ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| จิตวิทยา
27/07/2026
Worawalan | 9 hours ago
Read More

ทำไมคนดังถึงขายของแพง แต่คนก็ยังยอมซื้อ ?

หลายครั้งที่สินค้าเดียวกัน หากติดชื่อคนดังราคากลับสูงขึ้นหลายเท่า แต่สินค้าเหล่านั้นก็ยังขายหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นขนมหวาน อาหาร เครื่องสำอาง เสื้อผ้า หรือสินค้าคอลแลบ  หลายคนอาจตั้งคำถามว่า คนซื้อเพราะของดี หรือซื้อเพราะเป็นของคนดัง ? คำตอบอาจเป็นทั้งสองอย่าง เพราะงานวิจัยด้านจิตวิทยาและการตลาดพบว่า การตัดสินใจซื้อของเรา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลจาก "ความรู้สึก" ที่มีต่อคนขายด้วย เมื่อก่อนคนดูทีวี วันนี้คนดูมือถือ การใช้คนดังขายของไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะแบรนด์ใช้ดาราและคนมีชื่อเสียงเป็นพรีเซนเตอร์มานานแล้ว แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปในยุคโซเชียลคือ จากเดิมที่เราเห็นคนดังผ่านโฆษณาไม่กี่นาที วันนี้เรากลับติดตามชีวิตของพวกเขาแทบทุกวัน ทำให้ผู้ติดตามรู้สึกใกล้ชิดและเชื่อใจมากกว่าในอดีต สมองสร้าง "ความรู้สึกสนิท" ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกัน หลายคนอาจเคยรู้สึกว่า อินฟลูเอนเซอร์หรือคนดังบางคนเหมือนเป็นเพื่อน ทั้งที่ไม่เคยพูดคุยกันจริง ๆ เพราะเราเห็นเขาใช้ชีวิตผ่านคลิป วิดีโอ หรือไลฟ์อยู่แทบทุกวัน จนเกิดความรู้สึกคุ้นเคยและไว้ใจ นักจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Parasocial Relationship หรือ "ความสัมพันธ์ทางเดียว" คือความรู้สึกผูกพันที่ผู้ชมมีต่อคนดัง แม้อีกฝ่ายจะไม่รู้จักเราเลยก็ตาม เมื่อคนที่เรารู้สึกไว้ใจแนะนำสินค้าสักชิ้น เราจึงมักรู้สึกเหมือนกำลังฟังคำแนะนำจากคนรู้จัก มากกว่าการดูโฆษณาทั่วไป ทำให้มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจซื้อได้มากกว่า เมื่อชอบคน ก็มีแนวโน้มจะชอบของที่เขาขาย อีกเหตุผลหนึ่งคือหลักจิตวิทยาที่เรียกว่า Halo Effect พูดง่าย…
22/12/2025

ทำไม New Year’s Resolutions ถึงพังไม่เป็นท่า ? พร้อมวิธีแก้ให้ปีนี้ไม่เหมือนเดิม

ทุกครั้งที่นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 1 มกราคม มนุษย์เรามักจะถูกครอบงำด้วยความรู้สึกที่เรียกว่า The Fresh Start Effect หรือพลังแห่งการเริ่มต้นใหม่ เราตั้งเป้าหมายสวยหรูและยิ่งใหญ่เสมอ "ฉันจะผอม" "ฉันจะเก็บเงิน" "ฉันจะอ่านหนังสือ" ผ่านมาปีแล้วปีเล่าก็ยังไม่สำเร็จ จากสถิติพบว่าคนส่วนใหญ่ล้มเลิกความตั้งใจเหล่านั้นภายในไม่กี่สัปดาห์ ทำไมวงจรความล้มเหลวนี้ถึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ? ข้อมูลจาก Verywell Mind และ Western University ชี้ให้เห็นว่า สาเหตุไม่ใช่ "ความขี้เกียจ" แต่เป็น "ความคิดที่ผิดพลาด" ของสมองเราเอง กับดักของความ "เล่นใหญ่" เกินไป ปัญหาคลาสสิกที่สุดคือเรามักจะตั้งเป้าหมายที่ใหญ่เกินตัวและต้องการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือในชั่วข้ามคืน การตั้งเป้าหมายแบบนี้เหมือนกับ คนที่พยายามจะวิ่งฮาล์ฟมาราธอน (21 กิโลเมตร) ทั้งที่ไม่เคยวิ่งรอบหมู่บ้านมาก่อน เมื่อสมองเจอกับการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และฉับพลัน มันจะต่อต้านเพราะขัดกับสัญชาตญาณความปลอดภัยและความสบายเดิม ๆ ซาบรินา โรมานอฟ (Sabrina Romanoff) นักจิตวิทยาจาก Verywell Mind อธิบายว่า การตั้งเป้าหมายที่ใหญ่เกินไป และไม่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง คือสาเหตุหลักของความล้มเหลว เพราะเรามองข้ามขั้นตอนย่อย ๆ ที่จำเป็นต้องทำ…
27/07/2025

แซม อัลต์แมน ซีอีโอ OpenAI เผย ‘ข้อความแชตกับ AI ใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้’

แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT ได้ไปออกพอดแคสต์ช่อง Theo Von พร้อมได้แสดงความกังวลถึงการที่คนยุคใหม่พึ่งพา AI ในฐานะที่ปรึกษาทุก ๆ เรื่อง ทั้งการเงิน ปัญหาชีวิต หรือบำบัดสุขภาพจิต โดยพร้อมที่จะเล่าเรื่องราวที่มีเนื้อหาละเอียดอ่อนและอ่อนไหวให้กับ AI รับรู้ โดยเขาย้ำในพอดแคสต์ว่าการสนทนาในลักษณะการบำบัดหรือปรึกษากับ AI นั้น ไม่มีการคุ้มครองทางกฎหมาย ซึ่งต่างจากการที่เราไปพบที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ อย่างนักจิตวิทยา นักบำบัด ทนายความ หรือจิตแพทย์ที่มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลละเอียดอ่อนที่ได้เล่าให้กับพวกเขาฟัง หรือ 'Legal Privilege' (สิทธิพิเศษในการไม่เปิดเผยข้อมูล) นั่นหมายความว่า หากผู้ใช้งานเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนที่สุดผ่านการแชตกับ AI แล้วเกิดคดีความหรือการฟ้องร้องขึ้นมาในอนาคต OpenAI อาจถูกบังคับตามกฎหมายให้ส่งมอบข้อมูลบทสนทนาดังกล่าวเพื่อใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ ซึ่งตัวเขาเองมองว่าเป็นปัญหาที่วุ่นวายอย่างมาก และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขและวางแผนรับมือให้เร็วที่สุด สิ่งที่ตอกย้ำความเสี่ยงนี้คือ นโยบายการจัดการข้อมูลของ OpenAI เอง ซึ่งแตกต่างจากการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันที่เข้ารหัสอย่าง WhatsApp หรือ Signal โดย OpenAI สามารถเข้าถึงบทสนทนาระหว่างผู้ใช้กับ…
12/03/2025

ความรักระหว่างคนและ AI : ผ่านมุมมองทางจิตวิทยา จริยธรรม และเคสจริง

คนรักกับ AI เคยเป็นเพียงตลกร้ายที่บาดลึกในใจของคนที่เคยดูหนังเรื่อง 'Her' (2013) เรื่องราวของชายผู้อ้างว้าง ที่ได้พบเจอและตกหลุมรักระบบปฏิบัติการสาว “ซาแมนธา” และเธอก็กลายมาเป็นโลกทั้งใบของเขา ท่ามกลางโลกที่โอบรับความหลากหลายใบนี้ พอจะเป็นไปได้ไหมที่การหลงรักจักรกล หรือแม้แต่ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีร่างกายจะได้รับการยอมรับเป็นหนึ่งในเฉดของสีรุ้งบนธงไพรด์ หรือถูกบรรจุอยู่ในตัวอักษร LGBTQIA(I)R(OBOT)+ ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ปรากฏการณ์ของ “ความรักระหว่างคนกับ AI” กำลังเป็นที่จับตามองในวงการวิชาการและสังคมโลกสมัยใหม่ เรามักจะเริ่มได้ยินการพูดถึง AI ในฐานะผู้ช่วย, ที่ปรึกษา, เลขาฯ หรือแม้แต่เพื่อนคู่คิด ราวกับว่าปัญญาประดิษฐ์นี้มีใบเกิด และเสียค่าบัตรชมพิพิธภัณฑ์ในราคาผู้ใหญ่ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ หากเราได้เห็นการโต้ตอบของ AI ในช่วงปีที่ผ่านมา ยิ่งการสนทนาด้วยเสียงแบบเรียลไทม์กับ AI ที่โต้ตอบได้อย่างไหลลื่นตามบริบทที่กำหนด ไดนามิกสูงต่ำของน้ำเสียงที่เลียนแบบอารมณ์ของมนุษย์อย่างเป็นธรรมชาติ หรือแม้แต่ความพยายามที่จะทำความรู้จัก หรือทำความเข้าใจราวกับว่าปัญญาประดิษฐ์นั้นสนใจในตัวตนของผู้ใช้งานจากก้นบึ้งของชิปประมวลผล มาร่วมกันมองลอดม่านกั้นที่เรียกว่าจริยธรรมเทคโนโลยีผ่านมุมมองทางจิตวิทยาของ “ปรากฏการณ์ความรักระหว่างคนกับ AI” ไปด้วยกัน ความเป็นไปได้ของความรักกับ AI ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกมีการรายงานถึงปรากฏการณ์ความรักระหว่างคนกับปัญญาประดิษฐ์หลายต่อหลายครั้ง บทความจาก Live Science ชี้ให้เห็นว่ามีเหตุการณ์ที่ผู้ใช้งานบางคนพึ่งพา AI ในฐานะ “คู่ชีวิต” และในเคสเหล่านั้น…
10/09/2024

