ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| แบคทีเรีย
Read More

พลิกวงการ ! นักวิทย์ฯ ค้นพบ การเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นยาแก้ปวดด้วยแบคทีเรีย

วงการแพทย์สั่นสะเทือน หลังช่วงต้นปี 2025 ที่ผ่านมา มีข่าวของแวดวงวิทยาศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับขยะพลาสติก โดยมีการดัดแปลงพันธุกรรมของแบคทีเรียสายพันธุ์ทั่วไปชนิดหนึ่งให้สามารถกินโมเลกุลที่มาจากพลาสติก แล้วย่อยสลายมันเพื่อผลิตเป็น "ยาพาราเซตามอล" ซึ่งเป็นยาแก้ปวดที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันได้ เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นยาแก้ปวด ด้วยแบคทีเรีย งานวิจัยนี้นำทีมโดย ศาสตราจารย์ วอลเลซ (Prof. Wallace) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางเคมี นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ (University of Edinburgh) ในสหราชอาณาจักร ได้ค้นพบวิธีใหม่ในการเปลี่ยนขยะพลาสติกประเภท PET (Polyethylene terephthalate) ซึ่งเป็นพลาสติกที่ใช้ทำขวดน้ำดื่มและบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ให้กลายเป็นยาแก้ปวดพาราเซตามอล (Paracetamol หรือ Acetaminophen) ได้สำเร็จ โดยใช้แบคทีเรียที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม แบคทีเรียที่ใช้ในการทดลองนี้คือ Escherichia coli หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ E. coli เป็นเชื้อแบคทีเรียประจําถิ่น (Normal flora) พบได้เป็นปกติในลำไส้ของคนและสัตว์บางชนิด แต่เราอาจคุ้นเคยกับมันในฐานะเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการป่วยมากกว่า ศาสตราจารย์วอลเลซเลือกใช้ E. coli เนื่องจากสายพันธุ์ที่ไม่ก่อโรคถูกนำมาใช้ในห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมชีวภาพอย่างแพร่หลาย เพื่อทดสอบว่าสิ่งต่าง ๆ สามารถทำงานได้หรือไม่ โดยก่อนหน้านี้เขาก็เคยดัดแปลงพันธุกรรม E. coli…
26/09/2025

แบคทีเรียที่ผลิตออกซิเจน 1 ใน 3 ของโลกอาจหายไปเพราะอุณหภูมิมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้น

ภายใต้ผืนน้ำสีครามของมหาสมุทรทั่วโลก มีสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่ชื่อว่า โพรคลอโรค็อกคัส (Prochlorococcus) อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นจนนับไม่ถ้วน พวกมันคือแบคทีเรียสังเคราะห์แสงที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก ที่ผลิตออกซิเจนให้เราหายใจกว่า 1 ใน 3 ของออกซิเจนบนโลกมานานนับล้านปี อาจกำลังหายไปจากอุณหภูมิของมหาสมุทรที่เพิ่มสูงขึ้น ความเชื่อดั้งเดิมในหมู่นักวิทยาศาสตร์ คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและปรับตัวเก่งอย่างแบคทีเรียชนิดนี้ น่าจะอยู่รอดและเติบโตได้ดีท่ามกลางภาวะโลกร้อน แต่งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Microbiology กลับพบผลลัพธ์ที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศทางทะเลครั้งใหญ่ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันและสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT ใช้เวลากว่าทศวรรษวิเคราะห์ข้อมูลจากเซลล์แพลงก์ตอนพืชกว่า 8 แสนล้านเซลล์ ทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก และสิ่งที่ค้นพบก็ได้ลบล้างสมมติฐานเดิมที่เชื่อกันมาอย่างยาวนาน พวกเขาพบว่า โพรคลอโรค็อกคัสจะเติบโตและแบ่งตัวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ตามอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความเชื่อเดิมที่ว่าโลกร้อนไม่กระทบกับแบคทีเรียชนิดนี้ แถมยังส่งผลดีด้วย แต่พฤติกรรมการเติบโตนี้มีขีดจำกัด เพราะเมื่ออุณหภูมิแตะ 28 องศาเซลเซียส หรือเกินจากนี้ไปเพียงเล็กน้อย อัตราการแบ่งตัวของมันจะเปลี่ยนไป โดยไม่ได้แค่ชะลอลง แต่กลับดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เมื่อทีมวิจัยนำ ‘กฎ 28 องศา’ ที่เพิ่งค้นพบนี้ ป้อนเข้าไปในแบบจำลองสภาพภูมิอากาศโลก โดยสมมติสถานการณ์ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นศตวรรษนี้ แบบจำลองทำให้เห็นว่า มหาสมุทรส่วนใหญ่จะมีอุณหภูมิสูงเกิน 28 องศาเซลเซียสอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าผลผลิตมวลชีวภาพ (Biomass Production)…
22/02/2024

