Tags
| Health
15/09/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1046 days ago
สำรวจตัวเอง เรากำลังหมดไฟหรือขี้เกียจกันแน่!
ในโลกที่กำลังเดินหน้าไปสู่อนาคตอย่างรวดเร็ว ความกดดันจากการทำงาน อาจส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจและร่างกายของคุณเป็นอย่างมาก ซึ่งขณะนี้หลาย ๆ คนอาจกำลังอยู่ในห้วงของความสับสน นี่ฉันกำลัง “ขี้เกียจ” หรือ “กำลังหมดไฟในการทำงานกันแน่” เพราะถึงแม้ว่า 2 อารมณ์นี้อาจดูคล้ายกันในตอนแรก แต่สิ่งสำคัญคือ คุณต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง 2 ขั้วอารมณ์นี้ เพื่อที่จะได้มีความเข้าใจในตนเอง และหาวิธีจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะ Burn Out และความเกียจคร้าน ภาวะ Burn Out คือสภาวะความอ่อนล้าทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการสะสมความเครียดในระดับสูงเป็นเวลานาน ภาวะนี้จะเกิดขึ้นเมื่อจิตใจของคุณแบกรับความเครียดที่มาจากการทำงานเป็นเวลานาน จนยากที่จะรับมือ และในทางกลับกันความหมายของความเกียจคร้าน คือ ความตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงในการทำงานหนัก หรือไม่อยากทำงาน ทำไปแบบส่ง ๆ ให้จบ ๆ ไป โดยมีลักษณะเด่นคือขาดแรงจูงใจ ขาดความสนใจ และไม่อยากมีส่วนร่วมในการทำงาน ภาวะ Burn Out และความเกียจคร้าน คุณกำลังอยู่ในห้วงอารมณ์ไหน? มาสำรวจกันดีกว่าว่าระหว่าง ภาวะ Burn Out (ทำงานมากไปจนหมดใจ) และความเกียจคร้าน…28/08/2023
เรื่องจริงหรือคิดไปเอง ? กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน
เคยไหม ? หลังอาหารมักจะง่วงนอน โดยเฉพาะคนที่กิน ‘ข้าวเหนียว’ มื้อไหนกินข้าวเหนียว ส้มตำ ตกบ่ายมานั่งหาวตาจะปิดให้ได้ หรือแม้กระทั่งขนมหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วงก็เช่นกัน หลายคนที่กินข้าวเหนียวเลยพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน’ แต่เรื่องนี้จริงหรือไม่มาหาคำตอบกัน! กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน ? ก่อนอื่นต้องตอบคำถามนี้เลยว่า การกินข้าวเหนียวเสร็จแล้วหลังจากนั้นรู้สึกง่วงนอน คือ เรื่องจริง! คุณไม่ได้คิดไปเองแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกแบบนี้ สาเหตุที่ทำให้บางคนหรือคนหมู่มากรู้สึกง่วงนอนหลังจากกินข้าวเหนียว ไม่ว่าจะกินกับอาหารคาว หรือกินเป็นของหวาน นั่นเป็นเพราะว่าข้าวเหนียวช่วยกระตุ้นการทำงานบางอย่างของร่างกายนั่นเอง สิ่งหนึ่งที่หลายคนรู้กันอยู่แล้ว ก็คือ คาร์โบไฮเดรต หรือแป้งที่เรารับประทานกันทุก ๆ วัน เมื่อย่อยสลายแล้วจะกลายเป็นน้ำตาล ซึ่งเรื่องนี้มีความเกี่ยวโยงโดยตรงกับความรู้สึกง่วงนอนหลังจากกินข้าวเหนียว โดยในข้าวเหนียวจะมีอะมิโลส (Amylose) และอะมิโลเพคติน ซึ่งมีความสามารถในการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็ก หรือกลูโคส ได้เร็วกว่าข้าวหรือข้าวประเภทอื่น ๆ ทำให้ปริมาณน้ำตาลในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงสั้น ๆ ดังนั้นเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และสมดุล ตับอ่อนในร่างกายก็จะต้องรีบหลั่งอินซูลิน (Insulin) ออกไปควบคุมการเผาผลาญ และให้ร่างกายดูดซึมใช้เป็นพลังงานได้ ในกระบวนการหลั่งอินซูลิน จะทำให้กรดอะมิโนหลายชนิดถูกดูดซึม เช่น วาลีน ลิวซีน และไอโซลิวซีน แต่จะมีกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ทริปโตเฟน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้นอนหลับ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1064 days ago
Read More28/08/2023
พฤติกรรม Binge-Watching ติดซีรีส์จนหยุดดูไม่ได้ ทำลายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว
ยุคสมัยนี้เวลาอยากดูภาพยนตร์หรือซีรีส์สักเรื่องไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และพฤติกรรมการรับชมแบบ Binge-Watching ซึ่งเป็นการเหมารวดดูซีรีส์เรื่องหนึ่งหลายตอนในคราวเดียวก็กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยคุณสามารถดูซีรีส์เรื่องโปรดได้ง่าย ๆ ไม่จำเป็นต้องดูผ่านหน้าจอโทรทัศน์เสมอไป ไม่ว่าจะเป็น ดูผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แล็ปท็อป เพิ่มความสะดวกและง่ายต่อการดูเมื่อไหร่ที่ไหนก็ได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายท่านได้ออกมาเตือนถึงพฤติกรรมการดูซีรีส์จนหยุดดูไม่ได้ เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวกำลังเข้ามาแทนที่เวลาที่คุณอาจเคยออกกำลังกาย เข้าสังคม ที่สำคัญเวลานอนหลับ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อสภาวะสุขภาพที่ร้ายแรงหลายประการ รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคซึมเศร้า และปัญหาการนอนหลับ ยิ่งถ้าบางคนต้องมีขนบขบเคี้ยว เครื่องดื่มแคลอรีสูง หรือแอลกอฮอล์ คอยดื่มกินระหว่างดูซีรีส์ด้วยแล้ว บอกเลยว่ายิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพมากขึ้น Binge-Watching ติดซีรีส์จนหยุดดูไม่ได้ สัมพันธ์กับสุขภาพ ? นักวิจัยได้ส่งแบบสำรวจไปยังผู้ใหญ่ 926 คน ที่มีโทรทัศน์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อยหนึ่งเครื่องที่สามารถใช้ชมภาพยนตร์หรือซีรีส์ได้ โดยนักวิจัยต้องการทราบว่าบุคคลเหล่านี้ใช้เวลากับอุปกรณ์ของตัวเองนานเท่าไหร่ อาหารการกินเป็นอย่างไร นอนหลับนานแค่ไหน คุณภาพการนอนหลับดีหรือไม่ และความเครียดที่เกิดขึ้นในแต่ละวันมากน้อยเพียงใด การออกกำลังกาย และนิสัยการดื่มสุราเพิ่มขึ้นอย่างไรบ้าง สิ่งที่นักวิจัยพบคือบุคลคลเหล่านั้นใช้เวลาอยู่กับหน้าจอที่หนักที่สุดโดยเฉลี่ยประมาณ 17.5 ชั่วโมงต่อวันในทุกอุปกรณ์ ผู้ใช้เหล่านี้ยังรายงานการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ย่ำแย่ลง เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใช้หน้าจอระดับปานกลาง นักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตอีกว่านิสัยที่ผู้คนส่วนใหญ่มักเป็นตอนใช้เวลาอยู่กับหน้าจออย่างหนัก คือ รูปแบบการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น การบริโภคอาหารจานด่วนบ่อย ๆ และการรับประทานอาหารกับครอบครัวหน้าโทรทัศน์ ที่สำคัญการใช้เวลาอยู่หน้าจออย่างหนักยังสัมพันธ์กับความเครียดอีกด้วย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1064 days ago
Read More25/08/2023
คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชฯ – แคริว่า ชูนวัตกรรม AI เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจรักษาที่แม่นยำขึ้น
(25 ส.ค. 65) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับบริษัท แคริว่า (CARIVA) ประเทศไทย จำกัด ภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส หรือ เออาร์วี (ARV) มุ่งยกระดับวงการแพทย์ไทยผ่านการนำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผสมผสานเข้ากับองค์ความรู้เฉพาะทาง 4 โครงการ ได้แก่ โครงการ SiCAR Ai Lab : แพลตฟอร์มทดสอบ และพัฒนาเเบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ทางด้านการแพทย์, โครงการพัฒนา AI อ่านและวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์, โครงการพัฒนาบริการการตรวจยีนส์ เพื่อประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคในอนาคต และโครงการแหล่งพัฒนาสตาร์ทอัพ เพื่อต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์สู่ธุรกิจจริงกับศูนย์ VDC โดยทั้ง 4 โครงการนี้ถือเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้บริการด้านสุขภาพในทุกมิติ รวมถึงช่วยยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้อุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยมีความทันสมัย มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางบริการการแพทย์ของโลก ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมไทย ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การขยายตัวของชุมชนเมือง รวมถึงกระแสการดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1067 days ago
Read More09/05/2023
ชอบกัดเล็บตัวเอง เป็นอาการทางจิตหรือไม่ ?
