ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Health
Read More

เอาดีเข้าตัว เอาชั่วเข้าคนอื่น! กลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms)

อีกหนึ่งสัญชาตญาณของมนุษย์ที่น่ารู้ คุณเคยสังเกตไหม ทำไมบางคนเมื่อมีการทำความผิดอะไร ก็มักจะต่อต้านความผิดของตัวเอง และโทษคนอื่นเสมอ วันนี้เรามีคำตอบ กลไกนี้มีชื่อเรียกว่า “Defense Mechanisms” กลไกนี้เป็นการปกป้องตัวเองตามสัญญาณ ซึ่งเราจะมานำเสนอข้อมูลลักษณะของคนที่มีพฤติกรรมประเภทนี้กัน รวมทั้งการปรับทัศนคติให้กล้ายอมรับความผิดที่ตนเองทำ ไม่ว่าใคร ๆ ต่างก็เคยทำผิดแต่สิ่งสำคัญคือ การยืดอกยอมรับความผิดของตัวเอง แล้วแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น! ทำความรู้จักกับ กลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms) กลไกการป้องกันตัวเอง (Defense Mechanisms) เป็นกลยุทธ์ทางจิตวิทยา ที่จิตใจใช้เพื่อป้องกันตัวเองจากความวิตกกังวล อารมณ์ที่ไม่สบายใจ หรือการถูกคุกคาม ซึ่งมักจะเป็นกลไกที่เกิดขึ้นมา โดยที่หลาย ๆ คนไม่รู้ตัว เป็นกลไกที่ใช้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ กลไกการป้องกันตัวเอง (Defense Mechanisms) จัดเป็นวิธีการป้องกันตนเองในรูปแบบหนึ่ง แต่ถ้ามีการปล่อยให้กลไกนี้ทำงานเรื่อย ๆ แบบไม่มีการควบคุม หรือไม่มีการเปลี่ยนทัศนคติใหม่ ก็อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่แย่ลงกว่าเดิม   กลไกการป้องกันตนเองประเภทต่าง ๆ และวิธีการแก้ไข ภาวะอารมณ์ ความคิด ที่เกิดขึ้นจากกลไกป้องกันตัวเอง ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องเดียวหรือสถานการณ์เดียวเท่านั้น แต่มีความคิดและอารมณ์ที่หลากหลายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเราก็ได้นำคุณลักษณะของกลไกตนเองประเภทต่าง ๆ มาให้คุณได้ทำความรู้จักกัน…
22/08/2023

แอปเปิลไซเดอร์ มีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ ?

แอปเปิลไซเดอร์ คือ น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล ยีสต์ ใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร เช่น น้ำสลัด ผักดอง และซอสหมัก ขณะเดียวกันหลายคนก็นับแอปเปิลไซเดอร์เป็นยาสามัญประจำบ้านอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะไม่เพียงแต่ช่วยชูรสชาติอาหารเท่านั้น งานวิจัยยังค้นพบว่าแอปเปิลไซเดอร์อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง เช่น ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยลดน้ำหนักได้ แอปเปิลไซเดอร์ประโยชน์ด้านสุขภาพ 1.มีสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูง กรดอะซิติกเป็นสารประกอบออกฤทธิ์หลักของแอปเปิลไซเดอร์ ทำให้มีกลิ่นและรสเปรี้ยวจัด นักวิจัยเชื่อว่ากรดนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แอปเปิลไซเดอร์ออร์แกนิกที่ไม่ผ่านการกรอง ยังมีสารที่เรียกว่ามาเธอร์ ซึ่งประกอบด้วย โปรตีน เอนไซม์ ดีต่อระบบย่อยอาหารอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีกรดอะมิโนและสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ด้วย 2.สามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายได้ แอปเปิลไซเดอร์สามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ รวมถึงแบคทีเรียบางสายพันธุ์ด้วย ในอดีตผู้คนใช้น้ำส้มสายชูในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ รักษาเชื้อราที่เล็บ เหา หูด และการติดเชื้อในหู ฮิปโปเครติส บิดาแห่งการแพทย์ได้ใช้น้ำส้มสายชูล้างบาดแผลเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน นอกจากนี้ น้ำส้มสายชูยังเป็นสารกันบูดในอาหาร โดยการศึกษาแสดงให้เห็นว่ามันยับยั้งแบคทีเรีย เช่น อีโคไล ไม่ให้เติบโตและทำให้อาหารเน่าเสีย ซึ่งหากคุณกำลังมองหาวิธีถนอมอาหารตามธรรมชาติ แอปเปิลไซเดอร์สามารถช่วยได้ 3.อาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและจัดการโรคเบาหวานได้ ในปัจจุบันการใช้แอปเปิลไซเดอร์ที่น่าเชื่อถือที่สุดอย่างหนึ่งคือการช่วยรักษาโรคเบาหวานประเภท 2 เพราะโรคเบาหวานประเภท 2 มีลักษณะเฉพาะคือระดับน้ำตาลในเลือดสูง…
18/08/2023

‘ภาวะสิ้นยินดี’ ไม่สุขแต่ก็ไม่เศร้า รู้สึกเฉยชากับทุกสิ่ง

ภาวะสิ้นยินดี (Anhedonia) คือ การที่คนคนหนึ่งไม่สามารถสัมผัสกับความสุขหรือความเพลิดเพลินในชีวิตประจำวันได้ อาจรู้สึกมึนงงหรือสนใจในสิ่งที่เคยชอบน้อยลง เป็นอาการทั่วไปของภาวะสุขภาพจิตหลายอย่าง เช่น ภาวะซึมเศร้า ซึ่งการรักษามีไว้เพื่อช่วยให้บุคคลเหล่านั้นกลับมาสนใจกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตมากขึ้น ภาวะสิ้นยินดีมีกี่ประเภท ? ภาวะสิ้นยินดีมี 2 ประเภท ดังนี้ โดยภาวะสิ้นยินดีทำให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนและสมาชิกในครอบครัวแย่ลง เพราะคุณจะไม่ได้รู้สึกถึงความสุข หรือความสนุกสนานใด ๆ จึงเป็นเรื่องยากที่จะมีแรงจูงใจในการใช้เวลาร่วมกับผู้อื่น คุณอาจปฏิเสธการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เพราะคุณมองว่าการเข้าสังคมไม่ได้มีประโยชน์อะไร หรือคุณอาจมีความวิตกกังวลทางสังคม เพราะรู้สึกว่าไม่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องพบปะผู้คนใหม่ ๆ อาการของภาวะสิ้นยินดี ภาวะสิ้นยินดีพบมากในใคร ? โดยส่วนมากภาวะสิ้นยินดีจะพบมากในผู้ที่มีความผิดปกติทางจิต รวมถึงโรคอื่น ๆ เช่น ภาวะสิ้นยินดี เกิดจากอะไร ? มีการศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่าภาวะสิ้นยินดีอาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสมองในการผลิตหรือตอบสนองผิดปกติต่อสารโดปามีน ซึ่งสารโดปามีนเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวกับ "ความรู้สึกดี" ความผิดปกติในสมองส่วนนี้อาจส่งผลต่อการรับรู้หรือความรู้สึกมีความสุขในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นภาวะสิ้นยินดี ? แพทย์จะทำการค้นหาอาการของภาวะสิ้นยินดีโดยการถามคำถามเกี่ยวกับความรู้สึกและอารมณ์ของคุณ นอกจากนี้ยังอาจทำการตรวจร่างกายเพื่อแยกแยะสภาพร่างกายอื่น ๆ เนื่องจากภาวะสิ้นยินดีสามารถเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้า แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อระบุสาเหตุให้แน่ใจ ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของคุณ และอาจรวมถึง การขาดวิตามินดี หรือความไม่สมดุลของฮอร์โมนไทรอยด์  การรักษาภาวะสิ้นยินดี แนวทางการรักษาทางการแพทย์ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยว่าคุณมีภาวะอื่น…
18/08/2023

