ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| สุขภาพจิต
Read More

รู้ไว้…ป้องกันได้: 5 โรคจิตเวชที่คนไทยควรรู้

ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน โรคจิตเวชกลายเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับภาระหน้าที่และความท้าทายต่าง ๆ มากมาย บทความนี้จึงขอพาทุกคนไปรู้จักกับ "โรคจิตเวช" ที่พบบ่อยในหมู่คนไทย เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจ ป้องกัน และรักษาโรคเหล่านี้ได้อย่างทันท่วงที 1. โรคซึมเศร้า: โรคยอดฮิตที่ใคร ๆ ก็เป็นได้ โรคซึมเศร้า (Depression หรือ Major Depressive Disorder: MDD) โรคที่คุ้นเคยของคนไทยใน ปัจจุบัน และเป็นโรคจิตเวชที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย คือพบได้ประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด โดยอาการของโรคซึมเศร้านี้มีอยู่หลากหลายอาการ ไม่ว่าจะเป็นรู้สึกเศร้า หดหู่ เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร รู้สึกไร้ค่า นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร รู้สึกสิ้นหวัง หงุดหงิดง่าย รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของผู้อื่น และอาจมีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น อาการปวดหัว ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย  หากมีอาการดังกล่าวมากกว่า 2 สัปดาห์ ควรพบจิตแพทย์เพื่อประเมินอาการ เพราะความอันตรายของโรคนี้คือ อาจนำไปสู่การทำร้ายตัวเอง หรือความพยายามในการทำอัตวินิบาตกรรมของผู้ป่วยได้ 2. โรควิตกกังวล: กังวลเกินเหตุจนส่งผลต่อชีวิต…
17/04/2024

“อคติ” ยอดฮิตที่คนเผลอคิดแบบไม่รู้ตัว

ถ้าคุณท่องโลกโซเชียลในช่วงนี้ คุณอาจเห็นคำ ๆ หนึ่งที่ปรากฏตัวออกมาบ่อย ๆ คำ ๆ นั้นก็คือ “Bias” ที่แปลว่าอคติ หรือก็คือความลำเอียง ที่ใจของเราเทไปในทางฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากเกินไป แบบที่ไม่ได้ใช้เหตุผลเข้ามากำกับ แต่ใจมันชอบล้วน ๆ หรือบางทีก็อาจมองสิ่งนั้นในแง่ลบมากจนเกินไป  3 อคติ หลุมพลางแห่งความคิด และจิตใจตามกลไกสมอง วันนี้เราจะมาตีแผ่เรื่องที่มีกลิ่นอายความขมของดาร์กไซด์เข้ามาปะปนนิด ๆ เรื่องไหนที่ใจเรามักเผลอคิด “อคติ” ไปแบบไม่รู้ตัว  เราทุกคนสามารถเป็นคนที่มีจิตใจที่เปิดกว้างมากขึ้นได้ ขอเพียงแค่ไม่ได้มองแค่มุมตัวเราเพียงฝ่ายเดียว แต่ลอง “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” ลองคิดดูสิว่าถ้าเป็นเรา เราจะรู้สึกยังไงในสถานการณ์นั้น และพยายามทำใจให้กว้าง มองโลกในหลายแง่มุมทำความเข้าใจว่าชีวิตของแต่ละคนนั้น “ไม่เหมือนกัน”   สุดท้าย คุณจะเป็นคนที่เข้าใจโลกได้มากขึ้น ได้พัฒนาความคิดของตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น แล้วคุณจะได้เจอสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิตอย่างแน่นอน
09/04/2024

Fear of Switching Off (FOSO) อาการทาสมือถือ

ความกลัวของคนยุคใหม่ ที่หยุดก็เหมือนไม่ได้หยุด เพราะต้องเช็กโทรศัพท์ตลอดเวลา! 
09/04/2024

สัญญาณเตือนภัย! อาการแบบไหนเข้าข่ายโรคแพนิก

โรคแพนิก (Panic Disorder) คือ ความกังวลในระดับขั้นกว่า ส่งผลทำให้ “ตื่นตระหนก” ทั้งกายและใจ ถ้าเป็นหนักอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน โรคนี้เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติ (Automatic Nervous System) ทำงานผิดปกติ ซึ่งเจ้าระบบประสาทในส่วนนี้ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายหลายส่วน ถ้าระบบการทำงานรวน ก็จะส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติหลายอย่างร่วมกัน  สัญญาณของโรคแพนิก สัญญาณเตือนภัย! ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง อาจเป็นสัญญาณเตือนของการเกิดโรคแพนิก ปัจจัยกระตุ้น ที่ทำให้เกิดโรคแพนิก โรค และอาการแพนิกเกิดได้จากหลายสาเหตุ และปัจจัย ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น  นอกจากนี้ การเกิดอาการแพนิกสามารถเกิดขึ้นได้แบบฉับพลัน แม้จะไม่มีสาเหตุของการทำให้เกิดการตื่นตระหนกตกใจก็ตาม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย ทำให้ไม่กล้าออกไปไหน มีความวิตกจริตอยู่เสมอ  อย่างไรก็ตามโรคแพนิกนี้เป็นโรคที่รักษาให้หายได้ ด้วยการฝึกการหายใจเพื่อควบคุมสติ หรือในกรณีที่คุณมีอาการหนัก ก็สามารถขอความช่วยเหลือจากคุณหมอ หรือนักจิตวิทยาเพิ่มเติม ซึ่งก็จะสามารถเยียวยาหัวใจของคุณให้กลับมาแข็งแรงได้ดังเดิม และกลับมาใช้ชีวิตได้แบบเต็มที่
21/02/2023

คิดว่าตัวเองไม่หล่อ-ไม่สวย คุณอาจเป็น ‘โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง’

