Tags
| ภาวะโลกร้อน
10/06/2025
ภาพถ่ายดาวเทียมเผย ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกเริ่มแตกออกจากกัน อาจกระทบเพนกวิน 2 ล้านตัว
ภาพถ่ายดาวเทียมภาพใหม่ที่น่าทึ่งได้เปิดเผยว่า A23a ซึ่งเป็นภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน กำลังเริ่มแตกออกเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ นับพันชิ้น หลังจากที่มันติดอยู่ใกล้กับเกาะที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าในแอนตาร์กติกา อย่างไรก็ตาม อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนหรืออาจถึงหลายปี กว่าที่ภูเขาน้ำแข็งมหึมานี้จะละลายหายไปทั้งหมด การเดินทางอันยาวนานของ A23a "ภูเขาน้ำแข็งมหึมา" A23a มีฉายาว่า "เมกะเบิร์ก" (Megaberg) ปัจจุบันมีพื้นที่ผิวประมาณ 3,100 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับเกาะลองไอส์แลนด์ของสหรัฐอเมริกา ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้แตกตัวออกมาจากหิ้งน้ำแข็งฟิลช์เนอร์-รอนเน (Filchner-Ronne Ice Shelf) ตั้งแต่ปี 1986 แต่หลังจากนั้นไม่นาน ส่วนใต้น้ำของมันก็ได้เกยเข้ากับพื้นทะเล ทำให้มันติดอยู่กับที่เป็นเวลานานหลายสิบปี จนกระทั่งในเดือนมกราคม 2023 ภูเขาน้ำแข็ง A23a ก็หลุดเป็นอิสระและเริ่มเคลื่อนที่ออกจากทวีปแอนตาร์กติกาเป็นครั้งแรก ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา A23a ครองตำแหน่ง "ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก" อยู่หลายครั้งสลับกับภูเขาน้ำแข็งลูกอื่น ๆ และกลับมาครองตำแหน่งนี้อีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2023 ในช่วงต้นปี 2024 การเดินทางของ A23a ต้องหยุดชะงักอีกครั้งเมื่อเข้าไปติดอยู่ในกระแสวนในมหาสมุทรขนาดใหญ่ ทำให้มันหมุนอยู่กับที่เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนจะหลุดออกมาได้ในเดือนธันวาคม 2024 และมุ่งหน้าขึ้นเหนือผ่านช่องแคบเดรก (Drake Passage) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 486 days ago
Read More19/05/2025
การศึกษาพบว่ากลุ่มคนร่ำรวยที่สุด 10% ของโลกเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน 2 ใน 3
กลุ่มคนร่ำรวยที่สุด 10% ของโลก เป็นต้นตอของปัญหาโลกร้อนถึงสองในสามนับตั้งแต่ปี 1990 ตามผลการศึกษาล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ว่า การใช้ชีวิตและการลงทุนของคนกลุ่มนี้ทำให้โลกเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงและภัยแล้งที่ทวีความร้ายแรงขึ้นชลธิชา คำแสน | 508 days ago
Read More11/03/2025
MIT เตือน ! ก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อการโคจรของดาวเทียม และอาจทำให้มันชนกันแบบไม่สิ้นสุด
เมื่อพูดถึงก๊าซเรือนกระจก เรามักจะนึกถึงโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หรืออากาศแปรปรวน ซึ่งเกิดขึ้นบนพื้นโลก หรือบรรยากาศที่เราสัมผัสได้ แต่ใครจะไปคิดว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะส่งผลต่อการโคจรของดาวเทียมได้ด้วย ดาวเทียมเป็นอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว ทั้งในแง่การสื่อสาร นำทาง พยากรณ์อากาศ หรือแม้กระทั่งในระบบการเงินและการธนาคาร งานวิจัยล่าสุดจาก MIT ได้เปิดเผยการค้นพบผ่านวารสาร Nature Sustainability ว่า ก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อชั้นบรรยากาศ “เทอร์โมสเฟียร์” (Thermosphere) ซึ่งเป็นชั้นที่ดาวเทียมส่วนใหญ่โคจรอยู่ และอาจทำให้เกิดการชนกันของดาวเทียม ปรากฏการณ์เรือนกระจกอาจทำให้ดาวเทียมชนกัน อย่างที่เรารู้กันว่าก๊าซเรือนกระจกนั้นถูกปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศจนทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกขึ้น ในลักษณะคล้ายกับโดมที่ครอบโลกของเราไว้ สร้างผลกระทบในแง่ของอุณหภูมิและความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศ ซึ่งการสะสมของก๊าซเรือนกระจกทำให้ความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศเทอร์โมสเฟียร์ลดลง ชั้นบรรยากาศเทอร์โมสเฟียร์มีระดับความสูง 90–800 กิโลเมตรเหนือโลกของเรา และมีความหนาแน่นสูง ซึ่งนอกจากที่เราจะใช้ชั้นบรรยากาศนี้ในการสร้างวงโคจรของดาวเทียมแล้ว เมื่อดาวเทียมสิ้นอายุการใช้งานและตกลงสู่พื้นโลก เศษซากดาวเทียมเก่าจะถูกเผาไหม้ผ่านความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศ ลดความเสี่ยงการชนกันของวัตถุในวงโคจรเดียวกัน ดังนั้น เมื่อก๊าซเรือนกระจกสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้ความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศในชั้นเทอร์โมสเฟียร์ลดลง และเพิ่มความเสี่ยงที่ดาวเทียมที่ปลดระวางจะคงเหลือเศษซากอยู่ในวงโคจร จนอาจเกิดการชนกันของดาวเทียม ส่งผลให้เกิดความเสียหาย และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนบนโลกได้ ภัยคุกคามจากการสะสมของเศษซากในอวกาศ ปัจจุบันมีดาวเทียมมากกว่า 10,000 ดวงที่โคจรรอบโลกในวงโคจรระดับต่ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้บริการอินเทอร์เน็ต การนำทาง และการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม แม้ท้องฟ้าที่เรามองเห็นว่าช่างแสนกว้างใหญ่นั้นอาจกำลังถูกถมด้วยการเพิ่มดาวเทียมเข้าไปในวงโคจรอีกมหาศาล จากธุรกิจที่เติบโตขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มดาวเทียมอินเทอร์เน็ตจำนวนมหาศาลที่เรียกกันว่า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 577 days ago
Read More23/04/2021
Greta Thunberg ออกมาโต้ถึงประเด็นแก้ปัญหาโลกร้อนของเหล่าผู้นำโลก
หลังจากที่เมื่อวานนี้ (22 เมษายน) ได้มีการจัดการประชุมออนไลน์ของผู้นำโลกหลายประเทศ เพื่อประชุมและหารือกันเรื่องการแก้ปัญหาสภาพอากาศและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยครั้งนี้มีสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพ โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณถึงความพยายามของโจ ไบเดนและชาวอเมริกันในการจะเรียกคืนความเป็นผู้นำระดับโลกในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน หลังจากที่อดีตประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ถอนตัวจากความพยายามของนานาชาติในการลดการปล่อยมลพิษเมื่อปีที่แล้ว ส่วนทางโจ ไบเดนเริ่มการประชุมด้วยการเปิดเผยเป้าหมายของประเทศสหรัฐฯ ซึ่งตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหรัฐให้ได้ลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2030 และหวังว่าจะกระตุ้นให้ชาติอื่น ๆ ในโลกทำเช่นเดียวกัน ขณะที่เหล่าผู้นำจากทั่วโลกต่างให้คำมั่นสัญญาด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปจนถึงการลดการใช้ถ่านหินด้วย ซึ่งหลังจากการประชุมผู้นำโลกดังกล่าวเกรตา