ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| วิทยาศาสตร์
Read More

ล้ำเกิน ! Chrysalis แนวคิดยานอวกาศย้ายมนุษย์สู่ดาวดวงใหม่ ในการเดินทาง 400 ปี

เมื่อพูดถึงการเดินทางระหว่างดวงดาว ภาพในหัวของเรามักเป็นยานอวกาศที่พุ่งทะยานด้วยความเร็วแสง ที่มีคนระดับหัวกะทิไม่กี่คน พร้อมสเปิร์มและไข่แช่แข็งเพื่อก่อกำเนิดชีวิตใหม่ด้วยเทคโนโลยีที่โคตรจะล้ำ หรือภารกิจสำรวจดาวใหม่แบบในหนัง Interstellar แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าภารกิจย้ายดาวนั้นสามารถพามนุษยชาติที่ถูกคัดเลือกไปด้วยได้ส่วนหนึ่ง นี่คือแก่นของ Chrysalis โครงการยานอวกาศที่ไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คือเรือโนอาห์ขนาดยักษ์ ความยาวกว่า 36 ไมล์ (58 กิโลเมตร) ที่ออกแบบมาเพื่อนำพามนุษย์กว่า 2,400 ชีวิต พร้อมอารยธรรมของพวกเราไปด้วย ในการเดินทางเที่ยวเดียวที่ยาวนานถึง 400 ปี สู่ระบบดาวที่ใกล้ที่สุดอย่างแอลฟา เซนทอรี (Alpha Centauri) ซึ่งห่างจากโลก 4.37 ปีแสง Chrysalis เป็นโครงการที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขัน Project Hyperion Design Competition การแข่งขันออกแบบยานอวกาศระหว่างดวงดาวที่ขับเคลื่อนโดยมนุษย์ และมีระยะเวลาเดินทางในอวกาศนับศตวรรษ ซึ่ง Chrysalis ไม่ใช่แค่จินตนาการเพียงอย่างเดียว แต่ถูกสร้างขึ้นบนฐานความคิดของทีมผู้ออกแบบกว่า 6 คน ที่ผสมผสานหลากหลายศาสตร์ไว้ด้วยกัน ทั้งฟิสิกส์ดาราศาสตร์ วิศวกรรมอวกาศ จิตวิทยา วิทยาศาสตร์เศรษฐศาสตร์ นวัตกรรมด้านสังคม สถาปัตยกรรม วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม โดยไอเดียของ Chrysalis คือความลึกในรายละเอียดที่บังคับให้เราต้องตั้งคำถามใหม่ทั้งหมดเกี่ยวกับเทคโนโลยี…
06/08/2025

[บทความ] ทำไม 1 วันบนดวงจันทร์ ถึงยาวนานเกือบ 4 สัปดาห์บนโลก ?

หลายคนอาจจินตนาการถึงการใช้ชีวิตบนดวงจันทร์ แต่เคยสงสัยกันไหมว่า "หนึ่งวัน" บนนั้นยาวนานแค่ไหน ? คำตอบคือ หนึ่งวันบนดวงจันทร์ (นับจากพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ขึ้นอีกครั้ง) มีระยะเวลายาวนานถึงประมาณ 29.5 วันของโลก หรือเกือบ 4 สัปดาห์เต็ม ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากกลไกทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่น่าทึ่งซึ่งเรียกว่า "การหมุนสมวาร" (Synchronous Rotation) การหมุนที่ถูกล็อกด้วยแรงโน้มถ่วง สาเหตุหลักที่ทำให้วันบนดวงจันทร์ยาวนาน มาจากการที่ดวงจันทร์ถูก "ล็อก" ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก (Tidal Locking) มาเป็นเวลานับพันล้านปี ทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่า Synchronous Rotation ซึ่งหมายถึง ดวงจันทร์ใช้เวลาในการหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ เท่ากับเวลาที่ใช้ในการโคจรรอบโลก 1 รอบพอดี ตามข้อมูลจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ดวงจันทร์ใช้เวลาโคจรรอบโลก (Orbital Period) และหมุนรอบตัวเอง (Rotational Period) ประมาณ 27.3 วันเมื่อเทียบกับดาวพื้นหลัง (ดาวที่อยู่ไกลออกไป) ด้วยเหตุนี้ เราจึงมองเห็นดวงจันทร์เพียงด้านเดียวเสมอ ซึ่งเรียกว่า "ด้านใกล้" (Near Side)…
26/03/2025

เคมบริดจ์สร้าง Aardvark Weather: AI พยากรณ์อากาศที่เร็วกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ รันได้บนเดสก์ท็อป

ปีก่อนหลายคนได้เห็นการเปิดตัว GraphCast AI ของทาง DeepMind ที่ใช้ AI ในการพยากรณ์อากาศ ซึ่งล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้สร้าง Aardvark Weather ปัญญาประดิษฐ์ที่แบบเดียวกันขึ้น พร้อมกับบอกว่า AI ตัวนี้สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพเหนือซูเปอร์คอมพิวเตอร์ การพยากรณ์อากาศแบบดั้งเดิมต้องการซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในการประมวลผล ซึ่งใช้พลังงานและเวลาในการประมวลผลสภาพอากาศ ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้สร้าง AI ที่ชื่อว่า Aardvark Weather ด้วยการเรียนรู้แบบ Machine Learning ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาในการประมวลผลสภาพอากาศและการพยากรณ์อากาศให้เร็วขึ้นหลายเท่า จากหลายชั่วโมงให้เหลือเพียงไม่กี่นาที และใช้ข้อมูลน้อยลงกว่าการใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ถึง 9 เท่า โดยที่สามารถรันบนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปทั่วไปได้ด้วย ตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจกต์ ทีมวิจัยใช้ระยะเวลาเพียง 18 เดือน เพื่อสร้าง Aardvark Weather ให้มีความแม่นยำใกล้เคียงกับระบบพยากรณ์อากาศแบบดั้งเดิมที่ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุด อย่าง GFS (Global Forecast System) หรือระบบพยากรณ์อากาศทั่วโลกของสหรัฐอเมริกา Aardvark Weather อาศัยข้อมูลดิบจากดาวเทียม สถานีอากาศ เรือ และบอลลูนพยากรณ์อากาศในการประมวลผล โดยเฉพาะข้อมูลจากดาวเทียมจะช่วยให้ Aardvark Weather สามารถพยากรณ์ได้แม่นยำขึ้นในหลาย…
10/03/2025