เคยไหม ? รู้สึกว่าตัวเองไม่หล่อ ไม่สวย ต้องคอยแต่งหน้าเข้ม ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง หรือบางคนถึงกับศัลยกรรมความงามให้เป็นในแบบที่ตนเองชื่นชอบ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดหากคุณทำแล้วเกิดความมั่นใจขึ้น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังคงไม่ชอบหน้าตาตนเองอยู่ คิดซ้ำไปซ้ำมาจนเข้าข่ายหมกมุ่น คุณอาจกำลังเป็น ‘โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง’ โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง (Body Dysmorphic Disorder) เป็นโรคที่จัดอยู่ในภาวะสุขภาพจิตที่คุณรู้สึกว่ารูปร่าง หน้าตา ของตนเองมีความผิดปกติ และไม่สามารถหยุดนึกถึงข้อบกพร่องนั้น ๆ ได้ โดยจุดบกพร่องนี้อาจจะเกิดขึ้นบนหน้าตาของคุณแม้จะเป็นสิ่งที่คนรอบข้างไม่ได้สังเกตเห็น แต่สำหรับคุณแล้วมันคือเรื่องใหญ่ และน่าอับอาย สร้างความไม่มั่นใจให้กับคุณ เช่น ไม่ชอบตาชั้นเดียวของตนเอง ไม่ชอบคิ้วที่แหว่งเล็กน้อย ไม่ชอบริมฝีปากที่รู้สึกว่าใหญ่หรือบางเกินไป ฯลฯ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้อาจทำให้คุณต้องส่องกระจกซ้ำไปมาวันละหลาย ๆ รอบ หรือกลับกันอาจทำให้คุณไม่กล้าส่องกระจกเพราะไม่ชอบหน้าตาของตนเองจนกระทบต่อการใช้ชีวิต แม้คุณจะพยายามหาหนทางในการกลบข้อบกพร่องของตนเองด้วยการแต่งหน้า แต่ความสบายใจนี้ก็เป็นเพียงชั่วขณะเท่านั้น ไม่นานคุณก็จะรู้สึกกังวลและเริ่มส่องกระจกเช็กหน้าตาของตนเองอีกครั้ง อาการของโรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง สำหรับบางคนที่ไม่ได้ชอบหน้าตาของตนเอง และก็หาวิธีแก้ไขโดยการแต่งหน้าหรือเข้าคลินิกเสริมความงาม อาจกำลังสงสัยอยู่ว่าอาการหรือความกังวลใจที่ตนเองเป็นอยู่เข้าข่าย ‘โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาของตนเอง’ หรือไม่ มาดูลองเช็กสัญญาณของโรคนี้กัน หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ และคิดกังวลเป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน คุณอาจเข้าข่ายเป็นโรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง ซึ่งโรคนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อจิตใจคุณเท่านั้น แต่อาจสร้างปัญหาอื่น ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น ด้านการเรียน…
20/02/2023

ชอบฟังเพลงเศร้า ไม่จำเป็นต้องเศร้าเสมอไป!

‘เพลงเศร้า’ อาจเป็นเพลงโปรดของคนที่อยู่ในช่วงอกหัก แต่สำหรับบางคนแม้ไม่ได้อกหัก หรืออยู่ในสถานการณ์เศร้าโศกกลับมีลิสต์เพลงเศร้าในโทรศัพท์มือถืออยู่มากมาย แม้แต่การโพสต์เรื่องราวในโซเชียลมีเดียก็ยังชอบโพสต์เพลงเศร้า คุณไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด เพราะงานวิจัยบอกว่า คนฟังเพลงเศร้าไม่จำเป็นต้องเศร้าจริงเสมอไป แถมยังทำให้คุณรู้สึกดีได้อีกด้วย! ทำไมเพลงเศร้าทำให้คุณรู้สึกเศร้า การทำเพลงเศร้าออกมาจุดประสงค์ก็เพื่อสะท้อนความรู้สึกของคนผ่านทางเนื้อเพลงและทำนองเพลง โดยเนื้อหาหลัก ๆ ของเพลงมักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นสูญเสียคนรัก สูญเสียครอบครัว สูญเสียของมีค่า หรือแม้แต่เรื่องเงินทองและสถานะความเป็นอยู่ที่ยากไร้ ก็สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นเพลงเศร้าได้เช่นกัน โดยเพลงเศร้ามักจะกระตุ้นปฏิกิริยาทางร่างกาย เช่น พลังงานที่ลดลง การเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น ความดันโลหิต ความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ และมักจะน้ำตาไหลเป็นตัวบ่งชี้ถึงการกระตุ้นทางกายภาพ สำหรับผู้ที่มีเรื่องราวในชีวิตตรงกับเพลงนั้น ๆ เมื่อได้เสพเพลงที่ตรงกับเรื่องของตนเองก็จะยิ่งสนับสนุนให้เกิดความเศร้าได้ง่าย หรือในบางกรณีก็อาจก่อให้เกิดกำลังใจฮึดสู้ได้เช่นกัน ที่สำคัญบางคนแม้เนื้อหาของเพลงไม่ได้ตรงกับชีวิต และชีวิตก็มีแต่ความสุข สนุกสนาน อาจฟังเพลงเศร้าแล้วรู้สึก ‘เศร้าทิพย์’ ได้ และภายหลังฟังเพลงเศร้าก็จะรู้สึกดีหรือโล่งใจขึ้นมา ทำไมฟังเพลงเศร้าแล้วรู้สึกดี มีการศึกษามากมายพูดถึงศิลปะต่าง ๆ ที่สะท้อนเรื่องราวความเศร้าออกมา ทั้งภาพยนตร์ ละคร และเพลง ให้ข้อมูลว่าผู้ที่ไม่ได้มีเรื่องราวเศร้าในชีวิตจริง การได้เสพเพลงเศร้าจะช่วยสร้างสภาวะอารมณ์เชิงบวก รู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น โดยเมื่อฟังเพลงเศร้าร่างกายจะผลิตฮอร์โมนโปรแลคติน (Prolactin) ออกมา ซึ่งมีงานวิจัยระบุว่าเป็นฮอร์โมนที่ช่วยทำให้เรารับมือกับความโศกเศร้าและความผิดหวังได้ดียิ่งขึ้น และหลังจากร่างกายหลั่งฮอร์โมนนี้ออกมาจะทำให้เรารู้สึกสบายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราตระหนักว่าตนเองไม่ได้มีความเจ็บปวดในใจอย่างแท้จริง แต่เป็นอาการ…
13/02/2023