Pathological Liar: โกหกจนเป็นนิสัย จริง ๆ แล้วอาจมาจากโรค

เคยรู้สึกสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนถึงโกหกบ่อยจนน่าตกใจ ? บางทีอาจไม่ใช่แค่การพูดเกินจริงเล็กน้อย แต่เป็นการสร้างเรื่องราวที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ จนกลายเป็นนิสัยที่ยากจะหยุดได้ พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่า Pathological Liar หรือ “การโกหกจนเป็นโรค” หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อว่า “โรคหลอกตัวเอง” ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งตัวผู้โกหกเองและคนรอบข้างเป็นอย่างมาก โกหกแบบไหนคือ Pathological Liar ? Pathological Liar หมายถึง บุคคลที่มีความต้องการโกหกอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน พวกเขาอาจโกหกเรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่โต เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ตัวเอง หลีกเลี่ยงปัญหา หรือเพียงแค่สนุกกับการสร้างเรื่องราวเท่านั้น พฤติกรรมนี้แตกต่างจากการโกหกทั่วไปตรงที่ผู้ป่วยมักไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และมักจะโกหกซ้ำ ๆ แม้จะรู้ว่าผิด ทำไมถึงติดนิสัยโกหก ? สาเหตุที่ทำให้คนกลายเป็น Pathological Liar ยังไม่แน่ชัดนัก แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น ลักษณะสำคัญของ Pathological Liar ผลกระทบของ Pathological Liar การโกหกจนเป็นโรคส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วยและคนรอบข้างอย่างมาก เช่น วิธีรับมือกับ Pathological Liar การรับมือกับคนที่เป็น Pathological Liar ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มีสิ่งที่คุณสามารถทำได้…
25/07/2024

5 วิธีจัดการกับความเครียดและภาวะวิตกกังวล

ในยุคที่โลกหมุนไวกว่าความคิด ความเครียดและความวิตกกังวลก็เหมือนแขกไม่ได้รับเชิญที่มาเยือนชีวิตเราบ่อย ๆ วันนี้เรามี 5 วิธีเด็ด ๆ ที่จะช่วยให้คุณรับมือกับความเครียดเหล่านั้นได้อย่างมือโปร เตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนชีวิตให้สดใสไร้กังวลกันเลย
23/07/2024

อัปเดต 10 แอปสุขภาพดี ๆ ที่ควรมีติดตัว

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้คนส่วนใหญ่ในทุกวันนี้ต่างหันมาห่วงใยและใส่ใจในสุขภาพกันมากขึ้น และในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกล แอปพลิเคชันก็กลายเป็นผู้ช่วยสำคัญในการดูแลสุขภาพของใครหลายคน วันนี้เรามาอัปเดตกันว่ามีแอปอะไรบ้างที่น่าสนใจ และช่วยให้ชีวิตของเราสมดุลและแข็งแรงขึ้นได้อย่างไรบ้าง 1. MyFitnessPal - ผู้ช่วยนับแคลอรีสุดฉลาด เริ่มต้นกันที่แอปยอดนิยมอย่าง MyFitnessPal แอปนี้จะเป็นเหมือน “ไดอารี่อาหารดิจิทัล” ที่คอยติดตามการกินอาหารของคุณในแต่ละวัน และด้วยฐานข้อมูลอาหารขนาดใหญ่ (มาก) ทำให้สามารถค้นหาและบันทึกอาหารที่กินไปได้แทบจะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารฝรั่ง หรือแม้แต่เมนูจากร้านอาหารดัง ที่น่าสนใจคือแอป MyFitnessPal นี้ยังมีฟีเจอร์สแกนบาร์โค้ดบนบรรจุภัณฑ์อาหาร ที่จะทำให้การบันทึกข้อมูลโภชนาการของคุณเป็นเรื่องง่าย แค่สแกนก็รู้แล้วว่าอาหารชิ้นนั้นมีแคลอรีเท่าไหร่ มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันเท่าไหร่บ้าง สำหรับคนที่อยากจะควบคุมน้ำหนัก แอปนี้ก็มีฟังก์ชันตั้งเป้าหมายน้ำหนักและคำนวณปริมาณแคลอรีที่ควรบริโภคต่อวันได้ ทำให้เราสามารถวางแผนการกินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ MyFitnessPal ยังสามารถเชื่อมต่อกับแอปออกกำลังกายและอุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ ได้ด้วย ทำให้เราสามารถติดตามการเผาผลาญพลังงานได้อย่างแม่นยำ ถือเป็นแอปที่ครบเครื่องทั้งเรื่องการควบคุมอาหารและคุมน้ำหนักได้ในแอปเดียว  2. Calm - สงบจิต พิชิตความเครียด ในยุคที่ความเครียดกลายเป็นเรื่องปกติของคนทำงาน แอป Calm สามารถเป็นตัวช่วยในการจัดการความเครียดและความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี โดยแอปนี้จะนำเสนอเนื้อหาด้านการทำสมาธิ การฝึกหายใจ และเสียงธรรมชาติที่ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ ฟีเจอร์เด่นของ Calm ก็คือ "Sleep…
18/07/2024

การเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิดบ่งบอกบุคลิกภาพของเจ้าของ