เด็กหลายคน รวมถึงผู้ใหญ่บางคนมีนิสัยชอบกัดเล็บตนเอง จนบางครั้งเล็บสั้นกุดทำให้ติดเชื้อ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงติดนิสัยนี้ไม่หายสักที เคยสงสัยหรือไม่ว่าพฤติกรรมที่ชอบกัดเล็บมีสาเหตุมาจากอะไร เพราะแม้ว่าพฤติกรรมนี้จะไม่ได้เป็นพฤติกรรมที่ทำลายสุขภาพในระยะยาวก็จริง แต่ก็สามารถพัฒนาไปสู่ปัญหาระยะยาวที่รุนแรงได้เช่นกัน การกัดเล็บมักเริ่มขึ้นในวัยเด็ก เป็นเรื่องปกติที่เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบจะกัดเล็บอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันอาจติดเป็นนิสัยไปจนถึงวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ได้เช่นกัน สาเหตุของพฤติกรรมชอบกัดเล็บ สาเหตุของพฤติกรรมที่ชอบกัดเล็บนั้นอาจมาจากพันธุกรรม แต่ขณะเดียวกันการกัดเล็บก็มักเกี่ยวกับความวิตักกังวล เพราะการกัดหรือเคี้ยวเล็บตนเองจะช่วยบรรเทาความตึงเครียดและความเบื่อหน่ายลงได้ คนที่กัดเล็บจนเป็นนิสัยมักจะบอกว่าพวกเขาทำเช่นนั้นเมื่อรู้สึกกระวนกระวายใจ เบื่อ เหงา หรือแม้แต่เวลาที่หิว นอกจากนี้ การกัดเล็บยังเป็นนิสัยที่ติดมาจากการชอบดูดนิ้วหัวแม่มือในวัยเด็ก รวมถึงสามารถเชื่อมโยงไปถึงโรคสมาธิสั้น และปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ ได้อีกด้วย ความรู้สึกของผู้มีพฤติกรรมชอบกัดเล็บ ผลข้างเคียงจากการกัดเล็บ การกัดเล็บถือเป็นโรคทางจิต ? ในทางการแพทย์มีการพูดถึงโรคกัดเล็บ (Onychophagia) ซึ่งเป็นคำใช้เรียกสำหรับคนที่มีพฤติกรรมชอบกัดเล็บเป็นประจำหรือเรื้อรัง โดยโรคกัดเล็บเป็นหนึ่งในพฤติกรรม Body-Focused Repetitive Behaviors (BFRBs) และอาจเกิดร่วมกับ BFRBs ประเภทอื่น ๆ เช่น พฤติกรรมชอบดึงผมตนเอง เป็นต้น นอกจากนี้ พฤติกรรมกัดเล็บยังเกี่ยวข้องกับโรคทางจิตและปัญหาทางอารมณ์ เช่น โรคสมาธิสั้น ภาวะซึมเศร้า และภาวะทางอารมณ์อื่น ๆ ด้วย ที่สำคัญยังพบว่าเด็กที่มีพฤติกรรมกัดเล็บมีความเสี่ยงของภาวะไฮเปอร์ มีปัญหาด้านอารมณ์…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1175 days ago
Read More06/05/2023
Toxic Relationship คุณกำลังตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษหรือไม่ ?