Nikola Tesla กับโรคย้ำคิดย้ำทำ ที่เกาะกินชีวิตและทำให้เขาแปลกแยกจากผู้อื่น

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าอัฉริยะผู้คิดค้นไฟฟ้ากระแสสลับอย่างนิโคลา เทสลา (Nikola Tesla) เคยมี ‘อาการย้ำคิดย้ำทำ’ มารบกวนตลอดเวลา จนกลายเป็นความทุกข์ที่เขาต้องเผชิญมาตลอดหลายปี และสมัยนั้นยังไม่มียารักษาโรคนี้ด้วย!
Optimistic Asian girl raises clenched fists, anticipates for good results of exam, closes eyes and smiles broadly, has pony tail, wears sweater isolated on blue background. People, emotions, lifestyle
13/02/2023

คนโสดมีความสุขกว่าคนมีคู่ ? ก่อนจะรักใครต้องรักตัวเองก่อน

ความรัก ถือเป็นเรื่องสวยงามที่เกิดขึ้นในชีวิตของหลายคน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นความรักแบบคู่รักเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความรักจากครอบครัว จากเพื่อน หรือจากครูอาจารย์ ที่สำคัญคนโสดไม่ต้องน้อยใจไป เพราะรู้หรือไม่ว่าข้อดีของการใช้ชีวิตโสดมีมากมาย อีกทั้งคนที่โสดยังมีแนวโน้มมีความสุขและมีสุขภาพจิตที่ดีมากกว่าคนที่มีคู่รักอีกด้วย  ทำไมคนโสดถึงมีความสุขกว่าคนมีคู่ งานวิจัยพบว่าชาวอเมริกันที่เป็นโสดส่วนใหญ่จะมีเวลาให้กับครอบครัว หรือเข้าสังคมไปสังสรรค์กับผู้อื่นมากกว่าคนมีคู่ ไม่ต้องห่วงว่าการเป็นโสดจะทำให้คุณรู้สึกเหงาเพราะนักจิตวิทยาได้ให้ทฤษฎีเอาไว้ว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แม้ต้องอยู่คนเดียวแต่คนเหล่านั้นจะชดเชยด้วยการหากิจกรรมที่ได้ทำร่วมกับผู้อื่น ดังนั้น คนโสดมีแนวโน้มจะได้ทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบร่วมกับผู้คนอย่างมีความสุขและที่สำคัญมีอิสระมากกว่าคนมีคู่ หากคุณเป็นคนที่ชอบเก็บตัว การเป็นโสดจะทำให้คุณได้มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น เพราะสำหรับบางคนการได้อยู่ในห้องตามลำพังคือการฟื้นฟูจิตใจรวมถึงได้พักผ่อนอย่างหนึ่ง ในขณะที่คนมีคู่หรือมีครอบครัวอาจจะต้องบริหารเวลาในการดูแลตนเองไปพร้อม ๆ กับภาระหน้าที่ของการเป็นคนรักหรือหัวหน้าครอบครัว งานวิจัยชี้คนโสดใช้เวลาเฉลี่ย 5.56 ชั่วโมงต่อวันไปกับกิจกรรมยามว่างที่ชื่นชอบ ในขณะที่คนแต่งงานแล้วหรือคนมีคู่ ใช้เวลาพักผ่อนเฉลี่ย 4.87 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้คนโสดมีโอกาสได้เล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือหากิจกรรมเพื่อช่วยผ่อนคลายร่างกายและจิตใจของตนเองได้มากกว่า ที่สำคัญการได้ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบยังช่วยป้องกันโรคเครียดได้อีกด้วย  นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์พบว่าชายและหญิงอายุ 18 - 64 ปี ที่ไม่เคยแต่งงานมีแนวโน้มออกกำลังกายมากกว่าคู่รักที่หย่าร้างหรือแต่งงานแล้ว อีกทั้งมีรายงานด้วยว่าผู้ชายที่แต่งงานแล้วมีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนมากกว่าผู้ชายโสดถึง 25% เพราะอย่างที่บอกในข้อก่อนหน้านี้ว่าคนโสดมักมีเวลาว่างในการออกกำลังกายมากกว่าคนมีคู่รักนั่นเอง ทุกคนรู้ดีว่าการนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญ และการนอนหลับให้เต็มอิ่มมีส่วนช่วยฟื้นฟูร่างกายหลายด้าน จากผลสำรวจชี้ว่าคนโสดมีแนวโน้มที่จะนอนหลับได้มากที่สุด เฉลี่ยคืนละ 7.13 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับคนที่มีแฟนแล้ว เพราะการนอนหลับข้างใครสักคนอาจทำให้คุณนอนหลับได้ยากขึ้นนั่นเอง หากคุณมีคู่ แน่นอนว่าหากวันไหนคู่ของคุณทำให้คุณไม่สบายใจ อารมณ์เสีย การจัดการกับความรู้สึกของคุณอาจจะยาก และเป็นไปได้ว่าคุณอาจจะอารมณ์เสียเรื่องคู่ของคุณไปทั้งวัน…
Flat young man with symptoms of depression disorder overhead. Tired exhausted character suffering anxiety, exhaustion, confusion or burnout syndrome. Adult with problems and low level of energy.
30/01/2023

เป็นคนรอบคอบหรือเป็น ‘โรคย้ำคิดย้ำทำ’ กันแน่ ?