เก่งจริง ๆ เลยนะเม็ดแค่นี้…นักวิจัยพบว่ายาแอสไพรินอาจช่วยป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งได้

แม้ว่าในไทยแอสไพริน (Aspirin) จะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่าพาราเซตามอล แต่ก็เป็นยาที่หาง่าย ราคาถูก ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นแค่ยาแก้ปวด แต่จริง ๆ แล้ว ยาแอสไพรินยังใช้ป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือใช้รักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ด้วย และในตอนนี้แอสไพรินอาจกลายเป็นกุญแจดอกใหม่ในการยับยั้งมะเร็ง เพราะการศึกษาใหม่ของทีมนักวิจัยระดับนานาชาติ พบว่ายาแอสไพรินปลดล็อกภูมิคุ้มกันของร่างกายในหนูทดลองที่เป็นมะเร็ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเซลล์มะเร็งที่แอบซ่อนอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง (Metastasis) ยาแอสไพรินออกฤทธิ์กับเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการปวด บวม อักเสบ ซึ่งกลไกนี้นี่แหละ ที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าอาจช่วยให้ร่างกายทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น เพราะยาจะไปยับยั้งการสร้างสารที่ทำให้เลือดเกาะตัวกัน (Thromboxane A2: TXA2) สารตัวนี้นอกจากจะทำให้เลือดเกาะตัวกันแล้ว ยังกดการทำงานของ “T-Cell” ที่มีหน้าที่ในการทำลายเซลล์มะเร็ง เมื่อ TXA2 ลดลงเลยทำให้ T-Cell และระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยโจมตีและทำลายเซลล์ผิดปกติในร่างกายอย่างเซลล์มะเร็ง เหมือนกับการทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติของเซลล์มะเร็งนั่นเอง หากนักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกทั้งหมดอาจนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งที่มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจาย เพื่อช่วยให้ยับยั้งการแพร่ของเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะหรือระบบอื่น ๆ ที่จะนำไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น แต่ก็ต้องบอกว่า ลำพังยาแอสไพรินไม่สามารถรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วยตัวมันเอง ยังคงต้องอาศัยการรักษาด้วยการรักษาหลัก อย่างยา และการบำบัดอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับระยะของโรค และบอกอีกครั้งว่าเป็นการค้นพบในงานวิจัยและการทดลองในสัตว์ทดลอง ยังไม่มีการยืนยันว่าแอสไพรินช่วยในการรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้จริง ดังนั้นไม่ควรซื้อมาใช้เพื่อหวังผลในเรื่องนี้ หรือแม้แต่การใช้เพื่อรักษาอาการปวด บวม…
13/01/2025

ย้อน ‘เซลล์มะเร็ง’ ให้กลับเป็น ‘เซลล์ปกติ’ นักวิจัยเกาหลีคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ในการรักษามะเร็ง

โรคมะเร็งและเนื้องอกทุกชนิดยังคงครองอันดับต้น ๆ ของโรคที่คร่าชีวิตของมนุษย์มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเรารู้จักกับมะเร็งมากขึ้น ทั้งองค์ความรู้ การตรวจคัดกรอง และเทคโนโลยีในการรักษาก็ก้าวหน้ามากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสหายขาด และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต ล่าสุดทีมวิจัยสถาบัน KAIST (Korea Advanced Institute of Science and Technology) ประเทศเกาหลีใต้ได้ค้นพบเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งรูปแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลับมาเป็นเซลล์สุขภาพดี บทความนี้เราจะมาแบไต๋กัน รู้จักกับโรคมะเร็ง และการรักษามะเร็งในปัจจุบัน ก่อนจะไปรู้จักแนวทางการรักษาใหม่ที่ว่านี้ มาทำความเข้าใจกันคร่าว ๆ ก่อนว่า ‘เซลล์มะเร็ง’ เกิดได้อย่างไร ? โรคมะเร็งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่กลไกเกิดในภาพรวมคือ DNA ของเซลล์กลายพันธุ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสื่อมของ DNA ที่มาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และการที่เซลล์เสียหายจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างบุหรี่ แสงแดด การติดเชื้อ สารก่อมะเร็ง หรือแม้แต่พันธุกรรม ผลลัพธ์ คือ ทำให้เซลล์นั้นเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกมะเร็งนั่นเอง การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันส่วนใหญ่เน้นการกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การฉายแสง หรือเคมีบำบัดที่เรียกกันว่าคีโม ซึ่งบางเคสอาจเจอกับการดื้อยาของเซลล์มะเร็ง การกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงผลข้างเคียงรุนแรงที่เกิดจากการทำลายเซลล์ปกติไปพร้อมกัน ปัจจุบันเราเลยจึงอาจเห็นวิธีรักษามะเร็งแบบใหม่ อย่างยามุ่งเป้า…
30/08/2024