Toxic Relationship คือ ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ ทำให้คุณรู้สึกอึดอัด ไม่ได้รับการให้เกียรติ ถูกดูหมิ่น หรือถูกคุกคามทางด้านอารมณ์ จิตใจ ไปจนถึงการทำร้ายร่างกาย สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกความสัมพันธ์ ตั้งแต่ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน และความสัมพันธ์แบบคู่รัก ซึ่ง Toxic Relationship ถือว่าสร้างผลกระทบให้หลาย ๆ คนที่ติดอยู่ในวังวนนี้ และหากบุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ป่วยที่มีอาการป่วยทางจิต เช่น โรคไบโพลาร์ โรคซึมเศร้า หรือแม้แต่มีแนวโน้มซึมเศร้า คุณอาจจะมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษกับความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ คุณจึงควรต้องรู้เกี่ยวกับ Toxic Relationship รวมถึงสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์เป็นพิษ และตรวจสอบว่าคุณกำลังอยู่ในความสัมพันธ์นี้หรือไม่ สัญญาณ Toxic Relationship 1.ขาดการสนับสนุน ในความสัมพันธ์ที่ดี แน่นอนว่าคุณย่อมอยากเห็นคู่รัก เพื่อน หรือคนในครอบครัวตนเองประสบความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต แต่หากเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเริ่มรู้สึกว่าบุคคลเหล่านั้นขาดการสนับสนุนความก้าวหน้าของคุณ และรู้สึกราวกับว่าพวกเขาต้องการที่จะแข่งขันเพื่อเอาชนะคุณมากกว่า ไม่มีแม้แต่การให้กำลังใจ ไม่เคยได้รับการสนับสนุน พวกเขามักสนใจแต่ในสิ่งที่พวกเขาต้องการเท่านั้น และนานวันคุณเริ่มรู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องพบเจอคนเหล่านั้น นั่นเป็นหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าตอนนี้คุณอาจกำลังเผชิญกับความสัมพันธ์ที่เป็นพิษอยู่ 2.การสื่อสารที่เป็นพิษ แทนที่จะแสดงความเมตตาและเคารพซึ่งกันและกัน บทสนทนาส่วนใหญ่ของคุณกลับเต็มไปด้วยการเสียดสีหรือการวิจารณ์ และการดูถูก ยิ่งต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบใดก็ตาม สุดท้ายคุณอาจเริ่มเลี่ยงการพูดคุยกับพวกเขาเพื่อหลีกหนีจากการโต้เถียงกัน จนในที่สุดก็กลายเป็นความอึดอัดที่ต้องอยู่ในความสัมพันธ์นี้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1178 days ago
Read More05/05/2023
โอกาสสู่ความสำเร็จน้อยลง เพราะชอบพูดถึงตนเองในด้านลบ (Negative Self-Talk)
การคิดหรือวิจารณ์ตนเองไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะบางครั้งมันทำให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ และการกระทำของตนเอง แต่หากความคิดนั้น ๆ ส่งผลด้านลบต่อชีวิตของคุณ คุณควรบอกลาการคิดในแง่ร้ายต่อตนเอง เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ชีวิตคุณมีเรื่องดี ๆ เข้ามา พูดถึงตนเองในด้านลบ (Negative Self-Talk) การพูดถึงตนเองในด้านลบมีได้หลายรูปแบบ ซึ่งในบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องที่มีเหตุผล เช่น ฉันไม่เก่งเรื่องนี้ ดังนั้นฉันต้องหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของตนเอง หรือในบางครั้งอาจเป็นการประเมินสถานการณ์ของตนเอง เช่น ฉันไม่สามารถทำงานด้านนี้ได้ เพราะฉันไม่เก่งคณิตศาสตร์ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกิดจากการจินตนาการที่มีพื้นฐานมาจากความกลัวของคุณที่คุณคิดไปก่อนที่จะได้ลงมือทำว่าตนเองทำไม่ได้ โดยปกติแล้วการพูดถึงตนเองในด้านลบ คือ บทสนทนาในใจที่คุณมักจะมองตนเองในแง่ร้าย และจำกัดความสามารถของตนเองอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความไม่มั่นใจในตนเอง และมีส่วนทำให้คุณไม่มั่นใจในศักยภาพของตนเองมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ดังนั้น การพูดถึงตนเองในด้านลบไม่เพียงแต่สร้างความเครียด แต่ยังบั่นทอนความสำเร็จในชีวิตคุณอีกด้วย ผลกระทบจากการพูดถึงตนเองในด้านลบ มีการศึกษาที่ระบุไว้ว่า การพูดถึงตนเองในด้านลบ การตำหนิ และการไม่เชื่อมั่นในตนเองนั้นมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงปัญหาสุขภาพจิตตามมา เพราะการจดจ่อกับความคิดเชิงลบอาจทำให้แรงจูงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน เรื่องความรัก ลดลงได้อย่างไม่รู้ตัว อีกทั้งความสามารถในการมองเห็นโอกาสก้าวหน้าและแนวโน้มที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสเหล่านี้ลดลงด้วย ที่สำคัญหากคุณมักมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงตนเองในเชิงลบบ่อยครั้งมากขึ้น อาจเสี่ยงที่จะเป็นภาวะซึมเศร้าได้ บอกลาการพูดถึงตนเองในด้านลบ การที่คุณพูดถึงตนเองในเชิงลบจะนำพามาซึ่งความเครียด และอาจนำพลังลบมาสู่ชีวิตของคุณ ส่งผลถึงสภาพจิตใจและลดโอกาสความก้าวหน้าในชีวิตไปโดยปริยาย โดยวิธีที่จะช่วยลดการวิพากษ์วิจารณ์ตนเองในด้านลบมี ดังนี้ 1.รู้เท่าทันตนเองเมื่อคุณเริ่มพูดถึงตนเองในด้านลบ คุณควรต้องรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1179 days ago
Read More02/05/2023
เป็นคนขี้เกียจจะประสบความสำเร็จได้ไหม ?
