่าง ๆ จากเทคโนโลยีล่าสุดที่มีอยู่ในยุคปัจจุบัน”

This slideshow requires JavaScript.

WD Blue™ 3D NAND SATA SSD

  • WD Blue 3D NAND SATA SSDs มีขนาดความจุตั้งแต่ 250GB , 500GB , 1TB และ 2TB ในขนาดมาตรฐาน 2.5 นิ้ว/7 มม.
  • และแบบ M.2 ที่มีความกว้าง 22 มม. ยาว 80 มม. ที่มาจากโรงงาน
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบประกอบคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง ผู้ค้าปลีก และผู้สร้างระบบ
  • ซึ่งมีค่าเวลาเฉลี่ย MTTF เป็น 1,750,000 ชั่วโมงที่ยาวนานที่สุดในอุตสาหกรรม
  • และผ่านการรับรองมาตรฐานของ WD Functional Integrity Testing Lab (F.I.T. Lab) 
  • เมื่อใช้ เทคโนโลยี 3D NAND สามารถเพิ่มความจุต่อพื้นที่ได้มากกว่า
  • ทให้ความสามารถเวาลาที่ตัวดิสก์ทำงาน กินไฟน้อยกว่าเดิม ทำให้แบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊กใช้งานได้นานขึ้น

This slideshow requires JavaScript.

SanDisk Ultra® 3D SSD

  • SanDisk Ultra 3D SSDs ขนาดความจุตั้งแต่ 250GB , 500GB และ 1TB
  • และ 2TB ที่ใช้งานได้กับช่องติดตั้งมาตรฐานขนาด 2.5 นิ้ว ที่มาจากโรงงาน
  • เหมาะสำหรับใช้เพื่อเล่นเกม
  • และกลุ่มครีเอทีฟที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพคอมพิวเตอร์พีซี
  • มีความทนทานและความน่าเชื่อถือที่เพิ่มขึ้น
  • ไม่ต้องรอเครื่องบูต
  • เวลาในการโหลดแอปพลิเคชั่นสั้นลง
  • ถ่ายโอนข้อมูลที่เร็วขึ้น

บทสรุปความต่างที่แทบไม่ต่าง

  • ลองเปรียบเทียบ SanDisk Ultra 3D SSD กับ WD Blue 3D NAND SATA SSD ผลคือ SanDisk Ultra 3D SSD ประสิทธิภาพเด่นน้อยกว่า WD Blue 3D NAND SATA SSD อยู่นิดหน่อย
  • WD Blue 3D NAND SATA SSD และ SanDisk Ultra 3D SSD มีความสามารถในการทำความเร็วในการอ่านและเขียนระดับ 530-560MB/s ได้ดีในระดับที่ไม่รอนาน
  • เมื่อทดสอบผ่าน CrystalDiskMark และการก็อปปี้ไฟล์ขนาดใหญ่แล้ว ผลคือ WD Blue 3D NAND SATA SSD ทำหน้าที่เร็วกว่า SanDisk Ultra 3D SSD อยู่แค่นิดหน่อยจริง ๆ แทบไม่ต่างกันเลย
  • ในแง่ของประสิทธิภาพ : WD Blue 3D NAND SATA SSD และ SanDisk Ultra 3D SSD ก็แทบไม่เห็นความแตกต่าง
  • SanDisk Ultra 3D SSD และ WD Blue 3D NAND ถือเป็นผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งที่ทำผลงานออกมาได้โอเคเลยทั้งคู่ ก็อยู่ที่ว่าส่วนตัวใครจะสู้ราคาตัวไหนไหว และชอบตัวไหนแค่นั้น

การจัดจำหน่ายและราคาจำหน่าย

WD Blue™ 3D NAND SATA SSD และ SanDisk Ultra™ 3D SSD มีการรับประกันเป็นระยะเวลา 3 ปี และพร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ในร้านค้าชั้นนำทั่วไป

  • ราคาจัดจำหน่าย WD Blue 3D NAND SATA SSD และ SanDisk Ultra 3D SSDs ขนาด 2.5 นิ้ว/7 มม. จำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 4,290 บาท
  • และสำหรับ WD Blue รุ่น M.2 ขนาด 2280 มม. จำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 4,390 บาท

 

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

KKday แพลตฟอร์มการท่องเที่ยว ได้รับเงินทุน 10.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากการร่วมมือกับ H.I.S.