โรคย้ำคิดย้ำทำ หรือ Obsessive-Compulsive Disorder (OCD) คือ อาการที่ผู้ป่วยรู้สึกคิด หรือกังวลใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยหาสาเหตุไม่ได้ ก่อเกิดเป็นการคิดวนเรื่องเดิมซ้ำ ๆ จนกลายเป็นหมกมุ่น และหาวิธีจัดการกับความกังวลใจนั้น ซึ่งอาการของโรคนี้อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ โดยอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ สามารถแบ่งให้เห็นภาพชัด ๆ ได้ 2 อาการ คือ 
24/01/2023

เหล่าทาสจงซาบซึ้ง เพราะการเลี้ยงแมวดีต่อสุขภาพกว่าที่คิด

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่มีความน่ารักและลักษณะนิสัยเฉพาะตัวจนทำให้คนเลี้ยงแมวบางคนเปลี่ยนสถานะผู้เลี้ยงแมวสู่ทาสแมว และสถาปนาแมวเหมียวให้กลายเป็นเจ้านาย ซึ่งการเลี้ยงแมวนอกจากจะทำให้คลายเหงาแล้ว การสำรวจและข้อมูลทางการศึกษาจำนวนไม่น้อยพบว่าการเลี้ยงแมวส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต Hack for Health เลยขออาสาพาทาสแมวหรือคนที่กำลังตัดสินใจอยากเลี้ยงแมวมารู้จักกับประโยชน์ต่อสุขภาพและเรื่องสุขภาพบางเรื่องที่คุณควรรู้ก่อนเลี้ยงแมว การเลี้ยงแมวกับประโยชน์ต่อสุขภาพกาย คนเลี้ยงแมวหลายคนน่าจะประสบปัญหากับอาการ ‘แพ้ขนแมว’ หรือก็คือโรคภูมิแพ้รูปแบบหนึ่งที่เยื่อบุจมูกไวต่อสิ่งกระตุ้น ในที่นี้ก็คือขน รังแค และตัวไรของน้องแมวด้วย แต่การศึกษาจาก University of Alberta ในแคนาดากลับพบว่าเด็กทารกที่สัมผัสกับสัตว์เลี้ยง ทั้งแมว สุนัข และสัตว์ขนปุยชนิดอื่น ๆ ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์จนกระทั่งอายุ 3 เดือนมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคภูมิแพ้และโรคอ้วนต่ำกว่าเด็กทั่วไป เนื่องจากมีแบคทีเรีย Ruminococcus ในลำไส้ที่ส่งผลดีต่อการอักเสบของร่างกาย และแบคทีเรีย Oscillospira ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคอ้วนได้ และอย่างที่รู้กันดีว่าการเลี้ยงสัตว์ช่วยบรรเทาความเครียดได้ เนื่องจากว่าการมีปฏิสัมพันธ์กับสัตว์จะช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด หลังเล่นกับแมวร่างกายอาจรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ความดันโลหิตลดต่ำลง ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่พบว่าคนที่เลี้ยงแมวมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจขาดเลือด (Heart Attack) ได้น้อยกว่าคนที่ไม่ได้เลี้ยงถึง 30 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว การเลี้ยงแมวกับประโยชน์ต่อสุขภาพใจ การมีพื่อนขนปุยขี้อ้อนมาคลอเคลียอยู่ทุกวันก็น่าจะช่วยผ่อนคลายได้ไม่น้อย แต่เจ้านาย (แมว) บางบ้านก็ดูเย่อหยิ่งและไม่สนใจทาส (ผู้เลี้ยง) สักเท่าไหร่ ยกเว้นตอนให้อาหาร แต่ไม่ว่าความสัมพันธ์ของผู้เลี้ยงกับแมวจะเป็นแบบไหน แต่การเลี้ยงแมวนั้นดีต่อสุขภาพจิตกว่าที่คิด…
20/01/2023

เที่ยวพิพิธภัณฑ์ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต?