‘เชื้อดื้อยา’ การกลายพันธุ์แห่งหายนะที่อาจคร่า 10 ล้านชีวิตในปี 2050

เชื้อดื้อยาเป็นวิกฤตการณ์สุขภาพที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ ท่ามกลางผู้คนทั่วโลก นิยามของเชื้อดื้อยาแบบง่าย ๆ คือ เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อโรคอะไรก็ตามที่สามารถทนทานต่อยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะที่ถูกคิดค้นมาเพื่อกำจัดเชื้อเหล่านั้นโดยเฉพาะ ส่งผลให้การรักษาไม่ได้ผล และเกิดผลกระทบตามมา ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละเคส บางคนอาจแค่เปลี่ยนยาตัวใหม่ บางคนอาจต้องเพิ่มปริมาณยา เผชิญกับการรักษาที่ยุ่งยาก และยาวนานขึ้น แต่เชื้อโรคบางอย่างไม่ได้มีตัวเลือกในการรักษามากขนาดนั้น และนั่นก็อาจนำไปสู่การติดเชื้อที่รุนแรง ความทุกข์ทรมานจากโรค และการเสียชีวิตในที่สุด นอกจากนี้ เชื้อแบคทีเรียบางชนิดสามารถต้านยาฆ่าเชื้อได้หลายชนิด แม้ว่าเราจะไม่ได้ยินเรื่องเชื้อดื้อยากันบ่อยนัก แต่ในแต่ละปีมีคนเสียชีวิตด้วยเชื้อดื้อยาหลายเคส และมากขึ้นเรื่อย ๆ การติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคท้องเสียธรรมดาอาจไม่ต่างจากระเบิดเวลาเมื่อคุณมีเชื้อดื้อยาอยู่ภายในร่างกาย เพราะเชื้อบางชนิดจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อรักษา ร่างกายไม่สามารถหายเองได้ อย่างโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรควัณโรค และโรคปอดบวม ทำไมเชื้อโรคถึงดื้อยา? แม้ว่าเชื้อโรคจะเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋ว แต่ดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตถูกสร้างมาเพื่อเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงยาฆ่าเชื้อด้วย การใช้ยาฆ่าเชื้ออย่างผิดวิธี และขาดความเข้าใจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เชื้อโรคเหล่านี้กลายพันธุ์ หรือพัฒนาตัวเองให้รับมือกับยาฆ่าเชื้อที่ถูกส่งมาฆ่ามันมากขึ้น จนกระทั่งเชื้อโรคทนทานต่อยาเหล่านั้นในที่สุด โดยพฤติกรรมการใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงของเชื้อดื้อยา เช่น การใช้ยาฆ่าเชื้อโดยไม่จำเป็น ตัวอย่างที่เกิดขึ้นบ่อย คือ คนที่เป็นไข้ เจ็บคอจากโรคหวัดที่เกิดจากไวรัส ซึ่งสามารถหายเองได้ แต่คิดว่าอาการแบบนี้ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อที่ปกติจะใช้ในการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากแบคทีเรีย หรือการติดเชื้ออื่นที่จำเป็นเท่านั้น การได้รับยาฆ่าเชื้อโดยไม่จำเป็นอยู่บ่อย ๆ อาจทำให้เชื้อโรคที่มีอยู่ตามธรรมชาติของลำไส้กลายพันธุ์จนเกิดเป็นเชื้อดื้อยา เมื่อร่างกายอ่อนแอ แล้วเกิดติดเชื้อขึ้นในร่างกาย…
01/02/2024

