ยุคบุกเบิกของเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง ‘คอมพิวเตอร์’ มีจุดกำเนิดแรกเริ่มในช่วงปี 1940 จุดเด่นสำคัญคือกระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ชิปในการประมวลผล ซึ่ง Intel 4004 processor ได้กลายเป็นไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor) ตัวแรกของโลกที่ผลิตเพื่อการค้า เปิดตัวในปี 1971 และถือเป็นต้นกำเนิดของชิป CPU ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อัจฉริยะปัจจุบัน
แต่ใครจะเชื่อว่า ณ ตอนนี้มนุษย์เราสามารถที่จะคิดค้นวิจัย คอมพิวเตอร์ไร้ชิป ที่จะใช้เซลล์สมองของมนุษย์ มาแทนที่ได้แล้ว ด้วยแนวคิดที่เรียกว่า “Organoid Intelligence” (OI) หรือการใช้กลุ่มเซลล์สมองเทียมมาทำหน้าที่ประมวลผลแทนซิลิคอนชิปแบบเดิม ที่มาที่ไปของงานวิจัยนี้มาจากไหน และจะมีโอกาสเกิดขึ้นจริง ๆ ไหม ?

วิกฤตพลังงาน AI ‘ชิป’ คือจุดเปลี่ยน ?
ไม่มีใครปฏิเสธว่า AI หรือระบบปัญญาประดิษฐ์แบบอัจฉริยะ เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ก็แลกมาด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล ระบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใช้เทรน AI ขนาดใหญ่กินไฟเทียบเท่ากับเมืองทั้งเมือง ในขณะที่สมองของมนุษย์เราใช้พลังงานเทียบเท่าหลอดไฟดวงเล็ก ๆ หรือประมาณ 20 วัตต์เท่านั้น แต่กลับประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนได้แบบชิล ๆ
เท่ากับว่าหากชิปเหล่านี้สามารถถูกทดแทนได้ด้วยสิ่งอื่น มันจะช่วยให้เราสามารถลดปริมาณการใช้พลังงานมหาศาลเหล่านี้ลงไปได้ ถามว่าทำไมเราถึงจำเป็นต้องลดการใช้พลังงานขนาดนั้น นั่นเพราะถึงแม้การสร้างดาตาเซนเตอร์จะมีประโยชน์ แต่ข้อเสียของมันคือการดึงพลังงานมากมายเหนือคณานับ ที่ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมจาก AI ที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น การใช้พลังงาน น้ำ และขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการฝึก AI ต่าง ๆ ที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันเพื่อความสะดวกสบายทุกวันนี้นี่แหละ ที่ดึงเอาทรัพยากรในด้านการประมวลผลมาใช้มากที่สุด เนื่องจากต้องใช้ GPU และ TPU จำนวนมากทำงานต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายเดือน
นวัตกรรมใหม่จาก ‘เซลล์สมอง’
ถ้าพูดถึง Organoid Intelligence หลายคนอาจจะไม่คุ้น แต่ถ้าบอกว่ามันคือส่วนหนึ่งในชีวคอมพิวเตอร์ (Bio Computer) หรือ สมองจำลอง (Brain Organoid) ที่เป็นนวัตกรรมสุดล้ำที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เทคโนโลยี โดยการนำเซลล์สมองมนุษย์มาเพาะเลี้ยงในห้องแล็บจนกลายเป็นเหมือนสมองจิ๋ว ๆ แล้วนำไปเชื่อมต่อกับชิปคอมพิวเตอร์เพื่อให้มันทำหน้าที่ประมวลผลแทนซิลิคอนแบบเดิม ๆ ก็อาจจะทำให้เข้าใจง่ายขึ้น