พิพิธภัณฑ์ไม่ได้เป็นสถานที่ที่น่าเบื่อเสมอไปและการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด เพราะข้อมูลบางส่วนพบว่าการไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์อาจส่งผลดีต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต มาดูกันว่าการไปเดินชมของโบราณ งานศิลปะ หรือการอ่านเรื่องราวบนป้ายข้างตู้จัดแสดงจะดีกับคุณอย่างไรบ้าง ประโยชน์จากการไปพิพิธภัณฑ์ สิ่งแรกที่คุณจะได้เมื่อไปพิพิธภัณฑ์คือความรู้และประสบการณ์ใหม่ที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน หรือถ้าคุณเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือหรือมักจะจินตนาการภาพตามไม่ออก การไปพิพิธภัณฑ์นี่แหละ เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมือนการพาคุณเดินทางไปบนหน้าหนังสือ โดยที่คุณสามารถเห็นภาพตามได้อย่างชัดเจน เป็นการบันทึกข้อมูลลงสู่สมองของคุณทั้งในรูปแบบตัวอักษร ภาพ และสัมผัส ซึ่งการซึมซับสิ่งเหล่านี้ส่งผลดีต่อชีวิตและสุขภาพของคุณโดยไม่รู้ตัว เช่น แรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ สมองและความจำเป็นระบบที่แสนพิเศษและน่าฉงนที่เปรียบเหมือนกับหอสมุดยักษ์ ทุกสิ่งที่คุณจดจำได้ทั้งแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัวจะถูกจัดเรียงอยู่บนชั้นหนังสือ ทุกครั้งที่คุณต้องการไอเดียหรือต้องแก้โจทย์บางอย่างข้อมูลเหล่านี้จะถูกปัดฝุ่นและหยิบออกมาจากชั้นวางโดยอัตโนมัติ ผสมผสานระหว่างชุดความรู้และประสบการณ์เฉพาะตัวจนเกิดข้อมูลใหม่ที่เรียกว่า “ความคิดสร้างสรรค์” ที่ช่วยต่อยอดงานหรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณได้ ซึ่งพิพิธภัณฑ์เป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้ได้ในหลายมิติและหลายรูปแบบ จึงไม่แปลกที่หลังจากกลับพิพิธภัณฑ์คุณจะเกิดปิ๊งไอเดียอะไรบางอย่างขึ้น หรือจินตนาการเรื่องราวและภาพที่เกี่ยวข้องกับพิพิธภัณฑ์นั้นในแบบของคุณเอง สุขภาพจิตที่ดียิ่งขึ้น การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ส่งผลดีต่ออารมณ์และสุขภาพจิตในแบบที่คุณคาดไม่ถึง มีการศึกษาที่พบว่าการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เพียงครึ่งชั่วโมงช่วยลดระดับ “คอร์ติซอล” (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดที่ส่งผลต่อสมองและความดันโลหิตได้ ซึ่งการปลดปล่อยสมองและดวงตาให้เพลิดเพลินไปกับสิ่งใหม่ในพิพิธภัณฑ์อย่างสม่ำเสมออาจส่งผลดีต่ออารมณ์ในด้านต่อไปนี้ได้ หากคุณกำลังเผชิญกับความเหนื่อยล้าในชีวิต ความรู้สึกหมดไฟ ความเครียดจากการทำงาน หรือกำลังรับมือกับภาวะทางอารมณ์ลองหาเวลาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่คุณสนใจอาจช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้ คุณภาพชีวิตและสังคมที่ดีขึ้น ใครจะไปคิดว่าการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ เริ่มจากการมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นก็ย่อมหมายถึงคุณภาพชีวิตในด้านของสุขภาพที่ดีขึ้นด้วย ส่วนสังคมที่ดีก็มาจากการที่ผู้คนได้เข้าไปเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ในพิพิธภัณฑ์ หากคุณไปพบเห็นภาพที่แสดงถึงการกดขี่ผู้หญิง คุณอาจตระหนักรู้เรื่องสิทธิสตรีมากขึ้น หรือหากคุณได้ไปอ่านเรื่องราวของชนวนที่นำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ก็คงไม่แปลกที่คุณจะให้ความสำคัญต่อความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น การเรียนรู้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และงานศิลปะจึงเป็นสิ่งที่ช่วยยกระดับจิตใจของผู้คนได้มากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าจะนำไปสู่สังคมและคุณภาพชีวิตของคนในสังคมที่ดีขึ้น นอกจากประโยชน์เหล่านี้แล้ว ยังมีข้อมูลอื่น ๆ ที่บอกว่าการไปพิพิธภัณฑ์ให้อะไรได้มากกว่าที่คุณคิด เช่น ลดอัตราการถูกวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมและบรรเทาอาการด้านความจำของผู้ป่วยสมองเสื่อม อย่างไรก็ตาม…
20/01/2023

รู้เท่าทันสุขภาพจิตตนเองด้วยแอปพลิเคชัน Daylio

‘สุขภาพจิต’ กลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้คนในยุคปัจจุบัน เนื่องจากปัจจัยรอบข้างส่งผลให้หลายคนมีความเครียดสะสม และบางคนอาจเป็นโรคเครียดไม่รู้ตัว ซึ่งการรู้เท่าทันอารมณ์ความรู้สึกของตนเองถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากคุณรู้ต้นตอของปัญหาที่ทำให้ตนเองรู้สึกหงุดหงิด ไม่สบายใจ สะสมจนเป็นความเครียด ก็จะทำให้คุณหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอปัญหาเหล่านั้น รวมไปถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่ช่วยให้คุณอารมณ์ดี มีความสุข หากคุณรู้เท่าทันตนเองก็จะสามารถจัดการปัญหาเรื่องภาวะอารมณ์ของตนเองได้มากขึ้น ตัวช่วยที่เราจะพูดถึงวันนี้ คือแอปพลิเคชันที่จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันสุขภาพจิตของตนเอง นั่นคือ Daylio แอปพลิเคชันสุดแสนน่ารัก เข้าใจง่าย เหมาะกับทุกช่วงวัย รู้จักแอปพลิเคชัน Daylio Daylio เป็นแอปฯ ที่ใช้สำหรับบันทึกกิจกรรมประจำวัน โดยผู้ใช้สามารถบันทึกอารมณ์ ความรู้สึก ของตนเองผ่านไอคอนสุดน่ารักที่คุณสามารถเลือกรูปแบบ เลือกสีสันได้ตามชอบ โดยแอปพลิเคชันจะให้คุณใส่ข้อมูลแต่ละวันของคุณเอาไว้ พร้อมสรุปเป็นสถิติออกมาเพื่อให้คุณได้ย้อนกลับมาสำรวจภาวะอารมณ์ของตนเอง  เมื่อคุณเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมา ในแอปฯ จะให้คุณเลือกไอคอนที่ชื่นชอบ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของแต่ละอารมณ์ เช่น มีความสุข เศร้า โกรธ เป็นต้น และเมื่อเลือกไอคอนเหล่านี้แล้ว แอปฯ ก็จะให้คุณกำหนดเป้าหมายในวันนั้นของตนเอง เช่น เข้านอนไว ออกกำลังกาย หรือดื่มน้ำมาก ๆ  โดยใน  1 วันคุณจะสามารถบันทึกได้ว่าตนเองอยู่ในอารมณ์แบบใด ผ่านการใช้สัญลักษณ์เป็นตัวไอคอนที่คุณได้เลือกเอาไว้ จากนั้นก็ยังสามารถจดบันทึกเป็นโน้ตสั้น ๆ…
18/01/2023