น้ำมะเขือเทศสามารถต้านเชื้อโรคบางชนิดที่มากับอาหารได้

ไหนใครชอบกินน้ำมะเขือเทศบ้าง? น้ำมะเขือเทศน่าจะเป็นหนึ่งของกินที่ถ้าคนชอบก็ชอบเลย แต่ถ้าเกลียดก็เกลียดเลย แต่น้ำมะเขือหรือตัวมะเขือเทศเองเป็นผลไม้ (ไม่ใช่ผักนะ) ที่มีประโยชน์มากชนิดหนึ่ง เพราะเต็มไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี ไลโคปีน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารอาหารบางชนิดก็ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยลดการอักเสบของเซลล์ แถมการศึกษาบางชิ้นก็พบว่ามะเขือเทศช่วยลดความเสี่ยงของโรคบางชนิดได้ ซึ่งล่าสุดนักวิจัยจากมหาวิทยาคอร์เนลได้ค้นพบอีกหนึ่งความลับจากประโยชน์ของน้ำมะเขือ คือ คุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคที่ชื่อซัลโมเนลไทฟี (Salmonella Typhi) ที่เป็นแบคทีเรียก็โรคที่ทำให้เกิดโรคไข้ไทฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย โรคนี้ทำให้เกิดอาการท้องเสีย เป็นไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย คล้ายกับเวลาเป็นอาหารเป็นพิษ ส่วนมากหายเองได้ แต่บางรายอาจรุนแรง และต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยเชื้อชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายผ่านอาหาร และน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อจากสิ่งสกปรก โดยในช่วงแรกของการศึกษา ทีมนักวิจัยได้ทดสอบคุณสมบัติการต้านเชื้อโรคซัลโมเนลาชนิดนี้ของมะเขือเทศ ซึ่งพบว่าน้ำมะเขือเทศมีคุณสมบัตินี้จริง ๆ ในขั้นต่อมาเขาเลยหาว่าสารอะไรในมะเขือเทศที่ทำให้เกิดผลลัพธ์นี้ ทีมนักวิจัยพบว่าเปปไทด์ (หน่วยย่อยของโปรตีนที่เรียงต่อกัน) 2 ชนิดในนำ้มะเขือเทศสามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของเชื้อโรคชนิดนี้ และทำให้เชื้อโรคตายในที่สุด ซึ่งอาจช่วยความเสี่ยงของการติดเชื้อไข้ไทฟอยด์ในลำไส้ได้ ทีมนักวิจัยเลยคาดหวังว่าเมื่อคนได้เห็นข้อมูลงานวิจัยชิ้นจะช่วยให้คนเหล่านั้นเปิดใจกับน้ำมะเขือเทศ มะเขือเทศ รวมไปถึงผักผลไม้อื่น ๆ ที่ดีต่อสุขภาพ และก็มีสารอาหารที่มีคุณสมบัติในการเชื้อโรคตามธรรมชาติมากขึ้น ใครที่ไม่ชอบกินน้ำมะเขือเทศ หรือมะเขือเทศอาจจะต้องคิดใหม่แล้ว แต่ถ้าข้อมูลในบทความนี้ไม่พอที่จะโน้มน้าวให้คุณดื่มน้ำมะเขือเทศ ลองไปอ่านประโยชน์ของน้ำมะเขือเทศเพิ่มเติมได้ที่ >> https://www.beartai.com/hackforhealth/1255729 ที่มา…
10/01/2024

ตรวจหาเชื้ออีโคไลในชีส หลังหนุ่มสกอตแลนด์เสียชีวิต และพบผู้ป่วยกว่า 30 ราย

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชีสได้รับความนิยมในคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งข่าวจากสหราชอาณาจักรข่าวนี้อาจทำให้เราต้องระวังในการบริโภคชีสกันมากขึ้น แม้ว่าชีสในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมที่ต้องผ่านมาตรฐานการควบคุม และการนำเข้าจากบริษัทใหญ่ที่ได้รับการตรวจสอบอยู่เสมอก็ตาม จากรายงานพบว่ามีชายชาวสกอตแลนด์คนหนึ่งได้เสียชีวิตจากการติดเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E. Coli) ที่ทำให้เกิดภาวะการได้รับสารพิษชิกาจากเชื้ออีโคไล (STEC: Shiga-toxin producing Escherichia Coli) ซึ่งทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ เช่น ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน เป็นไข้ อ่อนเพลีย ปวดท้องอย่างรุนแรง ไปจนถึงถ่ายเป็นเลือด ทั้งยังเสี่ยงต่อภาวะเม็ดเลือดแดงแตกที่อาจทำให้ไตล้มเหลว และเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ยัวไม่มีการยืนยันว่าชายคนนี้ได้รับเชื้อดังกล่าวมาจากชีส แต่รายงานชิ้นอื่นจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรพบว่ามีผู้ป่วยจากสารพิษชนิดเดียวกันจำนวนกว่า 30 รายในพื้นที่สกอตแลนด์ และเกาะอังกฤษตั้งแต่ช่วงกลางปี 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งบางคนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรได้ออกเตือนประชาชนให้เลี่ยงการบริโภคชีสยี่ห้อ Mrs. Kirkham ที่คาดว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียอีโคไล และอาจเป็นต้นเหตุของการเจ็บป่วยที่พบตั้งแต่ช่วงกลางปี โดยเจ้าของชีสยี่ห้อ Mrs. Kirkham ได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์ของตัวเองที่กระจายไปทั่วประเทศเพื่อตรวจสอบ และผลการตรวจเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการปนเปื้อนของเชื้ออีโคไลในชีสเหล่านี้ ซึ่งยังจำเป็นต้องตรวจสอบต่อไป เชื้ออีโคไลไม่ได้มาจากอาหารเพียงอย่างเดียว เชื้ออีโคไลเป็นแบคทีเรียแกรมลบที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ การสัมผัสกับดิน แหล่งน้ำธรรมชาติ มูลสัตว์ และปุ๋ยอาจทำให้ได้รับเชื้ออีโคไลเข้าสู่ร่างกาย และระบบทางเดินอาหาร รวมไปถึงการว่ายน้ำในสระเดียวกับผู้ติดเชื้อด้วย และไม่ใช่แค่ชีสเท่านั้น…
31/08/2023