ทฤษฎี Terminal Lucidity เฮือกสุดท้ายของคนป่วยก่อนจากโลกนี้ไป

หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวสุดแสนลึกลับ เกี่ยวกับภาวะที่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่อาการหนักกลับฟื้นคืนสติ กลับมาพูดคุย หรือแม้แต่เดินเหินได้หลังจากนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเป็นเวลานาน ก่อนที่เขาเหล่านั้นจะจากโลกนี้ไปหลังจากนั้นไม่นาน ภาวะนี้มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Terminal Lucidity หรือความชัดแจ้งสุดท้าย หรือแสงที่ปลายทางของชีวิต แม้จะมีชื่อเรียกแต่ที่มาที่ไปของภาวะนี้ยังคงเป็นปริศนาทั้งในทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ บ้างก็ว่าเป็นพลังใจเฮือกสุดท้ายของผู้ป่วยเพื่อที่จะล่ำลาโลกนี้ไปอย่างสดใส BT beartai ขอชวนคุณมาสำรวจทฤษฎีที่ว่าด้วยเรื่องของ Terminal Lucidity กัน Terminal Lucidity มาจากไหน? ในภาพรวม เราอาจเรียกว่าฟื้นคืนก่อนจะเสียชีวิตในลักษณะนี้ว่าเป็น Terminal Lucidity แต่ในเชิงของข้อมูลแล้ว จุดเริ่มต้นของ Terminal Lucidity มักถูกผูกโยงกับภาวะทางสมอง อย่างภาวะสมอง โรคอัลไซเมอร์ และโรคทางอารมณ์ที่ส่งผลให้สูญเสียความทรงจำ สติ และตัวตนไป ความชัดแจ้งสุดท้ายจึงหมายถึงภาวะที่ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านความจำ หรืออารมณ์ขั้นรุนแรงกลับมาจำคนรอบตัว หรือฟื้นคืนสติได้ราวกับปาฏิหาริย์ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาไม่กี่นาที ไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่วันให้หลัง อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาก็พบ Terminal Lucidity ในผู้ป่วยขั้นรุนแรงจากโรคอื่นได้ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างโรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และโรคสมองที่ส่งผลต่อสมอง ความจำ และการรับรู้ของผู้ป่วย ทฤษฎีสาเหตุของ Terminal Lucidity…
22/08/2024

ปลาออร์ฟิช: ปลาวันสิ้นโลก สัญญาณแห่งภัยพิบัติ หรือจำเลยทางความเชื่อ

ปลาออร์ฟิช (Oarfish) หรือปลาออร์ หนึ่งในสัตว์ใต้ท้องทะเลสุดลึกลับที่มักผูกโยงกับเรื่องราวในตำนาน และปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา อย่างแผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์สึนามิ โดยเฉพาะในวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ขนานนามปลาออร์ฟิชว่าเป็นผู้ส่งสารจากวังของเทพเจ้าแห่งท้องทะเล (Ryugu no tsukai) เพราะเชื่อกันว่าทุกครั้งที่ปลาออร์ฟิช ซึ่งปกติอาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกขึ้นมาเกยชายฝั่ง มักจะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติตามมา ด้วยลางร้ายที่ผูกติดมากับปลาออร์ฟิช ทำให้สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ถูกเรียกในอีกชื่อว่า ‘ปลาวันสิ้นโลก’ (Doomsday Fish) แต่ในความจริง เจ้าปลาออร์ฟิชที่สุดแสนจะลึกลับชนิดนี้ กำลังถูกตีตราและเป็นจำเลยให้กับเหตุการณ์ทางธรรมชาติจากเหล่ามนุษย์อยู่หรือเปล่า BT beartai จะพาคุณดำดิ่งลงไปใต้ผืนสมุทร และข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์กัน มารู้จักกับปลาออร์ฟิชกัน ปลาออร์ฟิช มีชื่อแบบไทย ๆ ว่า ‘ปลาพญานาค’ ด้วยลำตัวสีเงินสะท้อนแสง ที่มีลักษณะแบนคล้ายริบบิ้น และยาวได้มากถึง 9 เมตร พร้อมดวงตากลมโต และหนามสีแดงสดบนหัวที่ดูคล้ายกับหงอนของพญานาค ซึ่งทำให้เกิดเรื่องเล่าในไทยมากมายด้วยเช่นกัน ปลาออร์ฟิชเป็นปลาที่กินด้วยการกรองแพลงก์ตอน และกุ้งขนาดเล็กเป็นอาหาร อาศัยอยู่ในมหาสมุทรชั้นเมโซเพลาจิก หรือลึกลงไปใต้ผิวน้ำกว่า 200-1,000 เมตร ซึ่งเป็นส่วนของมหาสมุทรที่ยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างทั่วถึง โดยปกติมนุษย์มักพบเห็นปลาออร์ฟิชเมื่อมันขึ้นมาโซนน้ำตื้นในสภาพที่อ่อนแอ ตาย หรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปกติเท่าไหร่ แถมการสำรวจมหาสมุทรชั้นเมโซเพลาจิกที่เป็นที่อยู่ของมันก็ยังไม่ค่อยพบเห็นปลาออร์ฟิชด้วย เลยยิ่งทำให้ปลาตัวยาวชนิดนี้ดูลึกลับขึ้นไปอีก เหตุการณ์ที่ทำให้ปลาออร์ฟิชกลายเป็นลางร้ายแห่งภัยพิบัติ หนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้ฉายาปลาวันสิ้นโลกแพร่กระจายไปทั่วโลก มาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่นในเดือนมีนาคมปี…
17/06/2024

‘สืบพันธุ์’ สู่ ‘สูญพันธุ์’ ? ยีนที่ทำให้กอริลลาจุ๊ดจู๋สั้นอาจเชื่อมโยงกับปัญหามีลูกยากในผู้ชาย