[สัมภาษณ์] ‘หมออ้น นพ.ฉัตรพล’ กับมุมมองธุรกิจศัลยกรรมความงามในยุคนี้

นาทีนี้เรื่องราวเกี่ยวกับการศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องที่น่าปกปิด หรือน่าอายอีกต่อไป หลายคนกล้าที่จะเปิดเผยประสบการณ์ศัลยกรรมมากขึ้น แน่นอนว่าคลินิกรวมถึงโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็เปิดใหม่ขึ้นมาตามความต้องการของตลาดที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง  Hack for Health ได้มีโอกาสพูดคุยกับ นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง หรือที่หลายคนเรียกกันว่า "หมออ้น" ศัลยแพทย์ตกแต่ง และเป็นแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทางไอดีแอล รวมถึงเป็น TikToker ชื่อดัง ที่ออกมาเผยแง่มุมต่าง ๆ เกี่ยวกับศัลยกรรมในโลกออนไลน์ เราจะมาพูดคุยแง่มุมเกี่ยวกับ ‘ความก้าวหน้าของธุรกิจศัลยกรรมความงาม’ กับหมออ้นกันค่ะ อยากให้คุณหมออธิบายเกี่ยวกับคำจำกัดความของ 'ศัลยแพทย์ตกแต่ง' หน่อยค่ะ หม้ออ้น: คำว่าศัลยแพทย์ตกแต่ง ต้องเป็นแพทย์เฉพาะทางที่เรียนหลังจากจบหมอไปแล้วอีก 5 ปี เพื่อเป็นศัลยแพทย์ตกแต่ง หรือศัลยแพทย์พลาสติก แต่ก่อนผมอยู่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ก็ต้องรักษาคนไข้ที่มีความพิการทางร่างกาย  เช่น อุบัติเหตุ ปากแหว่งเพดานโหว่ รูปลักษณ์ภายนอกผิดเพี้ยนไปจากมะเร็ง ที่ต้องไปตัดมะเร็งออกแล้วทำให้เนื้อหาย เราก็ต้องรักษาเขาให้ใกล้เคียงปกติที่สุด อันนั้นคือหน้าที่หลัก แต่ว่ามันก็ต่อยอดมาเป็นเรื่องเสริมสวยด้วย เราทำให้คนที่ผิดปกติให้ปกติใช่ไหม เราก็ใช้พื้นฐานนั้นมาประยุกต์เพื่อทำคนที่ปกติให้ดูดีขึ้น อันนี้คือหลักการของศัลยศาสตร์ตกแต่ง การศัลยกรรมเป็นมากกว่าความงาม แต่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพด้วย มีอะไรบ้างที่เป็นการศัลยกรรมเพื่อแก้จุดบกพร่องของร่างกาย  หม้ออ้น: ศัลยกรรมเพื่อสุภาพที่พูดถึงจริง ๆ ก็…
13/03/2023

ทำไมยิ่งนวดยิ่งเจ็บ ? รักษาอาการปวดเมื่อยด้วยการนวดอาจไม่ใช่คำตอบ

สำหรับมนุษย์พนักงานออฟฟิศทั้งหลายคงเข้าร้านนวดเปรียบเหมือนบ้านหลังที่สองเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยการทำงานที่จำเป็นต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ หรือต้องอยู่ในท่วงท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ และหลัง จนต้องพึ่งร้านนวดให้ช่วยกดจุดนวดคลายเส้น แต่สำหรับบางคนอาจเกิดคำถามว่าทำไมพอนวดวันนี้ ตื่นเช้าขึ้นมากลับรู้สึกปวดหรือเจ็บที่กล้ามเนื้อมากกว่าเดิม แล้วก็ต้องกลับไปให้ร้านนวดช่วยนวดอีกรอบ ทำวนไปอยู่แบบนี้ เคยคิดหรือไม่ว่าบางทีการนวดอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีในการรักษาอาการปวดของคุณ ข้อดีของการนวด ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าศาสตร์ทุกศาสตร์มีข้อดีในตัวเอง และการนวดก็เป็นเทคนิคที่มีข้อดี เช่น ถ้าหากกล้ามเนื้อของคุณเกิดการเมื่อยล้า หรือตึงจากพฤติกรรมการนั่ง เช่น นั่งเอียงซ้าย กล้ามเนื้อฝั่งซ้ายที่ใช้งานเยอะก็จะมีอาการตึง การไปนวดจะทำให้กล้ามเนื้อยืดคลายตัว ช่วยให้อาการปวดลดลง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณใช้งานกล้ามเนื้อไปถึงจุดหนึ่งจนกล้ามเนื้อเกิดการอักเสบและเกิดการฉีกขาดของเนื้อเยื่อแล้วคุณยังเอาแรงกดจากการนวดไปกระตุ้น เนื้อเยื่อก็จะยิ่งฉีกขาดและเกิดการอักเสบมากขึ้น  สัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังบาดเจ็บจากการนวด การนวดที่ดีคือคุณจะ ‘รู้สึกตึง’ ไม่ควร ‘รู้สึกเจ็บ’ เพราะอาการเจ็บคือสัญญาณที่ร่างกายบอกกับตัวเราว่าเนื้อเยื่อของร่างกายกำลังเกิดการบาดเจ็บอยู่ ถ้าเราไปนวดด้วยน้ำหนักพอเหมาะจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและสบายขึ้น เพราะแรงดึงของกล้ามเนื้อฝั่งที่เกร็งคลายตัวออก แต่ถ้านวดแรงเกินไปอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ เมื่อมีอาการเจ็บเข้ามาแสดงว่ามีการอักเสบและกล้ามเนื้อฉีกขาดไม่ควรนวดต่อทั้งสิ้น ยกตัวอย่าง เวลาที่คนเราเป็นแผลโดนมีดบาด เราต้องเอามือห้ามเลือดไม่ใช่เอามือไปขยี้แผล และการนวดในจุดที่มีการอักเสบเป็นเหมือนการขยี้แผลให้เจ็บหนักมากขึ้นนั่นเอง ดังนั้น ในการรักษาอาการปวดเมื่อยไม่ว่าจะเป็นวิธีการนวดหรือการออกกำลังกายก็ตาม จะต้องใช้แรงที่เหมาะสม หากทำแล้วรู้สึกเจ็บต้องเลี่ยง หรือทำไปสักพักแล้วเจ็บแสดงว่าสิ่งที่ทำมันหนักเกินไป ขณะเดียวกันหากตอนทำและหลังทำไม่เจ็บ แต่ตื่นขึ้นมารู้สึกเจ็บก็หมายความว่าการนวดหรือการออกกำลังกายเมื่อคืนเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้คุณบาดเจ็บนั่นเอง ดังนั้น ขอย้ำอีกครั้งว่าเวลาไปนวดจะต้อง 'รู้สึกตึง' ต้อง 'ไม่เจ็บ' และวันรุ่งขึ้นตื่นมาต้องรู้สึกสบายถึงจะเรียกว่าการนวดแบบนี้เหมาะกับคุณ…
13/03/2023

Gain by No Pain! ออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องเจ็บก็แข็งแรงได้

