Tags
| สุขภาพ
13/01/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 558 days ago
ย้อน ‘เซลล์มะเร็ง’ ให้กลับเป็น ‘เซลล์ปกติ’ นักวิจัยเกาหลีคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ในการรักษามะเร็ง
โรคมะเร็งและเนื้องอกทุกชนิดยังคงครองอันดับต้น ๆ ของโรคที่คร่าชีวิตของมนุษย์มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเรารู้จักกับมะเร็งมากขึ้น ทั้งองค์ความรู้ การตรวจคัดกรอง และเทคโนโลยีในการรักษาก็ก้าวหน้ามากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสหายขาด และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต ล่าสุดทีมวิจัยสถาบัน KAIST (Korea Advanced Institute of Science and Technology) ประเทศเกาหลีใต้ได้ค้นพบเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งรูปแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลับมาเป็นเซลล์สุขภาพดี บทความนี้เราจะมาแบไต๋กัน รู้จักกับโรคมะเร็ง และการรักษามะเร็งในปัจจุบัน ก่อนจะไปรู้จักแนวทางการรักษาใหม่ที่ว่านี้ มาทำความเข้าใจกันคร่าว ๆ ก่อนว่า ‘เซลล์มะเร็ง’ เกิดได้อย่างไร ? โรคมะเร็งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่กลไกเกิดในภาพรวมคือ DNA ของเซลล์กลายพันธุ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสื่อมของ DNA ที่มาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และการที่เซลล์เสียหายจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างบุหรี่ แสงแดด การติดเชื้อ สารก่อมะเร็ง หรือแม้แต่พันธุกรรม ผลลัพธ์ คือ ทำให้เซลล์นั้นเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกมะเร็งนั่นเอง การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันส่วนใหญ่เน้นการกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การฉายแสง หรือเคมีบำบัดที่เรียกกันว่าคีโม ซึ่งบางเคสอาจเจอกับการดื้อยาของเซลล์มะเร็ง การกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงผลข้างเคียงรุนแรงที่เกิดจากการทำลายเซลล์ปกติไปพร้อมกัน ปัจจุบันเราเลยจึงอาจเห็นวิธีรักษามะเร็งแบบใหม่ อย่างยามุ่งเป้า…22/04/2024
5 สูตรสำเร็จอดอาหารแบบ IF | อดอย่างไรให้สุขภาพดี
IF กินอะไรได้บ้าง ? ห้ามกินอะไรหรือไม่ ? ทำแล้วจะเป็นโรคกระเพาะไหม ? และมีเทคนิคให้ทำสำเร็จอย่างไร ? และเสี่ยงโรคหัวใจจริงหรือเปล่า ? ไปตามหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญกันครับ การทำ IF (Intermittent Fasting) เป็นวิธีการลดน้ำหนักและปรับสมดุลร่างกายที่ได้รับความนิยม โดยใช้วิธีการจำกัดเวลาการกินอาหาร (Feeding/Eating) สลับกับช่วงเวลาอดอาหาร (Fasting) ซึ่งมีหลายรูปแบบให้เลือก เช่น ทำสูตร 16/8 เสี่ยงโรคหัวใจถึง 91 เปอร์เซ็นต์ ? แม้ช่วงก่อนหน้านี้แวดวงคนทำ IF อาจสะเทือนจากการเผยแพร่ผลการวิจัยที่ช็อกวงการว่า คนทำ IF แบบ 16/8 เสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจถึง 91 เปอร์เซ็นต์ แต่จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว พบว่า ยังสรุปไม่ได้ชัดเจนว่าการทำ IF เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ โดย รศ. ดร. พญ.ฉันทชา สิทธิจรูญ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้อธิบายว่า “การศึกษาวิจัยดังกล่าวยังมีข้อจำกัด เนื่องจากอาศัยข้อมูลจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับเวลาการกินอาหารของพวกเขาเท่านั้น และเป็นการสำรวจจากความทรงจำ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 824 days ago
Read More22/04/2024
5 แนวทางการควบคุมและป้องกันความดันโลหิตสูง
