คงไม่สายเกินไปที่จะเล่าเรื่องนี้ในวันที่ฤดูกาลฟุตบอลแทบทั้งทั่วโลกได้ประกาศชัยชนะกันไปแล้วว่าใครเป็นแชมป์บ้าง ท่ามกลางควันหลงของการเฉลิมฉลองแชมป์ คุณรู้หรือไม่ ว่าโลกของฟุตบอลได้ถูกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กับการคว้าแชมป์ของ Arsenal โดย มิเกล อาร์เตตา (Mikel Arteta) กับการกำหนดแชมป์ด้วย AI และ Data Analysis
Arsenal ของ มิเกล อาร์เตต้า ในฤดูกาลที่ผ่านมานี้แสดงให้เห็นชัดว่าเป็นทีมที่เล่นตามแทกติกได้อย่างชัดเจน ชนิดที่คนดูฟุตบอลทั่วไปยังดูออก ไม่ว่าจะเป็นแบบแผนการเล่นลูกเตะมุม หรือลูกตั้งเตะ ที่ทำให้เราลุ้นว่าผู้เล่นหน้าประตูจะยืนกันอย่างไร หลังผู้เตะมุมยกแขนให้สัญญาณบอกแผนกับเพื่อนร่วมทีม
นี่คือส่วนเล็กส่วนน้อยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสนาม ซึ่งตลอดทั้งเกมยังมีรายละเอียดและรูปแบบอยู่อีกมากมายแฝงไว้ในทั้งเกมรับ และรุก และทั้งหมดนี้ อาร์เตตาไม่ได้ปล่อยให้ลูกทีมวิ่งเล่นกันอย่างอิสระ แต่เขามีแผนการเล่นที่มาจาก “ข้อมูล”
ปัจจุบัน Arsenal และหลายทีมในลีกระดับโลก ได้ใช้เทคโนโลยีหลายตัวในการวิเคราะห์ทีมตัวเองและคู่แข่ง มีตั้งแต่คำนวณการเคลื่อนที่ของนักเตะ ไปจนถึงการคาดการณ์ความเหนื่อยล้าและ Pattern ของเกมล่วงหน้าด้วยระบบ Video Analysis และ Tracking Data โดยทุกการวิ่ง ทุกการเพรส ทุกการเสียตำแหน่ง ถูกแปลงเป็น Data แบบ Real-time ไม่ว่าจะเป็น
- การยืนป้องกันของคู่แข่ง
- มุมเปิดบอลที่มี Expected Goal สูง
- จุด Blind spot ของผู้รักษาประตู
- พฤติกรรมการประกบตัวในกรอบเขตโทษ
ถึงกระทั่งดูได้จากข้อมูลว่าใครที่สมควรถูกเปลี่ยนตัวได้แล้วตอนนี้ เพราะมีสถิติที่ไม่เหมาะจะอยู่ในรูปแบบเกม ณ โมเมนต์นี้ แม้แต่การ Scouting นักเตะ วันนี้หลายทีมแทบไม่เริ่มจากแมวมองแล้ว
แต่เริ่มจาก “โมเดลข้อมูล”
ฟุตบอลระดับสูงในปัจจุบันไปไกลกว่าการตามหานักเตะพรสวรรค์ และผู้จัดการทีมสมองเพชรอย่างที่เคยเป็นมา วันนี้มันคือการแข่งขันทั้งในและนอกสนามถึงชุดข้อมูลที่แต่ละทีมจะจัดการ และดึงประโยชน์สูงสุดจากมันออกมาได้ยังไง
หนึ่งในบริษัทที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกคือ StatsBomb บริษัทด้าน Football Analytics ที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลฟุตบอลระดับลึก เช่น
- รูปแบบการจ่ายบอล
- ความเสี่ยงเสียบอล
- พื้นที่สร้างโอกาสยิง
- Expected Goals (xG)
- Pressing Pattern
อีกระบบสำคัญคือ Catapult Sports เทคโนโลยี GPS Wearable ที่นักเตะสวมระหว่างซ้อมและแข่งขัน
มันสามารถวัดได้ละเอียดถึง :
- ระยะวิ่ง
- การเร่งสปีด
- การเปลี่ยนทิศทาง
- อัตราหัวใจ
- ความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ
เหล่านี้คือส่วนหนึ่งที่ทีมงานจะต้องนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการตัดสินใจ ในช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตายของเกมกีฬา ดั่งจะเห็นได้เวลาที่กล้องถ่ายทอดสดไปที่ภาพของผู้จัดการทีมที่ยืนข้างสนาม และเห็นทีมงานนั่งมองจอกัน นั่นแหละครับ คือข้อมูล (เกือบ) ทั้งหมดที่ทีมงานต้องคอยจับตามอง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมหลายคนถึงมองว่า มิเกล อาร์เตต้า ไม่ได้แค่พา Arsenal กลับมาเป็นแชมป์ แต่เขากำลังเป็นอีกหนึ่งหัวเลี้ยวของวงการฟุตบอล ที่ “เปลี่ยนวิธีคิดของฟุตบอลโลกยุคใหม่”จากเกมที่เคยใช้แค่พละกำลังและแพสชันสู่การผสานกันกับ “สมองกล AI” และนี่คือเหตุผลที่ฟุตบอลโลกครั้งต่อไป อาจกลายเป็นฟุตบอลโลกที่ใช้ AI มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ฟุตบอลโลกที่ใช้ประสบการณ์วิเคราะห์ Data เพื่อแก้เกม และทีมที่เก่งที่สุดในโลกจะชนะด้วยข้อมูล หรือศักยภาพมนุษย์ ฟุตบอลโลกครั้งนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการตัดสินแชมป์ระหว่างมนุษย์ หรือเทคโนโลยี AI เลยก็ว่าได้