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินสำนวน "No Pain No Gain" หมายถึง ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ หรือต้องผ่านความลำบากถึงจะได้มา ซึ่งหลายคนก็นำสำนวนนี้มาเป็นคอนเซ็ปต์ในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการให้กำลังใจตนเองว่า การผ่านเรื่องราวอันน่าเจ็บปวดจะเป็นที่มาของการเติบโตในอนาคต หรือแม้แต่การออกกำลังกายหลายคนก็ใช้คอนเซ็ปต์ "No Pain No Gain" เช่นกัน โดยหมายถึง ยิ่งออกหนัก ใช้แรงมาก ยิ่งเจ็บยิ่งดี เพราะกล้ามเนื้อกำลังทำงาน และจะไปถึงเป้าหมายการมีกล้ามโต ๆ ได้เร็วขึ้น วันนี้ Hack for Health พาทุกคนมาหาคำตอบเรื่องนี้กัน ไม่ต้อง Pain ก็ Gain ได้! สำหรับคนที่ออกกำลังกาย โดยเฉพาะการเวทเทรนนิ่ง มักจะใช้คอนเซ็ปต์นี้เพื่อให้กำลังใจตนเอง และมีแรงฮึดสู้กับน้ำหนักของการออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้นจนเข้าขั้นทรมานและเจ็บปวดกล้ามเนื้อ เพราะเข้าใจว่าหากร่างกายเราไม่รู้สึกเจ็บปวด หรือทรมาน แปลว่าการออกกำลังกายที่ทำอยู่นี้ไม่ได้ผล แต่ในความเป็นจริงแล้วการที่ร่างกายของเรารู้สึกเจ็บนั่นหมายความว่าตอนนี้เนื้อเยื่อของเรากำลังบาดเจ็บอยู่ และหากเรายิ่งฝืนออกกำลังกล้ามเนื้อเข้าไปอีกก็จะยิ่งทำให้บาดเจ็บหนัก หรือเกิดกล้ามเนื้อฉีกขาดได้ แม้ทุกครั้งที่บาดเจ็บเราอาจสงสัยว่าทำไมร่างกายถึงถึงพัฒนาขึ้นได้ นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายของคนเราต้องการจะปกป้องจุดที่บาดเจ็บ เลยทำให้ตนเองแข็งแรงขึ้น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีอาการบาดเจ็บแล้ว ร่างกายจะทิ้งร่องรอยการบาดเจ็บไว้หรือเป็นจุดอ่อนของเรา สามารถกลายเป็นปัญหาของร่างกายภายหลังได้ Gain by No…
10/03/2023

ปวดหัวไมเกรนไม่ใช่เรื่องตลก! ทำอย่างไรให้ห่างไกลไมเกรน

สำหรับคนที่มีอาการปวดหัวไมเกรนอยู่บ่อย ๆ คงทราบดีว่าอาการปวดหัวไมเกรนนั้นไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย หลายคนอาจจะปวดหัวจนไม่สามารถลุกจากที่นอนได้ ไม่สามารถมองแสงจ้าได้ หรือมีอาการอยากอาเจียนร่วมด้วย ทั้งหมดเป็นผลข้างเคียงจากการปวดหัวไมเกรน วันนี้ Hack for Health จะพาทุกคนมาหาสาเหตุหลักที่ทำให้อาการปวดหัวไมเกรนของคุณกำเริบ พร้อมทั้งหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดนี้ ไมเกรนเกิดขึ้นได้กับทุกคน อาการปวดหัวไมเกรนสามารถพบได้กับทุกวัย รวมถึงเด็กด้วยเช่นกัน และพบว่าส่วนใหญ่แล้วมักเกิดกับผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-44 ปี และประมาณ 3 ใน 4 ของคนที่เป็นโรคไมเกรนคือเพศหญิงเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ หากคนในครอบครัวคุณมีประวัติเป็นโรคไมเกรน คุณก็อาจมีแนวโน้มที่จะเกิดโรคได้ด้วยเช่นกัน สาเหตุที่กระตุ้นอาการปวดไมเกรน อาการปวดไมเกรนสามารถเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุแล้วแต่ตัวบุคคล ทั้งนี้ คุณควรหมั่นสังเกตตนเอง และจดบันทึกไว้เพื่อทราบว่าสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้อาการปวดของคุณกำเริบคืออะไร เพื่อหาวิธีป้องกันต่อไป โดยปัจจัยที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรน มีดังนี้ หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นไมเกรน หากคุณรู้สาเหตุแล้วว่าอะไรที่เป็นส่วนสนับสนุนให้คุณรู้สึกปวดไมเกรน คุณก็จะสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยนั้น ๆ ได้ โดยสิ่งที่เราแนะนำให้คุณลองปรับเปลี่ยนเพื่อให้ห่างไกลอาการปวดไมเกรน มีดังนี้ อาหารที่คนปวดไมเกรนควรเลี่ยง นอกจากสาเหตุของการปวดไมเกรนที่เรายกมาข้างต้นแล้ว ยังพบว่าอาหารบางประเภทก็อาจส่งผลต่อการปวดไมเกรนในบางคนได้เช่นกัน ดังนี้ อาหารและเครื่องดื่มที่ป้องกันไมเกรน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการกินยาจะช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้ แต่การรู้ปัจจัยเสี่ยงและหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดอาการเหล่านั้นย่อมเป็นการรักษาที่ยั่งยืนที่สุด และคุณควรหมั่นสังเกตตนเองเพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรึกษากับแพทย์ที่ทำการรักษา…
08/03/2023

พูดมากเกินไป อาจทำให้สำลักน้ำลายได้!

เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีประสบการณ์ ‘สำลักน้ำลาย’ ซึ่งก็สร้างผลกระทบด้านอื่น ๆ ต่อร่างกายของคุณตามมา ไม่ว่าจะเป็นหายใจไม่ออก พูดคุยลำบาก หรือเกิดอาการไอที่รุนแรง แม้ว่าการสำลักน้ำลายจะเกิดขึ้นกับทุกคนเป็นครั้งคราว แต่การสำลักน้ำลายบ่อย ๆ อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพได้ น้ำลาย เป็นของเหลวที่ต่อมน้ำลายผลิตออกมาเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยล้างแบคทีเรียหรืออาหารออกจากปาก โดยปกติแล้วร่างกายของคนเราจะผลิตน้ำลายประมาณ 1-2 ลิตรต่อวัน และเราก็มักจะกลืนน้ำลายในระหว่างวันโดยที่ไม่ได้สังเกตอะไร และบางครั้งน้ำลายอาจไหลลงคอได้ไม่สะดวกก่อให้เกิดการสำลักได้ สาเหตุของการสำลักน้ำลาย การสำลักน้ำลายอาจเกิดขึ้นได้หากกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการกลืนอ่อนแรง หรือหยุดทำงานเนื่องจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ และอาจเกิดจากการที่คุณดื่มหรือสำลักอาหารที่รับประทานเข้าไป  ซึ่งแม้การสำลักน้ำลายในบางครั้งอาจไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลมากนัก แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อย ๆ การรู้สาเหตุและป้องกันไม่ให้เกิดการสำลักน้ำลายก็เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามเช่นกัน โดยสาเหตุของการสำลักน้ำลายมีดังนี้ กรดไหลย้อน คือ การที่กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหารและปาก เมื่อน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลขึ้นสู่ปาก การผลิตน้ำลายอาจเพิ่มขึ้นเพื่อชะล้างกรด โดยอาการของกรดไหลย้อนสามารถทำให้เยื่อบุหลอดอาหารระคายเคืองได้ และอาจทำให้กลืนน้ำลายลำบากเกิดการสำลักในที่สุด เกิดจากความผิดปกติที่น้ำลายจะสะสมในช่องปากขณะนอนหลับแล้วไหลเข้าสู่ปอด นำไปสู่การสำลักได้ โดยการสำลักน้ำลายจะทำให้คุณไอจนตื่นขึ้น และหายใจไม่ออกตามมา ขณะเดียวกันมีการศึกษาบางชิ้นที่ระบุว่าการสำลักน้ำลายอาจมีความเชื่อมโยงกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น คือ ภาวะที่ร่างกายหยุดหายใจขณะหลับเนื่องจากทางเดินหายใจแคบหรือปิดกั้นเกินไปนั่นเอง รอยโรค เนื้องอกที่ไม่ร้ายแรง และก้อนมะเร็งในลำคอ อาจทำให้หลอดอาหารแคบลงและทำให้กลืนน้ำลายได้ยาก ทำให้เกิดการสำลักได้เช่นกัน ต่อมน้ำลายของคนเราจะผลิตน้ำลายมากขึ้นเมื่อเส้นประสาทในปากตรวจพบสิ่งแปลกปลอม เช่น อาหาร หากคุณใส่ฟันปลอมสมองของคุณอาจเข้าใจผิดว่าฟันปลอมเป็นอาหาร และเพิ่มการผลิตน้ำลาย พอน้ำลายในช่องปากมากเกินไปก็อาจทำให้สำลักเป็นครั้งคราวได้…
Portrait of shocked speechless concerned old man punching forehead with palm with troubled look open mouth and looking at camera troubled having terrible problem posing disturbed over grey wall.
08/03/2023