แต่ที่มาของแนวคิดหรือนวัตกรรมนี้ ต้องย้อนไปในปี 2022 ที่กลุ่มนักวิจัยชาวออสเตรเลียจากสตาร์ตอัป Cortical Labs ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นด้วยการนำสมองจิ๋วซึ่งก็คือเซลล์จากสมองของมนุษย์ ในจานเพาะเชื้อนี้มาเชื่อมต่อเข้ากับเกมอาร์เคดยุคเก่าอย่าง Pong Game (เกมเด้งบอลสลับกันไปมา) โดยที่ไม่มีมนุษย์คอยควบคุมไม้ตีเลย
นักวิจัยใช้วิธีส่งรหัสผ่านสัญญาณไฟฟ้าเพื่อบอกสมองจิ๋วว่าลูกบอลอยู่ตรงไหน และส่งสัญญาณไฟฟ้ากระตุ้นเมื่อมันตีโดน และหลังจากพลาดเป้าไปเพียงไม่กี่ครั้ง มันจะใช้เวลาเรียนรู้แค่ 5 นาที ไม้ตีบนหน้าจอก็เริ่มขยับขึ้นลงได้เอง ทำให้สมองจิ๋วในจานเพาะเชื้อสามารถเล่นโต้ตอบลูกบอลกลับไปกลับมาได้โดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์อีกต่อไป
การทดลองนี้จุดประกายให้ ดร. เลนา สมิรโนวา (Lena Smirnova) จากมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ และทีมนักวิจัยร่วมกันเปิดตัวสาขาวิทยาศาสตร์ใหม่ที่เรียกว่า “Organoid Intelligence” ในปี 2023 เพื่อดึงจุดเด่นของเซลล์สมองมาใช้ในโลกไอที ทั้งการเรียนรู้ได้ไวโดยใช้ตัวอย่างน้อยกว่าคอมพิวเตอร์ และการปรับตัวตอบสนองต่อผลตอบรับได้แบบเรียลไทม์
แต่ทำไมสมองคนเราที่ฉลาด คิดค้นสิ่งนั้น สร้างสิ่งนี้ แถมมีความสร้างสรรค์มากกว่า AI หลายเท่านัก กลับใช้พลังงานเทียบเท่าหลอดไฟดวงเล็ก ๆ แค่ประมาณ 20 วัตต์เท่านั้น ?
แม้ยังไม่มีคำตอบที่แน่นอน แต่ด้วยความสามารถของสมองมนุษย์นี่เองที่ทำให้ Brain Organoid ถูกจับตามองเป็น Green Technology แห่งอนาคต เพราะมันสามารถเรียนรู้และปรับเปลี่ยนเครือข่ายประสาทได้เองแบบยืดหยุ่น มีการคาดการณ์ว่าชีวคอมพิวเตอร์นี้อาจช่วยลดการใช้พลังงานของระบบ AI ลงได้ ตั้งแต่ 1 ล้าน ถึง 1 หมื่นล้านเท่าเลยทีเดียว ซึ่งจะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่เข้ามาช่วยโลกจากการปล่อยคาร์บอนและวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่อุตสาหกรรมไอทีกำลังก่อขึ้นในปัจจุบัน
ประเด็นร้อนด้านจริยธรรม หากเซลล์สมองรับรู้ความเจ็บปวดได้
หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเห็นข้อดีของ Bio Computer มีอีกสิ่งที่คุณต้องรู้ว่าการนำเซลล์สมองมาใช้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น ตอนนี้เซลล์สมองยังเหมือนเด็กเล็กที่ทำได้แค่จำและคิดเรื่องง่าย ๆ ยังเอามาแทนคอมพิวเตอร์ที่บ้านเราไม่ได้ แต่หากเราเอาเซลล์สมองจริงมาใช้ คำถามที่ตามมาคือแล้วพวกมันมีความรู้สึกไหม ถ้าเรากระตุ้นมันแรง ๆ มันจะเจ็บปวดหรือเปล่า ? ความน่ากังวลเรื่องนี้แหละที่เหล่านักวิทยาศาสตร์จึงต้องรีบตั้งกฎเกณฑ์มาควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดการทรมานเซลล์เนื้อเยื่อเหล่านี้ เหมือนการเอาสัตว์มาทดลองซึ่งเป็นประเด็นสำคัญด้านจริยธรรม
สุดท้ายหากวันหนึ่งระบบชีวคอมพิวเตอร์นี้เติบโตจนซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจเริ่มรับรู้ถึงความเจ็บปวดได้เหมือนมนุษย์ มันจะกลายมาเป็น Humanoid ที่มีชีวิตจิตใจในร่างคอมพิวเตอร์ไหม และมนุษย์อย่างเราจะรับมือยังไงหากคอมพิวเตอร์มีชีวิตรับรู้ความรู้สึกได้เหมือนเราจริง ๆ