4 ประโยชน์จากคอมบูชา ชาหมักเสริมโพรไบโอติกส์เพื่อสุขภาพ

คอมบูชาเป็นเครื่องดื่มที่มีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปกว่า 2,000 ปี เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากดินแดนแห่งชา
12/07/2023

อย่าหาทำ! คนใน TikTok โชว์ทำไอติมไข่แข็งในร้านหมูกระทะ เสี่ยงทำคนอื่นนอนโรงพยาบาล

เชื่อว่าหลายคนน่าจะได้เห็นคลิปใน TikTok ที่ผู้ใช้รายหนึ่งได้โชว์ฝีมือการเป็นเชฟแบบบ้าน ๆ บวกกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้วยการนำเอาไข่ไก่ใส่ลงไปในถังไอติมหรือถังไอศกรีม ซึ่งหากคนนี้ลองทำกินเองที่บ้านก็ไม่น่าจะมีประเด็นอะไร แต่เจ้าของคลิปนี้เอาไข่ไก่ดิบใส่เข้าไปในถังไอติมร้านหมูกระทะ ทำให้คนตั้งคำถามถึงความปลอดภัยและความสะอาด รวมถึงประเด็นทางสุขภาพด้านอื่นมากมาย ซึ่งไข่ไก่ดิบมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้หลายอย่าง หลายคนอาจเถียงในใจหรือไปถกกับเพื่อนว่าไข่ดาวที่บางคนกินก็ไม่สุกเหมือนกัน แล้วการทำไอติมไข่แข็งในร้านหมูกระทะมันผิดอย่างไร? ซึ่งผู้เขียนคิดว่าผิดแน่ ๆ เพราะการทำแบบนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่อไปนี้กับตัวคนทำเองและคนอื่น ๆ ที่มากินต่อได้แบบไม่รู้ตัว การติดเชื้อแบคทีเรียซาลโมเนลลา (Salmonella spp.) แบคทีเรียซาลโมเนลลาเป็นแบคทีเรียที่พบได้ในไข่ไก่ดิบ การได้รับเชื้อชนิดนี้ส่งผลให้ลำไส้เล็กติดเชื้อ จนเกิดอาการต่อไปนี้ แม้ว่าในเคสส่วนใหญ่จะหายได้เองภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าเป็นการติดเชื้อในเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีโรคประจำตัวมีความเสี่ยงที่อาการอาจรุนแรงและเป็นอันตรายถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต ในแต่ละปีประเทศไทยมีรายงานคนเสียชีวิตจากการติดเชื้อซาลโมเนลลาทุกปี อย่างที่เรารู้กันดีว่าร้านหมูกระทะเป็นร้านอาหารที่ทุกคนกลุ่มทุกวัยมารวมกัน การทำไอติมไข่แข็งในร้านหมูกระทะจึงมีความเสี่ยงที่อาจทำให้คนอื่นท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษได้ อาการแพ้ไข่ไก่ คุณอาจเห็นคนที่แพ้นม แพ้ถั่ว หรือแพ้กุ้ง แต่อาการแพ้ไข่ไก่คนอาจไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ อาการไข่ไก่เป็นผลจากพันธุกรรมของแต่ละคนที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อโปรตีนในไข่ไก่มากกว่าปกติจนเกิดอาการแพ้ขึ้น ระดับการแพ้มีตั้งแต่ไม่รุนแรง เช่น ผื่นแดง คันตามผิวหนัง คันตา น้ำตาไหล ตาบวม คัดจมูก น้ำมูกไหล คล้าย ๆ กับคนที่แพ้อากาศหรือแพ้อาหารชนิดอื่น ในคนที่มีอาการแพ้รุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะการได้รับโปรตีนจากไข่ไก่เพียงนิดเดียวหรือแม้แต่ไม่รู้สึกถึงกลิ่นหรือรสชาติเลยก็ตามอาจทำให้เกิดแอนาฟิแล็กซิส (Anaphylaxis) หรือปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงที่ทำให้เกิดผื่นแดงคันทั่วร่างกาย ผิวหนังบวมและอุ่น ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน…
26/05/2023

