Tags
| สุขภาพ
15/01/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 558 days ago
BT เสิร์ฟ BT Originals Life Series คอนเทนต์ที่ชวนคุณมาอยู่ด้วยกันถึงร้อยปีอย่างมีคุณภาพ
การมีอายุขัยเฉลี่ย 100 ปี อาจเคยเป็นเพียงความฝันของมวลมนุษยชาติ แต่ด้วยวิทยาการในปัจจุบัน เรื่องราวที่คล้ายกับนิยายวิทยาศาสตร์นี้กำลังจะเป็นจริง แล้วเราจะอยู่อย่างไรเมื่อวันนั้นมาถึง BT Originals Life Series คอนเทนต์ใหม่จาก BT จะพาคุณมาดูความเป็นไปได้ในการอยู่ถึงร้อยปี และเรื่องที่คุณต้องพบเจอเมื่อต้องเดินทางสู่ศตวรรษแห่งชีวิตผ่านบทความนี้ ความเป็นอมตะ และการเอาชนะความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์ไขว่คว้ามาอย่างยาวนาน แม้ว่าจะไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ แต่จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อย่างมหากาพย์กิลกาเมซในอารยธรรมเมโสโปเตเมีย อารยธรรมแรกเริ่มและเก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ได้มีการพูดถึงการตามหาชีวิตนิรันดร์เอาไว้แล้ว 5,000 ปีต่อมา มนุษย์มีองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และการแพทย์ที่ทำให้เราเอาชนะความตายได้หลายต่อหลายครั้ง แม้ในปัจจุบันองค์ความรู้เหล่านี้ยังมอบความเป็นอมตะให้กับเราไม่ได้ แต่ก็ช่วยให้อายุขัยของมนุษย์ยืดยาวออกไป จากข้อมูลทางสถิติในปี 1900 ค่าเฉลี่ยอายุขัยของมนุษย์ทั่วโลกอยู่เพียง 31 ปีเท่านั้น (ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเสียชีวิตของทารกระหว่างคลอด) แต่ในระยะเวลาเพียงร้อยปีนิด ๆ ค่าเฉลี่ยอายุขัยของมนุษย์ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นมาเป็น 73.2 ปี และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วง 20 ปีหลัง จากการสำรวจทั่วโลกพบว่าคนที่มีอายุเกิน 100 ปี หรือ Centenarian มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากราว 34,000 คน ในปี 1950 สู่ราว 600,000…07/05/2024
การถูกเลือกปฏิบัติส่งผลต่อสุขภาพจิตของคุณได้
การถูกเลือกปฏิบัติ หรือ Discrimination คือ การที่คนคนหนึ่งได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ ซึ่งผลกระทบของการถูกกีดกันเหล่านี้ สามารถทำให้เกิดปัญหาทางด้านจิตใจขึ้นมาได้ และยังเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อหลักการความเท่าเทียมของมนุษย์ด้วย อ้างอิงจากข้อมูลของศาสตราจารย์ Vickie Mays แห่ง UCLA Fielding School of Public Health ในภาควิชานโยบายสุขภาพและการจัดการ ที่ได้ทำการวิจัยร่วมกับ Susan Cochran ศาสตราจารย์ในภาควิชาระบาดวิทยาที่ UCLA พบว่า “มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อคนเราได้รับการปฏิบัติอย่างแตกต่าง ไม่ยุติธรรม อาจสร้างผลกระทบทางจิตใจ ให้กับผู้ที่ถูกกระทำ โดยเริ่มตั้งแต่การเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ จนอาจทำให้เกิดความวิตกกังวลและก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า” การถูกเลือกปฏิบัติมีอะไรบ้าง? ตามหลักการพื้นฐานความเท่าเทียมของมนุษย์ในปัจจุบันนี้ ไม่ควรมีใครที่จะถูกเลือกปฏิบัติ ดังนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนต้องตระหนักถึงความสำคัญในจุดนี้ และในกรณีที่การเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นกับคุณ ให้คุณบอกตัวเองเอาไว้เลยว่า คุณไม่ได้ทำอะไรผิด “มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันหมด” หลังจากนั้นค่อยหาทางแก้ไขในสิ่งที่คุณเจอต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการถูกเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน หรืออื่น ๆ ซึ่งมีหน่วยงานให้เปิดให้คุณได้ร้องเรียนอยู่ ตามหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชนภูษิต เรืองอุดมกิจ | 811 days ago
Read More30/04/2024
Digital Fatigue โรคอนาคตของคนดิจิทัล
“Digital Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล” เป็นสภาวะความอ่อนล้าหรือเหนื่อยหน่ายทางจิตใจจากการใช้ดิจิทัลมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้คอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเปิดหลายแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ก่อนไปทำความรู้จักกับเทรนด์ของโรคในอนาคตที่ระบาดไวกว่าที่ทุกคนคิดในชีวิตของคนดิจิทัลอย่าง Digital Fatigue นี้ เรามาเช็กกันหน่อยดีกว่าครับ ว่าทุกวันนี้คุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่ ? อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของภาวะ Digital Fatigue หากเช็กแล้วพบว่าคุณมีอาการดังกล่าวเกินกว่า 5-6 ข้อ แสดงว่า คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็น Digital Fatigue แล้วครับ ไม่เคลื่อนไหว แต่ทำไมเหนื่อย ? “Digital Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล” เป็นสภาวะความอ่อนล้าหรือเหนื่อยหน่ายทางจิตใจจากการใช้ดิจิทัลมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้คอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเปิดหลายแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต เปิดหน้าจอหลายจอ หรือทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกันเป็นระยะเวลานาน ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการพักผ่อนหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวัน ซึ่งความอ่อนล้าดังกล่าวทำให้เราหมดพลังงาน เกิดความคิดฟุ้งซ่าน และอาจทำลายสุขภาพร่างกายได้ ความเหนื่อยล้าดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุจากการนั่งทำงานผ่านจอนาน ๆ เท่านั้น บางคนเกิดภาวะ Digital Fatigues จากการการเสพติดเนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย เกมออนไลน์ สื่อบันเทิงต่าง ๆ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 818 days ago
Read More26/04/2024
การเลี้ยงแมวดูแลสุขภาพจิตของเราได้
ในวงการจิตวิทยา มีคำศัพท์คำหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการนำสัตว์เลี้ยงมาบำบัดจิต คำ ๆ นี้ ก็คือ “Pet Therapy” หรือก็คือสัตว์เลี้ยงเยียวยาใจ ซึ่งหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่นิยมนำมาฮีลใจมานุดมากที่สุดก็คือ แงว หรือน้องแมวนั่นเอง จากการสำรวจ งานศึกษาวิจัย ปี 2017 หัวข้อ “Depression, loneliness, and pet attachment in homebound older adult cat and dog owners” โดย Sandy M. Branson และทีมงาน ทำให้ทราบว่า ทาสแมวจะมีระดับซึมเศร้าน้อยกว่าทาสหมาอย่างมีนัยสำคัญ การเลี้ยงแมว ช่วยดูแลสุขภาพจิตของเราได้ยังไง? แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลี้ยงแมว ก็ควรสำรวจความต้องการ ความชอบ และภาระหน้าที่ที่คุณต้องรับผิดชอบซะก่อน เพราะว่าการเลี้ยงแมวก็คือการรับอีกหนึ่งชีวิตมาเลี้ยงดู ซึ่งก็ต้องให้ทั้งเวลาและมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ถ้ามีความพร้อมแล้วก็ลุยโลด! เลี้ยงแมวกันได้เลย แต่ถ้าคุณคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อม ทุกวันนี้ก็มีคาเฟ่แมวเปิดให้บริการมากมาย ในวันหยุดถ้าได้เข้าไปนั่งกินกาแฟ และขนมอร่อย ๆ ตากแอร์เย็น ๆ พร้อมได้เล่นกับน้องแมว เพื่อช่วยในการผ่อนคลายจิตใจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 822 days ago
Read More18/01/2023
ไขมันดี หาจากไหน ทำไมต้องกิน?