สุขภาพจิตดีขึ้นได้ แค่ระบายออกมาด้วยแอปพลิเคชัน Alljit

ปัญหาสุขภาพจิตเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยมากขึ้นในยุคนี้ และยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นและรุนแรงมากขึ้นด้วย หลายครั้งที่ผู้คนต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตและรู้สึกโดดเดียวจนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ ทั้งทางด้านจิตใจและอารมณ์ ซึ่งการมีตัวช่วยอย่างแอปพลิเคชัน Alljit (ออลล์จิต) ที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลสุขภาพจิตโดยเฉพาะสามารถช่วยคุณได้ Alljit สุขภาพใจ เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยคนไทยที่สร้างพื้นที่พูดคุยสำหรับคนที่มีความเครียด ความเศร้า ความเหงา และปัญหาด้านอารมณ์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้คนได้ระบายความในใจ ซึ่งเป็นวิธีสำคัญในการรักษาสุขภาพจิต แอปพลิเคชัน Alljit กับ 3 ฟีเจอร์เพื่อสุขภาพใจ แอปพลิเคชัน Alljit มีหลากหลายฟีเจอร์เพื่อความต้องการทางใจที่แตกต่างกัน บางคนอาจอยากระบายความในใจ บางคนต้องการเพื่อนคุย บางคนมีปัญหาเรื่องการนอนหลับจากความเครียด หรือต้องการกำลังใจ แอปพลิเคชันนี้ก็ตอบโจทย์ 1. รู้ปัญหาใจด้วยแบบประเมินสุขภาพ ในหน้าแรกของแอปพลิเคชันจะมีฟีเจอร์ที่ถามคุณว่า เครียดไหม? เศร้าไหม? หรือหมดไฟในการทำงาน ซึ่งการกดเข้าไปจะเป็นแบบประเมินเบื้องต้นที่วัดระดับความรุนแรงของความเครียด ความเศร้า และภาวะหมดไฟ ที่ช่วยให้คุณรู้ปัญหาของตัวเองมากขึ้น 2. ระบายความในใจโดยไม่มีใครรู้ว่าเป็นคุณ ในแอปพลิเคชัน Alljit คุณสามารถระบายความในใจได้หลายรูปแบบด้วยกัน รูปแบบที่ 1: การคุยกับแอดมินของแอปพลิเคชันที่เน้นไปที่การปรึกษาสุขภาพจิต เช่น หากคุณตอบแบบทดสอบในข้อแรกแล้ว คุณอยากรู้วิธีรับมือหรือข้อมูลอื่นเพิ่มเติมก็สามารถคุยกับแอดมินได้เลย แต่อาจจะต้องรอสักหน่อย เพราะเป็นฟีเจอร์ที่มีผู้ใช้งานค่อนข้างเยอะ รูปแบบที่ 2:…
18/01/2023

ผลวิจัยเผย ยิ่งกินเค็ม ยิ่งเครียด แถมเสี่ยงโรค

ด้วยวัฒนธรรมอาหารไทยที่จัดจ้านและครบรส ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยมักติดใจรสชาติใดรสชาติหนึ่งในอาหาร ซึ่งเชื่อว่าการติดกินเค็มต้องเป็นนิสัยของใครหลายคนโดยไม่รู้ตัว สังเกตจากเวลาไปร้านอาหารตามสั่งก็จะมีพริกน้ำปลาหรือน้ำปลาพริกวางไว้บนโต๊ะ จะกินอะไรก็ต้องมีน้ำจิ้มด้วยเสมอ ตามที่เรารู้มาตลอดการกินเค็มสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคไต ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคทางการอีกหลายโรค แต่การศึกษาในปี 2022 พบว่าการกินเค็มอาจส่งผลต่อความเครียดได้ ยิ่งกินเค็ม ยิ่งเครียด? โซเดียมเป็นสารอาหารที่มาพร้อมกับความเค็ม ซึ่งโซเดียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายต้องการ การได้รับในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยรักษาการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และรักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย แต่แน่นอนว่าการกินโซเดียมมากหรือน้อยเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ ถ้าร่างกายขาดโซเดียม กล้ามเนื้อก็อาจเป็นตะคริว อ่อนล้า และไม่มีแรงได้เหมือนเวลาที่ท้องเสีย หรือถ้าได้รับโซเดียมมากไปก็อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคไต ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพจากความเค็มที่คนรู้จักกันดี แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าการกินเค็มอาจส่งผลต่อภาวะความเครียดด้วย การศึกษาจาก University of Edinburgh พบว่าสมองของหนูทดลองที่กินเค็มติดต่อกันผลิตสารที่เกี่ยวข้องกับความเครียดออกมามากขึ้น ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าการกินเค็มไม่ได้แค่ส่งผลเสียต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์อย่างความเครียดได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ทำให้หนูทดลอง เราเลยต้องรอดูกันต่อไปว่าผลกระทบจากการกินเค็มต่อสมองของมนุษย์จะให้ผลแบบเดียวกันรึเปล่า กินเค็มแค่ไหนถึงจะไม่มากเกิน? การงดการกินเค็มไปเลยคงจะไม่ใช่เรื่องดี ทั้งในเรื่องของสุขภาพและการใช้ชีวิต ซึ่งจริง ๆ ทุกคนสามารถอร่อยกับอาหารได้ทุกประเภททุกรสชาติถ้าไม่ได้มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ กรมอนามัยแนะนำว่าคนทั่วไปไม่ควรได้รับโซเดียมเกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน แต่มาบอกแบบนี้คงจะไม่เห็นภาพ เราขอยกตัวอย่างปริมาณโซเดียมในอาหารมาให้ทุกคนได้ดูกัน *ปริมาณโซเดียมเป็นเพียงค่าเฉลี่ยของปริมาณโซเดียมในอาหารจากการสำรวจเท่านั้น จะเห็นได้ว่าแค่สุกี้น้ำชามเดียวก็ใช้โควตาโซเดียมต่อวันของเราไปเกินครึ่งแล้ว ซึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันจริง ๆ เราเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ยากมาก ยังไม่รวมถึงรสชาติความนัวของผงชูรสที่จัดว่าเป็นโซเดียมประเภทหนึ่งด้วย…
16/01/2023