Published

on

เคเคเดย์ (KKday) แพลตฟอร์มเว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยวอันดับ 1 ของเอเชีย สามารถเรียกเงินระดมทุนได้ถึง 10.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวของประเทศญี่ปุ่นอย่าง เอช.ไอ.เอส (H.I.S.) และนักลงทุนรายเก่าอย่าง มายด์เวิร์ก เวนเจอร์ (MindWorks Ventures) ซึ่งความร่วมมือและการระดมทุนในครั้งนี้คาดว่าจะช่วยให้เคเคเดย์สามารถขยายธุรกิจไปในส่วนภูมิภาค และเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมและสินค้าราคาประหยัดมาให้กับนักเดินทางได้

ใช้ Big Data พัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยว

เคเคเดย์ เป็นหนึ่งใน บริษัทอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) แพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยรวบรวมสินค้าและกิจกรรมท่องเที่ยวไว้กว่า 10,000 ชนิดจาก 500 เมืองใน 80 ประเทศทั่วโลก ในแต่ละเดือนเคเคเดย์ดึงดูดผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน และให้บริการนักท่องเที่ยวกว่าแสนคน

จากผลการวิจัยของ โฟคัสไรท์ (Phocuswright) แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจอุตสาหกรรมทัวร์และกิจกรรมท่องเที่ยวจะสามารถขยายไปได้ถึง 183 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2020 จาก 135 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2016 ด้วยตลาดที่มีขนาดใหญ่ เคเคเดย์ได้ดำเนินการตามกลยุทธ์ แบบ globalized โดยการจัดหาและมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวราคาประหยัดคุณภาพดีมาให้กับนักเดินทางทั่วโลก ดังนั้นเคเคเดย์จึงเป็น บริษัทอีคอมเมิร์ซ startup เพียงไม่กี่บริษัทที่สามารถดึงดูดได้ทั้งตลาดภายในภูมิภาคและตลาดโลกได้ นอกจากนี้ ทางบริษัทยังนำการวิเคราะห์ big data มาใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจและปรับเปลี่ยนสินค้าที่มีในปัจจุบัน เพื่อจัดหาประสบการณ์ลูกค้าที่ดีที่สุด และด้วยการเติบโตทางรายได้ที่มั่นคงและคำวิจารณ์ในเชิงบวก

เอช.ไอ.เอส. คือผู้นำระดับโลกในธุรกิจอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว และสำนักงานมากมายตั้งอยู่ในกว่า 130 เมืองทั่วโลก เอช.ไอ.เอส.มีเครือข่ายที่กว้างขวางและทรัพยากรข้อมูลจำนวนมหาศาล นายหมิง เฉิน (Ming Chen) CEO ของเคเคเดย์ ได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า “เอช.ไอ.เอส.ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ลงทุนทางการเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ลงทุนในเชิงกลยุทธ์อีกด้วย ด้วยการนำทรัพยากรทั่วโลกของเอช.ไอ.เอส.มาบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์การตลาดอันแข็งแกร่งและโปรแกรม big data ของเคเคเดย์ เราจะสามารถเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการของการท่องเที่ยวในท้องถิ่นได

สร้างความสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยี

“เราจะมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของสินค้าและความสัมพันธ์อันดีกับผู้ให้บริการของเรา เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น” การลงทุนร่วมกันในครั้งนี้จะสร้างโอกาสทางความร่วมมือต่าง ๆ ได้มากมาย “เคเคเดย์ จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าและเสริมสร้างความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการ (suppliers) ของเราให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งกลยุทธ์ทั้ง 2 ข้อนี้มีความเกี่ยวข้องกันอย่างมาก คุณไม่สามารถพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าได้หากคุณไม่มีความสัมพันธ์อันดีกับผู้ให้บริการ เพราะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในท้องถิ่นนั้นมีส่วนประกอบสำคัญหลายส่วน การจัดการโซ่อุปทาน (supply chain) จึงเป็นความท้าทายที่ใหญ่มาก

นี่จึงเป็นเหตุผลให้เคเคเดย์มุ่งเน้นไปที่การพัฒนา ระบบ SCM (Supply Chain Management) ที่จะทำให้ผู้ให้บริการ ไม่ว่าจะรายใหญ่หรือรายเล็ก สามารถติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้ง่ายขึ้น และจัดการคำสั่งซื้อได้โดยไม่ต้องมีการลงทุนด้าน IT ซึ่ง ระบบ SCM ของเคเคเดย์ประกอบไปด้วยการใช้ QR โค้ด ในการแลกรับ และการผสานรวมเอา API ของผู้ให้บริการทัวร์รายใหญ่เข้าสู่แพลตฟอร์มของเคเคเดย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานของผู้ใช้ ด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือเสร็จสรรพนี้ ทำให้ลูกค้าได้รับเอกสารยืนยันการจองและอัพเดตต่างๆ ตามเวลาจริง ในขณะที่ผู้ให้บริการสามารถบริหารจัดการธุรกิจของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ” การทำงานร่วมกับ เคเคเดย์ ทำให้ผู้ให้บริการสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จากทั่วทั้งเอเชีย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความผันผวนในช่วงฤดูกาลและเทศกาลได้