ไขมันดี หรือ ไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated fat) เป็นขั้วตรงข้ามกับไขมันที่คนส่วนใหญ่เคยรู้จัก เดิมทีเรามีข้อมูลฝังหัวมาตลอดว่าไขมันคือตัวร้ายต่อสุขภาพ ซึ่งหมายถึงไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวที่ส่งผลต่อสุขภาพ แต่ไขมันดีจะเข้าไปลดผลกระทบจากไขมันที่เป็นอันตรายและเสริมสุขภาพในด้านอื่น ๆ Hack for Health จะพาไปรู้จักกับไขมันดี ทั้งประโยชน์ ชนิด อาหารที่มีไขมันดีเป็นส่วนประกอบ และปริมาณที่คุณควรกิน ทำไมต้องกินไขมันดี? ร่างกายคนเราต้องการไขมันในการดำรงชีวิตอยู่แล้ว ทั้งในเรื่องของการให้พลังงานและการดูดซึมวิตามินบางชนิด แต่นอกจากหน้าที่ทั่วไปไขมันดียังช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดที่เป็นอันตรายและระดับไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำไปสู่โรคหลายโรค ทั้งภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดแดงแข็ง ภาวะหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง การได้รับไขมันดีในปริมาณที่เหมาะสมอยู่เป็นประจำจึงอาจลดความเสี่ยงของโรคพวกนี้ได้ โอเมก้า 3 หลายคนเคยคุ้นหูกับคำนี้กันมาบ้าง โดยโอเมก้า 3 ก็เป็นไขมันมันดีชนิดหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ เลยเลยต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น กรดไขมันชนิดนี้ 3 ค่อนข้างมีความพิเศษ เพราะข้อมูลพบว่ากรดไขมันชนิดนี้อาจมีคุณสมบัติที่ช่วยดูแลสุขภาพได้มากกว่าการลดระดับไขมันในเลือด เช่น บำรุงสายตา บำรุงสมอง ดีต่อภาวะซึมเศร้า ทั้งยังจำเป็นต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ ซึ่งนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมคุณควรกินไขมันดีเป็นประจำ อาหารไขมันดีหาได้จากไหน? อาหารไขมันดีหาได้ง่ายและใกล้ตัวกว่าที่คิด ไม่ว่าคุณจะไปเดินตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อก็สามารถหาอาหารเหล่านี้ได้ไม่ยาก 1. น้ำมันพืช น้ำมันพืชเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารที่ทุกบ้านมีติดครัวอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าน้ำมันพืชทุกชนิดจะมีไขมันดี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1285 days ago
Read More18/01/2023
ปอกเปลือกดูประโยชน์ 5 ผลไม้ตรุษจีน ไหว้ก็เฮง กินก็เฮลตี้
ในช่วงตรุษจีนหลายครอบครัวต้องไปจ่ายตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบเตรียมไว้สำหรับไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษ และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในเทศกาลนี้ คือ ผลไม้ ซึ่งผลไม้ตรุษจีนก็มีหลายชนิดและเชื่อกันว่ากินแล้วจะเฮง ส่วนจะเฮงจริงไหมก็ต้องรอดู แต่ที่แน่ ๆ กินแล้วสุขภาพดีแน่นอน เพราะผลไม้เหล่านี้มีสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายขาดไม่ได้หลายชนิด บทความนี้เลยจะชวนคุณมาปอกเปลือก 5 ผลไม้มงคลช่วงตรุษจีนเพื่อดูประโยชน์ต่อสุขภาพที่มาพร้อมกับความเชื่อกัน 5 ผลไม้ตรุษจีนกับประโยชน์ต่อสุขภาพ แค่เลขก็มงคลแล้ว ส่วนใหญ่ในช่วงตรุษจีนมักจะไหว้ผลไม้เป็นเลขคี่ ซึ่งเราก็จัดมาให้ถึง 5 ชนิดเลยทีเดียว 1. ส้มสีทอง ส้มสีทองหมายถึงความสุข ความโชคดี และโชคลาภ ซึ่งเรารู้กันดีว่าส้มมีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยสารอาหารที่น่าสนใจในส้มก็ต้องเป็น วิตามินซีหรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบของเซลล์ภายในร่างกาย หากเราได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำอาจช่วยลดความรุนแรงของโรคหวัด ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และยังมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวด้วย โดยส้มขนาดกลาง 1 ลูกให้วิตามินซีราว 70 มิลลิกรัม ซึ่งเกือบเท่ากับที่ร่างกายต้องการวันเลยทีเดียว (ผู้ชาย: 90 มก./วัน ผู้หญิง: 75 มก./วัน) การไหว้ส้มสีทองในช่วงเทศกาลจึงช่วยให้คุณผลไม้ที่อัดแน่นด้วยวิตามินซีกินไปสักพักเลย Fun Fact: รู้หรือไม่? ส้มเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี 2. กล้วยหอม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1285 days ago
Read More18/01/2023
สุขภาพจิตดีขึ้นได้ แค่ระบายออกมาด้วยแอปพลิเคชัน Alljit
ปัญหาสุขภาพจิตเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยมากขึ้นในยุคนี้ และยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นและรุนแรงมากขึ้นด้วย หลายครั้งที่ผู้คนต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตและรู้สึกโดดเดียวจนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ ทั้งทางด้านจิตใจและอารมณ์ ซึ่งการมีตัวช่วยอย่างแอปพลิเคชัน Alljit (ออลล์จิต) ที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลสุขภาพจิตโดยเฉพาะสามารถช่วยคุณได้ Alljit สุขภาพใจ เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยคนไทยที่สร้างพื้นที่พูดคุยสำหรับคนที่มีความเครียด ความเศร้า ความเหงา และปัญหาด้านอารมณ์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้คนได้ระบายความในใจ ซึ่งเป็นวิธีสำคัญในการรักษาสุขภาพจิต แอปพลิเคชัน Alljit กับ 3 ฟีเจอร์เพื่อสุขภาพใจ แอปพลิเคชัน Alljit มีหลากหลายฟีเจอร์เพื่อความต้องการทางใจที่แตกต่างกัน บางคนอาจอยากระบายความในใจ บางคนต้องการเพื่อนคุย บางคนมีปัญหาเรื่องการนอนหลับจากความเครียด หรือต้องการกำลังใจ แอปพลิเคชันนี้ก็ตอบโจทย์ 1. รู้ปัญหาใจด้วยแบบประเมินสุขภาพ ในหน้าแรกของแอปพลิเคชันจะมีฟีเจอร์ที่ถามคุณว่า เครียดไหม? เศร้าไหม? หรือหมดไฟในการทำงาน ซึ่งการกดเข้าไปจะเป็นแบบประเมินเบื้องต้นที่วัดระดับความรุนแรงของความเครียด ความเศร้า และภาวะหมดไฟ ที่ช่วยให้คุณรู้ปัญหาของตัวเองมากขึ้น 2. ระบายความในใจโดยไม่มีใครรู้ว่าเป็นคุณ ในแอปพลิเคชัน Alljit คุณสามารถระบายความในใจได้หลายรูปแบบด้วยกัน รูปแบบที่ 1: การคุยกับแอดมินของแอปพลิเคชันที่เน้นไปที่การปรึกษาสุขภาพจิต เช่น หากคุณตอบแบบทดสอบในข้อแรกแล้ว คุณอยากรู้วิธีรับมือหรือข้อมูลอื่นเพิ่มเติมก็สามารถคุยกับแอดมินได้เลย แต่อาจจะต้องรอสักหน่อย เพราะเป็นฟีเจอร์ที่มีผู้ใช้งานค่อนข้างเยอะ รูปแบบที่ 2:…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1285 days ago
Read More18/01/2023
ผลวิจัยเผย ยิ่งกินเค็ม ยิ่งเครียด แถมเสี่ยงโรค
ด้วยวัฒนธรรมอาหารไทยที่จัดจ้านและครบรส ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยมักติดใจรสชาติใดรสชาติหนึ่งในอาหาร ซึ่งเชื่อว่าการติดกินเค็มต้องเป็นนิสัยของใครหลายคนโดยไม่รู้ตัว สังเกตจากเวลาไปร้านอาหารตามสั่งก็จะมีพริกน้ำปลาหรือน้ำปลาพริกวางไว้บนโต๊ะ จะกินอะไรก็ต้องมีน้ำจิ้มด้วยเสมอ ตามที่เรารู้มาตลอดการกินเค็มสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคไต ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคทางการอีกหลายโรค แต่การศึกษาในปี 2022 พบว่าการกินเค็มอาจส่งผลต่อความเครียดได้ ยิ่งกินเค็ม ยิ่งเครียด? โซเดียมเป็นสารอาหารที่มาพร้อมกับความเค็ม ซึ่งโซเดียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายต้องการ การได้รับในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยรักษาการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และรักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย แต่แน่นอนว่าการกินโซเดียมมากหรือน้อยเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ ถ้าร่างกายขาดโซเดียม กล้ามเนื้อก็อาจเป็นตะคริว อ่อนล้า และไม่มีแรงได้เหมือนเวลาที่ท้องเสีย หรือถ้าได้รับโซเดียมมากไปก็อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคไต ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพจากความเค็มที่คนรู้จักกันดี แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าการกินเค็มอาจส่งผลต่อภาวะความเครียดด้วย การศึกษาจาก University of Edinburgh พบว่าสมองของหนูทดลองที่กินเค็มติดต่อกันผลิตสารที่เกี่ยวข้องกับความเครียดออกมามากขึ้น ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าการกินเค็มไม่ได้แค่ส่งผลเสียต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์อย่างความเครียดได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ทำให้หนูทดลอง เราเลยต้องรอดูกันต่อไปว่าผลกระทบจากการกินเค็มต่อสมองของมนุษย์จะให้ผลแบบเดียวกันรึเปล่า กินเค็มแค่ไหนถึงจะไม่มากเกิน? การงดการกินเค็มไปเลยคงจะไม่ใช่เรื่องดี ทั้งในเรื่องของสุขภาพและการใช้ชีวิต ซึ่งจริง ๆ ทุกคนสามารถอร่อยกับอาหารได้ทุกประเภททุกรสชาติถ้าไม่ได้มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ กรมอนามัยแนะนำว่าคนทั่วไปไม่ควรได้รับโซเดียมเกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน แต่มาบอกแบบนี้คงจะไม่เห็นภาพ เราขอยกตัวอย่างปริมาณโซเดียมในอาหารมาให้ทุกคนได้ดูกัน *ปริมาณโซเดียมเป็นเพียงค่าเฉลี่ยของปริมาณโซเดียมในอาหารจากการสำรวจเท่านั้น จะเห็นได้ว่าแค่สุกี้น้ำชามเดียวก็ใช้โควตาโซเดียมต่อวันของเราไปเกินครึ่งแล้ว ซึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันจริง ๆ เราเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ยากมาก ยังไม่รวมถึงรสชาติความนัวของผงชูรสที่จัดว่าเป็นโซเดียมประเภทหนึ่งด้วย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1285 days ago
Read More
18/01/2023
ยิ่งเครียด ยิ่งอ้วน จริงหรือ? ทำความรู้จักฮอร์โมนแห่งความเครียด