“ผู้ใดก็ตามที่มีความดันโลหิตวัดได้มากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง” องค์การอนามัยโลก, 2542 “ความดันโลหิตสูง” (Hypertension) จัดอยู่ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable diseases; NCDs) 1 ใน 5 ฆาตรกรเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด โดยปัจจุบันพบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคนี้มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด แม้ไม่มีอาการแสดงชัดเจนแต่หากปล่อยไว้นาน ๆ ความรุนแรงของโรคจะเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงต่าง ๆ ได้ ข้อมูลทางการแพทย์จากสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยได้ระบุว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงและไม่ได้รับการรักษาจะเสียชีวิตจากหัวใจวายร้อยละ 60-70 เสียชีวิตจากหลอดเลือดในสมองอุดตันหรือแตกร้อยละ 20-30 และเสียชีวิตจากไตวายเรื้อรังร้อยละ 5-10 คุณเป็นความดันโลหิตสูงหรือเปล่า ? คนที่มีภาวะความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวเพราะไม่แสดงอาการ แต่บางรายก็อาจมีอาการปวดหัว เวียนหัว มึนงง และเหนื่อยง่ายผิดปกติ หากปล่อยไว้โดยไม่มีการควบคุมหรือทำการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม อาจทำให้อวัยวะสำคัญต่าง ๆ ในร่างกายถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็น หัวใจ สมอง ไต หลอดเลือด และตา เนื่องจากภาวะความดันโลหิตสูงจะไปทำให้ผนังหลอดเลือดแดงหนาตัวขึ้นและรูเล็กลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้น้อยลง ส่งผลให้อวัยวะทำงานผิดปกติ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 824 days ago
Read More22/04/2024
Retail Therapy แก้เครียดด้วยการช็อปปิ้งที่อาจทำให้คุณเครียดกว่าเดิม
แค่ออกไปช็อปปิ้ง (ราชบัณฑิตยสภาพ: ชอปปิง)ก็ช่วยลดความเครียดได้จริง! แต่ระวังช็อปหนักไป เครียดกว่าเดิมแบบไม่รู้ตัว ในวงการจิตวิทยาเราเรียกการออกไปช็อปปิ้งสิ่งนี้ว่า “Retail Therapy” หรือการบำบัดใจด้วยการช็อปปิ้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติมาก ๆ และเป็นกันทั่วโลก นักวิจัยจาก Pennsylvania State University เคยทำแบบสำรวจเกี่ยวกับเรื่องนี้ และพบว่า 62 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า พวกเขาออกไปช็อปปิ้ง เพื่อปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น เหตุผลที่ทำให้การช็อปปิ้งทำให้เรามีอารมณ์ที่ดีขึ้น ก็เพราะว่า การออกไปซื้อของหรือเลือกสินค้าต่าง ๆ ทำให้เรากลับมาโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แทนที่จะเอาใจไปจดจ่ออยู่กับความทุกข์ และยังทำให้เราสัมผัสอำนาจในตัวเอง ที่อยากจะตัดสินใจซื้ออะไรก็ได้ และรู้สึกว่าเราควบคุมชีวิตของตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าเราใช้เงินแบบไม่บันยะบันยัง ก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดความเครียดมากขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าไม่มีเงินใช้จ่ายพอกับเรื่องอื่น ๆ หรือสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีกเพราะเป็น “หนี้” ดังนั้น คุณสามารถออกไปช็อปปิ้งแก้เครียดได้ แต่ก็อย่าลืมบริหารงบของตัวเองให้ดี ๆ และการทำ Retail Therapy ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อของชิ้นใหญ่ หรือซื้อของที่มีราคาแพงเสมอไป แค่ซื้อของชิ้นเล็ก ๆ ราคาแค่ไม่กี่บาทก็ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นแล้ว เพราะวิธีคลายเครียดที่ดี ควรเป็นวิธีที่ไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมาเพิ่มเติม และการเลือกซื้อของที่คุณชอบจริง ๆ หรือซื้อมาแล้วใช้งานได้จริง ก็จะทำให้คุณเกิดความแฮปปี้มากขึ้นเข้าไปอีกภูษิต เรืองอุดมกิจ | 825 days ago
Read More16/01/2023
เด็กติดมือถือ… เรื่องใหญ่กว่าที่คิด
ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ไม่ว่าใครก็เข้าถึงสมาร์ตโฟนได้ แม้แต่เด็ก ๆ การให้ลูกเล่นมือถือคงเป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายบ้านเคยทำ อาจเพื่อความสนุกของเด็ก บ้างก็เปิดวิดีโอสอนภาษาให้เด็กดู แต่หลายครั้งที่เราเห็นผู้ปกครองใช้สมาร์ตโฟนเป็นเครื่องทุ่นแรงในการเลี้ยงเด็ก จนเด็กติดมือถือ โดยขาดความเข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ปัญหาเด็กติดมือถือจึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของเด็กเห็นตรงกันว่าพฤติกรรมติดมือถือนำไปสู่ปัญหาพัฒนาการในเด็ก