ทฤษฎีวิวัฒนาการมนุษย์กระแสหลักที่เราเชื่อกันปัจจุบันคือ มนุษย์โฮโมเซเปียนส์ ซึ่งก็คือเราในทุกวันนี้ วิวัฒนาการมาจากต้นตระกูลที่เป็นลิง ส่งผ่านสู่มนุษย์วานร โดยมนุษย์และกอริลลามีดีเอ็นเอที่ใกล้เคียงกันถึง 98 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว แม้เราจะไม่ได้วิวัฒนาการมาจากกอริลลาโดยตรงก็ตาม นั่นทำให้เราและสัตว์ตระกูลวานรมีความคล้ายกันในหลายด้าน การศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์กที่เมืองบัฟฟาโล (University at Buffalo) พบยีนสืบพันธุ์ในกอริลลาที่ทำให้กอริลลาตัวผู้นั้นมีอวัยวะเพศที่สั้น และมีสเปิร์มคุณภาพต่ำ โดยกอริลลาตัวผู้นั้นมีความยาวอวัยวะเพศเฉลี่ยเพียง 3 เซนติเมตร หรือ 1.1 นิ้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ ในทางการแพทย์ก็พบยีนแบบเดียวกันในผู้ชายที่มีปัญหาเรื่องการมีลูกยาก ยีนที่ว่านี้คือ HMGA2 ซึ่งเป็นยีนกลายพันธุ์ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของกอริลลาตัวผู้ ส่งผลให้กอริลลามีอวัยวะเพศที่เล็ก และยังส่งผลต่อคุณภาพสเปิร์ม ทั้งในด้านความแข็งแรง จำนวน อัตราการว่าย รวมไปถึงรูปร่างของสเปิร์มที่ส่งผลต่อการปฏิสนธิ การพบยีนกอริลลาในผู้ชายที่มีลูกยาก ภาวะมีลูกยาก (Infertility) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และส่งผลต่อคู่รักทั่วโลก โดยมาได้จากทั้งฝั่งผู้ชายและผู้หญิง ในฝั่งผู้ชายสาเหตุก็ไม่ใช่แค่ยีนที่ส่งต่อมาจากบรรพบุรุษวานรของเรา ซึ่งยังไม่มีข้อมูลยืนยันแน่ชัด แต่ที่แพทย์พบในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น มักจะเริ่มพบช่วง 50 ปีขึ้นไป การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียด โรคเบาหวาน โรคเรื้อรัง และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ก็จะมีอีกส่วนหนึ่งที่หาสาเหตุไม่ได้ เลยมีความเป็นไปได้ว่ายีนที่เราสืบทอดต่อกันมาอาจเกี่ยวข้อง และมีส่วนสำคัญด้วยเหมือนกัน…
14/02/2024

แบคทีเรียที่พบในลำไส้ของมนุษย์อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) เป็นโรคสมองเสื่อมที่พบได้บ่อยมากชนิดหนึ่งในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์สมองเสื่อม และฝ่อลงส่งผลให้เกิดอาการหลงลืม คิดช้า พูดช้า เกิดปัญหาด้านอารมณ์ และส่งผลต่อการใช้ชีวิต แพทย์รู้ว่าปัจจัยเสี่ยงบางอย่างเพิ่มความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันสาเหตุของโรคนี้ โดยล่าสุดข้อมูลพบว่าแบคทีเรียที่พบในลำไส้มนุษย์สัมพันธ์กับโรคอัลไซเมอร์ เชื้อชนิดนี้ชื่อว่า เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori) หรือเอชไพโลไร คุณอาจไม่คุ้นกับชื่อนี้ แต่แบคทีเรียชนิดนี้พบได้ทั่วไป ‘ในลำไส้ของมนุษย์!’ ในช่วงที่เชื้อโรคในลำไส้สมดุล เชื้อชนิดนี้อาจไม่ได้ส่งผลเสียอะไร แต่เมื่อลำไส้เสียสมดุล อาจเกิดการติดเชื้อชนิดนี้ และทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย กระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะ และยังสัมพันธ์กับโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งการศึกษาชิ้นนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการของสมาคมอัลไซเมอร์ เขาได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอาการที่เกิดจากเอชไพโลไร กับความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของชาวสหราชอาณาจักรกว่า 4 ล้านคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ตั้งแต่ช่วง 1988 ถึง 2019 จากการวิเคราะห์ข้อมูล พวกเขาพบว่าคนที่มีอาการในระบบทางเดินอาหารจากการติดเชื้อชนิดนี้มีความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้นราว 11 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยงอื่น อย่างมีโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน สูบบุหรี่ หรือคนในครอบครัวมีประวัติโรคอัลไซเมอร์ก็อาจเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์มากขึ้นไปอีก แต่ทีมนักวิจัยยังไม่ทราบกลไกแน่ชัดว่าทำไมคนที่ติดเชื้อชนิดนี้ถึงเกิดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ตามมาด้วย ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม ในเบื้องต้น ถ้าคุณไม่อยากเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไพโลไร…
14/02/2024

การดัดแปลง ‘ทีเซลล์’ ทำให้หนูทดลองแข็งแรง ย้อนวัย และอายุยืนยาวขึ้นจากการบำบัดครั้งเดียว