เชื่อว่าแทบทุกคนเคยพยายามลดความอ้วน มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จ แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายคนที่ไม่สามารถลดได้ตามที่ตั้งใจไว้ ยิ่งลดไม่ได้ก็ยิ่งกดดัน ยิ่งกดดันก็ยิ่งเครียด แล้วทำไมพยายามเท่าไหร่ก็ไม่ผอมสักที ยิ่งเครียดก็ยิ่งอ้วนเสียอย่างนั้น… ความเครียด มีหลายปัจจัยด้วยกัน บางคนเครียดเรื่องน้ำหนัก บางคนเครียดเรื่องเรียน เครียดเรื่องงาน เครียดเรื่องความรัก รู้หรือไม่ว่า ‘ความเครียด’ จะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนชนิดหนึ่งออกมามากกว่าปกติ ส่งผลกับการกินของเรา และท้ายที่สุดก็ทำให้อ้วนขึ้นด้วย ทำความรู้จักฮอร์โมนแห่งความเครียด ‘ฮอร์โมนแห่งความเครียด’ หรือ คอร์ติซอล (Cortisol) คือ ฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตเองตามธรรมชาติ สร้างขึ้นโดยต่อมหมวกไตที่อยู่บนไตของคุณ ทำหน้าที่ในการเผาผลาญไขมันและพลังงานที่สะสมอยู่ในร่างกาย ควบคุมความดันโลหิต พร้อมทั้งปรับระดับน้ำตาลในเลือด โดยฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกปล่อยออกมามากขึ้นเมื่อคุณอยู่ในภาวะเครียดเรื้อรัง ร่างกายก็จะต้องการพลังงานมากขึ้นด้วยเช่นกัน สมองจึงกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความ ‘หิว’ นั่นเอง Cortisol ส่งผลต่อความอ้วนอย่างไร? อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า คอร์ติซอล จะตอบสนองได้ดีต่อความเครียด โดยเฉพาะคนที่มีความเครียดเรื้อรัง และเมื่อฮอร์โมนชนิดนี้ถูกหลั่งออกมามาก ก็จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว สมองจึงสั่งการให้ร่างกายหาน้ำตาลมาทดแทน ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เวลาเครียดหลายคนมักจะหยิบช็อกโกแลต หรือขนมหวานต่าง ๆ มากิน และเมื่อได้ความหวานจากขนมเหล่านั้นก็จะรู้สึกดีขึ้นทันที นอกจากนี้ หากคอร์ติซอลหลั่งออกมามากผิดปกติยังทำให้ระบบเผาผลาญแปรปรวน โดยจะทำให้ร่างกายเผาผลาญกล้ามเนื้อไปพร้อม ๆ กับไขมัน ซึ่งปกติแล้วกล้ามเนื้อจะมีส่วนช่วยเรื่องระบบเผาผลาญของร่างกาย และหากกล้ามเนื้อน้อยลงเท่าไหร่ก็จะทำให้อ้วนง่ายมากขึ้นเท่านั้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1285 days ago
Read More18/01/2023
โยคะ vs พิลาทิส ต่างกันอย่างไร? และคุณควรเลือกเล่นอะไร?
หากพูดถึงการออกกำลังกายง่าย ๆ ได้ที่บ้านตนเอง นอกจากการคาดิโอด้วยการเต้นแอโรบิก หรือบริหารร่างกายด้วยท่าทางง่าย ๆ ตามคลิปวิดีโอที่มีสอนตามอินเทอร์เน็ตแล้ว การออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันนั่นก็คือ การเล่นโยคะ และการเล่นพิลาทิส ซึ่งการออกกำลังกายทั้ง 2 ประเภทนี้มีลักษณะที่คล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่ บางคนอาจจะยังสงสัยว่าโยคะกับพิลาทิสต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาไขข้อเท็จจริงความแตกต่างของการออกกำลังกายทั้ง 2 ชนิดนี้ เพื่อให้คุณได้เลือกแนวทางที่ใช่สำหรับตนเอง โยคะ (Yoga) การเล่นโยคะ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียเมื่อหลายพันปีมาแล้ว เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการยืดหยุ่นและความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ โฟกัสที่ลมหายใจไปพร้อมกับการขยับร่างกาย ประโยชน์ของโยคะ คือช่วยเรื่องสุขภาพทำให้การไหลเวียนเลือดดี ช่วยคลายเครียด และช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี การเล่นโยคะ ได้รับความนิยมในกลุ่มของผู้หญิง เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้แรงมาก แถมไม่ต้องมีอุปกรณ์มากมายก็สามารถเล่นได้ที่บ้าน เพียงแค่คุณมีเสื่อโยคะผืนเดียวเท่านั้น แต่ทั้งนี้การฝึกโยคะก็มีหลายระดับ หากเป็นผู้เริ่มต้นต้องศึกษาท่าทางให้ดี หรืออาจจะต้องเล่นควบคู่ไปกับการมีผู้เชี่ยวชาญดูแล นอกจากนี้ การเล่นโยคะยังมีประโยชน์ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่แม้ว่าจะตั้งครรภ์อยู่ก็สามารถออกกำลังกายแบบเบา ๆ ได้ เพราะการเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากจะช่วยผ่อนคลายในระหว่างตั้งครรภ์แล้ว ยังสามารถช่วยเตรียมร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ให้เตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ที่สำคัญการหายใจช้า ๆ ระหว่างเล่นยังช่วยบรรเทาความเครียดได้อีกด้วย พิลาทิส (Pilates) การเล่นพิลาทิส ถูกคิดค้นในปี ค.ศ.1920 โดยโจเซฟ พิลาทิส (Joseph Pilates)…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1285 days ago
Read More18/01/2023
แค่กินก็กันแดดได้ ? ‘วิตามินกันแดด’ ได้ผลจริงหรือแค่กระแส
ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องแดดและอากาศร้อน แม้ในความเป็นจริงแสงแดดจะมีข้อดี ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดี และทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่ข้อเสียของแสงแดดก็มีอยู่มากเช่นกัน สาว ๆ หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าในทุก ๆ วันไม่ว่ามีกิจกรรมมากน้อยแค่ไหน ครีมกันแดดถือเป็นสิ่งสำคัญเสมอ ไม่ใช่แค่ปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ผิวไหม้ เท่านั้น แต่การตากแดดเป็นเวลานานโดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00 - 16.00 น. ซึ่งเป็นเวลาแดดจัด ยังทำให้ใบหน้าของคุณเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ร้ายแรงกว่านั้นอาจเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ความสำคัญของครีมกันแดด ครีมกันแดด เป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนไม่ควรมองข้าม แม้จะไม่ได้ออกกิจกรรมกลางแจ้งก็ควรทาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันแสงที่มองไม่เห็น ขณะเดียวกันก็สามารถเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF15 ขึ้นไปจนถึง SPF50 เพื่อการปกป้องที่ได้ประสิทธิภาพตามกิจกรรมที่ตนเองต้องเผชิญ และควรทาซ้ำในทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่ขณะเดียวกัน ผู้หญิงหลายคนหรือบางคนอาจไม่ชอบความรู้สึกเหนียวเหนอะจากครีมกันแดด เพราะครีมกันแดดบางตัวที่ช่วยปกป้องสูงก็ต้องแลกมาด้วยความเหนียวข้นของครีม บางคนถึงกับไม่ยอมทาครีมกันแดดก็มี หรือบางคนไม่อยากทาซ้ำระหว่างวัน ซึ่งนวัตกรรมของครีมกันแดดในปัจจุบันก็ได้พัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานมากขึ้น โดยเปลี่ยนสภาพสารกันแดดออกมาในรูปแบบอื่น ชนิดของผลิตภัณฑ์กันแดด ปัจจุบันกันแดดเนื้อครีมยังคงเป็นกันแดดที่ได้รับความนิยม เพราะใช้ง่ายให้ความรู้สึกเหมือนกำลังทาครีมบำรุงผิวอยู่ ที่สำคัญมีหลายแบรนด์ให้เลือกสรรตามแต่ละสภาพผิวของตนเอง แต่อย่างไรก็ตาม ครีมกันแดดเนื้อครีมก็อาจไม่เหมาะกับคนที่หน้ามันมาก ๆ หรือผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิว กันแดดเนื้อเจลจะใช้ง่ายคล้ายกับกันแดดเนื้อครีม เหมาะกับผู้ที่มีผิวมันหรือผิวผสม เพราะเนื้อเจลจะซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย ไม่หนักหน้า…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1286 days ago
Read More18/01/2023
4 วิธีที่คุณควรทำเมื่อไปหาหมอ ที่อาจช่วยให้คุณหายเร็วขึ้น
การเจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพอป่วยแล้วไม่ว่าใครก็อยากหายเร็ว ๆ ซึ่งการไปหาหมอก็เป็นวิธีที่ดี แต่เชื่อว่าเวลาไปหาหมอ นอกจากการบอกอาการที่เป็นแล้ว หลายคนมักนั่งอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่รู้จะถามอะไร บ้างก็ไม่กล้าคุยกับหมอ ทั้งที่เวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่คุณควรรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยให้ได้มากที่สุด ซึ่งอาจจะช่วยให้คุณหายได้เร็วขึ้น อีกทั้งบางคนต้องลางานมาพบหมอหรือใช้เวลารอเป็นเวลานาน บทความนี้ได้รวบรวมวิธีที่จะช่วยให้การไปหาหมอของคุณในแต่ละครั้งมีคุ้มค่าคุ้มเวลามากยิ่งขึ้น 4 วิธีที่คุณควรทำเมื่อไปหาหมอ หากคุณไปพบหมอ วิธีต่อไปนี้จะช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่ละเอียด ปลอดภัย และอาจหายจากอาการป่วยได้เร็วขึ้น 1. เตรียมข้อมูลให้พร้อม หลายครั้งที่พอเจอหน้าหมอแล้วเราก็ลืมเรื่องที่จะถามไปเสียอย่างนั้น วิธีที่ง่ายที่สุดคือจด ซึ่งเราขอแนะนำให้คุณจดสิ่งต่อไปนี้ก่อนไปเจอหมอ พร้อมกับเล่าสิ่งที่จดมาให้หมอฟัง 2. คำถามสำคัญที่ต้องถาม แม้ว่าโดยส่วนมากหมอสามารถวินิจฉัยและให้ข้อมูลของโรคได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่ลิสต์คำถามด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่มากขึ้น 3. พูดความจริง ไลฟ์สไตล์ของคนเราหลากหลายรูปแบบ ซึ่งบางครั้งไลฟ์สไตล์ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพบางอย่างได้ด้วย ซึ่งเวลาที่ไปหาหมอ บางคนอาจจะไม่กล้าหรือรู้สึกอายที่จะพูดเรื่องบางเรื่อง หรือตอบคำถามบางคำถามต่อคนแปลกหน้า โดยเฉพาะเรื่องเพศและการใช้สารเสพติด หรือคนที่มีโรคประจำตัว อย่างคนเป็นโรคตับที่แอบดื่มเหล้า คนเป็นโรคปอดที่แอบสูบบุหรี่ทั้งที่หมอห้าม หรือผู้สูงอายุที่ไม่ได้ใช้ยาตามที่หมอบอก แต่ไม่กล้าบอกความจริงเพราะกลัวหมอดุ ส่งผลให้ผลการวินิจฉัยอาจผิดเพี้ยนและไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด ทำให้การรักษาไม่ตรงจุด สิ่งที่น่ากังวลคือโรคบางโรคหากปล่อยทิ้งไว้โดยที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องก็อาจทำให้อาการเรื้อรังและรุนแรงขึ้นกว่าเดิมได้ ด้วยเหตุผลนี้การตอบคำถามของหมออย่างตรงไปตรงมาคงจำเป็นต่อการรักษาอย่างยิ่ง และเชื่อเถอะว่าหมอเคยได้ยินมาหมดแล้ว 4. ถามซ้ำให้มั่นใจ การไปโรงพยาบาลที่มีคนไข้หนาแน่น หมออาจจำเป็นต้องจำกัดเวลาในการให้บริการ ซึ่งอาจทำให้ทุกอย่างดูเร็วไปหมด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1286 days ago
Read More
17/01/2023
‘กฎการนอน 90 นาที’ ตื่นมาไม่งัวเงียอีกต่อไป ทำได้จริงเหรอ?