“ยาฆ่าเชื้อ” ไม่ใช่ “ยาแก้อักเสบ” ใช้ผิดชนิด ผิดโรค ไม่หาย ดื้อยา แถมเสี่ยงเสียชีวิตมากขึ้น

คนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาฆ่าเชื้อกับยาแก้อักเสบ โดยเข้าใจว่าทั้ง 2 ชนิดนี้คือยาชนิดเดียวกันทำให้ใช้ยาผิดประเภทและผิดวิธี ซึ่งการใช้ยาโดยขาดความเข้าใจไม่ได้แค่ทำให้คุณใช้ยาอย่างเปล่าประโยชน์เท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จนถึงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตได้เลยทีเดียว Hack for Health เลยอยากเอาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเข้าใจผิดของยา 2 ชนิดนี้และผลกระทบมาให้ได้อ่านกัน ยาฆ่าเชื้อ ≠ ยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เป็นยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อ “แบคทีเรีย” และ “เชื้อรา” เท่านั้น เพราะภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อนี้ออกไปจากร่างกายได้ โดยโรคที่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อที่พบได้บ่อย คือ โรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากแบคทีเรีย ยาฆ่าเชื้อที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ เพนนิซิลิน (Penicillin) และอะม็อกซีซิลิน (Amoxicillin) ส่วนยาแก้อักเสบมักหมายถึงยาแก้อักเสบที่ไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) แอสไพริน (Aspirin) และไดโคลฟีแนก (Diclofenac) ซึ่งยากลุ่มนี้จะช่วยต้านอักเสบ ลดไข้ และแก้อาการปวดได้ ไม่ได้มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค กรณีที่คนมักใช้ยาฆ่าเชื้อและยาแก้อักเสบสลับกัน การใช้ผิดเกิดได้ในหลายกรณีด้วยกัน แต่ที่พบบ่อย ได้แก่ 1. เป็นหวัดจากไวรัส แต่กินยาฆ่าเชื้อ โรคหวัด…
23/05/2023

รักษ์โลกแล้ว รักตัวเองด้วย ฝาแก้วเก็บอุณหภูมิและฝาขวดน้ำแบบใช้ซ้ำแหล่งรวมเชื้อโรคที่คนมองข้าม