มากแค่ไหนถึงเรียกติดมือถือ? จากสถิติปัจจุบันพบว่าเด็กส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับมือถือเฉลี่ย 5 ชั่วโมง/วัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าเด็กไม่ควรใช้เวลาไปกับหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมง/วัน หรือมากสุดไม่เกิน 2 ชั่วโมง/วัน หากเกินกว่านี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นการใช้มือถือมากเกินไป นอกจากเรื่องเวลาแล้ว หากเด็กเริ่มไม่สนใจเรียน ทำกิจกรรมอื่นน้อยลง ใช้เวลากับมือถือมากขึ้น โมโหหรืองอแงเมื่อไม่ให้เล่นมือถือ ปวดหัว ปวดคอ หรือมีปัญหาด้านการนอนหลับก็เรียกว่าติดมือถือได้แล้ว เกิดอะไรขึ้นเมื่อเด็กติดมือถือ? การให้เด็กเล่นมือถือเพียงครั้งคราวไม่ได้ส่งผลเสียที่น่ากังวลใจ แต่เมื่อเด็กเริ่มมีพฤติกรรมติดมือถือและใช้เวลาอยู่กับมือถือมากขึ้นอาจส่งผลกระทบในด้านต่อไปนี้ได้ พัฒนาการช้า การให้เด็กใช้เวลาอยู่กับมือถือวันละหลายชั่วโมงเป็นการปิดกั้นเด็กจากกิจกรรมอื่น ๆ ที่เขาควรได้ทำตามช่วงวัย อย่างการออกไปวิ่งเล่น พูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน และการเสริมสร้างจินตนาการและการเรียนรู้ในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาการของเด็ก โดยผลลัพธ์ของพัฒนาการที่ช้าลงพบได้ดังนี้ อาการสมาธิสั้น เราได้ยินกันมานานว่าพฤติกรรมติดมือถือทำให้เกิดอาการสมาธิสั้น ซึ่งเป็นเรื่องจริง แม้แต่ผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมติดมือถือยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่เปลี่ยนไป เช่น ใจร้อน หงุดหงิดง่าย แต่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่อาจทำให้เรายับยั้งชั่งใจได้ แต่หากสิ่งเหล่านี้ถูกปลูกฝังจนเป็นความเคยชินอาจส่งผลเสียที่รุนแรงให้กับตัวเด็กตั้งแต่ช่วงอายุนั้นดังกล่าวจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จากการสำรวจในโรงเรียนมัธยมปลาย 2,500…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1286 days ago
Read More
16/01/2023
ดูแลผิวอย่างไรเมื่อเข้าใกล้เลข 3 ? เทคนิคหน้าเด็ก ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย
หนุ่ม ๆ สาว ๆ หลายคนเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเลข 3 อาจจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงภายในของร่างกายตนเอง เช่น บางคนอาจรู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้น ระบบเผาผลาญเริ่มทำงานไม่ดี และเริ่มรู้สึกร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนสมัยที่ยังเป็นเด็ก โดยอาการเหล่านี้เราสามารถดูแลได้ด้วยการใส่ใจกับเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญต้องตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ในบทความนี้ เราไม่ได้จะพูดถึงการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายเมื่ออายุมากขึ้นเท่านั้น แต่เราจะพูดถึงริ้วรอย หรือสภาพผิว ที่แสดงออกให้เห็นชัดที่สุดว่า คุณเริ่มอายุมากขึ้นแล้ว! เพราะเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็จะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ทำให้ผิวหน้าเหี่ยวย่น ไม่กระชับนั่นเอง ขณะเดียวกันบางคนอาจจะแย้งว่า แล้วทำไมบางคนที่อายุมากแล้วแต่กลับมีใบหน้าที่ดูเด็กกว่าวัยได้ ? ทำไมบางคนถึงหน้าเด็กกว่าวัย ? เหตุผลข้อแรกคงต้องยกให้เรื่องของพันธุกรรม เพราะเราทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าพันธุกรรมเป็นเรื่องที่ส่งต่อกันมาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ บางคนพื้นฐานมีผิวพรรณที่ดี ชุ่มชื้น อิ่มฟู ก็จะทำให้ใบหน้าดูสดใสราวกับยังอายุยี่สิบต้น ๆ แต่หากพันธุกรรมมาดีแต่ไม่ดูแลตนเองเพิ่มเติมก็สามารถมีผิวที่ดูแก่ก่อนวัยได้เช่นกัน หากลองสังเกตดี ๆ จะเห็นว่ากลุ่มคนที่มีรูปหน้าทรงกลม มักจะมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์มากกว่าคนที่มีหน้าทรงรูปไข่ เพราะคนรูปหน้าทรงกลมจะมี Baby Fat หรือ ไขมันบริเวณหน้าแก้มมากกว่ากลุ่มคนที่มีใบหน้ารูปไข่ ทำให้เมื่ออายุมากขึ้น Baby Fat เหล่านี้จะทำให้ดูผิวพรรณเต่งตึง ในขณะที่คนทรงหน้ารูปไข่เมื่อร่างกายผลิตคอลลาเจนน้อยลง ใบหน้าก็จะยิ่งดูเล็ก หน้าตอบขึ้น และทำให้ผิวเหี่ยวย่นได้มากกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสวย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1286 days ago
