ใครจะคิดว่า AI จะถูกเอามาใช้สำรวจดวงจันทร์ได้จริง ๆ แต่ NASA จับมือ IBM เปิดตัว NASA-IBM Lunar Foundation Model โมเดล AI แบบโอเพนซอร์สที่เอามาช่วยนักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ข้อมูลบนดวงจันทร์ ตั้งแต่หาน้ำแข็ง ไปจนถึงช่วยดูว่าบริเวณไหนเหมาะจะเป็นจุดลงจอดในอนาคต
โมเดลนี้เรียนรู้ด้วยข้อมูลของเครื่องมือ 9 ชิ้นจากภารกิจของ NASA 4 ภารกิจ รวมถึง Lunar Reconnaissance Orbiter (LRO) ที่เก็บข้อมูลพื้นผิวดวงจันทร์มาตลอด ทำให้ AI เอาข้อมูลหลายแบบมาช่วยวิเคราะห์พื้นผิวดวงจันทร์ได้ในครั้งเดียว
แล้วมันเอาไปทำอะไรได้บ้าง ?
AI ตัวนี้ช่วยหาน้ำแข็งบนดวงจันทร์ และอาจใช้เป็นแหล่งน้ำและออกซิเจนสำหรับนักบินอวกาศในภารกิจระยะยาว รวมถึงช่วยทำแผนที่หลุมอุกกาบาตและพื้นที่ภูเขาไฟ เพื่อดูว่าบริเวณไหนเหมาะกับการลงจอดและสำรวจมากที่สุด
ในการทดสอบ NASA และ IBM พบว่าโมเดลนี้สามารถดูรายละเอียดสำคัญบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้แม่นกว่าวิธีที่ใช้อยู่ถึง 23% นั่นแปลว่า AI อาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์หาพื้นที่ที่น่าสนใจได้เร็วและแม่นขึ้น โดยไม่ต้องนั่งไล่ดูข้อมูลจำนวนมากทั้งหมดด้วยตัวเอง
NASA บอกว่าโมเดลนี้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูล Prithvi ซึ่งเป็นโมเดล AI แบบโอเพนซอร์สที่ NASA และ IBM พัฒนาร่วมกัน และก่อนหน้านี้ Prithvi ก็ถูกเอาไปใช้วิเคราะห์ข้อมูลบนโลกมาแล้ว
NASA กำลังเตรียมเทคโนโลยีสำหรับการสำรวจดวงจันทร์ระยะยาว โดยเฉพาะตรงขั้วใต้ที่คาดว่าอาจมีทรัพยากรสำคัญอย่างน้ำแข็ง รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อดึงออกซิเจนจากพื้นผิวดวงจันทร์ และการมีข้อมูลที่ละเอียดก็จะช่วยให้วางแผนสำรวจได้ง่ายขึ้น
และนี่ก็คืออีกจุดที่ AI เข้ามาช่วย เพราะโมเดลนี้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลบนดวงจันทร์และช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มองเห็นรายละเอียดของพื้นที่ต่าง ๆ ได้มากขึ้น จากนี้ AI อาจไม่ได้ช่วยแค่คนบนโลก แต่กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการสำรวจอวกาศด้วย