แก้วเก็บอุณหภูมิดูจะเป็นไอเทมจำเป็นสำหรับหลายคน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้คุณได้ดื่มเครื่องดื่มเย็นท่ามกลางอากาศร้อนของประเทศไทยแล้ว ยังช่วยลดขยะพลาสติกด้วย อ่านดูก็เหมือนจะมีแต่เรื่องดี ๆ แต่แก้วเก็บอุณหภูมิที่แสนจะสะดวกสบายและขวดน้ำแบบใช้ซ้ำที่แสนจะรักษ์โลกก็ยังมีอันตรายบางอย่างที่คุณอาจไม่รู้และควรจะรู้ไว้ด้วย ยางขอบแก้วเก็บอุณหภูมิเป็นเรื่องที่คนใช้แก้วเก็บอุณหภูมิทุกคนควรจะรู้ เพราะมันอาจทำให้คุณป่วยได้ ปกติแล้วเวลาคนส่วนใหญ่ล้างแก้วก็มักจะล้างด้านใน ด้านนอก และใต้ฝา โดยเข้าใจว่าขอบยางเป็นส่วนหนึ่งกับฝาเลยคิดว่าแค่ใช้น้ำยาล้างจานล้างก็จบ แต่ไม่ใช่แบบนั้น ขอบยางแก้วเก็บอุณหภูมิมีหน้าที่ช่วยให้ฝากับแก้วปิดสนิทมากขึ้นเพื่อป้องกันน้ำหก ซึ่งขอบยางมักจะมีร่องขนาดเล็กตรงกลาง การทำความสะอาดทั่วไปจึงไม่สามารถทำความสะอาดได้ทั่วถึงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดการสะสมของเชื้อโรค คุณสามารถสังเกตได้จากคราบสีดำเป็นจุด ๆ ที่เกาะอยู่บริเวณขอบยางที่เป็นร่องรอยของเชื้อรา นอกจากเชื้อราแล้วฝาแก้วน้ำยังเป็นแหล่งรวมของเชื้อแบคทีเรียด้วยเหมือนกัน การศึกษาชิ้นหนึ่งได้เก็บตัวอย่างเชื้อจากพื้นผิวของฝาแก้วน้ำแบบใช้ซ้ำ ทั้งฝาแบบยกดื่ม ฝาแบบหลอดที่เปิดปิดได้ และฝาแบบบีบ ซึ่งพบว่ามีปริมาณเชื้อแบคทีเรียมากกว่าอ่างล้างจาน 2 เท่าและมากกว่าเมาส์คอมพิวเตอร์ 4 เท่าเลยทีเดียว โดยพบแบคทีเรียแกรมลบ (Gram-negative bacteria) ที่สัมพันธ์กับการดื้อยา และเชื้อตระกูลบาซิลลัส (Bacillus) ที่อาจทำให้เกิดปัญหาในระบบทางเดินอาหาร แต่ถึงอย่างนั้นผู้เชี่ยวชาญก็ชี้ว่าชนิดของเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่เป็นชนิดเดียวกับที่อยู่ในปากของเรา จึงอาจไม่ได้เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณใส่เครื่องดื่มชนิดอื่น อย่างนมก็อาจมีเชื้อโรคชนิดอื่นปนมาด้วย ยิ่งใครที่ไม่ค่อยล้างหรือล้างไม่สะอาดอาจทำให้ปริมาณเชื้อโรคที่ได้รับสูงขึ้นจนติดเชื้อได้ การได้รับเชื้อโรคอาจทำให้ติดเชื้อในทางเดินอาหารจนเกิดกลุ่มอาการอาหารเป็นพิษ อย่างท้องร่วง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว และอ่อนเพลียได้ นอกจากยางที่ขอบฝาแล้ว ร่องของฝา ช่องหลอดที่เปิดปิดได้ หรือขอบของก้นแก้วด้านในก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการสะสมของเชื้อโรคได้เหมือนกัน วิธีลดความเสี่ยงการสะสมของเชื้อโรคในแก้วเก็บอุณหภูมิ การทำความสะอาดอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอสามารถลดการสะสมของเชื้อโรคได้…
23/05/2023

นักวิจัยค้นพบจุลินทรีย์ย่อยพลาสติกชนิดใหม่ใต้เทือกเขาแอลป์

มนุษยชาติอาจต้องพึ่งพาจุลินทรีย์ตัวน้อย ๆ มาช่วยโลกของเรา ล่าสุดนักวิจัยสมาพันธรัฐสวิส หรือสวิตเซอร์แลนด์ค้นพบจุลินทรีย์ย่อยสลายพลาสติกใต้เทือกเขาแอลป์ และอาร์กติกสามารถย่อยพลาสติกได้ในอุณหภูมิต่ำ 59 องศาฟาเรนไฮต์ (15 องศาเซลเซียส)
23/03/2023

ทำไมเราควรปิดฝาชักโครกก่อนกดเสมอ?

ชักโครกเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกเมื่อยามขับถ่าย แต่วิธีการกดชักโครกที่เราทำกันอยู่ในทุกวันนี้ไม่ใช่วิธีที่ดีนัก เพราะมีความเสี่ยงบางอย่างที่คุณคิดไม่ถึงซ่อนเอาไว้อยู่ ซึ่ง Hack for Health จะมาบอกถึงสาเหตุชวนขนลุกว่าทำไมคุณถึงควรปิดฝาชักโครกก่อนกดเสมอ ทำไมต้องปิดฝาชักโครกก่อนกดเสมอ? หากพูดถึงสิ่งที่สกปรกที่บนโลกนี้ ห้องน้ำและชักโครกน่าจะเป็นสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึง จากค่าเฉลี่ยโถชักโครกมีแบคทีเรียราว 3,200,000 ตัว/ตารางนิ้ว ซึ่งหากเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดภายในโถชักโครก ในนั้นก็น่าจะมีแบคทีเรียหลายสิบถึงหลายร้อยล้านตัวอาศัยอยู่ ไม่นับรวมถึงเชื้อไวรัสและเชื้อรา โดยการกดน้ำ 1 ครั้งสร้างแรงลมที่มีความเร็วมากกว่า 6.6 ฟุต/วินาที ซึ่งพาละอองน้ำและอนุภาคขนาดเล็กที่ปนเปื้อนเชื้อลอยสูงขึ้น 1.5 เมตรภายใน 8 วินาที การสัมผัสกับอนุภาคที่มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการเจ็บป่วยได้ แต่ปัจจุบันยังไม่การรายงานที่แน่ชัดถึงการติดเชื้อจากการกดชักโครก หากคุณไม่ได้เจ็บป่วยหรือมีโรคติดเชื้อ เชื้อโรคที่ขับถ่ายออกมาส่วนใหญ่มักไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ต้องปิดฝาชักโครก เพราะเชื้อเหล่านี้อาจลอยไปติดตามส่วนอื่น ๆ ของห้องน้ำ อย่างผ้าเช็ดตัวและแปรงสีฟัน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าขนลุกไม่น้อย ดังนั้น แม้จะเป็นห้องน้ำที่บ้านก็ควรปิดฝาชักโครก แต่ในห้องน้ำยังมีจุดสัมผัสอื่น ๆ อย่างฝารองนั่ง ฝาชักโครก ที่กดน้ำ ก๊อกน้ำ และลูกบิดประตู ซึ่งมีเชื้อโรคเกาะติดอยู่บนพื้นผิวและอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อผ่านการสัมผัส แล้วนำไปหยิบอาหารเข้าปากโดยที่ไม่ได้ล้างมือ โดยเชื้อโรคในห้องน้ำที่พบว่าเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย เช่น โนโรไวรัสและเชื้ออีโคไลที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย เป็นไข้ตามมา ยิ่งห้องน้ำสาธารณะที่คนใช้งานเยอะก็มีความเสี่ยงมากกว่า…
29/08/2022

ลืมน้ำมันไปได้เลย! นักวิจัยพบอนาคตเครื่องบินอาจบินได้ด้วยเชื้อเพลิงจากแบคทีเรียที่กินน้ำตาล

ปกติแล้วเชื้อเพลิงเครื่องบินนั้นเกิดจากการเผาเชื้อเพลิงฟอซซิล เช่น น้ำมันและแก๊ส แต่นักวิจัยพบว่ามีแบคทีเรียชื่อ 'เสตร็ปโทไมซีส' (Streptomyces) ที่อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงการใช้เชื้อเพลิงนี้ได้
14/06/2021

นักวิจัยพัฒนากล้องสมาร์ตโฟนตรวจจับแบคทีเรียที่ทำให้เกิด ‘สิว’ และ ‘โรคเหงือก’ ได้

นักวิจัยจากมหามหาวิทยาลัยวอชิงตัน (University of Washington) ได้พัฒนาการใช้กล้องสมาร์ตโฟนถ่ายภาพเพื่อแสดงภาพของจุลินทรีย์บนผิวหนังที่เป็นสาเหตุทำให้เกิด 'สิว' และแผลหายช้า รวมถึงแบคทีเรียในช่องปากที่เป็นสาเหตุของ 'โรคเหงือก'
Chinese Traditional Food, Stir Fried Bean Sprout with Pig Blood Curd, Congealed Pork Blood or Pork Blood Pudding.
20/05/2021

ร้านอาหารไทยถูกจับเพราะขาย ‘เลือดหมู’ ในสิงคโปร์ ด้านกรมปศุสัตว์ไทยยันถ้าต้มสุกกินได้