แผนการขยายธุรกิจ: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และไกลออกไป

นอกเหนือจากการขยายตลาดไปทั่วเอเชียแล้ว เคเคเดย์ จะพัฒนาและขยายตลาดเข้าสู่ประเทศจีน รวมไปถึงตลาดการท่องเที่ยวเอเชียในสหรัฐอเมริกาและยุโรป และเคเคเดย์จะพัฒนาสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน เสนอแผนการเดินทางที่ปรับเปลี่ยนเองได้ และพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าแบบ end-to-end ด้วยเงินทุนใหม่และการสนับสนุนจากเอช.ไอ.เอส. และ มายด์เวิร์ค เวนเจอร์ เคเคเดย์จะสามารถครองตำแหน่งการเป็นแพลตฟอร์มการจองประสบการณ์ท่องเที่ยวชั้นนำสำหรับนักเดินทางทั่วโลกได้ต่อไป

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Huawei Mate 10 Pro แบตเตอรี่อึด ชาร์จเร็วทันใจ สื่อดังฝั่งอังกฤษและอเมริกายืนยัน

Published

on

Huawei Mate 10 Pro สุดยอดสมาร์ทโฟนจาก หัวเว่ย ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI ที่ฝังอยู่บนชิพเซ็ตเป็นครั้งแรกของโลก  หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยไปแล้วเมื่อตอนปลายปี  แต่กระแสความแรงและความชื่นชมในตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากแบรนด์หัวเว่ยยังคงกระแสความแรงต่อเนื่องข้ามปี   ด้วยการเดินสายกวาดรางวัลและคำชื่นชมจากสื่อไอทีชั้นนำต่าง ๆ บนเวทีระดับโลกอย่าง Consumer Electronics Show (CES) 2018 เมื่อต้นเดือนมาราคมที่ผ่านมา ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา หลังจาก ในฝั่งของสื่อดังจากฝั่งอังกฤษและอเมริกาเองชื่นชมไม่ขาดปาก  วันนี้เรานำรีวิวบางส่วนจากสื่อต่างชาติมาให้ชมกัน

  • เริ่มจาก เว็บไซต์ android authority แหล่งข้อมูลข่าวสารชั้นนำในทุกเรื่องของแอนดรอยด์ ให้การอย่างแข็งขันว่า “Huawei Mate 10 Pro ใช้งานท่องอินเทอร์เน็ตได้ยาวนานต่อเนื่องอย่างลื่นไหลถึง 13 ชั่วโมง แม้ในความเป็นจริงแล้วคงไม่มีใครใช้นานขนาดนั้นในช่วงเวลาหนึ่งวัน  แถมชาร์จเร็วสะใจไปถึงระดับ 30% ในเวลาเพียง 15 นาที หรือเทียบเท่ากับ 43.956 mAh per minutes ซึ่งถือว่าเร็วมาก
  • ส่วน phandroid.com อีกหนึ่งเว็บโปรดของแฟน ๆ ชาวแอนดรอยด์ ได้ทำการทดสอบเปรียบเทียบสมาร์ทโฟนตัวท็อปหลายแบรนด์อย่างละเอียดแล้วเผยว่า ความเร็วในการชาร์จแบตจาก 0 – 100% ของ Mate 10 Pro อยู่ที่เวลาเพียง 2 ชั่วโมง 43 นาทีเท่านั้น ถือว่าเร็วอย่างน่าพอใจสำหรับแบตเตอรี่ไซส์ใหญ่ขนาด 4,000 mAh
  • สื่อยอดนิยมเก่าแก่จากแดนผู้ดี theguardian.com ได้พาดหัวชัดเจนว่า Mate 10 Pro มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ถึง 2 วันเต็ม หรือประมาณ 50 ชั่วโมง
  • มากันที่ techradar เว็บข่าวสารและรีวิวเทคโนโลยีจากอังกฤษ ก็ยืนยันอีกเสียงว่า แบตเตอรี่ของ Mate 10 Pro มีความอึดอยู่ในระดับหัวแถวของบรรดาสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพ
  • T3 สื่อรีวิวผลิตภัณฑ์ไอทีและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของอังกฤษอีกเช่นกัน ก็ฟันธงว่าแบตเตอรี่ที่ยาวนาน และชาร์จได้เร็วทันใจคืออีกหนึ่งเหตุผลที่ชวนให้ซื้อ Mate 10 Pro