การเลี้ยงสัตว์เป็นสิ่งที่หลายคนเลือกทำเพื่อเพิ่มความสุขและสีสันในชีวิต สัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดไม่เพียงแค่เป็นเพื่อนที่ดี แต่ยังสะท้อนถึงบุคลิกภาพและลักษณะเฉพาะตัวของเจ้าของด้วย การเลือกเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆ นอกจากจะบ่งบอกถึงความชื่นชอบส่วนตัวแล้ว ยังสามารถบอกอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับตัวเจ้าของได้เช่นกัน การเลี้ยงสัตว์เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราได้ฝึกฝนความรับผิดชอบ ความอดทน และการดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงของเรา ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงยังสามารถส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของเราอีกด้วย มาดูกันว่า การเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิดบ่งบอกอะไรเกี่ยวกับบุคลิกภาพของเจ้าของได้บ้าง 1. สุนัข บุคลิกภาพ: ผู้ที่เลี้ยงสุนัขมักจะเป็นคนที่มีความกระตือรือร้น ชอบเข้าสังคม และมีความอดทน สุนัขเป็นสัตว์ที่ต้องการการดูแลและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของมีความรับผิดชอบและใส่ใจในสุขภาพของสัตว์เลี้ยง 2. แมว บุคลิกภาพ: คนที่เลี้ยงแมวมักจะเป็นคนที่มีความเป็นอิสระ ชอบความสงบ และมีความคิดสร้างสรรค์ แมวเป็นสัตว์ที่ดูแลตัวเองได้ดี และต้องการพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของมีความเข้าใจและเคารพในความเป็นอิสระของผู้อื่น 3. นก บุคลิกภาพ: เจ้าของนกมักจะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ รักความสวยงาม และมีความสงบ นกเป็นสัตว์ที่มีสีสันและเสียงร้องที่ไพเราะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของชื่นชอบความงามและความรื่นรมย์ในชีวิต 4. ปลา บุคลิกภาพ: คนที่เลี้ยงปลามักจะเป็นคนที่มีความใจเย็น ใส่ใจในรายละเอียด และมีความสงบ การดูแลตู้ปลาให้สะอาดและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับปลา ต้องการความอดทนและการดูแลอย่างต่อเนื่อง 5. หนูแฮมสเตอร์ หรือหนูตะเภา บุคลิกภาพ: เจ้าของหนูแฮมสเตอร์หรือหนูตะเภามักจะเป็นคนที่ชอบความน่ารัก ความสนุกสนาน และมีความเป็นเด็กในใจ หนูเหล่านี้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายและชอบเล่น ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของมีความใส่ใจและชื่นชอบความสนุกสนานในชีวิต…
18/07/2024

การนินทา การสื่อสารที่ทรงพลัง ใช้ยังไงให้เกิดประโยชน์

“การนินทา” เป็นการกระทำที่มักถูกมองในแง่ลบ แต่จะทำยังไงละถึงจะเทิร์นให้เป็นข้อดีได้ มาดูจิตวิทยาของการนินทา และกลยุทธ์ที่จะใช้การนินทาให้เป็นประโยชน์กัน ประโยชน์ของ “การนินทา” คือ การสร้างสายสัมพันธ์ทางสังคม  ทำยังไงให้เกิดประโยชน์? ต้องเริ่มจากการนินทาในเชิงบวก+ และสุดท้าย คือ ไม่นินทาคนอื่น ด้วยเรื่องเท็จ! หรือเรื่องที่ไม่เป็นความจริง อย่าพยายามตีไข่ใส่สี พูดแต่เฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหรือมีหลักฐานเท่านั้น เพราะนอกจากจะทำให้คนอื่นเสียหายด้วยเรื่องโกหกแล้ว สิ่งนี้อาจย้อนหาตัวคุณเข้าสักวันก็ได้
11/07/2024

ข้อดีของการสวมหน้ากากเข้าหาคนอื่น (ในบางสถานการณ์)

เราเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ คนคงไม่เห็นด้วยกับการ “สวมหน้ากาก” ในการเข้าหาผู้อื่น เพราะมันคือการเข้าหากันแบบ “ไม่จริงใจ”  แต่ ! จริง ๆ แล้วสิ่งนี้ก็อาจมีประโยชน์ในยามที่เราต้องเข้าสังคมขนาดใหญ่ หรือสังคมที่เราไม่คุ้นเคย โดยที่เราไม่อาจรู้เลยว่าคนที่เราไปพบแต่ละคนนั้นเขาคิดอะไรกับเราบ้าง เพราะ “ความจริงใจ” จะเป็นสิ่งที่มีค่า ถ้าใช้ถูกคน เนื่องจากบางคนก็อาจจะใช้ความจริงใจของเรา นำไปสร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเขา โดยที่เขาก็ไม่ได้แคร์ความรู้สึกของเราเลย หรือนำความจริงใจที่เรามอบให้ ย้อนกลับมาทำร้ายเราอีกทีหนึ่งก็มี  การ “สวมหน้ากาก” ในบางสถานการณ์ ที่เรานำมาแนะนำในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องไปหลอกใคร หรือแสดงความไม่จริงใจกับใคร แต่เพียงแค่สร้าง “กำแพงใจ” ขึ้นมาในระหว่างที่เข้าสังคมนั้นก็พอ  เพราะสังคมบางแห่งไม่ได้เหมาะกับเรา คุณเองก็ไม่ต้องไปฝืนใจที่จะพยายามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในสังคมนั้น และเลือกแสดงความจริงใจและเปิดเผยความรู้สึก ในสังคมที่คุณรู้สึกว่าเป็น safe zone และทำให้ชีวิตของคุณมีคุณค่าเท่านั้นก็พอ  อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตก็คือ “ปรับตัวให้เป็น” อยู่ให้ถูกที่ ทำดีให้ถูกคน ใครที่ทำไม่ดีกับเราก็แค่ปั้นหน้าคบไปวัน ๆ  ไม่ต้องไปให้ใจอะไรเท่านั้นก็พอแล้ว คุณเองก็จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียความรู้สึกในภายหลังด้วย
11/07/2024