Read More10/01/2023
แดดแรงแค่ไหนก็ไม่กลัว ด้วยแอปพลิเคชัน UVLens
แสงแดดและรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผิวได้โดยตรง ตั้งแต่ปัญหาผิวหมองคล้ำ ผิวอ่อนแอ ผิวไหม้แดด เสี่ยงต่อโรคผิวหนัง และที่น่ากังวลที่สุดคือรังสียูวีเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังได้ ซึ่งแดดเมืองไทยก็ร้อนแทบตลอดทั้งปี การปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสียูวีจึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อเลี่ยงปัญหาผิว UVLens เป็นแอปพลิเคชันที่จะช่วยให้การป้องกันผิวจากรังสียูวีมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแอปพลิเคชันนี้จะบอกความเข้มข้นของรังสียูวีในแต่ละช่วงเวลา พร้อมให้คำแนะนำในการปกป้องผิวและอีกหลากหลายฟีเจอร์ที่คนรักผิวไม่ควรพลาด UVLens ใช้งานอย่างไร มีฟีเจอร์อะไรบ้าง? คุณสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน UVLens ลงบนสมาร์ตโฟนได้ทั้ง iOS และ Android ส่วนวิธีใช้งานก็ง่ายมาก เมื่อเข้าไปในแอปพลิเคชันจะมีการขอเข้าถึงโลเคชันหรือสถานที่ของคุณเพื่อความแม่นยำในการระบุความเข้มข้นของแสงยูวีในแต่ละพื้นที่ พอกดตกลงแอปพลิเคชันจะดึงข้อมูลสถานที่ให้อัตโนมัติ หน้าแรกด้านบนสุดคุณจะเห็น (1) ข้อมูลโดยรวม ทั้งอุณหภูมิ ปริมาณก้อนเมฆ ช่วงเวลาที่คุณควรระวังแสงยูวี และตำแหน่งที่คุณอยู่ โดยตรงตำแหน่งที่ตั้ง คุณสามารถแตะเพื่อเปลี่ยนเป็นสถานที่อื่นที่คุณต้องการได้ (2) ถัดมาคือฟีเจอร์ไฮไลต์ของ UVLens ซึ่งก็คือนาฬิกายูวีที่ทำหน้าที่ในการบอกว่าในแต่ละช่วงเวลามีความเข้มข้นของรังสียูวีมากน้อยแค่ไหน คุณสามารถใช้นิ้วแตะเพื่อนเลื่อนเพื่อดูความเข้มข้นของรังสียูวีได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ระดับด้วยกัน ส่วนด้านล่าง สามารถเลือกดูความเข้มข้นของรังสียูวีในส่วนของวันนี้และวันพรุ่งนี้ได้ เมื่อใช้รวมกับฟีเจอร์เปลี่ยนสถานที่ในข้อ (1) จะเหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่มีแพลนเดินทางหรือไปเที่ยวต่างสถานที่ เพราะช่วยให้คุณเตรียมตัวรับมือกับแสงแดดและสภาพอากาศได้มากขึ้น (3) My Skin เป็นฟีเจอร์ที่ให้คุณกรอกข้อมูลเกี่ยวกับผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นเพศ สีตา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1292 days ago
Read More29/12/2022
4 วิธีดูแลผิวให้ชุ่มชื้นตลอดหน้าหนาว
แม้หน้าหนาวเมืองไทยจะอยู่ไม่นานและไม่ได้หนาวอย่างที่เราหวังไว้ทุกปี แต่ปัญหาผิวแห้งก็เกิดขึ้นได้ เพราะความชื้นในอากาศลดลง พอความชื้นในอากาศต่ำกว่าผิวเรา น้ำในผิวจะถูกดึงออกไปจากผิวชั้นนอก การเผชิญลมหนาวในช่วงปลายปีหรือการอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ อาจพรากความชุ่มชื้นในผิวหนังออกไปจนเกิดปัญหาผิวแห้งแตก เป็นขุย เกิดอาการคันและระคายเคืองง่ายจนส่งผลต่อความมั่นใจและการใช้ชีวิตได้ การดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอเลยเป็นเรื่องที่ทุกคนควรใส่ใจและทำเป็นประจำไม่ว่าคุณจะมีสภาพผิวแบบไหนก็ตาม และหากคุณผิวแห้งเป็นทุนเดิมก็ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ บทความนี้เลยเอา 4 วิธีดูแลผิวให้ชุ่มชื้นเพื่อป้องกันผิวแห้งที่ใช้ได้ทั้งในช่วงหน้าหนาวและตลอดปีมาฝากกัน 4 วิธีดูแลผิวให้ชุ่มชื้น การเติมความชุ่มชื้นไม่ให้ผิวแห้ง ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงแค่ปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันและเลือกสกินแคร์ให้เหมาะสมก็เพียงพอแล้ว 1. อาบน้ำอุ่นได้ แต่อย่านานเกิน การอาบน้ำอุ่นเป็นทางรอดในหน้าหนาวที่หลายคนเลือกใช้เมื่อเผชิญกับน้ำและอากาศที่เย็นขึ้น อีกทั้งยังทำให้รู้สึกสบายตัว แต่การอาบน้ำอุ่นเพลินเกินไปอาจทำให้ผิวแห้งได้ รวมถึงคนที่ชอบการอาบน้ำที่ร้อนจัด เพราะน้ำที่อุณหภูมิสูงจะชะล้างไขมันบนชั้นผิวออกมากเกินไป รวมถึงไขมันบนชั้นผิวที่ช่วยเคลือบผิวเพื่อป้องกันน้ำในชั้นผิวระเหยด้วย โดยเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำคือ 5–10 นาทีสำหรับการอาบน้ำแต่ละครั้งไม่ว่าจะน้ำอุณหภูมิไหนก็ตาม และอีกหนึ่งเคล็ดลับคือการใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิว หากสบู่ที่ใช้อยู่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังใช้ แนะนำว่าไปหาซื้อสบู่หรือครีมอาบน้ำใหม่จะดีกว่า เพราะความรู้สึกแห้งตึงหลังทำความสะอาดนั้นหมายถึงสารทำความสะอาดที่แรงต่อผิวเกินไป ซึ่งเสี่ยงต่อปัญหาผิวแห้งและระคายเคืองได้ 2. ทาสกินแคร์หลังอาบน้ำทันที อาบน้ำเสร็จแล้วใช่ว่าจะจบ เพราะต่อให้คุณอาบน้ำตามเวลาหรือแม้แต่อาบน้ำเย็น สบู่ที่ฟอกผิวก็กำจัดไปทั้งสิ่งสกปรกและไขมันบนผิวบางส่วนออก หลังอาบน้ำจึงเป็นช่วงเวลาที่น้ำในชั้นผิวเสี่ยงต่อการระเหยออกมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาทองของการเติมความชุ่มชื้นและสารบำรุงให้ผิว การทาครีมหลังอาบน้ำขณะที่ผิวยังหมาด ๆ จะช่วยให้น้ำที่หลงเหลือบนผิวและมอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) ซึมสู่ผิวและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ยิ่งถ้าสกินแคร์ของคุณมีสารบำรุง ช่วงเวลานี้แหละที่คุณไม่ควรพลาด 3. เลือกมอยส์เจอไรเซอร์ตามสภาพผิว ไม่ว่าผิวแบบไหนก็ต้องการความชุ่มชื้น แม้ว่าคุณจะเป็นคนผิวมันก็ตาม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1304 days ago
Read More29/12/2022
บอกเทคนิค กิน ‘หมูกระทะ-ชาบู’ ยังไงให้สุขภาพดี!
ไหนใครสายหมูกระทะ-ชาบูบ้าง ? เชื่อว่าการกินบุฟเฟต์ปิ้ง ย่าง หมูกระทะ ชาบู กลายเป็นอาหารยอดนิยมสำหรับปาร์ตี้สังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน แต่สำหรับใครที่กำลังคุมน้ำหนักเห็นทีคงโอดครวญ เพราะการกินบุฟเฟต์แทบจะเป็น ‘สิ่งต้องห้าม’ สำหรับคนที่กำลังอยากลดน้ำหนักเลยก็ว่าได้ แต่หากคุณอยากกินนาน ๆ ครั้ง ยิ่งช่วงเทศกาลแบบนี้ขอสักหน่อยคงไม่เป็นไร เรามีเทคนิคการกินหมูกระทะ-ชาบู แบบไม่ต้องกลัวอ้วน และบอกเลยว่าเมนูนี้กินแล้วสุขภาพดีกว่าที่หลายคนคิด! 1. ไม่กินเนื้อสัตว์ติดมันและอาหารแปรรูป ทราบกันดีว่าเมนูที่ติดมันมักจะอร่อยเสมอ ทั้ง หมูสามชั้น ทั้งเบคอน ให้ห้ามคงยาก แต่ถ้าเป็นไปได้ให้ควบคุมปริมาณการกินน่าจะดีกว่าการหักดิบไม่กินเลย หรือลองเปลี่ยนมาสั่งเนื้อที่ไขมันน้อย เช่น เนื้อไก่ หรือเนื้อปลา ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ส่วนพวกลูกชิ้นและไส้กรอกต่าง ๆ ที่เป็นอาหารแปรรูปเลี่ยงได้เลี่ยง เพราะมีทั้งแป้งและโซเดียมทำให้เกิดอาการตัวบวมน้ำได้ ที่สำคัญเนื้อไก่มีโปรตีนสูงเหมาะสำหรับคนที่อยากเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้ออีกด้วย 2. สั่งซุปน้ำใส เดี๋ยวนี้เวลาไปกินชาบูแต่ละร้านก็มักจะมีน้ำซุปให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นซุปน้ำใส ซุปน้ำดำ หรือซุปต้มยำ ทางเลือกสำหรับสายสุขภาพก็คือ ควรเลือกซุปน้ำใส เพราะมักเป็นซุปที่มีการปรุงแต่งน้อยที่สุด ปริมาณโซเดียมไม่เยอะเท่าน้ำซุปชนิดอื่น แต่ถามว่าพอสั่งซุปน้ำใสแล้วเราจะมาสามารถซดน้ำได้อย่างสบายใจหรือไม่ บอกเลยว่าถึงอย่างไรในน้ำซุปใสก็มีโซเดียมอยู่ดี เพราะฉะนั้นควรเลี่ยงการซดน้ำเยอะ ๆ เพราะโซเดียมจะทำให้ตัวบวมได้ เกร็ดเล็ก ๆ วิธีแก้ตัวบวมจากโซเดียมง่าย ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1304 days ago
Read More28/12/2022
สุดเหวี่ยงกับวันหยุด แล้วกลับมาเศร้าสุด ๆ กับ Post-Holiday Blue
