ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ออฟฟิศ
Vacancies rise at top Beijing and Shanghai towers as tenants seek lower rents
Read More

ยอดเช่าพื้นที่สำนักงานในจีนลดฮวบ หลังเศรษฐกิจไม่ฟื้นตามคาด ผู้ประกอบการเร่งรัดเข็มขัด

ภายหลังเศรษฐกิจจีนไม่ฟื้นตัวอย่างที่เคยคาดคาดการณ์เอาไว้ หลายธุรกิจจึงพยายามลดค่าใช้จ่ายด้านการเช่าพื้นที่สำนักงานลง ส่งผลให้ยอดเช่าพื้นที่สำนักงานชั้นนำส่วนใหญ่ของจีนลดลงเรื่อย ๆ
11/07/2023

ผลสำรวจพบว่าอากาศในออฟฟิศที่หนาวเกินไปส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง

อุณหภูมิในออฟฟิศที่หนาวเกินไปเป็นปัญหาที่พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่พบเจอ จึงไม่แปลกที่พนักงานหลายคนจะมีเสื้อคลุม เสื้อกันหนาว ผ้าพันคอ หรือแม้แต่ผ้าห่มประจำตัวติดไว้ที่โต๊ะ ซึ่งเวลาที่ร่างกายเผชิญกับความหนาวในออฟฟิศ หลายคนอาจจะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงาน นอกจากการถูกรบกวนในด้านความรู้สึกแล้ว ผลสำรวจยังพบว่าอากาศที่เย็นเกินไปส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงและเพิ่มอัตราของความผิดพลาดในการทำงานด้วย อลัน เฮดจ์ (Alan Hedge) ศาสตราจารย์ด้านการออกแบบและการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมและผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการปัจจัยมนุษย์และการยศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell university) ได้นำการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิในที่ทำงานกับประสิทธิภาพการทำงานเป็นเวลากว่า 1 เดือนในสำนักงานประกันแห่งสหรัฐอเมริกา ทีมนักวิจัยได้ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมตามจุดต่าง ๆ รวมกับการเก็บข้อมูลอุณหภูมิทุก 15 นาที และนำไปประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเฉพาะ ซึ่งการศึกษานี้พบว่าอุณหภูมิในออฟฟิศส่งผลต่อการทำงานได้จริง จากการศึกษานี้ได้เปรียบเทียบประสิทธิภาพและข้อผิดพลาดในการพิมพ์งานของพนักงานในช่วงที่อุณหภูมิอยู่ 20 องศาเซลเซียสและ 25 องศาเซลเซียส แล้วพบว่าการทำงานในสภาพแวดล้อมที่อุ่นกว่าช่วยลดข้อผิดพลาดในการพิมพ์ได้ราว 44 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มคุณภาพของงานถึง 150 เปอร์เซ็นต์ และขณะที่อุณหภูมิในออฟฟิศอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส พนักงานมีอัตราการพิมพ์งานอยู่ที่ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมีอัตราการพิมพ์ผิดอยู่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่พออุณหภูมิลดลงไปที่ 20 เปอร์เซ็นต์ อัตราการพิมพ์ลดไปที่ 54 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอัตราการพิมพ์ผิดเพิ่มขึ้นไปที่ 25…
02/04/2023

ทำไมการทำงานแบบรีโมตยังคงมีต่อไป แม้ผู้นำหลายบริษัทเทคฯ บังคับ “ให้พนักงานกลับเข้าออฟฟิศ”

การทำงานแบบไฮบริดหรือรีโมตจากบ้าน (อาจจะมีเข้าออฟฟิศบ้างบางวัน) ยังคงได้รับความนิยมมากกว่าการกลับเข้าออฟฟิศอยู่ดี
23/02/2023