ชีวิตนิรันดร์เป็นคอนเซ็ปต์ที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ และเรื่องเล่าของมนุษย์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำพุแห่งความเยาว์วัยเป็นเรื่องเล่าปรัมปราจากดินแดนอเมริกาใต้ หรือน้ำอมฤทธิ์จากฝั่งเอเชีย สิ่งวิเศษที่จะดลบันดาลชีวิตที่ยืนยาวให้กับผู้ที่ได้ดื่มมัน ซึ่งปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยอาจทำให้เราเข้าใกล้น้ำพุแห่งความเยาว์วัยบนโลกแห่งความเป็นจริงนี้มากขึ้น งานวิจัยในหนูที่จะเล่าต่อไปนี้ก็เช่นเดียวกัน ทีเซลล์ (T-cell) เป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งที่จะคอยโจมตีสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา หรือเกิดขึ้นภายในร่างกาย ตั้งแต่เชื้อโรค ไปจนถึงเซลล์ผิดปกติ อย่างเซลล์ โดยทีเซลล์เป็นเซลล์ที่มหัศจรรย์ที่ปกป้องร่างกายของเราอย่างดี เพราะมันมีลักษณะที่หลากหลายนับล้านแบบที่ทำหน้าที่ตรวจจับ และกำจัดเชื้อหรือเซลล์ผิดปกติที่แตกต่างกันไป วัคซีนที่เราฉีดกันเข้าไปจะช่วยกระตุ้นทีเซลล์ให้จับเชื้อได้ดีขึ้น ซึ่งทีเซลล์ที่เปลี่ยนแปลงตามเชื้อจะอยู่ในร่างกายเราไปอีกสักระยะ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี หรือวัคซีนบางอย่างก็อยู่ได้ชั่วชีวิต ด้วยความสามารถที่พิเศษของทีเซลล์ เซลล์ชนิดนี้จึงได้รับการศึกษาเพิ่มอีกมาก อย่างการศึกษาที่จะเล่าถึงนี้เข้าได้ใช้วิธีดัดแปลงทีเซลล์แบบ Chimeric Antigen Receptor (CAR) อธิบายง่าย ๆ คือการเทรนทีเซลล์ให้โจมตีเซลล์ที่ต้องการ ซึ่งในที่นี้ คือ เซลล์ชรา (Cellular Senescence) ในหนูทดลอง ปัจจุบันก็มีการใช้วิธีนี้ในการรักษามะเร็ง ปกติแล้ว เซลล์ของมนุษย์จะแบ่งตัวอยู่เสมอทำให้เซลล์สดใหม่ และทำงานได้ดี แต่เมื่อร่างกายแก่ขึ้น หรือได้รับปัจจัยภายนอก เซลล์จะเริ่มเสื่อม ทำงานได้ไม่ดี ไม่แบ่งตัว และสะสมอยู่ในร่างกายอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ ตั้งแต่ผิวพรรณ ไปจนถึงโรคมะเร็ง นักวิจัยทีมนี้ได้ใช้ทีเซลล์ทีผ่านการดัดแปลงนี้ให้เข้าไปโจมตีเซลล์ชราภายในร่างกายของหนู ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด เพราะทีเซลล์ที่ดัดแปลงเข้าไปทำลายเซลล์ชราในหนู ส่งผลให้หนูน้ำหนักลดลง สุขภาพดีขึ้น…
08/02/2024

สำเร็จ! แพทย์รักษาโรคทางพันธุกรรมที่หายากด้วยการตัดต่อแก้ไขพันธุกรรมได้แล้ว

มนุษย์เราเหมือนเข้าใกล้ภาวะปลอดโรคหรือเป็นอมตะขึ้นเรื่อย ๆ เพราะล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม และโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้รักษาผู้ป่วยโรคพันธุกรรมหายากด้วยยาสุดพิเศษที่เข้าไปช่วยปรับแต่งพันธุกรรมของผู้ป่วยได้สำเร็จ โรคทางพันธุกรรมโรคนี้ชื่อว่าแองจีโออีดีมา (Angioedema) ชื่อแปลกใช่ไหมล่ะ เพราะโรคนี้เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ยากมาก โดยอัตราการเกิด คือ 1 ใน 50,000 คนเท่านั้น เกิดจากการที่พันธุกรรมของร่างกายไม่สามารถผลิตโปรตีนที่ชื่อ C1-INH ขึ้นได้ เมื่อร่างกายขาดก็จะทำให้เกิดอาการขึ้น โรคนี้ทำให้เกิดอาการบวมตามร่างกาย ปวด และคันคล้ายผื่นบวมแดงในคนที่เป็นลมพิษ แต่จะรุนแรง และใหญ่กว่า ร่วมกับอาการหายใจติดขัด แม้ส่วนมากไม่อันตราย แต่ทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตลำบาก เช่น ไปเจอกับสารก่อภูมิแพ้ ผิวหนังใบหน้า ใต้ตา หรือปากก็บวมเป่ง ส่งผลต่อรูปลักษณ์ทำให้ไม่มั่นใจในตัวเองไปอีก นอกจากนี้ บางเคสที่มีอาการบวมในทางเดินหายใจอย่างรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยก็มี ด้วยความที่เป็นโรคทางพันธุกรรมเลยไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด การรักษาปกติ คือ ควบคุมอาการ อย่างเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ ใช้ยาแก้แพ้ ยาสเตียรอยด์ หรือยาอื่น ๆ เพื่อรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น แต่การทดลองรักษาด้วยวิธีแก้ไขพันธุกรรมจากทีมวิจัยสามารถรักษาโรคแองจีโออีดีมาในผู้ป่วย 10 รายให้หายได้จากการรักษาเพียงแค่ครั้งเดียว (อ้างอิงจากการติดตามการศึกษาในปัจจุบัน) โดยเขาใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เรียกว่า CRISPR/Cas9 หรือ ‘คริสเปอร์/แคสไนน์’ ซึ่งเป็นการแก้ไขพันธุกรรมที่ทำให้เกิดอาการของโรคนี้…
05/02/2024