ช่วงวันหยุดยาวคงหลายคนคงได้ใช้เวลากับสิ่งที่ชอบอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะกิน จะนอน ไปท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมอื่นกันแบบสุดเหวี่ยง แต่เคยสังเกตไหมว่า พอกลับมาทำงานหลังจากวันหยุดยาวมักจะรู้สึกไม่ค่อยอยากทำงาน หมดไฟ ทำงานไม่เสร็จ บางคนถึงกับดูซึมลงจนเพื่อนร่วมงานเข้ามาทัก ทั้งหมดทั้งมวลนี้อาจมาจากภาวะซึมเศร้าหลังหยุดยาวที่เรียกว่า Post-Holiday Blue หรือ Post-Vacation Blue Post-Holiday Blue คืออะไร? Post-Holiday Blue เป็นภาวะทางอารมณ์ที่พบได้หลังช่วงวันหยุดยาว เหตุผลก็มาจากการที่ในช่วงหยุดยาวเราได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ได้ทำสิ่งที่ชอบ เกิดความทรงจำและความรู้สึกที่ดีมากมาย ซึ่งสมองและความรู้สึกยังคงต้องการและผูกติดกับสิ่งเหล่านั้นอยู่ แต่พอตัดภาพมาวันถัดไปที่ต้องทำงาน บางคนต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด เจอรถติด บางคนอาจจะต้องทำงานเดิมซ้ำ ๆ หรือต้องทำงานภายใต้ความเครียดหรือความกดดัน ซึ่งแตกต่างจากโมเมนต์ดี ๆ ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาลิบลับ ผลลัพธ์เลยอาจออกมาเป็นความเศร้า ความเครียด ไม่สดชื่น ไม่มีสมาธิ คิดงานไม่ออก หรืออารมณ์ไม่ดี แต่ความรู้สึกเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป แต่นอกจากการกลับมาทำงานหลังหยุดยาวแล้ว ปัจจัยอื่น ๆ ก็อาจเพิ่มโอกาสของภาวะนี้ได้ด้วย เช่น บรรยากาศช่วงปลายปี ฟ้าครึ้ม อากาศที่เย็นลง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจผลต่อกลไกบางอย่างของสมอง พักผ่อนน้อยจากการสังสรรค์หรือเดินทาง หรืองบการไปเที่ยวนั้นบานปลายกว่าที่คิดไว้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1305 days ago
Read More28/12/2022
ดื่มยังไงให้ตื่นไหว? 5 เคล็ดลับไม่กลัวแฮง พร้อมฉลองปีใหม่
เทศกาลสังสรรค์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กำลังจะมาถึงอีกปี หลายคนคงกำลังมองหาสถานที่เฉลิมฉลอง หรือบางคนก็อาจจะกินเลี้ยงและพักผ่อนกับครอบครัวตนเอง ส่วนสายดื่มทั้งหลายอาจจะตั้งใจเมาข้ามปีกันไปเลย แต่หากคุณรู้ตัวว่าวันรุ่งขึ้นยังมีภารกิจต้องทำ และอาจไม่ชอบความรู้สึกเวลาแฮงหรือเมาค้าง เรามีเคล็ดลับดื่มได้นาน เมาช้า และไม่เมาค้างในวันรุ่งขึ้นมาฝาก 1. อย่าปล่อยให้ท้องว่าง เคยสังเกตไหมว่าเวลาดื่มแอลกอฮอล์ทีไร หากปล่อยให้ท้องว่างไม่ได้รับประทานอาหารก่อน มักจะรู้สึกมึนเมาง่ายและไวมากกว่าปกติ นั่นเพราะว่าการปล่อยให้ท้องว่างแล้วดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะทำให้ระบบทางเดินอาหารดูดซึมแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและรวดเร็ว เนื่องจากในกระเพาะไม่มีอาหารให้ดูดซึมนั่นเอง การรับประทานข้าวหรือของว่างก่อนดื่มก็จะทำให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์ได้ช้าลง และไม่เมาไว 2. ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ ต่อให้ตั้งใจว่าจะดื่มแอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มหลักของคืนนี้ แต่น้ำเปล่าก็ยังจำเป็นต่อร่างกายเสมอ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายขาดน้ำ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ การดื่มน้ำระหว่างดื่มแอลกอฮอล์ก็จะช่วยเติมน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป อีกทั้ง น้ำเปล่ายังเข้าไปทำให้แอลกอฮอล์ในเลือดจางลง ดังนั้น หากอยากเน้นดื่มสนุกไม่เมาไว หรือเมาค้างในวันรุ่งขึ้นก็อย่าลืมหันมาจิบน้ำเปล่าบ้าง 3. ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หลายชนิดผสมกัน ทุกคนที่เคยผ่านประสบการณ์ ‘ดื่มผสม’ ก็คงจดจำความรู้สึกได้ดี เพราะการดื่มผสมไม่เพียงแต่ทำให้เมาเร็วกว่าปกติเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบตอนตื่นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นอีกด้วย เพราะในแอลกอฮอล์มีสาร Congeners ที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างการหมักแอลกอฮอล์ หากดื่มในปริมาณมากจะทำให้เกิดอาการเมาค้าง และการดื่มแอลกอฮอล์หลายประเภทผสมกัน ไม่ว่าจะเป็น ไวน์ เหล้า เบียร์ หรือโซจู ก็อาจทำให้คุณดื่ม Congeners ในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้รู้สึกเมาง่าย และเมาค้าง คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงในเช้าวันรุ่งขึ้นนั่นเอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1305 days ago
Read More22/12/2022
ขับรถ เสี่ยงหลับในเวลาไหนมากที่สุด?
