ข่าวน่าตกใจสำหรับคนรักชาบู หมูกระทะ หม่าล่า และสารพัดเมนูอาหารที่ใช้ ‘เห็ดเข็มทอง’ เพราะล่าสุดพบว่าเห็ดชนิดนี้มีเชื้อ ‘ลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส’ (Listeria monocytogenes) ซึ่งมีเอฟเฟกต์แรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ถ้ากินเข้าไป
เห็ด ‘เอโนกิตาเกะ’ หรือ ‘เห็ดเข็มทอง’ ที่เราเรียกกัน เป็นเห็ดเส้นยาว ๆ หัวเล็ก ๆ ที่เรามักเจอในเมนูอาหารแบบต้มบ้าง ทอดบ้าง หรือยำบ้างนี่แหละ เขาพบว่ามันมีเชื้อลิสทีเรีย โดยเฉพาะเห็ดที่นำเข้าจากประเทศจีน โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา FDA สหรัฐฯ (หน่วยงานควบคุมดูแลความปลอดภัยของอาหารและยา) เขาประกาศเจอเชื้อตัวนี้จากจีน จนต้องเรียกคืนสินค้าและแจ้งประชาชนไป
ประเด็นคือเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา มีคนพบเจอเชื้อลิสทีเรียในกรุงเทพฯ โดยมีอาการปวดหัว ตัวร้อน ปวดตามร่างกาย ท้องเสีย อาเจียน ซึ่งเป็นอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่หารู้ไม่ว่าจริง ๆ เกิดจากการกินเห็ดเข็มทองที่ ‘ยังไม่สุก’ จนเกิดอาการแบบที่เล่าไป ซึ่งนักวิชาการก็ออกมาเตือนว่าถ้าได้รับเชื้อตัวนี้จำนวนมาก นอกจากจะรู้สึกเหมือนไข้ขึ้นแล้ว ยังเสี่ยงเยื่อหุ้มสมองอักเสบและเสียชีวิตได้เลยนะ
จากเหตุพบเชื้อลิสทีเรีย สถาบันอาหารได้เก็บตัวอย่างเห็ดเข็มทองดิบทั้งที่ผลิตในไทยและนำเข้าจากจีน 5 ตัวอย่างจากร้านค้าในตลาดเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์ พบว่าเห็ดเข็มทองทั้ง 5 ตัวอย่างมีการปนเปื้อนเชื้อลิสทีเรียจริง
แต่ก็ยังไม่ต้องตกใจนะ เพราะจริง ๆ ถ้าเราใช้ความร้อนตั้งแต่ 74 องศาเซลเซียสขึ้นไป ต้มเป็นเวลา 2-3 นาทีก็จะกำจัดเชื้อและสามารถทานได้ปกติ กรณีเห็ดที่ลวกแค่ให้เหี่ยว ๆ แล้วมาผสมในยำ หรือที่นำไปห่อเบคอนแล้วย่างเลยอาจจะยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ถ้ากินเข้าไป รวมถึงกรณี Cross-contamination คือมีการสัมผัส ทั้งจากมือตัวเองหรืออุปกรณ์ทำอาหารก็ควรล้างให้สะอาดก่อนใช้อุปกรณ์กับวัตถุดิบชนิดอื่น ๆ ด้วย เพราะไม่อย่างนั้นก็มีโอกาสที่เชื้อยังไม่ตายและเสี่ยงต่อสุขภาพได้
คำถามสำคัญคือเชื้อ ‘ลิสทีเรีย’ มายังไง ?
สำหรับเชื้อ ‘ลิสทีเรีย’ ถ้าใครเรียนวิทยาศาสตร์อาจจะคุ้นคำนี้ จริง ๆ มันคือเชื้อที่มากับอุจจาระ พืชเน่าเปื่อย ดิน น้ำ ซึ่งพบได้ตามธรรมชาติ ดังนั้นหากมีการปลูกพืชผักหรือมีการสัมผัสกับดิน, น้ำ หรือพืชเน่าเปื่อยก็มีโอกาสสัมผัสเชื้อตัวนี้มาได้ทั้งหมดเลย
กรณีของเห็ดเข็มทองที่เรากินกันก็แอบซ่อนเชื้อลิสทีเรียไว้ได้เยอะมาก เพราะบรรยากาศการเพาะเลี้ยงที่ทั้งชื้นและอุ่น บวกกับดอกเห็ดที่ขึ้นเบียดกันแน่น ล้วนเป็นใจให้เชื้อชนิดนี้เติบโตได้ดีเป็นพิเศษ นอกจากนี้เชื้อตัวนี้ยังทนทานต่ออุณหภูมิในตู้เย็น ระบบห่วงโซ่ความเย็นที่คอยรักษาความสดให้เห็ดจึงกลายเป็นตัวช่วยยืดอายุเชื้อโรคให้แฝงตัวมาถึงแผงผักได้แบบเนียน ๆ นั่นเอง ดังนั้นไม่ใช่แค่เห็ดเข็มทองจากจีนเท่านั้นที่มีเชื้อตัวนี้ แต่เห็ดเข็มทองจากที่ไหนก็ตาม ก็ควรล้างทำความสะอาด และทำให้สุกดีก่อนค่อยกินจะปลอดภัยที่สุด