ไขความลับดีเอ็นเอของค้างคาวเพื่อการรักษาเบาหวานในมนุษย์

ค้างคาวผลไม้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่หากินในเวลากลางคืน โดยอาหารหลักของค้างคาวชนิดนี้ คือ ผลไม้ตามชื่อของมัน ซึ่งผลไม้เป็นอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงมาก แต่นักวิทยาศาสตร์กลับไม่พบว่าค้างคาวผลไม้ที่กินผลไม้เป็นอาหารหลักนั้นเกิดโรคเบาหวาน น้ำตาลอาจเรียกได้ว่าเป็นยาเสพติด และยาพิษที่ถูกกฎหมาย และได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะการศึกษาพบว่ามนุษย์สามารถเสพติดน้ำตาลได้จริง แถมการได้รับน้ำตาลมากเกินไปยังส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงระดับภัยพิบัติทางสุขภาพ อย่างฟันผุ โรคอ้วน ความเครียด ปัญหาผิว โรคหัวใจ และโรคอื่นมากมาย แต่ที่ขาดไปไม่ได้ คือ โรคเบาหวาน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นได้เมื่อเราได้รับน้ำตาลปริมาณมากต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยที่ร่างกายจะเริ่มตอบสนองต่ออินซูลิน (Insulin) ฮอร์โมนที่ช่วยเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้กลายเป็นพลังงานได้น้อยลง จนร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้อย่างเพียงพอ และต้องใช้ยารักษาโรคเบาหวาน แต่จะดีแค่ไหน ถ้าคุณ และเราสามารถบริโภคน้ำตาลได้มากขึ้นโดยที่ไม่มีผลกระทบตามมา ไขความลับดีเอ็นเอของค้างคาวเพื่อการรักษาเบาหวานในอนาคต ทีมนักวิทยาศาสตร์เลยต้องการไขความลับว่ากลไกอะไรที่ซ่อนอยู่ในดีเอ็นเอของค้างคาวผลไม้ที่ทำให้พวกมันสามารถกินน้ำตาลได้แบบไม่อั้นโดยที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน ในขณะที่มนุษย์ป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มมากขึ้นทั่วโลกราวกับเป็นโรคติดต่อทั้งที่ไม่ใช่ก็ตาม ปัจจุบันมนุษย์ราว 530 ล้านคนป่วยด้วยโรคเบาหวาน และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสร้างผลกระทบทั้งในด้านสุขภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ ไปจนถึงค่ารักษาพยาบาลทั้งในระดับบุคคล และระดับประเทศ ผลลัพธ์วิวัฒนาการต้านโรคเบาหวานจากค้างคาวผลไม้ การศึกษาดีเอ็นเอ และกลไกในการจัดการกับน้ำตาลของค้างคาวผลไม้อาจเป็นการค้นพบที่ช่วยกู้วิกฤตสุขภาพจากการหลงใหลในน้ำตาลของมนุษย์ให้กลับมาเป็นปกติ จากการศึกษาตับอ่อนของค้างคาวผลไม้ ซึ่งเป็นส่วนที่ผลิตอินซูลินพบว่าตับอ่อนของค้างคาวผลไม้มีเซลล์ผลิตอินซูลินมากกว่ากว่าค้างคาวที่กินแมลงเป็นอาหาร ทั้งยังมีเซลล์ผลิตกลูคากอน (Glucagon) ที่มีส่วนในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ค้างคาวผลไม้สามารถนำน้ำตาลในเลือดที่ได้จากการกินผลไม้ไปใช้พลังงานได้มากกว่า นอกจากนี้…
22/01/2024

นักวิทยาศาสตร์เตรียมทดสอบยาโรคหัวใจตัวแรกของโลกที่มาจากพิษแมงมุม

ปกติแมงมุม หรือสัตว์มีพิษต่าง ๆ ดูเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายกับมนุษย์ แต่ในหลายครั้งที่ความกระหายใครรู้ของมนุษย์ ประกอบกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้เปลี่ยนขั้วของพิษร้ายที่อันตรายถึงชีวิตให้กลายมาเป็นยารักษาโรค ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ค้นพบว่าพิษจากของแมงมุมใยกรวยแห่งเกาะเกอริ (K'gari funnel-web spider) ประเทศออสเตรเลียมีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ จากการศึกษาก่อนหน้า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสารเคมี Hi1a ในพิษของแมงมุมใยกรวยชนิดนี้ว่ามีฤทธิ์ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอาการหัวใจวาย รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งในการศึกษาครั้งใหม่ที่ทดสอบในเซลล์ทดลอง และสัตว์ทดลองก็พบว่า Hi1a มีฤทธิ์ในการป้องกันโรคหัวใจได้เทียบเท่ากับยารักษาโรคหัวใจอีกชนิดหนึ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากทำให้เกิดผลข้างเคียงในมนุษย์ จากการทดสอบในเซลล์ทดลอง สารจากพิษของแมงมุมชนิดนี้ออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณที่หัวใจเสียหายจากโรคหัวใจ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติที่ไม่ได้รับความเสียหาย รวมถึงช่วยลดความเสียหาย และอัตราการตายของเซลล์หัวใจ และสมองจากการขาดออกซิเจน ที่เป็นผลจากการขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ของโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง อาจเป็นไปได้ว่าจะช่วยภาวะแทรกซ้อน และอัตราการเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้ ปัจจุบันการศึกษาในการใช้สาร Hi1a จากพิษของแมงมมุมใยกรวยแห่งเกาะเกอริในการรักษาโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองยังคงอยู่ระหว่างการทดสอบในสัตว์ และเปลี่ยนผ่านไปสู่การทดสอบในมนุษย์ ซึ่งอาจต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไก ประโยชน์ และผลกระทบของสารชนิดนี้ในมนุษย์อย่างถ่องแท้ ก่อนจะนำมาผลิตเป็นยา หากยาจากพิษของแมงมุมชนิดนี้สำเร็จ จะเป็นยารักษาโรคหัวใจจากแมงมุมชนิดแรกของโลก โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่มีคนป่วยเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก การค้นพบครั้งนี้จึงอาจช่วยเพิ่มตัวเลือกในการรักษาโรคหัวใจที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเหล่านี้ได้  ที่มา: Sciencedaily
12/01/2024