หลับในระหว่างขับรถเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้ของอุบัติเหตุบนท้องถนน แม้สถิติจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมจะระบุว่าพบอุบัติเหตุจากการหลับในแค่เพียง 4 เปอร์เซ็นต์ แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่คนขับหลับในอาจทำให้เกิดการสูญเสียได้ไม่ต่างจากสาเหตุอื่น ทั้งทรัพย์สิน อวัยวะ และชีวิต ทั้งต่อตัวคนขับและคนอื่น ๆ ปัจจัยที่ทำให้หลับในระหว่างขับรถเกิดได้ทั้งจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ โรคเกี่ยวกับการนอน การใช้ยาที่ทำให้ง่วงซึม การดื่มแอลกอฮอล์ ไปจนถึงความเหนื่อยล้าสะสม แต่นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว เวลาในช่วงที่ขับขี่ก็ส่งผลอาจเพิ่มความเสี่ยงของการหลับในได้เช่นเดียวกัน Hack for Health จะพาคุณไปดูช่วงเวลาที่คนมักจะหลับในกัน ขับรถ เสี่ยงหลับในเวลาไหนมากที่สุด? คุณเคยมีประสบการณ์ง่วงตอนขับรถ ขณะทำงาน หรือขณะเรียนไหม? หากมีก็คงจะพอรู้ว่าสติ สมาธิ และความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด บ้างก็ลืมตาไม่ขึ้น หรือบางคนก็ถึงขั้นสัปหงก แต่เคยสังเกตไหมว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงไหนของวัน ซึ่งจากข้อมูลพบว่าคนมักจะหลับในได้บ่อยใน 2 ช่วงเวลาด้วยกัน ช่วงเวลาแรก: เที่ยงคืน ถึง 6 โมงเช้า การจะรู้สึกง่วงในช่วงเวลานี้คงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาของการนอนหลับ เดิมทีร่างกายมนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่านาฬิกาชีวภาพ (Circadian rythm) อยู่ พอตกกลางคืนขึ้นร่างกายก็จะเริ่มเข้าสู่โหมดพักผ่อน หลั่งสารที่ชื่อ เมลาโทนิน (Melatonin) ช่วยให้ร่างกายและสมองผ่อนคลายพร้อมนอนหลับเลยทำให้คุณรู้สึกง่วงแบบสุด ๆ จึงไม่แปลกที่อุบัติเหตุจากการหลับในจะเกิดขึ้นบ่อยในช่วงเวลานี้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1311 days ago
Read More22/12/2022
Holiday Heart Syndrome โรคฮิตช่วงหยุดยาว
ทุกเทศกาลและวันหยุดยาว อย่างช่วงปีใหม่และสงกรานต์ การเฉลิมฉลองด้วยอาหารและการตั้งวงสังสรรค์ดูจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทย และไม่ใช่แค่คืนเดียวเท่านั้น หลายคนอาจฉลองด้วยต่อเนื่องกันหลายคืน Hack for Health เลยอยากพาคุณไปรู้จักกับ Holiday Heart Syndrome หรือ โรคหัวใจในวันหยุด ที่อาจถามหาเมื่อคุณปาร์ตี้มากเกินไป Holiday Heart Syndrome คืออะไร? Holiday Heart Syndrome เป็นชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) หรือเรียกง่าย ๆ ว่าภาวะ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชนิดหนึ่งก็ได้ แต่ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Holiday Heart Syndrome ก็เพราะว่าในช่วงหยุดยาวและหลังหยุดยาว คนมักมาโรงพยาบาลด้วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดนี้กันบ่อยขึ้น แม้เดิมทีจะพบได้ตลอดปีอยู่แล้วก็ตาม ปัจจัยก็มักมาจากการที่ผู้คนเฉลิมฉลองด้วยการกินดื่มในปริมาณที่มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงเทศกาล โดยเฉพาะอาหารที่รสเค็มจัดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บวกกับบางคนได้มาเจอครอบครัวหรือเพื่อนที่มีเรื่องราวให้คุยกันมากมาย ทำให้พักผ่อนน้อยก็อาจเสี่ยงต่อภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วได้ง่ายขึ้น เพราะหัวใจทำงานหนักขึ้น พูดง่าย ๆ ก็คือคนที่นอนน้อย ปาร์ตี้หนักก็อาจเจออาการของภาวะนี้ได้ เช่น อาการ Holiday Heart Syndrome มักไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว หากใครมีอาการติดต่อกันนานหรือดูรุนแรงกว่าปกติ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1311 days ago
Read More18/11/2022
Chris Hemsworth ตรวจพบยีนเสี่ยง มีแนวโน้มเป็นโรคอัลไซเมอร์มากกว่าคนปกติ 8-10 เท่า!