เด็กติดมือถือ… เรื่องใหญ่กว่าที่คิด

ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ไม่ว่าใครก็เข้าถึงสมาร์ตโฟนได้ แม้แต่เด็ก ๆ การให้ลูกเล่นมือถือคงเป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายบ้านเคยทำ อาจเพื่อความสนุกของเด็ก บ้างก็เปิดวิดีโอสอนภาษาให้เด็กดู แต่หลายครั้งที่เราเห็นผู้ปกครองใช้สมาร์ตโฟนเป็นเครื่องทุ่นแรงในการเลี้ยงเด็ก จนเด็กติดมือถือ โดยขาดความเข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ปัญหาเด็กติดมือถือจึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของเด็กเห็นตรงกันว่าพฤติกรรมติดมือถือนำไปสู่ปัญหาพัฒนาการในเด็ก มากแค่ไหนถึงเรียกติดมือถือ? จากสถิติปัจจุบันพบว่าเด็กส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับมือถือเฉลี่ย 5 ชั่วโมง/วัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าเด็กไม่ควรใช้เวลาไปกับหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมง/วัน หรือมากสุดไม่เกิน 2 ชั่วโมง/วัน หากเกินกว่านี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นการใช้มือถือมากเกินไป นอกจากเรื่องเวลาแล้ว หากเด็กเริ่มไม่สนใจเรียน ทำกิจกรรมอื่นน้อยลง ใช้เวลากับมือถือมากขึ้น โมโหหรืองอแงเมื่อไม่ให้เล่นมือถือ ปวดหัว ปวดคอ หรือมีปัญหาด้านการนอนหลับก็เรียกว่าติดมือถือได้แล้ว  เกิดอะไรขึ้นเมื่อเด็กติดมือถือ? การให้เด็กเล่นมือถือเพียงครั้งคราวไม่ได้ส่งผลเสียที่น่ากังวลใจ แต่เมื่อเด็กเริ่มมีพฤติกรรมติดมือถือและใช้เวลาอยู่กับมือถือมากขึ้นอาจส่งผลกระทบในด้านต่อไปนี้ได้ พัฒนาการช้า การให้เด็กใช้เวลาอยู่กับมือถือวันละหลายชั่วโมงเป็นการปิดกั้นเด็กจากกิจกรรมอื่น ๆ ที่เขาควรได้ทำตามช่วงวัย อย่างการออกไปวิ่งเล่น พูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน และการเสริมสร้างจินตนาการและการเรียนรู้ในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาการของเด็ก โดยผลลัพธ์ของพัฒนาการที่ช้าลงพบได้ดังนี้ อาการสมาธิสั้น เราได้ยินกันมานานว่าพฤติกรรมติดมือถือทำให้เกิดอาการสมาธิสั้น ซึ่งเป็นเรื่องจริง แม้แต่ผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมติดมือถือยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่เปลี่ยนไป เช่น ใจร้อน หงุดหงิดง่าย แต่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่อาจทำให้เรายับยั้งชั่งใจได้ แต่หากสิ่งเหล่านี้ถูกปลูกฝังจนเป็นความเคยชินอาจส่งผลเสียที่รุนแรงให้กับตัวเด็กตั้งแต่ช่วงอายุนั้นดังกล่าวจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จากการสำรวจในโรงเรียนมัธยมปลาย 2,500…
09/01/2023

โรงเรียนในรัฐซีแอตเทิลฟ้องบริษัทโซเชียลมีเดีย เพราะเป็นตัวการของ ‘วิกฤติสุขภาพจิต’ ในเด็ก!

โรงเรียนในรัฐซีแอตเติล (Seattle) สหรัฐอเมริกายื่นฟ้องบริษัทที่อยู่เบื้องหลังโซเชียลมีเดีย ได้แก่ TikTok, Facebook, Instagram, Youtube และ Snapchat โดยระบุว่า บริษัทเหล่านี้เป็นสาเหตุของวิกฤติสุขภาพจิตในหมู่วัยรุ่นชาวอเมริกัน
15/08/2022