ค้นพบดีเอ็นเอโบราณที่เป็นต้นตอของโรคยุคปัจจุบัน

กลุ่มนักวิจัยในโครงการการศึกษาดีเอ็นเอโบราณขนาดใหญ่ได้ค้นพบข้อมูลใหม่ที่สามารถอธิบายที่มาของโรคทางระบบประสาทในเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในยุคปัจจุบัน อย่างโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) และโรคอัลไซเมอร์ได้ ทีมนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญจำนวนกว่า 175 คนได้ร่วมกันศึกษาดีเอ็นเอจากกระดูก และฟันของมนุษย์โบราณทั่วทวีปยูเรเซียจำนวนกว่า 5,000 ชิ้นจากพิพิธภัณฑ์ในแต่ละประสาท ซึ่งแต่ละชิ้นมาจากแต่ละยุคสมัยต่างกัน ตั้งแต่สมัยยุคกลาง (ค.ศ. 500-1,500) ย้อนกลับไปถึง 34,000 ปีในช่วงยุคหินเก่า แล้วนำข้อมูลดีเอ็นเอที่พบมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของมนุษย์ยุคปัจจุบันจำนวน 400,000 คน จนพบความเป็นไปได้ที่บ่งบอกว่าโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และโรคอัลไซเมอร์ได้เป็นผลจากการวิวัฒนาการเพื่อรับมือกับเชื้อโรคในยุคโบราณที่มาจากสัตว์ โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งจัดเป็นหนึ่งในโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติชนิดหนึ่งที่ระบบภูมิคุ้มกันจะโจมตีปลอกประสาท และเส้นประสาทจนทำให้เกิดการอักเสบ ส่งผลต่ออวัยวะหลายระบบ ทั้งสมอง ดวงตา การกลืนอาหาร ลำไส้ กล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาได้ และเป็นต่อเนื่องกันตลอดชีวิต สมมติฐานของนักวิจัยคาดว่าที่ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีปลอกประสาทเป็นผลมาจากดีเอ็นเอโบราณชนิดหนึ่งที่มนุษย์ในอดีตนั้นวิวัฒนาการมาเพื่อจัดการกับเชื้อโรคบางชนิด เพราะการดำเนินชีวิตในสมัยโบราณ มนุษย์ทั่วโลกนั้นอยู่อาศัยแบบชนเผ่าเร่ร่อนที่ใช้ชีวิตด้วยการเก็บของป่า ล่าสัตว์ และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรค ร่างกายจึงพัฒนาภูมิคุ้มกันนี้ขึ้นมาเพื่อป้องกันร่างกาย โดยผลการเปรียบเทียบดีเอ็นเอของมนุษย์โบราณกับมนุษย์ยุคปัจจุบันพบว่า มนุษย์ยุคปัจจุบันมีร่างกายที่อ่อนแอกว่า ซึ่งดีเอ็นเอในการต่อต้านเชื้อโรคที่สืบทอดมานี้จึงอาจส่งผลให้เกิดอาการด้านภูมิคุ้มกัน และการโจมตีเซลล์ของร่างกายจนเกิดการอักเสบขึ้นได้ กลุ่มนักวิจัยคาดว่าดีเอ็นเอโบราณนี้เป็นของกลุ่มยัมนายา (Yamnaya) ชนเผ่าเร่ร่อนในแถบยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงแถบเอเชียกลางในอดีต เพราะจากการศึกษาเชิงประวัติศาสตร์พบว่าชาวยัมนายาเป็นชนเผ่าที่เริ่มขี่ม้าเป็นกลุ่มแรก ที่มีการเลี้ยงสัตว์ และล่าสัตว์เพื่อดำรงชีวิต โดยนักวิจัยก็คาดว่าชนเผ่านี้วิวัฒนาการภูมิคุ้มกันขึ้นเพื่อป้องกันเชื้อโรคที่มีสัตว์เลี้ยง อย่างแกะ และวัวเป็นพาหะ…
08/01/2024

ทำไมฉี่ต้องสีเหลือง กับคำตอบที่นักวิทยาศาสตร์ก็เพิ่งรู้เหมือนกัน

ฉี่หรือปัสสาวะเป็นของเสียจากร่างกายที่มีสีเหลือง เหลืองอ่อน เหลืองเข้ม หรือบางทีก็ใส แม้จะเป็นของเสียพื้นฐานที่นักวิทยาศาสตร์ และแพทย์รู้ว่ามันมีส่วนประกอบของอะไรบ้าง แล้วถ้าฉี่มีสีที่เปลี่ยนไปสามารถบอกได้ถึงโรคอะไรบ้าง แต่คำตอบที่แท้จริงว่าทำไมฉี่ถึงเป็นสีเหลืองยังคงปริศนาค้างคาใจบรรดานักวิทยาศาสตร์มาอย่างยาวนาน ทั้งที่เป็นเรื่องพื้นฐานที่องค์ความรู้วิทยาศาสตร์น่าจะไปถึงนานแล้ว จนกระทั่งเมื่อต้นปี 2024 นักวิทยาศาสตร์ได้พบคำตอบที่แท้จริงว่าทำไมฉี่ถึงสีเหลือง โดยเขาพบว่าเป็นผลมาจากเอนไซม์ที่ชื่อบิลิรูบินรีดักเตส (Bilirubin Reductase) ที่ถูกผลิตจากแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญเข้าใจเพียงว่าสีเหลืองจากฉี่เป็นผลมาจากการกำจัดเซลล์เม็ดเลือดแดงเมื่อเซลล์หมดอายุขัย และนำไปกำจัดผ่านไต และทำให้เกิดสารบิลิรูบิน (Bilirubin) ที่มีส้มเหลืองขึ้น และส่งไปยังลำไส้ที่มีแบคทีเรียอยู่ หลังจากนั้นแบคทีเรียในลำไส้จะย่อยสลายสารนี้จนกลายเป็นสารสีเหลืองที่ทำให้ฉี่ของเรากลายเป็นสีเหลือง ชื่อว่า ยูโรบิลิน (Urobilin) ถึงอย่างนั้น ชนิดของแบคทีเรียในลำไส้ที่ทำหน้าที่แยกสารสีเหลืองนี้ออกมาก็ยังคงเป็นปริศนาสำหรับนักวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การค้นพบเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งประตูสำคัญที่จะทำให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าใจกลไกการทำงานของร่างกายมากขึ้น และช่วยสร้างองค์ความรู้สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบขับถ่าย อย่างความสัมพันธ์ของฉี่ ไต ลำไส้ แบคทีเรียในลำไส้ที่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ อย่างโรคดีซ่านที่ทำให้เกิดผู้ป่วยตัวเหลือง ตาเหลือง รวมถึงโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ทีมนักวิจัยได้ตรวจสอบแบคทีเรียในลำไส้ของผู้ใหญ่สุขภาพดีจำนวน 1,801 คน เพื่อหายีนแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสีในฉี่ และพบว่า 99.9 เปอร์เซ็นต์ของคนที่เข้าร่วมการศึกษานี้มีแบคทีเรียในลำไส้ที่ทำให้เกิดสีเหลืองในฉี่ เลยยืนยันได้ว่าที่ฉี่ของเราเป็นสีเหลือง ส่วนหนึ่งนั้นมีกลไกมาจากการทำงานของแบคทีเรียในลำไส้ ส่วนคนที่เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และเด็กทารกที่มีอาการดีซ่านจำนวนหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์พบว่าร่างกายขาดยีนของแบคทีเรียที่จะช่วยเปลี่ยนสารบิลิรูบินให้กลายเป็นสารสีเหลือง และขับออกมากับฉี่ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเหล่านั้นขึ้น กล่าวโดยสรุปคือนักวิทยาศาสตร์พบอีกหนึ่งกลไกที่ทำให้ฉี่กลายเป็นสีเหลือง…
Florence Pugh Cillian Murphy ‘Oppenheimer’
25/08/2023