ธุนเบิร์ก (Greta Thunberg) เด็กสาวนักเคลื่อนไหวทางสังคมสัญชาติสวีเดนวัย 18 ปี ก็ได้ออกมาพูดถึงประเด็นการประชุมดังกล่าวทันที โดยเธอเตือนผู้ร่างกฎหมายของสหรัฐฯ ว่าประวัติศาสตร์จะทำให้พวกเขาต้องรับผิดชอบต่อภัยพิบัติจากสภาพอากาศ หากพวกเขาไม่หยุดให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล ก่อนที่มันจะสายเกินไป เธอกล่าวถึงผู้ร่างกฎหมายของคณะอนุกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมและคณะกรรมการกำกับดูแลเอาไว้ว่า “ฉันไม่เชื่อแม้แต่วินาทีเดียวว่าพวกคุณจะทำสิ่งนี้ได้จริง” “คุณยังพอมีเวลาที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อรักษามรดกของคุณเอาไว้ แต่ช่วงเวลานั้นจะไม่คงอยู่นาน” "พวกเราคนหนุ่มสาวคือคนที่จะขีดเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับคุณในหนังสือประวัติศาสตร์... ดังนั้น คำแนะนำของฉันที่จะบอกคุณคือ จงเลือกทางเดินอย่างชาญฉลาด" เกรตา ธุนเบิร์กนับเป็นหนึ่งในผู้ที่รณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อนมาเป็นเวลานาน เริ่มตั้งแต่เมื่อตอนเธออายุ 15 ปี ที่รณรงค์ให้นักเรียนหยุดเรียนทุกวันศุกร์ เพื่อประท้วงต่อรัฐสภาสวีเดนเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสสรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1995 days ago
Read More01/02/2021
โลกร้อนทำพิษ! เปิดภาพเปรียบเทียบธารน้ำแข็งที่หายไปของไอซ์แลนด์
Skaftafellsjokull ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Vatnajokull พื้นที่ที่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งหนากว่า 440 เมตร กำลังละลายหายไปจากภาวะโลกร้อน ในปี 1989 ช่างภาพ Colin Baxter ได้ถ่ายภาพธารน้ำแข็งดังกล่าวเอาไว้ในช่วงที่เขาใช้เวลาท่องเที่ยวกับครอบครัว และในอีก 30 ปีต่อมา Dr.Kieran Baxter ลูกชายของเขา เดินทางกลับมายังสถานที่แห่งนี้อีกครั้งพร้อมพบกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คุ้นตา นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าพื้นที่น้ำแข็งหายไปกว่า 400 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่พอ ๆ กับเกาะ Isle of Wight (เกาะในช่องแคบของอังกฤษ) โดยทั่วไปเรามักจะไม่เห็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อนบนพื้นผิวโลกชัดขนาดนี้ แต่สำหรับพื้นที่แห่งนี้เราสามารถเห็นผลกระทบของมันได้อย่างชัดเจน ธารน้ำแข็งถือเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศมันสามารถระบุสภาพอากาศในอดีตได้จากการวิเคราะห์ส่วนประกอบของน้ำแข็ง จากข้อมูลของนักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐ ฯ ระบุว่าตั้งแต่ปี 1980 ธารน้ำแข็งละลายหายไป 24 เมตรต่อปีโดยเฉลี่ย อย่างไรก็ตามการวัดความแม่นยำของน้ำแข็งที่ละลายเพราะสภาวะโลกร้อนเป็นไปได้ยาก เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง เช่นอัตราการละลาย การตกตะกอน ลม และแสงแดด เป็นต้น การละลายของธารน้ำแข็งจึงไม่ได้ส่งผลกระทบกับพื้นที่การเกษตร และแหล่งน้ำที่สำคัญเท่านั้น แต่โลกกำลังสูญเสียประวัติศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์อันมีค่าของสภาพอากาศโลกอีกด้วย อ้างอิง BBC News พิสูจน์อักษร…Natnaree TK | 2076 days ago
Read More
27/01/2021
พลิกคำพยากรณ์ ‘ปริมาณธารน้ำแข็งละลาย’ ไปไวกว่าที่คาดเพราะเหตุนี้!