ขอบเขตของการรักตัวเองและความเห็นแก่ตัว

วันนี้เราจะมาชวนทุกคนคุยเรื่องการรักตัวเองและความเห็นแก่ตัวกัน รักตัวเองแบบไหนถึงจะเรียกว่า “พอดี” มาดูกันเลยดีกว่า  คนที่รักตัวเอง จะมอบความเมตตาให้กับตัวเองเสมอ (Self-compassion) แม้คนรอบข้างจะพยายามกดดัน หรือพูดจาใจร้ายใส่ขนาดไหน แต่คนที่รักตัวเองก็จะปลอบโยนและให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น  คนที่รักตัวเอง ก็จะพยายามทำความเข้าใจคนอื่นด้วยเช่นกัน หรือก็คือการมี Empathy มีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น เพราะถ้าหากการรักตัวเองขาด Empathy ไปเมื่อไหร่ ก็จะเข้าสู่เส้นทางของความเห็นแก่ตัวเมื่อนั้น  คนที่รักตัวเองจะเลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเองเสมอ พร้อมนำสิ่งที่เป็นพิษในชีวิตออกไปเป็นระยะ ๆ หรือเลือกที่จะไม่ยุ่งด้วยเลย  คนที่รักตัวเองจะเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ ไม่ได้คิดว่าการที่ฉันรักตัวเอง ฉันต้องได้ฝ่ายเดียว และคนที่รักตัวเองจะเป็นคนที่มีแนวคิดพื้นฐานที่ว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ดังนั้นถ้าเราอยากให้คนอื่นให้เกียรติเรา เคารพเรา เราก็ต้องมอบสิ่งนี้ให้กับคนอื่นตอบแทนกลับไปด้วย ส่วนที่รักตัวเอง “มากเกินไป” จนกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว จะใช้ชีวิตอยู่บนแนวคิดที่ว่าตัวเองต้องได้สิ่งที่ดีอยู่คนเดียว อะไรแย่งได้ก็แย่ง และไม่นึกถึงจิตใจคนอื่น ไม่คิดว่าคนอื่นก็มีความรู้สึกเช่นกัน   ความ “เห็นแก่ตัว” มักจะมาพร้อมกับ “ความกลัว” เช่น กลัวแพ้ กลัวไม่ได้มีเท่าคนอื่น กลัวน้อยหน้า กลัวคนอื่นได้ดีกว่า ฉันต้องมาเป็นอันดับ 1 ไม่ว่าจะใช้วิธีการแบบไหนก็ตาม    และนี่ก็คือหลักการง่าย ๆ ที่ใช้ในการแยกระหว่างคนที่รักตัวเอง กับคนที่เห็นแก่ตัว ขอให้ทุกคนรักตัวเองในแบบที่พอดี…
04/07/2024

รู้ไว้…ป้องกันได้: 5 โรคจิตเวชที่คนไทยควรรู้

ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน โรคจิตเวชกลายเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับภาระหน้าที่และความท้าทายต่าง ๆ มากมาย บทความนี้จึงขอพาทุกคนไปรู้จักกับ "โรคจิตเวช" ที่พบบ่อยในหมู่คนไทย เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจ ป้องกัน และรักษาโรคเหล่านี้ได้อย่างทันท่วงที 1. โรคซึมเศร้า: โรคยอดฮิตที่ใคร ๆ ก็เป็นได้ โรคซึมเศร้า (Depression หรือ Major Depressive Disorder: MDD) โรคที่คุ้นเคยของคนไทยใน ปัจจุบัน และเป็นโรคจิตเวชที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย คือพบได้ประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด โดยอาการของโรคซึมเศร้านี้มีอยู่หลากหลายอาการ ไม่ว่าจะเป็นรู้สึกเศร้า หดหู่ เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร รู้สึกไร้ค่า นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร รู้สึกสิ้นหวัง หงุดหงิดง่าย รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของผู้อื่น และอาจมีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น อาการปวดหัว ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย  หากมีอาการดังกล่าวมากกว่า 2 สัปดาห์ ควรพบจิตแพทย์เพื่อประเมินอาการ เพราะความอันตรายของโรคนี้คือ อาจนำไปสู่การทำร้ายตัวเอง หรือความพยายามในการทำอัตวินิบาตกรรมของผู้ป่วยได้ 2. โรควิตกกังวล: กังวลเกินเหตุจนส่งผลต่อชีวิต…
26/06/2024

