ไม่นานมานี้ กระทรวงศึกษาธิการของจีนได้อนุมัติให้ Jiangxi University of Science and Technology เปิดหลักสูตรปริญญาตรีสาขาใหม่แกะกล่อง ได้แก่ “วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมแร่หายาก” (Rare Earth Science and Engineering) โดยเริ่มเปิดรับนักศึกษาอย่างเป็นทางการแล้ว
สำหรับบางคนอาจคิดว่านี่เป็นเพียงการเปิดสาขาการเรียนทั่วไป แต่หากเรามาดูภาพรวมของสถานการณ์แร่หายากทั่วโลก การเคลื่อนไหวของจีนในครั้งนี้อาจเป็นปัจจัยสำคัญในการชี้ชะตาของโลกในอนาคต
“Rare Earth” หรือ “แร่หายาก” เป็นหนึ่งในทรัพยากรที่ทั่วโลกต้องการ เพราะถูกใช้ในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี อวกาศ และอีกหลายอุตสาหกรรม และอย่างที่หลายคนรู้ดีว่า จีนเป็นผู้ส่งออกแร่หายากอันดับ 1 และยังมีปริมาณแร่หายากสำรองในครอบครองมากที่สุดในโลก
และจีนกำลังวางแผนที่จะสร้างความแข็งแรงของการเป็นมหาอำนาจแห่งแร่หายากยิ่งกว่าที่เคย ทั้งในด้านทรัพยากร วิทยาการ และมนุษย์ คอนเทนต์นี้ BT จะพาไปถอดแนวคิดของจีนในการเปิดหลักสูตรแร่หายากเพื่อลงทุนในทุนมนุษย์
Rare Earth ‘กระดูกสันหลัง’ โลกยุคใหม่
แร่หายาก อย่างนีโอไดเมียม (Neodymium), ดิสโพรเซียม (Dysprosium) และเทอร์เบียม (Terbium) เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิต “แม่เหล็กนีโอไดเมียม” (NdFeB Magnets) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีและการทหาร ตั้งแต่สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ ระบบเรดาร์ ขีปนาวุธนำวิถี ยันเครื่องบินรบ
การขาดแคลนแร่หายากเพียงไม่กี่กิโลกรัม สามารถส่งผลให้สายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหรือกังหันลมมูลค่ามหาศาลต้องหยุดชะงักลงทันที นั่นหมายความว่าการถือครองแร่หายากมีส่วนสำคัญในการต่อรองในหลายมิติ
จีนกินรวบอุตสาหกรรมแร่หายาก
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าความได้เปรียบของจีนมาจาก “การมีเหมืองแร่ในประเทศ” แต่ในความเป็นจริง ความน่ากลัวของจีนอยู่ที่แนวคิดใน “การผูกขาดแบบเบ็ดเสร็จ” ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ โดยจีนครอบครองปริมาณสำรองแร่หายากในดินสูงถึง 37% ของทั้งโลก (ประมาณ 44 ล้านตัน) และกุมโควตาการขุดเจาะแร่ดิบสูงถึง 69.2% ของปริมาณการผลิตทั่วโลก ทิ้งห่างอันดับสองอย่างสหรัฐอเมริกาที่มีสัดส่วนเพียง 13.1% เท่านั้น
และจุดที่ทำให้จีนได้เปรียบที่สุดในเกมนี้ คือ จีนกุมกำลังการผลิตในอุตสาหกรรมแยก-สกัดและทำแร่ให้บริสุทธิ์ถึง 90% สำหรับแร่ทั่วไป (Light REEs) และสูงถึง 98% – 99% สำหรับแร่กลุ่มหนัก (Heavy REEs) ซึ่งจำเป็นมากในเทคโนโลยีทหารและการผลิตมอเตอร์ แม้ยุโรปและสหรัฐฯ สามารถหาเหมืองแห่งใหม่ในประเทศอื่นได้ แต่สุดท้ายก็ต้องส่งเนื้อแร่ดิบกลับมาสกัดที่จีนอยู่ดี เพราะประเทศอื่นไม่มีเทคโนโลยีที่ต้นทุนต่ำและมีประสิทธิภาพเท่ากับจีน ในส่วนปลายน้ำ จีนยังผลิตแม่เหล็กถาวรสำเร็จรูปสูงถึง 94% ของตลาดโลก
หลักสูตรแร่หายากปูทางให้คนรุ่นใหม่
จากทั้งหมดที่เล่ามาจะเห็นว่าในสงครามแร่หายาก จีนมีไพ่เด็ดบนมือมากชนิดที่ว่าสามารถสร้างผลกระทบให้กับทั่วโลกได้ โดยสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดในการตอกย้ำความตั้งใจที่จะรักษาอำนาจนี้ไว้ในระยะยาว คือการสร้างคนผ่านหลักสูตรวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมแร่หายาก เพื่อสร้างบรรดาหัวกะทิด้านแร่หายาก ที่จะเข้ามาสร้างความได้เปรียบให้กับอุตสาหกรรมแร่หายากของจีน
มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยเทคนิคอย่างน้อย 11 แห่งในจีนที่เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีด้านวิศวกรรมแร่หายากโดยเฉพาะ โดยมีนักศึกษาจบใหม่รวมกันมากกว่า 500 คนต่อปี ในขณะที่สหรัฐฯ มีเพียง 200 คนต่อปีเท่านั้น โดยเป็นสาขาที่เกี่ยวข้องเท่าไม่ใช่สาขาเฉพาะทาง
นอกจากนี้ นักศึกษาจะได้เรียนเคมีและวัสดุศาสตร์เกี่ยวกับแร่หายากมากกว่า 100 ชั่วโมง และได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการทำวิจัย ทำให้ออกมาทำงานในโรงถลุงหรือโรงงานผลิตแม่เหล็กได้ทันทีโดยไม่ต้องฝึกงานใหม่เป็นปี ๆ
การเดินเกมนี้สะท้อนความต่างในวิธีคิดของจีนกับชาติตะวันตก โดยจีนที่มีทรัพยากร ความรู้ และประสบการณ์ในมืออยู่แล้ว เริ่มหันมาลงทุนในทุนมนุษย์ ซึ่งสร้างแต้มต่อได้ในระยะยาว ขณะที่ชาติตะวันตกอาจทำได้เพียงให้เงินทุนตั้งเหมือง หรือการตั้งกำแพงภาษี นอกจากนี้ รายงานจาก Reuters ชี้ให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่ในสหรัฐฯ มองว่างานเหมืองเป็นงานที่ไม่มีคุณค่า
ผลกระทบต่อโลกและคนไทย เมื่อจีนกุมแร่หายากแบบเบ็ดเสร็จ
หากจีนสามารถผูกขาดทั้งตัวทรัพยากรดิบ สัดส่วนการสกัด และคน ผลกระทบจะแผ่ขยายออกไปในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็น ความผันผวนของราคาและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ในอดีตเมื่อจีนเริ่มส่งสัญญาณคุมเข้มใบอนุญาตส่งออก ราคาแร่หายากบางชนิด เช่น Neodymium-Praseodymium Oxide เคยพุ่งสูงขึ้นถึง 40% ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ ส่งผลให้ผู้ผลิตทั่วโลกตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก
หรืออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของชาติตะวันตกอาจชะลอตัวและตามหลังจีนอย่างน้อย 10–30 ปี เพราะต้องการสร้างระบบนิเวศ ท่าเรือ โรงถลุง และบุคลากรให้เทียบเท่าจีน การพึ่งพาจีนจึงยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปัจจุบัน
ต้นทุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดสูงขึ้นแน่นอน เพราะประเทศไทยมีนโยบายผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และตั้งเป้าเป็นฐานการผลิต EV ของภูมิภาค การที่จีนกุมสัดส่วนแม่เหล็กถาวรไว้ถึง 94% หมายความว่าหากจีนจำกัดการส่งออกหรือปรับราคาสินค้าสำเร็จรูป ต้นทุนของค่ายรถยนต์และราคาของรถยนต์ไฟฟ้าที่คนไทยซื้อย่อมปรับตัวสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ และย่อมกระทบอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทย จำเป็นต้องพึ่งพาชิ้นส่วนที่มีแร่หายากเป็นส่วนประกอบ อย่างไรก็ตาม ไทยก็มีอุตสาหกรรมผลิตแร่หายากด้วยเช่นเดียวกัน
เกม Rare Earth ของจีนไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมายภาษีหรือปริมาณแร่ในดิน แต่มันคือกลยุทธ์ระยะยาวบนแต้มต่อของโครงสร้างธรณีวิทยา ทรัพยากรธรรมชาติ องค์ความรู้ และประสบการณ์ การที่จีนเปิดคณะและสาขาวิชาเฉพาะทาง ยิ่งเป็นสิ่งยืนยันว่า จีนกำลังทิ้งห่างคู่แข่งในแง่ของ “โครงสร้างพื้นฐานด้านมนุษย์”