สำนักงานอาหารสิงคโปร์ (SFA) กล่าวเมื่อวานนี้ว่าร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในโกลเดน ไมล์ ทาวเวอร์ (Golden Mile Tower) ประเทศสิงคโปร์ อยู่ระหว่างการตรวจสอบการขายและการมีไว้ในครอบครองเลือดหมูก้อนอย่างผิดกฎหมาย หลังทางหน่วยงานได้เข้าไปตรวจสอบที่ร้านอาหารในโกลเดน ไมล์ ทาวเวอร์ (Golden Mile Tower) เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบเลือดหมูก้อนในร้านอาหารดังกล่าว นอกจากนี้ ยังตรวจพบเลือดหมูที่บรรจุไว้ล่วงหน้าที่ยังไม่ได้ขายอีกด้วย ทาง SFA กล่าวว่าผลิตภัณฑ์ดังอย่าง 'เลือดหมู' ไม่ว่าจะเป็นแบบก้อนหรือแบบไหนก็ตามถูกห้ามขายในสิงคโปร์อย่างเด็ดขาด เนื่องจากเลือดสัตว์สามารถเป็นแหล่งแพร่พันธุ์และเป็นแหล่งเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและอาจก่อให้เกิดโรคได้ ส่วนขั้นตอนการทำเลือดหมูนั้น เชื่อว่าหลังจากฆ่าหมูและนำภาชนะมารองเลือดหมูแล้ว พอเลือดหมูได้สัมผัสกับอากาศเมื่อใด มันจะถูกปนเปื้อนด้วยเชื้อแบคทีเรียทันที ทำให้ทางสิงคโปร์เป็นกังวลเรื่องความสะอาดและขึ้นทะเบียนว่าเป็นอาหารผิดกฎหมาย อีกทั้งยังมีการอธิบายอีกว่าเนื่องจากผลิตภัณฑ์อาหารที่นำเข้ามาอย่างผิดกฎหมายมีที่มาจากแหล่งที่ไม่รู้จัก จึงอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของอาหารและการบริโภคโดยรวมได้อีก ซึ่งปกติแล้ว การจะนำเข้าอาหารในสิงคโปร์นั้น ผู้นำเข้าจะต้องได้รับอนุญาตในการนำเข้าก่อนเท่านั้นและการส่งมอบทุกครั้งจะต้องได้รับการประกาศและมีใบอนุญาตนำเข้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทาง SFA แนะนำให้ประชาชนทั่วไปที่พบการขายผลิตภัณฑ์อาหารที่ผิดกฎหมายไม่ควรให้การสนับสนุนร้านอาหารเหล่านี้และให้แจ้งไปที่เว็บไซต์เอสเอฟเอ คอนแท็ก เซนเตอร์ (SFA Contact Center) หรือโทรไปแจ้งเบาะแสตามหมายเลขที่แจ้งไว้ เบื้องต้นผู้ที่นำเข้าและขายผลิตภัณฑ์จากเลือดหมูอย่างผิดกฎหมายอาจถูกปรับได้ถึง 50,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 1.7 ล้านบาท และถูกจำคุกเป็นเวลาสูงสุด…
18/10/2020

แพทย์ชี้ถึง 5 ผลเสียจากการใช้สมาร์ตโฟนขณะนั่งชักโครก

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติโดยทั่วกันมาช้านานแล้วสำหรับชาวโลกทุกชาติทุกภาษา เวลาจะเข้าห้องน้ำ โดยเฉพาะถ่ายหนักถ้าจะต้องนั่งชักโครกเป็นเวลานาน ๆ แล้วจะต้องคว้าหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารเข้าไปนั่งอ่านด้วย มาถึงยุคปัจจุบันที่เริ่มหมดยุคของสื่อสิ่งพิมพ์ ผู้คนก็รู้สึกสะดวกยิ่งขึ้นเวลาเข้าห้องน้ำ ไม่ต้องไปแย่งหนังสือพิมพ์จากใครอีกต่อไปแล้ว ก็แค่หยิบสมาร์ตโฟนของตัวเองเข้าห้องน้ำไปด้วยแค่นั้น แค่เครื่องเดียวมีกิจกรรมให้ทำได้ตั้งมากมายขณะถ่ายทุกข์
Public toilet minimalistic interior 3d realistic vector mockup. Row of ceramic sink washbasins with metal faucet, soap dispensers, hand dryer unit and long mirror on white tilled wall illustration
12/08/2019

“เช็ดมือดีกว่าไหม” ผลการทดลองพบว่า เครื่องเป่าแห้งมือ คือตัวการแพร่กระจายเชื้อโรคในอากาศ

หลายคนอาจจะคิดว่าการใช้บริการห้องน้ำสาธารณะแล้วจบธุระด้วยการใช้เครื่องเป่าลมร้อนใส่มือเป็นกิจกรรมที่น่าจะถูกสุขลักษณะอนามัย แต่เจ้าเครื่องเป่ามือเนี่ย ได้สร้างข้อสงสัยให้กับเหล่านักวิทยาศาสตร์ว่า แท้จริงแล้วมันน่าจะเป็นตัวการแพร่กระจายเชื้อแบคทีเรียเสียมากกว่าการชำระล้างสิ่งสกปรกที่เราเข้าใจกันมาตลอดเสียอีก

PR Partners

See All
Read More

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…
26/12/2025

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…