‘กลิ่นคนแก่’ คืออะไร ? ทำไมผู้สูงอายุถึงมีกลิ่นตัวที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ใครที่อาศัยอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ หากคุณสังเกตจะรู้สึกได้ว่าผู้สูงอายุในบ้านมีกลิ่นตัวที่เปลี่ยนไปจากเดิม หรือมีกลิ่นที่แตกต่างจากคนในบ้านที่ยังอยู่ในวัยกลางคน หรือวัยหนุ่มสาว เราเรียกสิ่งนี้ว่า ‘กลิ่นคนแก่’ และเมื่อพูดถึงเรื่อง ‘กลิ่น’ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการดูแลความสะอาดของร่างกายหรือไม่ ? Hack for Health จะพาทุกคนมาหาคำตอบ เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องความสะอาดเสมอไป กลิ่นตัวเปลี่ยนแปลงไปตามวัย กลิ่นตัวของคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอด ซึ่งนอกจากแต่ละคนจะมีกลิ่นตัวไม่เหมือนกันแล้ว กลิ่นตัวของตัวคุณเองยังเปลี่ยนไปตามอายุของคุณอีกด้วย หากลองนึกภาพถึงเด็กทารกก็มักจะเป็นภาพจำถึงกลิ่นที่มีความหอม สดชื่น น่ากอดน่าหอมตลอดเวลา แต่พอมาช่วงวัยรุ่นกลิ่นตัวของแต่ละคนก็จะเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม ยิ่งพอเข้าสู่ช่วงวัยผู้ใหญ่คุณอาจจะต้องหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยระงับกลิ่นกาย โดยเฉพาะคนที่มีกิจกรรมที่ต้องเสียเหงื่อมาก และเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุกลิ่นของคุณก็เปลี่ยนไปอีกเช่นกัน ทำไมกลิ่นคนเราถึงเปลี่ยนตามอายุ ต้องบอกก่อนเลยว่าการเปลี่ยนแปลงของกลิ่นแต่ละช่วงอายุไม่ได้เกี่ยวข้องกับสุขอนามัยส่วนบุคคล สำหรับกรณีของกลิ่นผู้สูงอายุนั้น ผู้เชี่ยวชาญได้ศึกษาพบว่าเมื่อคนเราอายุได้ประมาณ 40 ปี ทั้งในผู้ชายและผู้หญิงผิวจะเริ่มผลิตกรดไขมันมากขึ้น เนื่องจากการป้องกันสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติเริ่มเสื่อมลง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น วัยหมดประจำเดือนก็สามารถนำไปสู่กระบวนการทางเคมีทำให้กลิ่นตัวเปลี่ยนไปได้เช่นกัน นอกจากนี้ เมื่อต่อมไขมันมาเจอกับแบคทีเรียก็จะทำให้เกิดกลิ่นตัวเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ขณะเดียวกันปัจจัยรอบด้านอื่น ๆ ก็อาจมีส่วนสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีกลิ่นตัวที่เปลี่ยนไปได้เช่นกัน เช่น การดูแลตัวเอง อาการเจ็บป่วยที่ต้องใช้ยาและร่างกายขับเหงื่อออกมา หรือแม้แต่เรื่องของอาหารการกินที่อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงตามปัญหาสุขภาพของแต่ละคน ก็มีส่วนในการทำให้กลิ่นตัวเปลี่ยนไปจากเดิมเช่นกัน วิธีกำจัดกลิ่นกาย ในปัจจุบันมีหลากหลายตัวช่วยที่ช่วยให้คุณมีกลิ่นตัวที่หอมขึ้น แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าในผู้สูงอายุเรื่องกลิ่นตัวจะไม่ได้เกี่ยวกับการดูแลตัวเองเสมอไป แต่คุณก็สามารถหาตัวช่วยที่มาจากการดูแลตัวเองเพื่อให้กลิ่นตัวคุณเป็นแบบที่คุณมั่นใจได้ ดังนี้ การเปลี่ยนแปลงของกลิ่นตัวเป็นเรื่องปกติ อย่างที่อธิบายไปตอนต้นว่าคนเรามีกลิ่นตัวแตกต่างกัน และทุกคนก็จะมีกลิ่นที่เปลี่ยนแปลงตามช่วงวัยไม่มีใครสามารถหลีกหนีความจริงข้อนี้ได้…
07/03/2023

อาบน้ำหลังออกกำลังกายทันที ส่งผลเสียต่อร่างกาย ?

สำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำคงรู้กันดีว่าความรู้สึกหลังออกกำลังกายเป็นอย่างไร คุณอาจจะรู้สึกกระหายน้ำเพราะร่างกายสูญเสียเหงื่อไปมาก อาจรู้สึกเมื่อยล้าจนต้องนั่งพักสักครู่หนึ่ง หรือบางคนอาจรู้สึกเหนอะหนะเนื้อตัวและอยากอาบน้ำในทันที แต่เดี๋ยวก่อน! หากคุณมีพฤติกรรมชอบอาบน้ำหลังออกกำลังกายทันทีขอให้เลิกทำ เพราะการรีบอาบน้ำหลังออกกำลังกายโดยเฉพาะอาบน้ำอุ่นอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้! ความเป็นจริงแล้วการอาบน้ำหลังออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะในระหว่างที่คุณออกกำลังกาย ทั้งเหงื่อและสิ่งสกปรกจะเกาะอยู่ที่ผิวหนังของคุณ การได้อาบน้ำก็จะทำให้คุณสดชื่น ชำระล้างสิ่งสกปรก เลี่ยงการอุดตันของรูขุมขน และลดโอกาสของการติดเชื้อที่ผิวหนัง แต่การอาบน้ำหลังออกกำลังกายเสร็จทันทีไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ เพราะในระหว่างที่เราออกกำลังกายเลือดจะถูกสูบฉีดจากหัวใจไปทั่วร่างกาย ทำให้ร่างกายเกิดความร้อน ดังนั้น จึงควรพักสัก 15-30 นาที เพื่อให้ร่างกายปรับอุณหภูมิเสียก่อน เพราะหากอาบน้ำทันทีหลอดเลือดชั้นผิวหนังจะหดตัวอย่างรวดเร็ว ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทันและเสี่ยงไม่สบายได้ อาบน้ำอุ่นหรืออาบน้ำเย็นดีกว่ากัน ? เชื่อว่าหลายคนคงเข้าใจว่าการอาบน้ำอุ่นจะทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย และช่วยทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกคลายตัวหลังจากที่ผ่านการออกกำลังกายอย่างหนักมาก่อนหน้านี้ แต่ความเชื่อดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผิด เพราะการอาบน้ำอุ่นนอกจากจะทำร้ายผิวของคุณ ทำให้ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้นได้ง่ายหากคุณไม่ทาครีมบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ ยังส่งผลเสียสำหรับคนที่เพิ่งออกกำลังกายมาอีกด้วย การอาบน้ำอุ่นหรือน้ำที่มีความร้อนเปรียบเหมือนกับการประคบร้อนบนกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย ซึ่งสำหรับคนที่เป็นนักกีฬาจะรู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ เพราะการอาบน้ำอุ่นจะทำให้หลอดเลือดของคุณขยายตัว แทนที่จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายแต่กลับทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกายประเภทที่ต้องใช้แรงต้านเยอะ ๆ ที่สำคัญเมื่อหลอดเลือดของคุณขยายมากเกินไปจะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ และทำให้เกิดอาการหน้ามืดเป็นลมได้ ในขณะที่การอาบน้ำเย็นอาจทำให้คุณรู้สึกสดชื่น แต่หากน้ำเย็นเกินไปก็ไม่เป็นผลดีเช่นกัน เพราะอาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ดังนั้น จึงควรอาบน้ำที่มีอุณหภูมิปกติไม่ร้อนหรือเย็นมากเกินไป ข้อควรทำหลังออกกำลังกาย หลังจากออกกำลังกายเสร็จแล้ว สิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยนั่นก็คือการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือการ Cool Down สัก 5-10 นาที เพราะจะช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจคุณ…
07/03/2023