  • เว็บไซต์จากแดนผู้ดี Techadvisor ก็ปลื้มกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ของ Mate 10 Pro กับระบบ SuperCharge ที่เร่งอัดได้ถึงระดับ 60% ในเวลาเพียง 15 นาที
  • ส่วน Tom’s guide ที่ปรึกษาออนไลน์ในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ก็ยกย่องว่า Mate 10 Pro มาพร้อมแบตเตอรี่ระดับตำนาน ใช้งานท่องเน็ตผ่านเครือข่าย 4G ได้นานถึง 14 ชั่วโมงกว่า ๆ แถม SuperCharge ก็เร็วสะใจ วิ่งพรวดไปที่ 60% ในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง
  • TrustedReviews สื่อรีวิวที่รับประกันได้เรื่องความน่าเชื่อถือ เผยว่าได้ลองใช้งาน Mate 10 Pro ทั้งในการทำงานและเล่นสนุกได้ถึง 1 วันครึ่ง ขณะที่สมาร์ทโฟนอื่น ๆ จะไปได้แค่ 1 วันเต็มเท่านั้น
  • สื่อไอร์แลนด์อย่าง irishtimes.com ลงบทรีวิว Mate 10 Pro ที่มีความโดดเด่นในเรื่องแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้หนึ่งวันเต็ม หรืออาจไปได้ถึง 2 วันสบาย ๆ
  • ฝั่งอเมริกาอย่าง Digitaltrend ก็ล้ำไปอีกด้วยพาดหัวเผยเคล็ดลับการยืดอายุการใช้งานได้นานถึง 1 สัปดาห์เต็ม ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์การใช้งานที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าเป็นโหมด Power Saving หรือ Manage Automatically หรือ Optimize

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ไพโอเนียร์ เปิดตัวไดร์ฟ SSD APS-SL2 และ APS-SM1 สำหรับการอัปเกรดพีซี

Published

on

ไพโอเนียนร์ (Pioneer) ผู้นำนวัตกรรมและผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงอุปกรณ์ภาพและเสียงที่มีชื่อเสียงระดับโลกเปิดตัว ไดร์ฟ SSD APS-SL2 และ APS-SM1 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ด้านไอทีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป

สำหรับ ไดร์ฟ SSD ทั้ง 2 รุ่น

  • มาพร้อมกับหน่วยความจำ TLC NAND flash ที่ดีที่สุด
  • และเทคโนโลยีแคช SLC ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลแบบต่อเนื่องได้สูงถึง 500MB/s และ 400MB/s ตามลำดับ  หากเทียบกับฮาร์ดดิสก์ทั่วไป
  • นอกจากนี้ SSD แบบติดตั้งภายในของไพโอเนียร์  (Pioneer) สามารถทำความเร็วได้สูงกว่าถึง 4 เท่า ทั้งการอ่านและการบันทึกข้อมูล เพิ่มความเร็วในการบูตเข้าสูงระบบ รวมไปถึงความรวดเร็วในการเรียกแอปพลิเคชันขึ้นมาทำงาน
  • มีความจุให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ 120GB และ 240GB สามารถอัปเกรดให้กับคอมพิวเตอร์เดกส์ท็อปและโน้ตบุ๊กได้ง่าย
  • ด้วยไดร์ฟที่มีขนาดมาตรฐานแบบ 2.5 นิ้ว (APS-SL2) และ แบบมาตรฐาน M.2 2280 (APS-SM1)

ทั้งนี้ ไดร์ฟ ทั้งสองรุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อ

  • ความน่าเชื่อถือสูง และ
  • การใช้พลังงานต่ำ
  • พร้อมด้วย ระบบป้องกันการกระแทก
  • และป้องกันการสั่นสะเทือน
  • รวมถึงการสนับสนุนคุณสมบัติ S.M.A.R.T. (Self-Monitoring, Analysis and Reporting Technology)
  • นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการจัดเรียงพื้นที่
  • และการตรวตจสอบข้อมูลขั้นสูงแบบ LDPC ที่ช่วยแก้ไขข้อผิดพลาด เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลความปลอดภัยและมั่นคง
  • พร้อมรับประกัน 3 ปี

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!