หลายคนคงเคยได้ยินเรื่อง ‘ธารน้ำแข็ง’ หรือ ‘Glacier’ ที่กำลังละลายอย่างรวดเร็วมาก่อน ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันไว้ว่า การละลายของพวกมันอยู่ในขั้นวิกฤต อาจจะมาถึงจุดที่ไม่สามารถหวนคืนได้แล้ว และเท่าที่ตรวจวัดได้ อัตราการละลายของน้ำแข็งในปัจจุบันดูเหมือนจะมากกว่าที่คาดการณ์กันไว้เสียอีก เพื่อให้การพยากรณ์แม่นยำขึ้น ช่วยให้มนุษย์รับมือกับปัญหาอุทกภัยที่จะตามมาในอนาคต นักวิทยาศาสตร์จึงเร่งศึกษา ‘ธารน้ำแข็งกรีนแลนด์ (Greenland’s Glacier)’ หนึ่งในที่มาหลักที่ทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 'ฟยอร์ด' กับความลึกที่เป็นเบาะแสแรก ท่ามกลางความเวิ้งว้างของน่านน้ำอาร์กติก ธารน้ำแข็งกรีนแลนด์ได้ละลายพุ่งลงสู่มหาสมุทรตามแนวฟยอร์ด (fjords) หรือ ขอบผาที่เป็นเวิ้งน้ำลึกลงไป และเพราะความลึกและความขรุขระตามชายฝั่งที่เข้าถึงยากของฟยอร์ดนี่เอง ที่ทำให้นักวิจัยขาดข้อมูลในเรื่องระดับความลึกของมัน ทำให้ไม่อาจประเมินได้อย่างแม่นยำว่า มีปริมาณน้ำในมหาสมุทรเท่าใดในแต่ละฟยอร์ด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) นั้นส่งผลต่ออุณหภูมิมหาสมุทรที่สูงขึ้น ดังนั้น ปริมาณน้ำมหาสมุทรอุ่นที่เข้าถึงฟยอร์ด จึงนำไปสู่การละลายของธารน้ำแข็งในฟยอร์ดนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ เมื่อ 5 ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์จึงได้เริ่มต้นภารกิจ Oceans Melting Greenland (OMG) ศึกษาการละลายของธารน้ำแข็งเหล่านี้จากทางอากาศและทางเรือ ด้วยการวัดฟยอร์ดทีละแห่ง จนสามารถสำรวจธารน้ำแข็งได้ถึง 226 แห่ง และพบว่าฟยอร์ด ‘ลึก’ 74 แห่ง เป็นที่มาของปริมาณน้ำแข็งละลายเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณทั้งหมด ในช่วงปี…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 2081 days ago
Read More16/08/2020
สายเกินแก้ แผ่นน้ำแข็งในกรีนแลนด์ละลายจนไปสู่จุดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกแล้ว
ภาวะโลกร้อนเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงทุก ๆ ปี และจะยังคงมีต่อไป สถานการณ์ล่าสุดจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตตระบุว่า แผ่นน้ำแข็งของกรีนแลนด์ละลายไปสู่จุดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกแล้ว (to a point of no return) Ian Howat ผู้ร่วมเขียนงานวิจัยชิ้นนี้และศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอกล่าวว่า "ขณะนี้สถานะของน้ำแข็งในกรีนแลนด์ได้เปลี่ยนไปแล้ว ต่อให้เราทำสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศให้เหมือนกับ 20-30 ปีก่อนก็ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ และน้ำแข็งจะละลายอย่างรวดเร็วต่อไป" แผ่นน้ำแข็งของกรีนแลนด์ละลายลงสู่มหาสมุทรมากกว่า 280,000 ล้านเมตริกตันในแต่ละปี นับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มขึ้นตามรายงานของ Michalea King หัวหน้างานวิจัยและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอ นอกจากนี้การศึกษายังพบว่าแผ่นน้ำแข็งมีอัตราการละลายที่เร็วขึ้นกว่าเดิม นั่นหมายความว่าน้ำในทะเลจะสูงขึ้นกว่าเดิมเร็วขึ้น หากเกิดเหตุการน้ำทะเลสูงขึ้นกะทันหันย่อมส่งผลให้เกิดผลกระทบแบบไม่ทันตั้งตัวซึ่งยากต่อการคาดเดาได้ด้วย ถึงแม้ว่าน้ำแข็งในกรีนแลนด์จะไม่สามารถกู้คืนมาได้แล้ว แต่หากเราชะลอภาวะโลกร้อนไม่ให้แย่ลงไปมากกว่านี้ก็จะทำให้น้ำแข็งละลายช้าลง ช่วยชะลอระดับน้ำที่สูงขึ้นได้อีก อ้างอิง CNN พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสวัชรกุล พัฒนาประทีป | 2245 days ago
Read More25/09/2019
นักวิทยาศาสตร์เผย! สภาพอากาศที่เปลี่ยนไปกำลังส่งผลร้ายแรงต่อมหาสมุทร
การประชุมของเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่ Monaco ได้ทำการหารือข้อสรุปของภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศ มหาสมุทร และพื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งบนโลกของเรา พวกเขาพบว่าผลกระทบจากภาวะโลกร้อนนั้นทำให้มหาสมุทรกลายเป็นภาวะฉุกเฉินที่ส่งผลต่อมนุษย์ เจ้าชายอัลเบิร์ตที่ 2 และรัฐบาลโมนาโก ได้สนับสนุนนักวิจัยจากคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) ให้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับพื้นที่น้ำแข็ง และมหาสมุทร เพื่อเตรียมรายงานถึงผลกระทบต่างๆ จากทะเลที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์หลายร้อยล้านคนก่อนสิ้นศตวรรษนี้ รวมทั้งยังรายงานสภาพความเป็นกรดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อแนวประการัง และการทำประมง แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้นคือ เมื่อพื้นน้ำแข็งละลาย จะปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในปริมาณมาก ทำให้อุณหภูมิโลกทวีความร้อนมากขึ้นไปอีก แล้วคำถามคือทะเลกับสภาพอากาศเกี่ยวข้องกันอย่างไรละ? สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ทะเลช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และความร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ถึง 1 ใน 4 ของทั้งหมด ตั้งแต่ปี 1970 มหาสมุทรช่วยดูดซับความร้อนไว้มากถึง 90% นั่นทำให้มหาสมุทรมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ความเค็มลดลง รวมถึงมีความเป็นกรดมากขึ้นอีกด้วย ไม่เพียงระดับน้ำทะเลเท่านั้นที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจ (อย่างที่เรารู้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เมืองชายฝั่งและหมู่เกาะต่าง ๆ โดนผลกระทบนี้เต็มๆแน่) แต่อีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตามองก็คือพายุที่จะเกิดได้มากขึ้นก่อนสิ้นศตวรรษนี้ ด้วยอัตราการละลายของน้ำแข็งที่สูงขึ้นทำให้วิกฤตินี้เป็นที่น่าจับตามอง และควรได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด อ้างอิง BBC NEWS…Natnaree TK | 2571 days ago
Read More24/09/2019
คนรุ่นใหม่พร้อมหรือยัง #ClimateStrike การเคลื่อนไหวเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์!
ในปัจจุบันนี้เรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้องเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนสามารถร่วมมือกันดูแล และช่วยรักษาทรัพยากรธรรมชาติได้ ภายใต้การดูแล และ รณรงค์ของหลายภาคส่วนทำให้เกิดโครงการต่างๆมากมายขึ้นมา แต่เมื่อไม่นานมานี้มีกระแสการดูแลสิ่งแวดล้อมกระแสหนึ่งที่น่าสนใจมากเกิดขึ้นมาส่งอิทธิพลไปทั่วโลก และที่สำคัญโครงการนี้มีแกนนำเป็นเยาวชนทั้งสิ้น! จุดเริ่มต้นของ #ClimateStrike จุดเริ่มต้นของ #ClimateStrike นั้นเกิดขึ้นมาจากการประท้วงของเด็กผู้หญิงเพียงคนเดียว ย้ำว่าคนเดียว! เกรตา ธันเบิร์ก เธอเป็นเด็กหญิงวัย 16 ปี ที่โดดเรียนในวันศุกร์ เพื่อมานั่งประท้วงที่หน้ารัฐสภาสวีเดนภายใต้ชื่อการประท้วง 'Friday For Future' เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลสวีเดนหาทางทำอะไรสักอย่างกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้น เธอใช้เวลาร่วมปีตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2561 เพื่อแสดงให้เห็นถึงกระบอกเสียงจากเด็ก ๆ ที่ไม่ยินดีจะเติบโตไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สิ้นหวัง 'จะเรียนไปทำไมในเมื่อในอนาคตโลกของเรากำลังจะพัง!' จากจุดเริ่มต้นเล็กๆสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ การกระทำของเกรตา ส่งผลให้เด็กนักเรียนในหลายพื้นที่เข้าร่วมการหยุดเรียนประท้วงเพิ่มมากขึ้น จนทำให้เกิดการนัดหมายการเดินขบวนครั้งยิ่งใหญ่ขึ้น 2 วัน ในปี 2562 นั่นคือวันที่ 20 กันยายน 2562 หรือเรียกว่าวัน 'Climatestrike' ซึ่งเป็นสามวันก่อนการประชุมเร่งด่วนเพื่อภูมิอากาศของสหประชาชาติ (UN Climate Action Summit 2019) ที่นครนิวยอร์ก และอีกวันคือวันที่ 27…Natnaree TK | 2572 days ago