Tom Holland ประกาศหยุดเล่นโซเชียลมีเดียชั่วคราว เพื่อเยียวยาสุขภาพจิตของตัวเอง

โพสต์ล่าสุดจากอินสตาแกรมของ ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland) ต่างทำให้แฟน ๆ นั้นเป็นห่วง เนื่องจากเขาได้โพสต์คลิปวิดีโอบอกลาแฟน ๆ ที่ติดตามเขาอยู่ชั่วคราว โดยหนุ่มฮอลแลนด์ให้เหตุผลว่าต้องการหยุดเล่นโซเชียลมีเดียไปสักพักและหันไปเยียวยาสุขภาพจิตของตัวเองแทน เนื่องจากการเล่นโซเชียลมีเดียทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยดีมากนัก ในคลิปวิดีโอฮอลแลนด์ได้พูดถึงการหยุดเล่นโซเชียลของเขาไว้ว่า "สวัสดีทุกคน ผมพยายามทำคลิปวิดีโอนี้มาเป็นชั่วโมงแล้ว และสำหรับคนอย่างผมตลอดช่วงที่ผมแสดงกว่า 13-14 ปี ผมไม่สามารถพูดสิ่งที่ผมต้องการจะพูดโดยไม่ใช้คำว่า อืม กับ เอ่อ ทุก ๆ 5 นาที ได้เลย แต่เดี๋ยวผมจะลองดูอีกครั้ง... "ผมจะหยุดเล่นโซเชียลมีเดียเพื่อสุขภาพจิตของผมเอง เพราะผมรู้สึกว่าอินสตาแกรมและทวิตเตอร์มันกระตุ้นตัวผมมากเกินไป (Overstimulating) และมันทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ เวลาที่ผมได้อ่านสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวผมเองบนโลกออนไลน์ และท้ายที่สุดมันก็ส่งผลเสียต่อจิตใจของผมอย่างมาก ผมเลยตัดสินใจที่จะถอยออกมาและลบแอปต่าง ๆ เหล่านั้นไปซะ" หลังจากที่ฮอลแลนด์ได้พูดเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเอง เขาก็ได้พูดเสริมเกี่ยวกับองค์กรการกุศลที่เขาดูแลอยู่อย่าง Stem4org พร้อมพูดซัพพอร์ตและแนะนำแนวทางสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือหากมีภาวะต่าง ๆ เกี่ยวกับสุขภาพจิต และก่อนจบคลิปวิดีโอนี้เขาก็ได้พูดถึงแฟน ๆ และคนที่รับชมคลิปไว้ว่า "ผมขอบคุณมาก ๆ ที่รับฟัง ผมจะหายไปจากอินสตาแกรมอีกครั้ง และผมต้องขอขอบคุณทุกคนมาก ๆ ผมรักพวกคุณ…
Marvel
28/07/2022

ศิลปินวิชวลกราฟิกแฉความโหดร้ายหลังร่วมงานกับ Marvel ‘งานหนัก-แก้ยับ-กดราคา-ทำไม่ทันติดแบล็กลิสต์!’

ศิลปินวิชวลเอฟเฟกต์แฉ 'ประสบการณ์ฝันร้าย' ในการงาน VFX กับ Marvel ชี้ เป็นสตูดิโอที่สั่งให้ทำงานหนัก สั่งแก้ยับ กดราคา และถ้าบริษัทไหนไม่สามารถทำงานได้ทัน จะถูก Marvel ขึ้นบัญชีดำ!
SCREAM หวีดสุดขีด
27/01/2022

เรื่องจริงไม่ใส่หน้ากากของ ‘แดนนี โรลลิง’ ฆาตกรต่อเนื่องผู้เป็นแรงบันดาลใจแก่ภาพยนตร์ ‘SCREAM’

หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้อาจมีเรื่องราวที่น่าหดหู่ ในบทความนี้ ผู้เขียนเลี่ยงที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมเพื่อไม่ให้บทความดูน่ากลัวและหดหู่จนเกินไป หากต้องการอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถคลิกอ่านได้ที่ลิงก์อ้างอิงท้ายบทความนี้ นอกจาก 'SCREAM' (1996) จะเป็นหนังฆาตกรรมแนวเชือด (Slasher Film) ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด จนมีการสร้างภาคต่อมาอีกมากมาย โดยเฉพาะภาคล่าสุดอย่าง SCREAM' (2022) ซึ่งถือว่าเป็นหนังภาคที่ 5 ของแฟรนไชส์นี้แล้ว ตัวหนังเองยังสร้างภาพลักษณ์ของฆาตกรในเรื่องอย่าง 'ไอ้หน้าผี' (Ghostface) จนกลายเป็นภาพจำของหนังชุดนี้ จนกระทั่งกลายมาเป็นคอสตูมประจำเทศกาลฮาโลวีน และกลายมาเป็นหนึ่งในไอคอนแห่งช่วงทศวรรษ 1990 แต่รู้หรือไม่ว่า แรงบันดาลใจที่สำคัญของหนังเรื่องนี้ มาจากเหตุฆาตกรรมวัยรุ่นที่เคยเกิดขึ้นจริง 4 วัน ณ เกนส์วิลล์ (Gainesville) รัฐฟลอริดา (Florida) ปี 1990 ฆาตกรต่อเนื่องรายหนึ่งก่อเหตุฆาตกรรม 5 นักศึกษาในมหาวิทยาลัยฟลอริดา ฆาตกรถูกขนานนามต่อมาว่าเป็น 'เดอะ เกนสวิลล์ ริปเปอร์' (The Gainesville Ripper) หรือ 'นักฆ่าแห่งเกนสวิลล์' สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวเมืองในเวลานั้นเป็นอย่างมาก ข่าวน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้ 'เควิน…
โควิด-19 เนเธอร์แลนด์
21/01/2022

สุนทรีย์! โรงละครเนเธอร์แลนด์เชิญคนมาตัดผมเคล้าดนตรีคลาสสิก เพื่อประท้วงการสั่งล็อกดาวน์!

ณะที่สถานการณ์ของโควิด-19 ในประเทศเนเธอร์แลนด์นั้นยังคงส่งผลกระทบที่รุนแรงจนกระทั่งต้องมีการสั่งล็อกดาวน์มาตั้งแต่เดือนธันวาคมของปีที่แล้ว กลุ่มอาชีพที่ยังคงได้รับผลกระทบก็คือ กลุ่มคนในแวดวงและสาขาอาชีพศิลปะวัฒนธรรม เพราะสถานที่ทางวัฒนธรรมทั้งโรงละคร โรงภาพยนตร์ แกเลอรี พิพิธภัณฑ์ บาร์ และร้านกาแฟ กลับยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการ ด้วยเหตุที่ว่ายังไม่มีความจำเป็นในเวลานี้

PR Partners

See All
Read More

สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global

ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น
23/07/2026

รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…
13/07/2026

มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่

มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…
13/07/2026

ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026

ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส -  ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…