เคยไหม? นอนหลายชั่วโมงแต่ทำไมตื่นมายังเพลียอยู่…ร่างกายรู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่า อ่อนเพลีย และงัวเงียอยู่ตลอดเวลา อาการเหล่านี้มักส่งผลกระทบต่อการเรียนและการทำงาน เพราะสมองทำงานได้ไม่เต็มที่ เชื่อว่าทุกคนถูกสอนมาว่าเราควรนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง ถึงจะตื่นมาสดใส ไม่อ่อนเพลีย แต่มีใครเคยได้ยินเรื่อง ‘กฎการนอน 90 นาที’ บ้าง? เราจะพาทุกคนมารู้จักวิธีการนอนอย่างมีประสิทธิภาพ ที่แม้คุณจะนอนไม่ครบ 8 ชั่วโมง แต่คุณจะไม่งัวเงียตอนตื่นอีกต่อไป ทำความรู้จัก ‘กฎการนอน 90 นาที’ สมองของคนเราทำงานอยู่ตลอดเวลาแม้ในยามที่เรานอนหลับก็ตาม และการทำงานของสมองในช่วงเวลานอนหลับจะถูกแบ่งเป็นรอบ โดย 1 รอบจะอยู่ที่ 90 นาที แบ่งเป็น 80 นาที ของการหลับลึก และ 10 นาที ของการหลับตื้น เราเรียกการนอนหลับแบบนี้ว่า ‘การหลับแบบวงจร’ (Cycle) หากตื่นในช่วงเวลาของการหลับลึกก็จะทำให้ง่วง เพลีย แต่กลับกันหากตื่นในช่วงเวลาของการหลับตื้นก็จะทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และรู้สึกนอนเต็มอิ่ม การหลับแบบวงจรแบ่งเป็น 2 ช่วง 1. ช่วงเวลานอนที่ไม่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว (Non Rapid Eye…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1287 days ago
Read More17/01/2023
ไขข้อข้องใจ คำเตือน ‘Strobing Effect’ ก่อนดูซีรีส์ในเน็ตฟลิกซ์คืออะไร
หากคุณเป็นขาประจำเน็ตฟลิกซ์ คุณอาจเคยเห็น Trigger Warning หรือการแจ้งเตือนบริเวณด้านซ้ายบนของจอก่อนเริ่มวิดีโอ อย่างช่วงก่อนหน้าจะมีคำเตือนนี้ก่อนเริ่มอนิเมชัน ‘Cyberpunk: Edgerunners’ หรือในช่วงครึ่งหลังของ ‘Stranger thing’ ซีซั่นล่าสุดของก็มีคำเตือนนี้อยู่ด้วย โดยคำเตือนนี้มีอยู่ว่า Some scenes have a strobing effect that may affect photosensitive viewers. ‘บางฉากในภาพยนตร์หรือซีรีส์มีเอฟเฟกต์ที่มีแสงจ้าที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ชมที่มีภาวะไวต่อแสงได้’ คุณเคยสงสัยไหมว่าคำเตือนนี้หมายถึงอะไร? หากอ่านเป็นไทยแล้วอาจรู้สึกงงยิ่งกว่าเดิม เอฟเฟกต์ที่มีแสงวูบวาบคืออะไร? ภาวะไวต่อแสงเป็นแบบไหน? แล้วทำไมต้องเตือนก่อนดูหนัง? HfH (Hack for Health) และบทความนี้มีคำตอบ Photosentive คืออะไร? Photo ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรูปภาพ เพราะความหมายดั้งเดิมของคำนี้คือ ‘แสง’ ส่วน Sensitivity ก็หมายถึงภาวะที่ร่างกายไวต่ออะไรบางอย่างหรือถูกกระตุ้นได้ง่าย Photosentive หรือ Photosensitivity เลยหมายถึงภาวะไวต่อแสง โดยปกติแล้วคำนี้ใช้เรียกเมื่อร่างกายไม่ว่าจะส่วนใดก็ตามมีอาการไวต่อแสง อย่างผิวไวต่อแสงที่อาจมาจากโรคหรือการใช้ยา บางคนอาจจะดวงตาไวต่อแสง ทำให้มองแสงจ้าไม่ได้ ซึ่งร่างกายของคนที่มีภาวะนี้ต่างจากคนทั่วไปที่ร่างกายมีความทนทานต่อแสงมากกว่า ทำไมต้องเตือนก่อนดูหนัง? ย้อนกลับไปเมื่อปี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1287 days ago
Read More
17/01/2023
จัดตารางออกกำลังกายด้วยแอปฯ 30 Day fitness at Home
เริ่มต้นปีใหม่ หลายคนคงตั้งเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายในปีนี้ และแน่นอนว่ายิ่งอายุมากขึ้นปัญหาสุขภาพก็เริ่มถามหา ส่วนใครที่ยังไม่เจอปัญหาสุขภาพก็อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจไป เพราะเทรนด์โลกยุคนี้ต่างให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ทั้งเรื่องการกิน การพักผ่อน และการออกกำลังกาย ดังนั้น เป้าหมายหลักในปีนี้ของใครหลาย ๆ คนจะต้องมีเรื่องลดน้ำหนัก หรือออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอย่างแน่นอน แต่สำหรับใครที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้หลายปีแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จเสียที และกำลังมองหาตัวช่วยในการออกกำลังกาย รวมถึงดูแลเรื่องอาหารการกินที่มีประโยชน์ แต่ไม่อยากเสียเงินจ้างเทรนเนอร์ หรือนักโภชนาการอาหาร เรามีแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ โดยที่คุณไม่ต้องออกจากบ้านไปไหนก็สามารถสุขภาพดีได้ รู้จักแอปพลิเคชัน 30 Day Fitness at Home หากคุณเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายแล้วไม่รู้จะเริ่มอย่างไร แอปพลิเคชันนี้ถือว่าตอบโจทย์ โดยแอปฯ จะถามข้อมูลส่วนตัวของคุณ ตั้งแต่ เพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง รูปร่างปัจจุบัน และรูปร่างที่ต้องการ พร้อมทั้งถามถึงเป้าหมายในการออกกำลังกายของคุณ เช่น เพื่อลดน้ำหนัก หรือเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ จากนั้นแอปฯ จะจัดสรรคลิปและโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะกับคุณ เมื่อคุณใส่คำตอบเรียบร้อยแล้ว แอปพลิเคชันก็จะให้คุณออกแบบตารางออกกำลังกายของตนเองภายใน 30 วัน โดยคุณสามารถเลือกได้เลยว่าอยากออกกำลังกายสัปดาห์ละกี่วัน และวันละกี่นาที หรืออยากให้วันไหนเป็นวันพักผ่อนก็สามารถจัดแจงตารางได้เอง ซึ่งจำนวนวันออกกำลังกายที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ 3-5 วัน/สัปดาห์ นั่นเอง หลังจากนั้นโปรแกรมก็จะพาคุณเข้าสู่หมวดหมู่การออกกำลังกายมีทั้งแบบ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1287 days ago