เจาะลึก 10 เทคโนโลยีปี 2023 ที่มีความสำคัญ และกระทบชีวิตคนผ่านมุมมองของ MIT

ในทุก ๆ ปีทาง MIT หรือ Massachusetts Institute of Technology จะมีการคัดเลือก 10 หัวข้อเทคโนโลยีที่มีความสำคัญมากที่สุดในขณะนี้ที่คุณนั้นอาจจะรู้จักอยู่แล้ว แต่คนอื่นอาจจะยังไม่เคยรู้
01/03/2023

ทำไมคนถึงชอบนั่งไขว่ห้าง ? นั่งสบายแต่ส่งผลเสียกว่าที่คิด

เชื่อว่าการนั่งไขว่ห้าง เป็นท่านั่งท่าโปรดสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะอาจจะรู้สึกสบายและเป็นท่าที่ทำให้ตนเองรู้สึกมั่นใจมากขึ้น แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าการนั่งในท่าไขว่ห้างนั้นไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกายของคุณ ที่สำคัญอาจทำให้คุณมีอาการเจ็บปวดจากการนั่งท่านี้นาน ๆ อีกด้วย ทำไมคนเราถึงชอบนั่งไขว่ห้าง ? สาเหตุที่หลายคนชอบนั่งไขว่ห้างนั้นก็เป็นเพราะรู้สึกว่าเป็นท่วงท่าที่สบาย ช่วยเสริมร่างกายส่วนบนให้ยกขึ้นและเขยิบเข้าไปที่พนักพิงของเก้าอี้ได้อย่างพอดี แม้ว่าพนักพิงเก้าอี้จะช่วยประคองหลังของคุณได้ แต่กลับต้องแลกมาด้วยปัญหาสุขภาพอื่น ๆ จากการนั่งท่าไขว่ห้าง นอกจากนี้ สำหรับผู้หญิงที่สวมกระโปรงสั้นมักจะนั่งไขว่ห้างเพราะเป็นท่านั่งที่มิดชิดเสี่ยงโป๊น้อย หรือในบางคนอาจนั่งไขว่ห้างเพื่อประคับประคองน้ำหนักของขาอีกข้างที่รู้สึกปวดเมื่อยล้านั่นเอง นั่งไขว่ห้างส่งผลเสียต่อสุขภาพ ? ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านแนะนำว่า การนั่งไขว่ห้างเป็นท่านั่งที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้ 1.ทำให้เลือดไหลเวียนช้าลง อย่างที่รู้กันว่าการนั่งไขว่ห้างเป็นการนำขาอีกข้างขึ้นมาวางซ้อนทับขาด้านล่าง ทำให้ขาด้านล่างไม่ได้ขยับและถูกกดทับอย่างแรง ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดช้าลงมาก และเมื่อการไหลเวียนเลือดช้าลงก็จะทำให้การส่งต่อเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองช้าหรือไม่เพียงพอทำให้รู้สึกไม่สดชื่นตามมา ร้ายแรงไปกว่านั้นหากอยู่ในท่าไขว่ห้างนาน ๆ อาจเสี่ยงเป็นแผลกดทับได้  2.กระดูกสันหลังคดงอ การนั่งไขว่ห้างเป็นเวลานานจะทำให้ลำตัวเอียงและเสียสมดุล ร่างกายต้องถ่ายน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่ง ส่งผลให้กระดูกสันหลังส่วนเอวโค้งงอง่ายขึ้น ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปจะส่งผลให้เนื้อเยื่ออ่อนที่รองรับรอบกระดูกสันหลังไม่สมดุลและไม่มั่นคง นอกจากนี้ อาจทำให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมได้ในอนาคต 3.ส่งผลเสียต่อหญิงตั้งครรภ์ ในระหว่างตั้งครรภ์ ร่างกายต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหลายอย่าง ขณะที่มดลูกของคุณจะยืดออก จุดศูนย์ถ่วงของคุณจะเลื่อนไปข้างหน้าทำให้คุณเดิน ยืน และนั่งแตกต่างจากปกติ คุณอาจรู้สึกกล้ามเนื้อตึง ปวดหลัง และเป็นตะคริวเป็นเรื่องปกติในระหว่างตั้งครรภ์ และการนั่งไขว่ห้างแม้จะไม่ทำให้ลูกน้อยบาดเจ็บ แต่อาจทำให้ข้อเท้าบวมหรือเป็นตะคริวที่ขาได้…
01/03/2023

‘พลังแห่งการกอด’ สร้างความสุขและดีต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

คุณ ‘กอด’ ใครสักคนครั้งล่าสุดเมื่อไหร่กัน ? เรามามักจะกอดหรือถูกกอดก็ต่อเมื่อ มีเรื่องให้แสดงความดีใจ ชื่นชม แสดงความคิดถึง แสดงความรัก หรือแสดงการปลอบประโลม หากคุณเป็นคนที่โดนกอดไม่ว่าจะจากพ่อแม่ เพื่อน หรือคนรัก คุณจะรู้สึกได้ว่าตนเองมีความสุขขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ ที่สำคัญบางคนยังรู้สึกชื่นชอบการกอดและการโดนกอด นั่นเป็นเพราะว่าจริง ๆ แล้วการกอดส่งผลต่อความรู้สึก สมอง หัวใจ และสุขภาพที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน พลังแห่งการกอด ที่เรียกว่า ‘พลังแห่งการกอด’ นั่นเป็นเพราะว่าการกอดเพียงหนึ่งครั้งทำให้คุณรู้สึกดี มีความสุขได้อย่างง่ายดาย นั่นเป็นเพราะฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) หรือที่เรียกว่า “ฮอร์โมนแห่งความรัก” ฮอร์โมนนี้มีบทบาทสำคัญในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการคลอดบุตร หลังคลอด การให้นมบุตร และความผูกพันของแม่และเด็ก นอกจากนี้ ฮอร์โมนออกโทซิน ยังส่งผลต่อความผูกพัน ความไว้วางใจ และความผูกพันในรูปแบบอื่น ๆ ทั้งแบบคนรัก และแบบครอบครัว เป็นต้น และการกอดจะทำให้หลั่งฮอร์โมนนี้ออกมากระตุ้นความสุขในสมองของคุณ ข้อดีของการกอด 1.ลดความเครียด อย่างที่บอกว่าการกอดสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายสถานการณ์ นั่นหมายรวมถึงสถานการณ์ที่ใครสักคนกำลังเกิดความเครียด ความกังวลใจ การกอดจะช่วยลดความเครียดให้กับบุคคลเหล่านั้นได้  2.ช่วยลดอาการเจ็บป่วย มีการศึกษาในผู้คน 400 คน…
28/02/2023

สารพัดประโยชน์จาก ‘ถั่ว’ กินเพลินแถมสุขภาพดี!