Hurry Sickness: รู้ทันอาการหัวร้อน…ทนไม่ไหว รอไม่ได้

เคยไหม? รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา รอคิวอะไรสักอย่างก็รู้สึกหงุดหงิด อยากจะตะโกนใส่คนข้างหน้าว่า "เร็ว ๆ หน่อยสิ !" หรือทำงานอะไรก็รู้สึกเหมือนเวลาไม่พอ รอดู YouTube ก็ต้องกดข้ามโฆษณา พอมาอ่านหนังสือหรือดูหนัง ดูละคร ก็ทนดูทีละตอนจนจบไม่ไหว ต้องแอบเปิดดูตอนจบ หรือไปหาสปอยล์มาอ่านก่อน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "Hurry Sickness" หรือ "โรคทนรอไม่ได้" เป็นสภาวะผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยในยุคปัจจุบัน และหลายคนอาจกำลังเป็นอยู่โดยไม่รู้ตัว ยิ่งใช้คอมฯ ยิ่งเป็น Hurry Sickness “ยิ่งคุณใช้คอมพิวเตอร์มากเท่าไหร่ คุณยิ่งเป็น Hurry Sickness มากเท่านั้น” อ. ธาม เชื้อสถาปนศิริ โรค “ทนรอไม่ได้” หรือ “Hurry Sickness" หรือที่เรามักเรียกกันติดปากว่า "หัวร้อน" เป็นภาวะผิดปกติทางจิตใจและอารมณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในยุคที่มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต และมักเกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานเป็นเวลานาน ไม่ใช่โรคทางจิตเวช อาการคล้าย “โรคสมาธิสั้น” แต่ไม่ใช่สมาธิสั้น โดยบุคคลที่เป็น Hurry Sickness นั้น มักจะมีอาการใจร้อน หงุดหงิด…
25/06/2024

ทำไมฤดูฝนถึงทำให้เรารู้สึกขี้เกียจ?

การมีความขี้เกียจ หรือ “ภาวะแรงจูงใจต่ำ” (Low Motivation) ในช่วงฤดูฝน จริง ๆ แล้วมันมีเหตุผลซ่อนอยู่นะ นอกจากอากาศที่เย็น และเสียงฝนตกกระทบพื้นที่เปรียบเสมือนดนตรีบรรเลงที่ช่วยขับกล่อมทำให้เราอยากนอนแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เพราะเราขาด “แสงแดด” นั่นเอง  สาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกง่วงนอนหรือไม่กระฉับกระเฉงในช่วงวันฝนตก เพราะไม่มีแสงแดดจากภายนอกสาดส่องเข้ามาเลย โดยที่ “แสง” เป็นสิ่งที่ช่วยควบคุมจังหวะชีวิตประจำวันของเรา ถ้าไม่มีแสงแดดจ้า ร่างกายของเราก็จะไม่ได้รับสัญญาณกระตุ้นทำให้ตื่นตัว แม้ว่าจะเป็นเวลาเช้าหรือเป็นเวลาเริ่มต้นวันใหม่แล้วก็ตาม มากระตุ้นบูสต์พลังในช่วงวันฝนตกกันดีกว่า ! และนอกจากจะหาวิธีกระตุ้นพลังงานให้กับตัวเองแล้ว ก็ขอให้ระวังเรื่องสุขภาพด้วย เพราะหน้าฝนมีสภาพอากาศชื้น บางคนต้องตากฝนเปียกปอนกลับบ้านอยู่บ่อยครั้ง ก็ขอให้ระมัดระวังสุขภาพกันด้วยนะ
25/06/2024

กาแฟแก้วโปรดกับประโยชน์ต่อสุขภาพจิต

“กาแฟ” เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ 5 ของคนวัยทำงานหลาย ๆ คน แต่ทุกคนรู้มั้ยว่าการดื่มกาแฟนั้นส่งผลต่อสุขภาพจิตยังไงได้บ้าง? ซึ่งก็มีทั้งข้อดีข้อเสียเลยละ ช่วยบำรุงสมอง คาเฟอีนที่มีอยู่ในกาแฟ มีคุณสมบัติทางเคมีที่คล้ายคลึงกับอะดีโนซีนของสารกระตุ้นประสาท เมื่อเราดื่มคาเฟอีนเข้าไป มันก็จะจับกับตัวรับอะดีโนซีนในสมอง ปิดกั้นผลกระทบที่มาจากอะดีโนซีน ทำให้มีข้อดีเกิดขึ้นนั่นก็คือ ทำให้โดปามีน (สารแห่งความรู้สึกดี) ไหลได้อย่างอิสระมากขึ้น ทำให้เรารู้สึกมีพลังงานไหลเวียนแบบล้น ๆ และช่วยกระตุ้นทำให้เกิดความตื่นตัว ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะซึมเศร้า  Michael Lucas นักศึกษาปริญญาเอกจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health และเพื่อนร่วมงาน ได้ทำการติดตามข้อมูลจากผู้หญิงมากกว่า 50,730 คน ภายใต้โครงการ Nurses' Health Study เป็นเวลาเกือบ 25 ปี  จนพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟอย่างน้อย 4 แก้วต่อวัน มีความเสี่ยงต่อการเป็นภาวะซึมเศร้าลดลง 20% เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มกาแฟน้อยมากหรือไม่ดื่มเลย* และยังมีการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งของ Lucas ที่เก็บข้อมูลจากผู้ชายเกือบ 43,600 คน พบว่าการดื่มกาแฟ…
19/06/2024