Google ขอให้พนักงานแชร์โต๊ะทำงาน เพื่อลดต้นทุนด้านสถานที่ 

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานข้อมูลในเอกสาร FAQ (คำถามที่พบบ่อย) ซึ่งเผยแพร่ให้กับพนักงานด้านระบบคลาวด์ของกูเกิล (Google) โดยระบุว่า "ขอให้พนักงานแชร์โต๊ะทำงานร่วมกัน" ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะถูกใช้กับออฟฟิศกูเกิลคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุด 5 แห่งในสหรัฐฯ ได้แก่ เคิร์กแลนด์ในรัฐวอชิงตัน, นิวยอร์ก, ซานฟรานซิสโก รวมถึงซีแอตเทิลและซันนีเวลในรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อให้บริษัทฯ "ยังคงสามารถลงทุนได้มากขึ้น เพื่อการเติบโตของคลาวด์" ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากกูเกิลกำลังลดการใช้พื้นที่ในอาคาร เพื่อลดต้นทุนด้านค่าใช้จ่าย แต่ยังไม่มีการยืนยันจากกูเกิลว่า สำนักงานในภูมิภาคไหน หรืออาคารแห่งใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากแนวทางดังกล่าว  นอกจากนี้ เอกสารภายในยังระบุอีกว่า ตอนนี้กูเกลอร์ (Googlers คำเรียกพนักงานกูเกิล) จะต้องใช้โต๊ะทำงานร่วมกันกับคนอื่น โดยบริษัทฯ คาดหวังว่าพนักงานจะสลับกันเข้ามาทำงานในออฟฟิศ เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้โต๊ะเดียวกันในวันเดียวกัน และให้กูเกลอร์จัดสรรตารางการใช้โต๊ะร่วมกับคนอื่น ๆ ในทีม เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะมีความสุขกับการแชร์โต๊ะทำงานครั้งนี้ ส่วนคนที่เข้าออฟฟิศนอกเหนือจากวันที่กำหนดจะต้องไปใช้พื้นที่เสริมส่วนอื่น ๆ เพื่อนั่งทำงาน  คณะผู้บริหารตั้งชื่อผังที่นั่งใหม่นี้ว่า "Cloud Office Evolution" (วิวัฒนาการของสำนักงานคลาวด์) หรือใช้ตัวย่อว่า "CLOE" โดยอธิบายว่าเป็นการรวมข้อดีของการทำงานร่วมกันในช่วงก่อนเกิดโรคโควิด-19 เข้ากับข้อดีของความยืดหยุ่นในการทำงานแบบไฮบริด ที่มา : CNCB พิสูจน์อักษร…
25/08/2022

‘Quiet Quitting’ เทรนด์การทำงานของเจนใหม่ ไม่มีความสุข แต่ก็ไม่ลาออก เลิกวิ่งตามวัฒนธรรมบูชางาน

5 โมงปุ๊บปิดคอมฯ ทำงานที่รับมอบหมายให้เสร็จ ใช้เวลากับคนรักและครอบครัว พอแล้วกับการทำงานหามรุ่งหามค่ำ นี่คือเทรนด์ ‘Quiet Quitting’ ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มวัยทำงานเจนใหม่ที่ขอเลิกวิ่งตามวัฒนธรรมทำงานหนักจนต้องทิ้งชีวิตส่วนตัว
08/12/2021

NASA บอกว่าแค่งีบหลับ 26 นาที จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นถึง 1/3