‘ถั่ว’ เป็นอาหารคุ้นเคยสำหรับทุกคน เพราะไม่เพียงแต่เป็นขนมขบเคี้ยวเวลาว่างเพลิน ๆ หรือเป็นกับแกล้มเท่านั้น แต่ถั่วยังถูกนำมาใช้ประกอบอาหารจานหลักให้มีรสชาติดีและน่ารับประทานมากขึ้น แต่ทุกคนรู้กันหรือไม่ว่าถั่วไม่เพียงแต่ให้ความอร่อยเท่านั้น แต่การกินถั่วยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายมากมาย ที่สำคัญเป็นแหล่งสะสมโปรตีนชั้นดี เหมาะสำหรับคนอยากลดน้ำหนักอีกด้วย ถั่วมีหลายชนิดด้วยกัน แต่ถั่วที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ได้แก่ ถั่วลิสง อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วพิสตาชิโอ ถั่วแมคาเดเมีย วอลนัท เฮเซลนัท เป็นต้น โดยส่วนใหญ่สามารถหาซื้อมากินได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ ประโยชน์ของ ‘ถั่ว 1.มีสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ถั่วเป็นอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เช่น วิตามิน แร่ธาตุส่วนใหญ่ที่ร่างกายต้องการ และเป็นหนึ่งในแหล่งที่มาหลักของกรดไขมันโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ตั้งแต่การลดอาการไขข้ออักเสบ ไปจนถึงป้องกันโรคอัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อม 2.ช่วยลดน้ำหนัก ถั่วมีส่วนประกอบของไขมันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจจะดูแย้งกับการลดน้ำหนักที่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง แต่สำหรับไขมันในถั่วนั้นเป็นไขมันไม่อิ่มตัว จึงจะช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลได้ อีกทั้ง ไขมันในถั่วจะทำให้คุณรู้สึกอิ่มมากขึ้นหลังจากรับประทานอาหาร ช่วยให้คุณกินน้อยลง โดยมีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าถั่วอาจช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ โดยเฉพาะ อัลมอนด์ และพิสตาชิโอ นอกจากนี้ ถั่วยังเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่ดี เหมาะสำหรับผู้ที่งดเนื้อสัตว์แต่อยากเพิ่มโปรตีนให้ร่างกายตนเอง 3.ช่วยควบคุมโรคเบาหวาน มีการศึกษาที่พบว่าถั่วสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ นอกจากนี้…
24/02/2023

จะเป็นอย่างไรหากคุณกิน Junk Food ทุกวัน!

เชื่อว่าคงมีหลายคนที่ชอบกินพิซซา แฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด เฟรนฟรายส์ อาหารประเภท Junk Food ทั้งหลาย เพราะหากินได้ง่ายที่สำคัญรสชาติอร่อย ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าอาหารเหล่านี้มีประโยชน์ต่อร่างกายน้อย และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในอนาคต  การกิน Junk Food หรือ อาหารขยะ นาน ๆ ทีไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่จะเป็นอย่างไรหากคุณกินอาหารแบบนี้แทบทุกวัน! กิน Junk Food ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร 1.ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าใน Junk Food มีแคลอรีส่วนเกินค่อนข้างมาก หากกินบ่อยก็จะทำให้น้ำหนักพุ่งสูง และเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน ส่งผลให้มีปัญหาเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจ รวมถึงโรคหอบหืดตามมา เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอาจสร้างแรงกดต่อหัวใจและปอด แม้ว่าจะออกแรงเพียงเล็กน้อยก็ทำให้หายใจลำบากหรือเหนื่อยมากขึ้น  2.ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วย สมอง และไขสันหลัง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบหากคุณกิน Junk Food เป็นประจำ โดยการศึกษาในปี 2020 พบว่าในหมู่นักศึกษาการกิน Junk Food ในปริมาณมากทำให้ความจำในระยะสั้นลดลง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชิ้นอื่นในปี 2019 พบว่าการกิน Junk…
A little Asian boy has a stomachache. Holding his belly with both hands and suffering on sofa
23/02/2023

รู้จัก ‘โนโรไวรัส’ ตัวการร้ายต้นเหตุโรคท้องร่วงในเด็ก

‘โนโรไวรัส’ เป็นเชื้อไวรัสตัวการสำคัญที่มักทำให้เด็ก ๆ ท้องร่วง สำหรับใครที่ไม่เคยได้ยินชื่อไวรัสตัวนี้ วันนี้ Hack for Health จะพาทุกคนมารู้จักพร้อมกับบอกวิธีป้องกันเพื่อเป็นแนวทางในการดูแลลูกหลานของคุณ โนโรไวรัส (Norovirus) โนโรไวสัส คือไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของกระเพาะอาหารและลำไส้ การติดเชื้อโนโรไวรัสอาจทำให้อาเจียน และท้องร่วงอย่างรุนแรง อีกทั้งยังเป็นโรคติดต่อได้ง่าย โดยทั่วไปจะแพร่กระจายผ่านทางอาหาร น้ำแข็ง และน้ำดื่มที่ปนเปื้อน นอกจากนี้ โนโรไวรัสยังสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อโดยตรงอีกด้วย การติดเชื้อโนโรไวรัส เกิดขึ้นบ่อยในสภาพแวดล้อมปิดและแออัด เช่น โรงพยาบาล บ้านพักคนชรา ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก และโรงเรียน ฯลฯ อาการเมื่อติดเชื้อโนโรไวรัส สัญญาณของการติดเชื้อโนโรไวรัสอาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยมีอาการต่อไปนี้ โดยจะเริ่มออกอาการภายใน 12 - 48 ชั่วโมง หลังจากที่คุณสัมผัสกับโนโรไวรัสครั้งแรก และจะอยู่ได้ 1 - 3 วัน ขณะที่ผู้ที่ติดเชื้อโนโรไวรัสบางรายอาจไม่แสดงอาการ และแม้ไม่แสดงอาการแต่เชื้อโนโรไวรัสจะยังสามารถแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้อยู่ ดังนั้น หากคุณหรือลูกหลานของคุณมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง อุจจาระเป็นเลือด ปวดท้อง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อโนโรไวรัส อย่างที่บอกว่าโนโรไวรัสเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย และสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังเป็นเชื้อที่ตายยากเพราะทนต่ออุณหภูมิความร้อนและความเย็น…
Chubby woman touching belly at the hospital room.
22/02/2023