การสร้างความคุ้นเคยกับความตาย

วันนี้เราจะมาเปลี่ยนเรื่องความตายให้กลายเป็นเรื่องธรรมดา ด้วยแนวคิดแบบ “มรณานุสติ” ซึ่งเป็นการ “ระลึก” ถึงความตาย เป็นแนวคิดที่ถ้าเมื่อบรรลุแล้ว เราทุกคนจะได้รับการพัฒนายกระดับจิต ให้เข้าใจกับความเป็นจริงของโลก เป็นการเตรียมตัว และเผื่อใจให้พร้อมสำหรับวันที่เราทุกคนจะต้องพบเจออย่างแน่นอน  การคุยเรื่องความตาย ไม่ใช่เรื่องอัปมงคล  ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า การพูดคุยถึงเรื่องความตายอย่างเปิดอกตรงไปตรงมานั้นไม่ใช่เรื่องอัปมงคล แต่เป็นการเตรียมตัว เตรียมความพร้อมกับสิ่งที่เราทุกคนต้องเจอ โดยอาจจะมีการพูดถึงในเรื่องของพินัยกรรม สิ่งที่อยากจะให้คนเป็นทำเมื่อตัวเองได้จากไปแล้ว ทำให้คนที่ยังอยู่สามารถจัดการธุระของคนที่ตายไปแล้วได้ง่ายขึ้น     ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท และพกสติติดตัวตลอดเวลา  หลังจากที่เราทุกคนได้ยอมรับแล้วว่า ความตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราทุกคน คราวนี้เราก็มาตั้งอกตั้งใจใช้ชีวิตกันเสียใหม่ ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท และพกสติติดตัวตลอดเวลา  ทำวันนี้ให้ดีที่สุด  เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่า “วันพรุ่งนี้” หรือ “ชาติหน้า” วันไหนที่จะมาก่อนกัน ดังนั้นขอให้ทุกคนทำวันนี้ให้ดีที่สุด ถ้าคุณมีความฝันที่อยากทำก็ขอให้เริ่มทำตั้งแต่วันนี้เลย หรือถ้าอยากบอกรัก หรือใส่ใจคนรอบข้างให้มากขึ้น ก็ลงมือทำได้ทันที  อีกหนึ่งประโยชน์ ของการตระหนักรู้ถึงความตาย คือการที่เราจะได้หันมาใส่ใจกับการใช้ชีวิตของตัวเองให้มากขึ้น เนื่องจากเวลาของคนเรามีกำจัด เลือกเก็บเฉพาะสิ่งดี ๆ เอาไว้กับตัวดีกว่า จากที่เคยแค้นหรือโกรธใคร เราก็จะปล่อยวางได้ง่ายขึ้น  เพราะเราจะเข้าใจดีแล้วว่า เอาเวลานั้นไปใส่ใจกับสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเรามีความสุขจริง ๆ จะดีกว่า และเมื่อวันนั้นมาถึงเราก็จะได้จากไปอย่างสงบสมบูรณ์พร้อมนั่นเอง
19/06/2024

Soft Skill ที่ต้องมีสำหรับพ่อแม่ยุคใหม่

วิธีเลี้ยงลูกแบบเก่า ๆ ดูท่าว่าจะใช้ไม่ได้ผลกับเด็กยุคนี้แล้ว (และแน่นอนว่าวิธีเลี้ยงเด็กเก่า ๆ บางวิธี ก็ไม่เวิร์กอีกต่อไป !) วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 Soft skill ที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดตัว เพื่อที่จะได้นำไปปรับใช้กับการเลี้ยงลูก ให้มีคุณภาพมากขึ้นกัน  5 Soft Skill สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่
05/06/2024

ความสิ้นหวัง ก้นบึ้งแห่งจิตใจที่ ‘เวลา’ ช่วยเยียวยาได้

“ความสิ้นหวัง” คือความรู้สึกและอารมณ์ที่เป็นขั้วตรงข้ามกับ “ความหวัง”  ความสิ้นหวัง คือ การขาดความหวัง มีความรู้สึกว่าปัญหาที่เจออยู่จะไม่มีทางดีขึ้นไปมากกว่านี้ได้แล้ว เป็นความรู้สึกที่บั่นทอนพลังใจมาก และถ้าหากบุคคลใดพบกับความสิ้นหวังรุนแรง อาจนำไปสู่ความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง หรืออยากลาจากโลกนี้ไปได้ เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกสิ้นหวังได้เสมอไป เช่น  แต่อย่างไรก็ตาม เราก็สามารถหาวิธีการจัดการกับความรู้สึกสิ้นหวังได้ ในยามที่คุณเผชิญกับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ยากลำบาก ลองทำตามคำแนะนำนี้  สุดท้ายคือการปล่อยให้เวลาได้เข้าไปเยียวยาหัวใจของคุณ ไม่มีความสุขไหนที่จะคงอยู่ตลอดไป และก็ไม่มีความทุกข์ไหนที่จะคงอยู่ตลอดกาล ขอให้คุณค่อย ๆ ปรับใจของตัวเองให้ดีขึ้นในแต่ละวัน วันละเล็ก วันละน้อย หัวใจของคุณก็จะกลับมาสดใสได้อีกครั้งอย่างแน่นอน
05/06/2024