นักแสดงหนุ่ม คริส เฮมส์เวิร์ธ (Chris Hemsworth) เปิดเผยในสารคดี ‘Limitless with Chris Hemsworth’ ว่าตรวจพบยีนที่มีแนวโน้มความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์มากกว่าคนทั่วไป 8-10 เท่าประภาส อยู่เย็น | 1345 days ago
Read More26/08/2022
กลับมาอีกแล้ว! ‘ไข้หวัดมะเขือเทศ’ กำลังระบาดในอินเดีย โดยเฉพาะในเด็ก
ประเทศอินเดียกำลังพบเจอกับไวรัสตัวใหม่ที่เรีกยว่า 'ไข้หวัดมะเขือเทศ' ซึ่งเริ่มระบาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่เด็กเล็ก จนทำให้กระทรวงสาธารณสุขอินเดียเร่งศึกษาเพื่อออกคำแนะนำด้านสุขภาพ หลังพบเคสติดเชื้อกว่า 100 รายในประเทศแล้วศิวกร ปล้องใหม | 1429 days ago
Read More22/08/2022
ไม่ใช่แค่เบาหวานแล้ว! นักวิจัยทดลองให้หนูกินน้ำอัดลม 2 เดือน พบว่าหนู ‘ฉลาดน้อยลง’
เรารู้กันดีว่าการดื่มน้ำอัดลมจำนวนมากอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ แต่จริง ๆ มันอาจส่งผลถึงสมองด้วย ในการศึกษาไม่นานมานี้ ทีมวิจัยค้นพบว่าการให้น้ำอัดลมแก่หนูอย่างต่อเนื่อง ทำให้สมองของพวกมันได้รับความเสียหายมากพอจนเกิดปัญหาด้านความจำ สติปัญญา และความเครียดได้ศิวกร ปล้องใหม | 1433 days ago
Read More24/05/2022
ผลการศึกษาเผย สัมผัสมลพิษทางอากาศ-ฝุ่น PM 2.5 เพิ่มความเสี่ยง ‘สมองเสื่อม’
การศึกษาฉบับใหม่ที่เผยแพร่ในวารสารชีวจิตเวชศาสตร์ (Biological Psychiatry) ระบุว่าการสัมผัสมลพิษจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในอากาศเป็นเวลานาน เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม (Cognitive Decline) และอาจส่งผลให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ก่อนเวลาอันควรวาณิชชา สายเสมา | 1523 days ago
Read More15/04/2022
หมอขอร็อก! วิจัยเผย แพทย์ที่ฟังเพลงร็อกวง ‘AC/DC’ ระหว่างผ่าตัด จะทำงานได้เร็วและแม่นยำกว่าเดิม ยิ่งเปิดดังยิ่งดี!
การฟังเพลงไม่ได้มีอิทธิพลต่อชีวิตเพียงแค่ให้ความบันเทิงเริงใจเท่านั้น ล่าสุด ผลงานการวิจัยของประเทศเยอรมนีได้เปิดเผยว่า การฟังเพลงของวงร็อกระดับตำนาน มีส่วนช่วยทำให้การผ่าตัดมีความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้นประภาส อยู่เย็น | 1562 days ago
Read More31/03/2022
ย้อนรอย ‘เอมิเลีย คลาร์ก’ รอดตายจากโรคสมอง 2 ครั้ง และ ‘อาการบกพร่องทางการสื่อความ’ ที่ทำให้จำชื่อตัวเองไม่ได้
ข่าวการประกาศวางมือจากอาชีพนักแสดงของนักแสดงรุ่นใหญ่ 'บรูซ วิลลิส' (Bruce Willis) เนื่องจากตรวจพบอาการ 'Aphasia' หรือ 'โรคภาวะบกพร่องทางการสื่อความ' กลายเป็นประเด็นน่าสนใจ แต่เชื่อหรือไม่ว่า 'เอมิเลีย คลาร์ก' (Emilia Clarke) ก็เคยต้องประสบกับโรคนี้เช่นกันประภาส อยู่เย็น | 1577 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 1 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 2 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 12 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 12 days ago
Read More






