‘ผ่าตัดกระเพาะอาหาร’ ทางเลือกของคนอยากลดความอ้วน

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องรูปร่าง คงเคยได้ยินวิธีการลดน้ำหนักโดยการเข้ารับการผ่าตัด หรือที่เรียกกันว่า ‘ผ่าตัดลดน้ำหนัก’ (Bariatric surgery) คือ การผ่าตัดกระเพาะอาหารให้มีขนาดที่เล็กลง ซึ่งค่อนข้างใช้ได้ผลในแง่ของการลดน้ำหนัก วันนี้ Hack for Health พาทุกคนมาทำความรู้จักกับการผ่าตัดลดน้ำหนักกันให้มากขึ้น เพราะเชื่อว่าหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่มีปัญหาน้ำหนักเกินอาจสนใจวิธีนี้อยู่แน่! การผ่าตัดกระเพาะอาหาร สำหรับการผ่าตัดกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลงนั้น นิยมใช้เป็นวิธีสุดท้ายหลังจากที่คุณออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหารก็แล้วก็ไม่สามารถควบคุมน้ำหนักและการกินของตนเองได้ หรือสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพร้ายแรงซึ่งมีต้นเหตุมาจากน้ำหนักเกินก็สามารถใช้วิธีนี้ได้เช่นกัน โดยการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร จะช่วยลดการดูดซึมของกระเพาะอาหาร ลดความอยากอาหารได้ เนื่องจากในกระเพาะอาหารจะมีฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความอยากอาหาร เมื่อเราตัดกระเพาะให้มีขนาดเล็กลง ฮอร์โมนชนิดนั้นก็จะถูกกำจัดออกไปด้วยบางส่วน ทำให้อยากอาหารน้อยลง ที่สำคัญไม่รู้สึกทรมานกับการที่ร่างกายบริโภคอาหารน้อยลง โรคที่มีปัจจัยมาจากน้ำหนักเกิน การผ่าตัดกระเพาะอาหาร นอกจากจะทำให้คุณกินอาหารได้น้อยลง น้ำหนักลดลง และยังลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่น ๆ ที่มีปัจจัยมาจากน้ำหนักที่เกินเกณฑ์ของคุณ ดังนี้ ผ่าตัดกระเพาะอาหารเหมาะกับใคร โดยปกติแล้ววิธีลดความอ้วนที่ทุกคนทำกันนั่นก็คือ ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ แต่หากคุณอยากใช้วิธีผ่าตัดกระเพาะอาหารในการลดความอ้วน ลองเช็กดูว่าคุณมีคุณลักษณะต่อไปนี้หรือไม่ ความเสี่ยงในการผ่าตัดกระเพาะอาหาร แม้ว่าการผ่าตัดกระเพาะอาหารจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมการกินของตนเองได้ดีขึ้น แต่ก็อาจจะเสี่ยงต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้ ดังนี้ การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัด หากคุณได้ปรึกษากับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญแล้ว พวกเขาก็อาจให้คุณทดสอบในห้องปฏิบัติการและการทดสอบต่าง ๆ…
Casual man and woman talking happily while drink coffee and looking mobile phone - happy time lifestyle in coffee shop
22/02/2023

ดื่มกาแฟก็มีข้อดี! ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้าย

กาแฟ เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มยอดฮิตของวัยทำงาน ทุกเช้าจะต้องดื่มก่อน 1 แก้ว จึงจะออกไปทำงานอย่างสดใสได้ ว่ากันว่าการได้ดื่มกาแฟที่ดี มีกลิ่นหอม รสชาติถูกใจในยามเช้าเป็นเหมือนการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ และจะทำให้คุณมีพลังไปตลอดทั้งวัน  ปัจจุบันกาแฟมีหลากหลายชนิดให้เลือกสรรแล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละคน แต่รู้หรือไม่ว่าการดื่ม ‘กาแฟดำ’ ที่ไม่มีส่วนผสมของนมหรือน้ำตาลเพิ่มเติม นอกจากจะช่วยให้คุณรู้สึกมีพลังงานในการใช้ชีวิต หรือช่วยทำให้หายง่วงระหว่างวันได้แล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณอีกด้วย  ข้อดีของการดื่มกาแฟ 1.เพิ่มระดับพลังงาน อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่ากาแฟมีคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางที่ขึ้นชื่อเรื่องความสามารถในการต่อสู้กับความเหนื่อยล้าและเพิ่มระดับพลังงาน กระตุ้นการทำงานของสมองทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนถึงดื่มกาแฟแล้วรู้สึกตื่นตัวและไม่ง่วงนั่นเอง 2.ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภท 2 การศึกษาหลายชิ้นพบว่าการดื่มกาแฟในทุกวันจะทำให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ลดลงได้ 6% คาดว่าเป็นเพราะกาแฟมีฤทธิ์ในการรักษาการทำงานของเบตาเซลล์ในตับอ่อน ซึ่งมีหน้าที่ผลิตอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด   นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและอาจส่งผลต่อความไวของอินซูลิน การอักเสบ และการเผาผลาญอาหาร ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับสาเหตุของโรคเบาหวานประเภท 2  3.ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางสมอง มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพาร์กินสันได้น้อย ยิ่งไปกว่านั้นการดื่มกาแฟยังช่วยชะลอการลุกลามของโรคพาร์กินสันเมื่อเวลาผ่านไปอีกด้วย  นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่บอกว่า ยิ่งคนดื่มกาแฟมากเท่าไหร่ความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น  4.ช่วยควบคุมน้ำหนัก จากงานวิจัยพบว่ากาแฟสามารถเปลี่ยนแปลงการสะสมไขมันและบำรุงสุขภาพของลำไส้ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำหนัก โดยมีการศึกษาหลายชิ้นสรุปไว้ว่าการบริโภคกาแฟที่สูงอาจสัมพันธ์กับไขมันในร่างกายที่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ชาย  นอกจากนี้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟ 1-2 แก้วต่อวัน มีแนวโน้มที่จะมีระดับการออกกำลังกายสูงเมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่ม 1…
Image of cigarette is in the hand of man in the park.
21/02/2023

ไม่ได้สูบก็เสี่ยง! ควันบุหรี่มือสอง อันตรายกว่าที่คิด

ทุกคนทราบดีว่าการสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อร่างกาย และเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็งปอด ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตในประเทศไทย รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่น ๆ มากมาย แม้คุณจะไม่ได้เป็นคนที่สูบบุหรี่ก็อย่าเพิ่งวางใจไป เพราะหากคนรอบข้างคุณเป็นคนที่ชอบสูบบุหรี่ ที่สำคัญคุณมักจะได้กลิ่นควันบุหรี่จากคนรอบข้างเสมอ เท่ากับว่าคุณได้รับ ‘ควันบุหรี่มือสอง’ และได้รับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ต่างจากคนที่สูบบุหรี่! ควันบุหรี่มือสองคืออะไร ควันบุหรี่มือสอง คือ ควันที่ผู้สูบพ่นออกมาและลอยอยู่ในอากาศ รวมถึงควันจากปลายบุหรี่มวนซึ่งเป็นควันที่เกิดจากการเผาไหม้โดยตรงไม่ได้ผ่านสารตัวกรองใด ๆ ดังนั้นจึงมีสารพิษอยู่มาก โดยในควันบุหรี่มีสารพิษกว่า 7,000 ชนิด และเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งมากกว่า 70 ชนิด ผู้ที่สูดดมควันบุหรี่มือสองเข้าไปย่อมมีความเสี่ยงไม่ต่างจากคนที่สูบบุหรี่โดยตรง ควันบุหรี่มือสองทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับคนที่ได้รับควันบุหรี่มือสองจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 20 − 30 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ การได้รับควันบุหรี่มือสองยังส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ เลือด และระบบไหลเวียนเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจอีกด้วย แม้แต่การสูดดมควันบุหรี่มือสองเพียงชั่วครู่ก็สามารถทำลายเยื่อบุหลอดเลือดและทำให้เกล็ดเลือดเหนียวขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้หัวใจวายได้ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้วจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบที่เป็นอันตรายจากการหายใจเอาควันบุหรี่มือสองเข้าไป และควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ควันบุหรี่มือสองทำให้เกิดโรคมะเร็งปอด ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่และได้รับควันบุหรี่มือสองจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดได้ถึง 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ และยังพบว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดมากกว่า 7,300 รายต่อปี ในกลุ่มคนในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง…
21/02/2023