Read More20/06/2019
ภาพถ่ายดาวเทียมเผย! หิมะบนเทือกเขาหิมาลัยละลายอย่างต่อเนื่องตลอด 40 ปีที่ผ่านมา
ถึงแม้ว่าไม่มีภาพถ่ายดาวเทียมที่ทันสมัยคุณก็สามารถเข้าใจสภาวะโลกร้อนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี แต่ในวันนี้นักวิจัยได้ตีพิมพ์ภาพธารน้ำแข็งที่เกิดจากการละลายของหิมะบนเทือกเข้าหิมาลัย ที่เก็บสะสมไว้เป็นเวลากว่า 40 ปี จากดาวเทียมสอดแนม KH-9 Hexagon (ที่ถ่ายมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็น) ออกสู่สายตาประชาชนแล้ว ภาพถ่ายนี้แสดงพื้นที่และปริมาณน้ำแข็งที่ละลายลงจากเทือกเขา ช่วงปี 1970-1980 ข้อมูลนี้ไม่เพียงแต่แสดงพื้นที่ 1,240 ไมล์ที่ธารน้ำแข็งครอบคลุม แต่สามารถนำข้อมูลไปสร้างแบบจำลอง 3 มิติ เพื่อดูปริมาณน้ำทะเลที่จะถูกหนุนขึ้นสูงในภายหลังได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นการเก็บข้อมูลอุณหภูมิในอดีตก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะนำมาคาดการณ์ปริมาณนำแข็งที่ถูกละลายในอนาคตได้ ในปี 2000-2016 ธารน้ำแข็งมีอัตราการละลายเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากปี 1975-2000 ในขณะที่ตะกอนและเขม่า ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำแข็งละลายเช่นกัน ข้อมูลดงักล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการทำความเข้าใจกับสภาวะโลกร้อนที่เรากำลังเผชิญ ไม่ช้าก็เร็วอัตราการละลายน้ำแข็งดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำทะเล และทะเลสาปในหลายพื้นที่ทั่วโลก และปริมาณน้ำสะอาดในเอเชียได้ อ้างอิงNatnaree TK | 2668 days ago
Read MorePR Partners
See All09/10/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 8 hours ago
“กระทิง พูนผล” กลั่นบทเรียนจากความล้มเหลวตลอดเส้นทางชีวิต สู่หนังสือ “Unbeatable”
"กระทิง" เรืองโรจน์ พูนผล เปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ "Unbeatable วิธีบ่มเพาะตัวตนและจิตใจของ ‘ผู้ไม่ยอมแพ้’ ในทุกสถานการณ์" จากสำนักพิมพ์ KOOB ภายใต้แนวคิด "ต่อให้โลกโหดร้ายแค่ไหน ฉันจะไม่พ่ายแพ้" ต่อยอดจากหนังสือเล่มแรก "Move Heaven and Earth" ด้วยการกลั่นบทเรียนจากความล้มเหลว ตลอดเส้นทางการทำงานมาเป็นคู่มือลงมือทำที่วางระบบคิดเป็นพีระมิด 3 ระดับ ตั้งแต่การจัดการปัญหาและอารมณ์รายวัน การเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจ ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านตัวตน พร้อมต่อยอดทักษะ "Unbeatable" ผ่านชุมชนออนไลน์ ให้เป็นทักษะที่จำเป็นในปี 257008/10/2026
เครือซีพี เตรียมจัดงาน CP Innovation Exposition 2026 แสดงนวัตกรรมองค์กรและเวทีเสวนาเทคโนโลยี
บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ประกาศเตรียมจัดงาน "CP Innovation Exposition 2026" (งานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9) ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER INNOVATE BEYOND” โดยเป็นการเปิดพื้นที่จัดแสดงผลงานวิจัย เทคโนโลยีเชิงอุตสาหกรรม และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากวิทยากรในอุตสาหกรรมต่างๆ โครงสร้างกิจกรรมและ 8 หัวข้อการเสวนาเชิงเทคโนโลยี การจัดงานในปีนี้แบ่งออกเป็นกิจกรรมจัดแสดงผลงานและการบรรยายเชิงวิชาการ โดยกำหนดหัวข้อเสวนาหลัก 8 มิติ ได้แก่: การจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและการแข่งขัน HealthyLicious ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมจำนวน 90 รายการ จากหน่วยธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ใน 10 ประเทศ ครอบคลุมการปรับปรุงกระบวนการผลิต การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเชิงบริหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผลงานทั้งหมดจะเข้าร่วมการประเมินเพื่อรับรางวัล Chairman Awards ประจำปี นอกจากนี้ ยังมีการจัดการประกวดโครงการ "HealthyLicious"…เอกพล ชูเชิด | 1 days ago