ขี้เกียจทำงานจัง…วันนี้ขี้เกียจไม่ออกกำลังกายดีกว่า….คนเราสามารถ ‘ขี้เกียจ’ ได้เป็นเรื่องปกติ แม้คุณอาจจะรู้สึกผิดในบางครั้งที่ตนเองไม่อยากทำอะไรเลย รู้สึกเหมือนชีวิตไร้ค่า แต่อย่าเพิ่งคิดแบบนั้นไป เพราะบางทีความขี้เกียจก็มีข้อดี ที่สำคัญคุณสามารถขี้เกียจแต่ประสบความสำเร็จได้! เทคนิคขี้เกียจอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ 1.ฝึกให้เป็นนิสัยมากกว่าบังคับตนเอง การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานานและมาจากการบังคับตนเอง แม้ว่าช่วงแรกคุณจะสามารถทำมันออกมาได้อย่างดีเยี่ยม แต่เมื่อเวลาผ่านไปคุณจะเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าและไม่อยากทำมันอีก ดังนั้น ให้คุณเปลี่ยนความคิดของตนเองจากสิ่งที่ต้องฝืนใจทำ หรือบังคับตนเองให้ต้องทำ ให้กลายเป็นนิสัยของคุณพร้อมกับคุ้นชินไปกับมัน เช่นเดียวกับคนที่ไม่มีระเบียบวินัยในตนเองหรือคนที่ขี้เกียจบ่อย ๆ ยกตัวอย่าง เรื่องการออกกำลังกาย สำหรับคนที่ไม่มีวินัยอาจจะทำ ๆ หยุด ๆ แต่หากคุณลองเปลี่ยนการออกกำลังกายให้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต และกลายเป็นนิสัยที่คุณต้องทำทุกวัน ก็จะทำให้คุณรู้สึกดี มีความสุขในการลุกขึ้นมาออกกำลังกายมากขึ้น หรือแม้แต่การแปรงฟัน เราทุกคนแปรงฟันทุกวันจนกลายเป็นนิสัย หากลองเอาเรื่องการออกกำลังกายมาเปรียบเทียบกับการแปรงฟันดู สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะกลายเป็นนิสัยและความเคยชินของคุณที่ต้องทำมันไปโดยปริยาย ดังนั้น แทนที่คุณจะใช้วิธีการบังคับตนเอง ให้มุ่งเน้นไปที่การสร้างนิสัยใหม่แทน 2.เลือก 3 สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำในแต่ละวัน คุณอาจจะเป็นคนที่มีหลากหลายหน้าที่การงานต้องรับผิดชอบ หรือมีภาระในแต่ละวันมากมาย นี่ไม่ใช่เรื่องผิดเพราะในบางครั้งอาจกลายเป็นเรื่องที่ดีที่คุณมีบทบาทหน้าที่หลายอย่าง แต่ใน 1 วัน หากคุณสามารถเลือกสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำมา 3 สิ่งได้ จะช่วยให้คุณจัดการตนเองและบรรลุเป้าหมายในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น หากคุณไม่ระบุ 3 สิ่ง ที่คุณควรทำในแต่ละวัน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1182 days ago
Read More28/04/2023
ยิ่งใกล้กันยิ่งทำร้ายกัน! ทำไมเรามักทำร้ายจิตใจคนที่เรารัก
ทุกคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ความรักคือความเจ็บปวด’ สำหรับคนที่เคยเจอกับสถานการณ์ความรักไม่เป็นอย่างที่หวัง หรือคนรักปฏิบัติกับเราราวกับเป็น ‘ถังขยะเคลื่อนที่’ ไว้คอยระบายหรือโมโหใส่ก็คงจะเข้าใจประโยคนี้ดี ไม่ว่าจะความสัมพันธ์แบบครอบครัว คนรัก เพื่อนสนิท ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยิ่งภาวะอารมณ์ต่าง ๆ ด้วยแล้ว หากสังเกตดูจะพบว่าส่วนใหญ่เรามักจะโมโห หรือทำร้ายบุคคลที่เราบอกว่า ‘รักมากที่สุด’ ในเมื่อ ‘รัก’ มากขนาดนี้ แต่ทำไมถึงยังอยากพูดจาทำร้ายจิตใจและทำร้ายความรู้สึกพวกเขากันนะ ? เรามักทำร้ายคนที่เรารักมากที่สุด เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงและมีงานวิจัยที่ยืนยันแล้วว่า คนเรามีแนวโน้มที่จะก้าวร้าวหรือทำร้ายจิตใจคนที่เรารักมากกว่าบุคคลอื่น! โดยการก้าวร้าวโดยตรง หรือการโมโหอย่างรุนแรงเรามักจะกระทำต่อคนใกล้ชิดอย่างคนในครอบครัว หรือคนรัก ขณะที่เพื่อนสนิทมักตกเป็นเป้าหมายของการถูกทำร้ายจิตใจทางอ้อมเสียมากกว่า เช่น การนินทาว่าร้าย การทำพฤติกรรมเฉยชาใส่ เป็นต้น ทำไมเราถึงกล้าทำร้ายคนที่เรารัก 1.ทำร้ายคนอื่นเพื่อลงโทษตัวเอง ทุกครั้งที่เราพูดจาหรือทำอะไรที่เป็นการทำให้คนที่เรารักเสียใจ สุดท้ายเราจะรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดตามมาเสมอ แต่ที่เรายังคงทำเช่นนี้อยู่ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความรู้สึกเบื้องลึกในจิตใจที่เราอาจจะคิดว่าตนเองไม่คู่ควรกับความรักที่ได้รับ ไม่คู่ควรที่จะมีความสุข ดังนั้น เราจึงทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อเป็นบ่อนทำลายตนเองและความสุขในชีวิต ในกรณีเช่นนี้มีแนวโน้มที่จะทำลายตนเองในด้านอื่น ๆ ของชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์เท่านั้น 2.ปกป้องความรู้สึกของตนเอง ในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอย่างคนรัก เราอาจทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะทำร้ายเรา เพื่อให้เรามีอำนาจเหนือกว่าในการควบคุมความสัมพันธ์ นี่คือความพยายามที่จะปกป้องตนเองจากการถูกทำร้ายก่อนที่เราจะเป็นฝ่ายถูกกระทำให้เสียความรู้สึกก่อน หรืออีกทางหนึ่งเราอาจทำร้ายอีกฝ่ายเพราะเขาทำร้ายเราก่อน เพื่อให้เราสามารถควบคุมความรู้สึกของตนเองได้อีกครั้งโดยการรู้สึกว่าได้ตอบโต้และได้รับความเจ็บปวดอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งการกระทำเช่นนี้ในไม่ช้าจะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ 3.รู้สึกปลอดภัยในความสัมพันธ์ ยิ่งความสัมพันธ์ใกล้ชิด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1186 days ago
Read More28/04/2023
‘Infused Water’ น้ำหมักผลไม้ มีประโยชน์ต่อร่างกาย ?
