ระหว่าง OPPO Pad Mini Matte Display Edition กับ iPad mini เริ่มที่หน้าจอกันก่อนเลย สำหรับ OPPO Pad Mini ใช้จอ AMOLED ขนาด 8.8 นิ้ว รีเฟรชเรต 144 Hz และเป็นจอ Matte ลดแสงสะท้อน ส่วน iPad mini ใช้จอ OLED ขนาด 8.5 นิ้ว ถ้าต้องการจอลดแสงสะท้อน Nano-texture จะมีให้เลือกอัปเกรดเฉพาะในรุ่นความจุ 256 GB และ 512 GB
ด้านขนาดตัวเครื่อง ทั้งคู่มีความบางใกล้เคียงกันคือ 5.46 มม. สำหรับ OPPO และ 5.4 มม. สำหรับ iPad mini แต่น้ำหนัก iPad mini จะเบากว่า อยู่ที่ 255 กรัม (รุ่น Wi-Fi) ขณะที่ OPPO หนัก 282 กรัม
เรื่องการประมวลผล OPPO Pad Mini ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 5 ส่วน iPad mini ใช้ชิป A20 Pro ซึ่ง Apple จะแบ่งสเปกชิปตามความจุเครื่อง โดยรุ่น 128 GB และ 256 GB จะได้ CPU 5-core และ GPU 7-core ส่วนรุ่น 512 GB จะได้ CPU 6-core และ Neural Engine 16-core แบบคู่
สำหรับการถ่ายภาพ กล้องหลังของทั้งคู่ถ่ายวิดีโอ 4K ได้ โดย OPPO ให้กล้องหลัง 13 MP และกล้องหน้า 8 MP ส่วน iPad mini ให้กล้อง 12 MP ทั้งหน้าและหลัง ซึ่งกล้องหน้าถูกย้ายมาอยู่ขอบแนวนอนเพื่อให้วิดีโอคอลได้สะดวกขึ้น
สำหรับการรองรับอุปกรณ์เสริม OPPO Pad Mini รองรับ OPPO Pencil 3 ซึ่งมีแถมปากกาและเคสมาให้ในชุดเลย ส่วน iPad mini รองรับ Apple Pencil Pro ราคา 4,490 บาท และ Apple Pencil รุ่น USB-C ราคา 2,990 บาท ซึ่งต้องซื้อแยกต่างหาก
ด้านความจุและราคา OPPO Pad Mini มีขายสเปกเดียวคือรุ่น Wi-Fi ความจุ 256 GB สีม่วง ราคา 29,999 บาท ฝั่ง iPad mini มีสีมิดไนท์และสตาร์ไลท์ ความจุ 128 GB, 256 GB และ 512 GB รุ่น Wi-Fi เริ่มต้นที่ 24,900 บาท และรุ่น Cellular เริ่มต้นที่ 30,900 บาท
ถ้าถามว่าควรเลือกซื้อเครื่องไหนดี OPPO Pad Mini เหมาะกับคนที่ต้องการแท็บเล็ตพร้อมใช้งานที่มีอุปกรณ์เสริมครบในชุดเดียว และได้หน้าจอแบบด้านลดแสงสะท้อน ส่วน iPad mini เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องน้ำหนักเบา มีตัวเลือกความจุหลากหลาย มีรุ่นรองรับเซลลูลาร์ และใช้งานระบบ iOS ของ Apple อยู่แล้ว สามารถเลือกตามไลฟ์สไตล์การใช้งานของตัวเองได้เลยครับ