Read More07/10/2026
มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ร่วม ทรูปลูกปัญญา เปิดตัวแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก พร้อมใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลคัดกรอง
มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยโครงการทรูปลูกปัญญา จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก (7 ตุลาคม 2569) ภายใต้แนวคิด “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อกระตุ้นการรับรู้เรื่องการตรวจคัดกรองโรคในระยะเริ่มต้น โดยเปิดตัวสื่อประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ที่ได้ สุชาตา ช่วงศรี (Miss World 2025) มาร่วมถ่ายทอดข้อความรณรงค์ให้ผู้หญิงและประชาชนทั่วไปสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ สถานการณ์โรคมะเร็งเต้านมในปัจจุบันยังคงเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผู้หญิงทั้งระดับสากลและประเทศไทย โดยข้อมูลสถิติระบุว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ราว 21,061 รายต่อปี คิดเป็น 23.5% ของผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในเพศหญิง ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติทางการแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชระบุว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะที่ 1 มีอัตราการรอดชีวิตที่ระยะเวลา 10 ปี สูงถึง 95% ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการตรวจพบในระยะแรกเริ่ม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการขยายเครือข่ายความร่วมมือ ในมิติของการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนงานสาธารณสุข โครงการนี้ได้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในการกระจายข้อมูล ดังนี้: ร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังในการส่งต่อโอกาสให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้อย่างทั่วถึง ด้วยการบริจาคสมทบทุนมูลนิธิถันยรักษ์ฯ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น โดยเงินบริจาคสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช…เอกพล ชูเชิด | 2 days ago
Read More07/10/2026
เครือซีพีเปิดเวที Dolphin Tank ภายใต้หลักสูตร CP-CoEX AI Business Accelerator ทดสอบ 7 โครงการ AI ร่วมกับ 11 พันธมิตรเทคโนโลยี ตั้งเป้าสร้างผลกระทบทางธุรกิจ 10 เท่า
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดการนำเสนอผลงานรอบแรก Dolphin Tank ภายใต้หลักสูตรบ่มเพาะธุรกิจ CP-CoEX AI Business Accelerator รุ่นที่ 1 หลังผ่านการพัฒนาร่วมกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ จากระยะเวลาหลักสูตรทั้งหมด 12 สัปดาห์ โดยดึงบุคลากรจากบริษัทในเครือจับคู่กับ 11 พันธมิตรเทคโนโลยีและองค์กรชั้นนำ เพื่อพัฒนาโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) บนโจทย์การดำเนินงานจริง มุ่งเป้าสร้างผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact) ในระดับ 10 เท่า ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ระบุว่า วัตถุประสงค์หลักของโครงการมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่มีความเข้าใจทั้งบริบทธุรกิจและขีดความสามารถทางเทคโนโลยี โดยใช้กรอบแนวคิด “Dolphin” ที่สะท้อนคุณสมบัติ 4 ด้าน ได้แก่ ความเร็ว (Speed), ความฉลาด (Intelligence), ความยืดหยุ่นคล่องตัว (Agility) และการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ซึ่งเวที Dolphin Tank ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดสอบสมมติฐาน ความเป็นไปได้…ทีมคอนเทนต์ BT | 2 days ago
Read More





