แผลทางใจมือสอง (Secondary Traumatization) เรื่องใหญ่สำหรับคนให้คำปรึกษา

“เรื่องของเขา แต่เราเจ็บ !” แผลทางใจมือสอง หรือ Secondary Traumatization คือภาวะ “ความเครียด” ที่ผู้ให้คำปรึกษาต้องแบกรับ และบางครั้งก็กลายมาเป็นแผลในใจแบบไม่รู้ตัว  แผลทางใจมือสอง จะเกิดขึ้นเมื่อเราได้ไปรับฟังปัญหาความทุกข์ของผู้อื่น หรือมีคนนำเรื่องหนัก ๆ มาปรึกษาด้วย แม้การแชร์ประสบการณ์เหล่านั้นจะจบลงแล้ว  แต่ผู้ที่รับฟังก็เกิดความรู้สึกจมดิ่งไปกับเรื่องที่ได้ยิน และสลัดความรู้สึกนั้นออกไปไม่ได้ จนเกิดความเครียด และรู้สึกทุกข์ตามมา ซึ่งเรื่องใหญ่ที่มักก่อให้เกิดแผลทางใจมือสอง เช่น  ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการประสบกับภาวะแผลทางใจมือสอง เช่น นักบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ ผู้ที่มักให้คำปรึกษาคนอื่น มักมีคนมาระบายทุกข์ด้วย นอกจากนี้ สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทของผู้ที่เคยประสบเหตุการณ์หนัก ก็มีความเสี่ยงที่จะทุกข์จากปัญหาของคนที่ตัวเองสนิทด้วยเช่นกัน   อาการของผู้ที่เริ่มเข้าสู่ภาวะ แผลทางใจมือสอง  ทั้งนี้นอกเหนือไปจากการมอบความใส่ใจ พร้อมให้คำปรึกษาที่ดีกับผู้อื่นแล้ว ผู้ที่ให้คำปรึกษาเองก็ควรที่จะหาทางระบายความเครียดของตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน รักษาชีวิตให้มีความสมดุล มีความเข้าใจต่อปัญหาชีวิตของผู้อื่น ในแบบที่ไม่นำเรื่องนั้นกลับมาทำร้ายตัวเอง เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถดูแลผู้อื่น ไปพร้อม ๆ กับการดูแลตัวเองได้อย่างมีคุณภาพ
04/06/2024

นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมคนไทยชอบซื้อหวย ! แสงแดดส่งผลให้คนอยากลงทุนมากขึ้น

ทำไมคุณถึงลงทุนในอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุน ลอตเตอรี่ ไปจนถึงหวยใต้ดิน ในความรู้สึกแรกที่ผุดมาในหัวคงหนีไม่พ้นเหตุผลทางด้านการเงิน หรือความมั่นคงในระยะยาว แต่นอกจากเหตุผลเหล่านี้ยังมีปัจจัยบางอย่างที่อาจส่งผลให้คุณรู้สึกอยากลงทุนมากขึ้น การศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซาธ์ออสเตรเลียพบว่า สภาพอากาศอาจส่งผลต่อการลงทุน โดยในวันที่มีแสงแดด ท้องฟ้าสดใส หรืออากาศดี คนมีแนวโน้มที่จะลงทุนกับอะไรบางอย่างมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนที่ไม่ได้มีราคาสูงมากนัก ทั้งยังมีความเสี่ยงสูง อย่างลอตเตอรี่ หวย หรือการลงทุนในลักษณะที่คล้ายกัน ดร. เรซา บรอดราเนีย (Reza Bradrania) จากมหาวิทยาลัยเซาธ์ออสเตรเลียได้กล่าวถึงการศึกษาที่พบว่าสภาพอากาศมีส่วนสำคัญต่ออารมณ์ และพฤติกรรมของมนุษย์ในแต่ละวันถึง 40 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะแสงแดด หากคุณลองไปดูข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ จะพบว่าแสงแดดมีความสำคัญต่ออารมณ์ของสิ่งมีชีวิตแทบทุกชนิด อย่างร่างกายของมนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่านาฬิกาชีวิต ที่ช่วยกำหนดฟังก์ชันของร่างกายในเวลาต่าง ๆ อย่างวงจรการหลับและตื่นที่ถูกกระตุ้นโดยแสง นอกจากนี้ แสงแดดยังส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขออกมาได้ด้วย และคนที่อยู่ในเขตสภาพอากาศที่มีแสงน้อยมักเสี่ยงโรคซึมเศร้าได้มากกว่า ในเมื่อสภาพอากาศ และแสงแดดส่งผลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ได้มากขนาดนั้น แล้วจะส่งผลต่อแนวโน้มในการลงทุนด้วยรึเปล่า ? นี่คือคำถามตั้งต้นจากมุมมองของ ดร. เรซา บรอดราเนีย ในฐานะอาจารย์สาขาการเงินที่เป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาครั้งนี้ ดร. บรอดราเนีย และนักศึกษาระดับปริญญาเอก ยา เกา (Ya Gao) ได้รวบรวมข้อมูลสภาพอากาศย้อนหลัง…

PR Partners

See All
Read More

สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global

ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น
23/07/2026

รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…
13/07/2026

มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่

มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…
13/07/2026

ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026

ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส -  ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…