Christopher Nolan เอ่ยปากขอโทษ Florence Pugh ที่มอบบทบาทเล็ก ๆ ให้ใน ‘Oppenheimer’

ฟลอเรนซ์ พิว (Florence Pugh) เผย คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ตอนมอบบทเล็ก ๆ ให้แสดงใน 'Oppenheimer' ทั้งที่เจ้าตัวอยากแสดงบทไหนก็ได้
Oppenheimer
15/08/2023

เปิดเบื้องหลัง Christopher Nolan และทีมงาน VFX สร้างเอฟเฟกต์ระเบิดไร้ CGI ใน ‘Oppenheimer’ อย่างไร

เปิดเผยเคล็ดลับเบื้องหลังการสร้างภาพเอฟเฟกต์ระเบิดปรมาณูแบบไม่ใช้ CGI ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) และทีมงานใน 'Oppenheimer'
04/08/2023

Pareidolia ปรากฏการณ์สมองที่ทำให้หลายคนเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติ (มีภาพ)

‘ก้อนเมฆก้อนนั้นเหมือนยีราฟเลยอะ’ ‘ต้นไม้ต้นนั้นเหมือนคนเลยเนอะ’ วลีเหล่านี้มักปรากฏขึ้นเมื่อใครบางคนสังเกตเห็นวัตถุที่มีลักษณะคล้ายกับสิ่งมีชีวิต ซึ่งปรากฏการณ์นี้เรียกว่า ‘Pareidolia’ (แพริโดเลีย) Pareidolia เป็นกลไกตามธรรมชาติของสมองที่เชื่อมโยงภาพที่เราเห็นไปเทียบคลังของความทรงจำและกระบวนการคิดของเราแบบอัตโนมัติ และตีความออกมาเป็นผลลัพธ์ว่าอันนั้นเหมือนสิ่งนี้ สิ่งนี้เหมือนสิ่งโน้น โดยคนบางส่วนเชื่อว่าวิวัฒนาการของสมองสร้างกลไกนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นสัญชาติในการเอาตัวรอดจากอันตรายตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ Para = ขนาน หรือ เทียบเคียง, Eidolon = รูปทรง หรือ รูปร่าง Pareidolia = การเทียบเคียงระหว่าง 2 สิ่งที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกัน ปรากฏการณ์ Pareidolia ถูกนำมาใช้อธิบายเรื่องราวของมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ เพราะปรากฏการณ์นี้อาจทำให้สมองของเราสร้างความจริงเกี่ยวกับการเห็นใบหน้าของคนที่ฝังอยู่ในต้นไม้ วิญญาณในรูปถ่าย ปีศาจที่มุมห้อง หมู่ดาวบนท้องฟ้าที่ดูเหมือนตาชั่งหรือสิงโต กระต่ายในพระจันทร์ ตลอดจนสุนัขชิวาวาที่อยู่ในคุกกี้และคัปเค้ก นอกจากนี้ Pareidolia ไม่ได้เกิดขึ้นกับภาพที่ตาเห็นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งที่คนเราได้ยินด้วย อย่างคนที่ได้ยินเสียงเด็กทารกร้อง ทั้งที่เป็นเสียงแมว หรือเสียงลมพัดใบไม้ที่ฟังหวีดหวิวยามค่ำคืนอาจถูกสมองตีความเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณผีผู้หญิง มนุษย์อาจใช้ประโยชน์ของ Pareidolia ในแง่ของการสร้างจินตนาการเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หรือทำให้รู้สึกกลัวเมื่อเข้าไปในที่ที่ดูไม่ปลอดภัย ซึ่งอาจช่วยชีวิตเราได้ อย่างการเข้าไปในป่า หรือที่มืด ๆ ที่อาจมีสัตว์ป่า หรือสัตว์มีพิษซ่อนอยู่ไม่ใช่ผีหรือวิญญาณแต่อย่างใด ไปจนกระทั่งเอามาสร้างภาพตลกบนโลกออนไลน์ นอกจากนี้ เคยมีการประมูลขนมปังปิ้งที่มีรอยไหม้คล้ายกับพระแม่มารีในราคา…
Christopher Nolan Oppenheimer
17/07/2023

Christopher Nolan ตึงจัด ไม่พกสมาร์ตโฟน ไม่ใช้อีเมล และใช้คอมพิวเตอร์ออฟไลน์เขียนบทหนัง

คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) เผย ยังคงทำงานกำกับหนังแบบอะนาล็อก ไม่มีสมาร์ตโฟนใช้ ไม่มีอีเมล และเขียนบทหนังด้วยคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต
Indiana-Jones-and-the-Dial-of-Destiny-Antikythera-Mechanism
30/06/2023

เรื่องจริงของวิทยาการปริศนา ‘กลไกแอนติไคเธอรา’ จากหนัง ‘Indiana Jones and the Dial of Destiny’

ข้อเท็จจริงจริงของวิทยาการปริศนา 'กลไกแอนติไคเธอรา' จากหนัง 'Indiana Jones and the Dial of Destiny' ย้อนเวลาได้หรือไม่

PR Partners

See All
Read More

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์
26/12/2025

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…