คิดว่าตัวเองไม่หล่อ-ไม่สวย คุณอาจเป็น ‘โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง’

เคยไหม ? รู้สึกว่าตัวเองไม่หล่อ ไม่สวย ต้องคอยแต่งหน้าเข้ม ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง หรือบางคนถึงกับศัลยกรรมความงามให้เป็นในแบบที่ตนเองชื่นชอบ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดหากคุณทำแล้วเกิดความมั่นใจขึ้น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังคงไม่ชอบหน้าตาตนเองอยู่ คิดซ้ำไปซ้ำมาจนเข้าข่ายหมกมุ่น คุณอาจกำลังเป็น ‘โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง’ โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง (Body Dysmorphic Disorder) เป็นโรคที่จัดอยู่ในภาวะสุขภาพจิตที่คุณรู้สึกว่ารูปร่าง หน้าตา ของตนเองมีความผิดปกติ และไม่สามารถหยุดนึกถึงข้อบกพร่องนั้น ๆ ได้ โดยจุดบกพร่องนี้อาจจะเกิดขึ้นบนหน้าตาของคุณแม้จะเป็นสิ่งที่คนรอบข้างไม่ได้สังเกตเห็น แต่สำหรับคุณแล้วมันคือเรื่องใหญ่ และน่าอับอาย สร้างความไม่มั่นใจให้กับคุณ เช่น ไม่ชอบตาชั้นเดียวของตนเอง ไม่ชอบคิ้วที่แหว่งเล็กน้อย ไม่ชอบริมฝีปากที่รู้สึกว่าใหญ่หรือบางเกินไป ฯลฯ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้อาจทำให้คุณต้องส่องกระจกซ้ำไปมาวันละหลาย ๆ รอบ หรือกลับกันอาจทำให้คุณไม่กล้าส่องกระจกเพราะไม่ชอบหน้าตาของตนเองจนกระทบต่อการใช้ชีวิต แม้คุณจะพยายามหาหนทางในการกลบข้อบกพร่องของตนเองด้วยการแต่งหน้า แต่ความสบายใจนี้ก็เป็นเพียงชั่วขณะเท่านั้น ไม่นานคุณก็จะรู้สึกกังวลและเริ่มส่องกระจกเช็กหน้าตาของตนเองอีกครั้ง อาการของโรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง สำหรับบางคนที่ไม่ได้ชอบหน้าตาของตนเอง และก็หาวิธีแก้ไขโดยการแต่งหน้าหรือเข้าคลินิกเสริมความงาม อาจกำลังสงสัยอยู่ว่าอาการหรือความกังวลใจที่ตนเองเป็นอยู่เข้าข่าย ‘โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาของตนเอง’ หรือไม่ มาดูลองเช็กสัญญาณของโรคนี้กัน หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ และคิดกังวลเป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน คุณอาจเข้าข่ายเป็นโรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง ซึ่งโรคนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อจิตใจคุณเท่านั้น แต่อาจสร้างปัญหาอื่น ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น ด้านการเรียน…

PR Partners

See All
Read More

ททท. จับมือ Reignwood ดึงแข้งระดับโลกมาดวลกอล์ฟ ใน Reignwood Icons of Football 2026

ใครจะไปคิดว่าเราจะได้เห็นภาพนี้ในไทย ! สำหรับการแข่งขันกอล์ฟครั้งประวัติศาสตร์ที่รวมตำนานนักเตะระดับโลกมาดวลกอล์ฟกัน ณ สนาม Robinswood Golf Club เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับ รายการ Reignwood Icons of Football 2026 ปรากฏการณ์นี้เป็นผลงานจากความร่วมมือกันระหว่างทาง เรนวูด กรุ๊ป ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น World Class Event & Sport Tourism Destination โดยการแข่งขันครั้งนี้เป็นแบบแมตช์เพลย์
29/01/2026

ไฮเออร์ (Haier) พลิกโฉมเซ็นทรัลเวิลด์ ส่ง “เครื่องซักผ้า 3 ถัง” ระดับ Champion ลงสนามปี 69

เมื่อยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของโลกอย่าง ไฮเออร์ (Haier) ที่ครองแชมป์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่อเนื่อง 17 ปีซ้อน ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่กำลังจะเปลี่ยน "งานบ้าน" ให้เป็น "ไลฟ์สไตล์ระดับแชมป์" ทางไฮเออร์ตั้งเป้าสู่การเป็น Global Lifestyle Brand อย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ เริ่มต้นปีด้วยการเล่นใหญ่ผ่านแฟลกชิปอีเวนต์ ‘Champion Your Haier Life ไฮเออร์ เปิดโหมดแชมป์ให้กับชีวิต’ ป็อปอัพสโตร์ระดับโลกมาแลนดิ้งใจกลางกรุงเทพฯ ณ ลานด้านหน้า CentralwOlrd เป็นครั้งแรก ในงานนี้ ไฮเออร์ได้ชูโรงผลิตภัณฑ์กลุ่ม Champion-Grade โดยเฉพาะนวัตกรรมเครื่องซักผ้าที่จะมาเปลี่ยนการซักผ้าแบบเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่าง Triple-Drum รวบตึงการซัก 3 ถังในรอบเดียว ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบด้วยเครื่องซักผ้าที่สามารถซักผ้าหลากหลายรูปแบบพร้อมกันได้ในเครื่องเดียว ไม่ต้องรอคิวซักทีละถัง L+ Series จบ ครบ ทั้งซักและอบ ถังซักขนาดใหญ่ถึง 607 มิลลิเมตร โปรแกรมซักอัตโนมัติ 20 รูปแบบ และโหมดขจัดคราบเฉพาะทางมากถึง 26…
29/01/2026

อว. จับมือ NetDragon – EDA ปั้น “สะพานอัจฉริยะ” พลิกโฉมเด็กไทยสู่ยอดฝีมือ AI แห่งยุคดิจิทัล

ทิศทางของ 'เด็กไทย' ผู้เป็นอนาคตของชาติในยุค AI จะเป็นแบบไหน ผู้ใหญ่ในประเทศก็มีส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนและปูทางให้กับพวกเขา ล่าสุด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง NetDragon และ บริษัท EDA (Thailand) ในการขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านนวัตกรรม AI ภายใต้แนวคิดการสร้างระบบนิเวศ Learning-to-Career เพื่อผลักดันให้นักศึกษาไทยก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการเรียนรู้ สู่การเป็นบุคลากรคุณภาพที่ตลาดแรงงานทั่วโลกต้องการในยุค AI ไม่ว่าจะเป็น ภายในงาน ดร. พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการ รมว.อว. ได้ชี้ให้เห็นว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ทักษะการทำงานจะเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล กระทรวงฯ จึงเร่งเดินหน้าแผน Re-skill และ Up-skill เพื่อลดช่องว่างทางทักษะและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของคนไทย ด้าน ดร. พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ระบุว่าปัจจุบันได้นำร่องหลักสูตร AI ในมหาวิทยาลัยแล้ว 6 แห่ง และเตรียมขยายผลไปยังสถาบันกว่า 250…
17/01/2026

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True IDC สู่ Data Center ระดับสากล โครงสร้างเหล่านี้ถูกวางให้เป็นฐานรองรับ Big Data, Cloud และ AI ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ เทคโนโลยีในมุมของคุณศุภชัย ต้อง “สร้างโอกาส” ไม่ใช่แค่สร้างมูลค่า  อีกหนึ่งมิติที่สะท้อนวิธีคิดของคุณศุภชัย คือการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ความสำเร็จของ TrueMoney ซึ่งเป็น Wallet รายแรกของไทย และ…