Read More17/01/2023
สีที่ชอบหรือสีที่ใช่ ‘สีทาภายใน’ เลือกดี ส่งผลได้มากกว่าที่คิด
สีทาภายในเป็นตัวช่วยสำคัญในการแต่งแต้มสีสันภายในที่พักของคุณให้เป็นไปตามสไตล์ที่ชื่นชอบ ซึ่งมีหลากหลายเฉดสีให้คุณเลือกใช้ บทความนี้จะพาคุณมาดูวิธีเลือกสีทาภายในให้ตอบโจทย์และปลอดภัยต่อสุขภาพ การเลือกสีทาบ้านในให้ตอบโจทย์อาจไม่แค่เรื่องของการเลือกสีที่ถูกใจเท่านั้น เพราะหากคุณเลือกสีให้ดีอาจช่วยทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นและปลอดภัยขึ้นด้วย สีทาภายในกับอารมณ์และสมอง หลายคนคงทราบกันดีว่าสีสันส่งผลต่ออารมณ์และสมอง ซึ่งการเลือกสีทาภายในตามหลักจิตวิทยานั้นน่าสนใจไม่น้อย เพราะไม่ใช่แค่ช่วยให้ห้องของคุณดูสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับอารมณ์และกระตุ้นการทำงานของสมองในด้านที่แตกต่างกันออกไปด้วย หากย้อนกลับไปสมัยเรียน หลายคนคงพอผ่านตาเรื่องของวรรณะสีกันมาบ้าง เช่น สีโทนร้อน อย่างสีส้ม สีเหลือง สีแดงให้ความรู้สึกอบอุ่น ส่วนสีโทนเย็น อย่างสีฟ้า สีเขียวให้ความรู้สึกเย็นสบาย แต่เรื่องของสีกับอารมณ์ไม่ได้มีแค่นั้น มาดูดัวอย่างกัน นอกจากนี้ยังมีอีกสารพัดสีที่มีคาแรกเตอร์และส่งผลต่ออารมณ์ในแบบที่แตกต่างกันออกไป อย่างสีแดงที่ควรเลี่ยงสำหรับห้องทำงาน เพราะอาจมีผลต่อการคิดวิเคราะห์ได้ หรือจะเป็นเรื่องของเฉดสีและโทนสี ความเข้มอ่อนก็ส่งผลด้วยเช่นกัน ผลกระทบสุขภาพจากสีทาภายใน ถัดมาเรามาคุยเรื่องสีทาภายในกับสุขภาพกันบ้าง โดยสีทาภายในล้วนแต่ผลิตจากสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นสารทำละลายและ VOCs ที่เป็นสารระเหยที่ลอยอยู่ในอากาศ นอกจากนี้ ยังมีสารเคมีอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไปตามฟังก์ชัน อย่างสีลบได้ สีกันน้ำ หรือสีป้องกันรอยขีดข่วนก็จะมีสารชนิดอื่นผสมมาด้วย การหาข้อมูลเรื่องสารเคมีในสีทาบ้านจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าหากเลือกไม่ดีก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพได้ เช่น แม้ว่าผลข้างเคียงเหล่านี้จะพบได้น้อยและไม่ค่อยรุนแรง แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ทุกครั้งที่ต้องสัมผัสกับสีทาภายในก็ควรสวมอุปกรณ์ อย่างถุงมือ หน้ากากอนามัย และแว่นตาป้องกันสารเคมีเสมอ ระหว่างทาก็ควรพักออกไปสูดอากาศด้านนอกบ่อย ๆ และเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศให้เทอยู่ตลอด นี่ก็คือวิธีเลือกและวิธีใช้สีทาภายในให้ตอบโจทย์และปลอดภัย โดยสีที่เราได้ยกตัวอย่างเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น คุณสามารถเลือกสีที่ชอบให้กับห้องไหนในบ้านของคุณได้ตามใจชอบ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1287 days ago
Read More17/01/2023
ไม่อยากปวดหลังอย่ามองข้าม! เก้าอี้ทำงานสำคัญกว่าที่คิด
วัยทำงานคงคุ้นเคยกับอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ และรู้กันดีว่าอาการเหล่านี้คืออาการของ โรคออฟฟิศซินโดรม หลายคนเลือกแก้ปัญหาที่ปลายเหตุโดยการไปพบหมอนวด หรือนักกายภาพบำบัด เพื่อบรรเทาอาการเป็นครั้งคราวไป ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ ก็มาจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และที่สำคัญเก้าอี้ที่ใช้นั่งทำงานเป็นประจำอาจไม่เหมาะกับสรีระของตนเอง ทำให้เกิดการเกร็งตามคอ บ่า ไหล่ จนเกิดเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมนั่นเอง เพราะฉะนั้นการเลือกเก้าอี้ทำงานจึงมีความสำคัญกว่าที่คิด เลือกเก้าอี้อย่างไรให้ห่างไกลออฟฟิศซินโดรม ปัจจุบันเก้าอี้สำนักงาน หรือเก้าอี้ทำงานมีให้เลือกสรรมากมาย แต่การตามหาเก้าอี้ที่จะพอดีกับสรีระของตนเองอาจเป็นเรื่องยาก ดังนั้น จึงควรเลือกเก้าอี้ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. มีพนักพิงศีรษะ อาการปวดคอ เกิดจากการนั่งเกร็งช่วงบริเวณลำคอและศีรษะเป็นเวลานาน ดังนั้น เมื่อต้องเลือกซื้อเก้าอี้ทำงานจะต้องเลือกเก้าอี้ที่มีที่พนักพิงศีรษะ ที่สำคัญต้องสามารถปรับขึ้น-ลง ให้เหมาะสมกับช่วงลำคอของคุณได้ 2. เลือกเก้าอี้ที่ปรับลดระดับได้ เก้าอี้แต่ละประเภทถูกสร้างมาโดยไม่ได้จำเพาะตัวบุคคล การเลือกซื้อเก้าอี้จึงจำเป็นต้องทดลองนั่งก่อนและให้เลือกเก้าอี้ที่สามารถปรับระดับขึ้น-ลง ตามความสูงของตัวคุณได้ วิธีสังเกตเบื้องต้น คือ ไม่เลือกซื้อเก้าอี้ที่มีความสูงใหญ่ หรือตัวเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับตัวคุณนั่นเอง เพราะหากนั่งเก้าอี้ที่สูงหรือต่ำเกินไปอาจทำให้นั่งไม่สะดวกสบาย และทำให้ปวดช่วงลำตัว หรือบริเวณช่วงเอวได้ 3. มีที่วางแขน อาการปวดบ่าหลัก ๆ มาจากการนั่งพิมพ์งานเป็นเวลานาน โดยที่แขนจะต้องยกอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดอาการเกร็ง ปวด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1287 days ago