ช่วงนี้ที่การระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงคุกคามชีวิตการทำงานของทุกคนอยู่ การทำงานจากบ้านแบบ 100% หรือบางบริษัทก็เป็นแบบไฮบริด (เข้าออฟฟิศบ้างบางวัน) ทำให้ชีวิตมีโอกาสได้ลองปรับเปลี่ยนจังหวะการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการพักระหว่างวันที่มีโอกาสทำได้ง่ายกว่าเดิม เพราะเมื่อทำงานจากบ้าน เตียงนอนกับโต๊ะทำงานอยู่ไม่ห่างกัน (บางคนก็เป็นสิ่งเดียวกันด้วยซ้ำ) ทำให้ระหว่างวันก็สามารถงีบหลับพักได้ถ้าต้องการ ซึ่งเรามักเห็นบทความเขียนเกี่ยวกับประโยชน์ของการงีบหลับระหว่างวันมาบ้างแล้ว อย่างในนิตยสาร Inc.com ก็บอกว่ามันช่วยเสริมสร้างการจดจำข้อมูลที่ดีกว่า มีประโยชน์มากกว่าการอัดกาแฟ ลดความเครียด และความกังวลให้น้อยลงด้วย เพราะฉะนั้นพนักงานที่งีบหลับระหว่างวัน แท้จริงแล้วพวกเขาอาจจะเป็นคนที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการขี้เกียจเหมือนที่เราเข้าใจกันผิด ๆ มาโดยตลอดก็ได้ ถึงแม้ว่างานวิจัยจะบ่งบอกไปทางเดียวกันว่ามันช่วยให้ทำงานดีขึ้น แต่ก็มีอีกอย่างหนึ่งที่เราควรจะรู้เกี่ยวกับเทคนิคการงีบหลับระหว่างวัน นั่นก็คือระยะเวลาและวิธีการงีบก็ส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพของการงีบหลับ ซึ่งก็โชคดีที่ว่าวิทยาศาสตร์ก็มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือที่รู้จักกันในชื่อ NASA ได้ทำการศึกษาเรื่องการงีบอย่างจริงจัง พวกเขาเชื่อว่ามันทำให้นักบินนั้นมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการตัดสินใจผิดพลาด ทำให้โอกาสที่จะทำให้ตัวเองหรือผู้โดยสารตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายต่ำลงไปด้วย สิ่งที่ NASA ค้นพบก็คือว่านักบินอวกาศที่งีบหลับเป็นเวลา 26 นาทีนั้นแสดงให้เห็นการตื่นตัวที่เพิ่มขึ้นถึง 54% และสร้างสรรค์งานได้ดียิ่งขึ้นถึง 34% หรือประมาณ 1/3 เลยทีเดียวเมื่อเทียบกับนักบินที่ไม่ได้งีบหลับ เมื่อเราพูดถึงเรื่องการงีบหลับนั้นต้องเข้าใจก่อนว่าการงีบคือการนอนแบบสั้น ๆ ไม่ใช่การหลับลึกแบบยาว ๆ เหมือนการนอนกลางคืน คือถ้าไม่ได้มีเวลามากกว่า 90 นาทีในการนอนเพื่อทดแทนจากการนอนไม่พอเมื่อคืนก่อน ก็ไม่ควรงีบเกิน 30 นาที…
24/11/2021

โดนตามงาน 24 ชั่วโมง! Right to Rest ‘สิทธิ์การพัก’ ที่ควรเป็นมาตรฐานการทำงานทั่วโลก

ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกัน ทำให้การสื่อสารนั้นรวดเร็วเพียงแค่กดปุ่ม ‘send’ ก็สามารถทักหาอีกฝั่งหนึ่งได้แล้วในเสี้ยววินาที โลกของเราเล็กลง เข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น มันเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่ตามมาด้วยปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะในเมื่อเราสามารถติดต่อได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าใครก็ตามก็สามารถทักหาเราได้เสมอ ไม่ว่าอีกฝั่งจะเป็นใครก็ตามที ซึ่งรวมไปถึงคนที่เราไม่อยากให้ติดต่อมานอกเวลาด้วยอย่างหัวหน้างาน ลูกค้า หรือ บริษัทโฆษณาขายของ เมื่อเส้นบาง ๆ ระหว่างช่วงเวลางานกับช่วงเวลาส่วนตัวหายไปเนื่องจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้การทำงานจากบ้านหรือที่อื่นนอกจากออฟฟิศเป็นทางเลือกใหม่ที่ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 ในเมื่อ "บ้านกลายเป็นออฟฟิศ" และ "ออฟฟิศก็คือบ้าน" ไม่มีการแยกกันชัดเจนเหมือนเมื่อก่อน เลยกลายเป็นว่าเมื่อไหร่ที่ลืมตาตื่นคือทำงาน จะได้พักอีกทีก็ตอนหลับตานอนเพียงเท่านั้น นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมกระแส “Right to Rest” (สิทธิ์ของการพัก) หรือ “Right to Disconnect” (สิทธิ์ของการหยุดเชื่อมต่อ) ถึงมีการพูดถึงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าให้อธิบายแบบรวบรัดเลยมันก็คือสิทธิ์ของพนักงานบริษัททุกคนที่ควรได้รับเมื่อหมดเวลางานแล้วก็ควรจะได้พักแบบจริง ๆ ไม่ใช่แค่ตอกบัตรออกจากออฟฟิศแต่หัวหน้ายังไลน์ไปตามงาน หรืออีเมลไปขอรายงานตอนเที่ยงคืนตีหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ด้วยความที่วัฒนธรรมการทำงานของบ้านเรา พนักงานค่อนข้างที่จะเกรงใจหัวหน้า พอถูกตามงานที่นอกเหนือเวลางานมักจะไม่กล้าที่จะปฎิเสธ ไม่ใช่ว่าหัวหน้าทุกคนจะเข้าใจ กลัวว่าถ้าปฏิเสธไปก็อาจจะกระทบหน้าที่การงานของตัวเอง แต่ถ้าทำครั้งหนึ่งก็มักมีครั้งที่สองสามสี่ตามมา เพราะฉะนั้นถ้ามีการออกกฏหมายบังคับหรือห้ามให้หัวหน้าตามงานหรือทวงงานนอกเวลางานออกมาช่วยก็จะทำให้เรื่องการบอกปฎิเสธหรือการทำงานล่วงเวลาที่กระทบกับชีวิตส่วนตัวลดน้อยลงตาม แถมไม่พอถ้าเป็นบริษัทที่กำลังหาพนักงานรุ่นใหม่หรือกลุ่มเจน Z ที่กำลังทยอยจบการศึกษากันตอนนี้จะเห็นว่าประเด็นเรื่อง “Work-Life…
19/05/2015

เพิ่มพื้นที่สีเขียวในที่ทำงาน..เท่ากับเพิ่มศักยภาพพนักงานด้วย!!

เพราะการที่เราต้องนั้งอยู่ในออฟฟิศนานถึง 8 ชม.หรือบางคนอาจมากกว่านั้น บรรยากาสภายในออฟฟิศจริงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยสร้างและเพิ่มศักยภาพในการทำงานของเราให้มีมากขึ้น ก็แหม!! ถ้าในออฟฟิศไม่มีต้นไม้ ไม่มีอากาศถ่ายเท เราก็ห่อเหี่ยวไม่มีแรงอยากจะทำงานอ่ะสิ จริงมั้ยคะ!! การศึกษาล่าสุดจาก มหาวิทยาลัย Queensland ในประเทศออสเตรเลียพบว่าการตกแต่งออฟฟิศด้วยพืชพันธุ์ต่างๆต้นที่ไม่ใหญ่มากนะคะ จะมีส่วนช่วยให้พนักงานมีศักยภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นกว่า 15% ว้าวว!! เนื่องมาจากพื้นที่สีเขียวในออฟฟิศนั้นเป็นเหมือนการสื่อสารจากบอสของพวกเราว่าพวกเขาแคร์พนักงานในปกครองมากแค่ไหน และนอกจากนั้น การมีต้นไม้ที่ให้บรรยากาศสีเขียวอยู่ในที่ทำงานนั้นยังช่วยเรื่องคุณภาพอากาศอีกด้วย ทำให้พนักงานสามารถตั้งสมาธิและมีความพึงพอใจกับการทำงานของตนเองมากขึ้น การค้นพบนี้ถือเป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามกับก่อนหน้าที่มีนักวิทยาศาสตร์ท่านนึงเชื่อว่าออฟฟิศที่ดีคืออฟฟิศที่ “โล่ง” และมีข้าวของน้อยชิ้น แต่ดูเหมือนการตกแต่งด้วยพืชพันธุ์สีเขียวนี้ จะช่วยให้บรรดาเหล่าพนักงานสบายใจกับการทำงานมากกว่า นะคะบอสขา!! ที่มา : entrepreneur

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)