Read More16/01/2023
เถียงกันโลกแตก! มาสก์หน้าบำรุงผิวทุกคืนดีหรือไม่
สาว ๆ หนุ่ม ๆ หลายคนคงเคยได้ยินเทคนิค ‘มาสก์หน้าทุกคืน’ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส เป็นการบำรุงอย่างล้ำลึก แต่พอลองหาข้อมูลดี ๆ กลายเป็นว่าเรื่องนี้ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ บ้างก็บอกว่า มาสก์หน้าทุกคืนทำให้ผิวอักเสบ ควรมาสก์แค่อาทิตย์ละ 1-3 ครั้งก็พอ หรือบ้างก็บอกว่ามาสก์ทุกคืนทำได้ แต่ต้องรู้จักมาสก์แต่ละประเภทก่อน วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจให้รอบด้านเกี่ยวกับเรื่องการมาสก์หน้า และมาหาคำตอบกันว่าสรุปแล้วมาสก์หน้าทุกคืนมันดีจริงหรือ ? ทำความรู้จักมาสก์แต่ละประเภท 1. มาสก์โคลน เหมาะสำหรับคนที่หน้ามันเป็นสิวง่าย เพราะมาสก์โคลนจะช่วยดูดซับสารพิษออกจากใบหน้าทำให้หน้าสะอาดอย่างล้ำลึก เนื้อโคลนจะมีลักษณะเป็นครีม ควรมาสก์ทิ้งไว้เพียง 15-20 นาทีเท่านั้น เพราะหากทิ้งไว้นานเกินอาจทำให้หน้าแห้งและเหี่ยวได้ ที่สำคัญมาสก์ชนิดนี้ควรทำแค่ 1-3 ครั้ง/สัปดาห์เท่านั้น 2. มาสก์ชนิดแผ่นลอกออก เชื่อว่ามาสก์ชนิดนี้เป็นมาสก์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเพราะหาซื้อง่าย ที่สำคัญมีหลายสูตรให้เลือกใช้ตามสภาพผิวของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นสูตรลดความมัน ป้องกันสิว ผิวหน้ากระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย และกระชับใบหน้า ซึ่งมาสก์ชนิดนี้ควรมาสก์ทิ้งไว้ 15-20 นาทีเท่านั้น เพราะหากทิ้งไว้นานเกินหรือข้ามคืนจะทำให้แผ่นมาสก์ดูดความชุ่มชื้นของผิวหน้าออกไป สำหรับมาสก์ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นสามารถมาสก์ได้บ่อยตามต้องการ แต่หากเป็นมาสก์ที่ช่วยเรื่องสิวและผิวหน้ากระจ่างใส ควรมาสก์แค่เพียง 1-3 ครั้ง/สัปดาห์เท่านั้น เพื่อไม่ให้ผิวหน้าเกิดการอักเสบ 3.…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1288 days ago
Read More16/01/2023
QR Code ทางกลับบ้านของผู้ป่วยความจำเสื่อม
ความจำเสื่อม (Memory loss) เป็นอาการทางสมองที่พบได้ในผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม (Dementia) ผู้ป่วยจะหลงลืมสิ่งต่าง ๆ เช่น ลืมว่าตัวเองเป็นใคร ลืมคนในครอบครัว ลืมว่าจะทำอะไร ลืมว่าจะไปที่ไหน หรือลืมหนทางที่จะกลับบ้าน อาการความจำเสื่อมพบได้ทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาวขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละคนและความรุนแรงของโรค ซึ่งอาการหลงลืมสามารถนำไปสู่เหตุการณ์ที่ผู้ป่วยหายตัวออกไปจากบ้าน สร้างความเป็นห่วงและความกังวลใจให้กับครอบครัว ตัวผู้ป่วยเองก็อาจเสี่ยงต่ออันตรายจากอุบัติเหตุได้ และเนื่องจากผู้ป่วยสูญเสียความทรงจำทำให้กลับบ้านเองไม่ได้และผู้ป่วยส่วนใหญ่มักหลงออกไปโดยไม่ได้มีข้อมูลติดตัวทำให้คนที่พบเห็นให้ความช่วยเหลือได้อย่างยากลำบาก ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นและเพิ่มโอกาสในการพาผู้สูงอายุที่ความจำเสื่อมกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย หนึ่งในนั้น คือ QR Code โดยบทความนี้จะพาคุณมารู้จักกับ QR Code ที่จะพาผู้ป่วยความจำเสื่อม ซึ่งอาจเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นคนรัก หรือคนสำคัญของใครสักคนกลับสู่อ้อมกอดของคนในครอบครัวของเขากัน QR Code ทางกลับบ้านของผู้ป่วยความจำเสื่อม แนวคิดการแก้ปัญหาผู้ป่วยความจำเสื่อมหายออกจากบ้านด้วย QR Code มีการพัฒนามาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องติดตามในรูปแบบต่าง ๆ เช่น สร้อยคอ ริสต์แบนด์ หรือการนำ QR Code ไปติดตามเสื้อผ้า ทั้งเสื้อ กางเกง หรือรองเท้า ซึ่งใน QR Code…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1288 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 2 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 14 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 14 days ago
Read More




