เราทราบกันอยู่แล้วว่าการดื่มน้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน ขณะที่บางคนอาจจะไม่ชอบการดื่มน้ำเปล่า แต่จะชอบน้ำดื่มที่มีรสชาติแทน ที่ผ่านมามีกระแสการหันมาดื่ม Infused Water หรือ น้ำหมักผลไม้ เพราะช่วยเพิ่มรสชาติของน้ำให้มีความอร่อยมากขึ้น รวมถึงเชื่อว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ทั้งช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย และช่วยลดน้ำหนักได้! Infused Water คือ ? Infused Water คือ น้ำหมักผลไม้ หรือบางคนอาจเรียกว่า ‘น้ำดีท็อกซ์’ โดยเป็นการผสมน้ำเปล่ากับผลไม้ ผัก หรือสมุนไพรสด ซึ่งคุณสามารถทำเองที่บ้านได้ และเลือกใช้ผัก ผลไม้ และสมุนไพรที่คุณชื่นชอบ หรือเลือกตามสรรพคุณของผัก ผลไม้นั้น ๆ ได้เอง น้ำหมักผลไม้จะมีแคลอรีน้อยมาก เนื่องจากทำโดยการผสมรสชาติมากกว่าการคั้นน้ำหรือปั่นที่มักจะผสมสารให้ความหวานเข้าไป และน้ำหมักผลไม้ก็มักถูกแนะนำในแผนการลดน้ำหนักอีกด้วย วิธีทำน้ำหมักผลไม้ การทำน้ำหมักผลไม้ที่บ้านนั้นง่ายมาก สิ่งที่คุณต้องมีคือน้ำเปล่า ผัก ผลไม้ และสมุนไพร เพียงแค่นำส่วนผสมเติมลงในแก้วน้ำร้อนหรือน้ำเย็นขึ้นอยู่กับความชอบ ยิ่งคุณใช้ส่วนผสมมากเท่าไหร่รสชาติก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้นเท่านั้น หรือหากคุณกำลังทำเครื่องดื่มเย็น ๆ คุณสามารถนำน้ำหมักผลไม้ทิ้งไว้ในตู้เย็นเป็นเวลา 1-12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติมากขึ้น โดยสูตรผสมน้ำหมักผลไม้ที่เป็นที่นิยม ได้เแก่ น้ำหมักผลไม้กับประโยชน์ด้านสุขภาพ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1186 days ago
Read More26/04/2023
อันตรายจากการแคะหู เสี่ยงแก้วหูทะลุสูญเสียการได้ยินถาวร!
ความเข้าใจผิดทั่วไปของผู้คนเกี่ยวกับการทำความสะอาดหู นั่นคือการใช้สำลีก้าน หรือ คอตตอนบัด แต่แท้จริงแล้วบรรจุภัณฑ์ของสำลีส่วนใหญ่ระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้สำหรับกำจัดขี้หู ที่สำคัญแพทย์แนะนำว่าอย่าใส่อะไรที่มีขนาดเล็กเข้าไปในหู ดังนั้น การใช้คอตตอนบัดอาจไม่ปลอดภัยและอาจเป็นอันตรายต่อหูของคุณได้! ทำไมคนเราถึงมี ‘ขี้หู’ ขี้หู ช่วยให้หูของคุณมีน้ำหล่อลื่นและป้องกันไม่ให้น้ำเข้าไปในช่องหูของคุณ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกและแบคทีเรียเข้าไปในหูของคุณด้วย โดยขี้หูจะคลายตัวและหลุดออกจากหูของคุณตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้น โดยทั่วไปแล้วจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการต้องแคะหูหรือปั่นหูเพื่อเอาขี้หูออก ทำไมต้องเอาขี้หูออก? ในบางคนอาจจำเป็นต้องเอาขี้หูออกหากมีขี้หูสะสมมากเกินไป หรือที่เรียกว่า ขี้หูอุดตัน มักเกิดกับผู้ที่ใส่เครื่องช่วยฟังทุกวัน ใส่ที่อุดหูทุกคืน หรือมีขี้หูสะสมเร็วกว่าคนทั่วไป โดยขี้หูที่สะสมอาจส่งผลต่อการได้ยินและทำให้เกิดความเจ็บปวด ดังนั้น การกำจัดขี้หูด้วยวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ อันตรายจากการใช้คอตตอนบัดแคะหู หากคุณนำสำลีก้าน หรือคอตตอนบัดมาแคะหูเพื่อหวังจะเอาขี้หูออกมา วิธีนี้อาจส่งผลเสียต่อหูของคุณดังนี้ อย่างที่บอกไปว่า ขี้หูของคนเราจะหลุดออกไปเองโดยธรรมชาติ ดังนั้น หากคุณยังใช้คอตตอนบัดแคะหูบ่อย ๆ หรือปั่นหูแรง ๆ ก็อาจเสี่ยงทำให้แก้วหูทะลุอันตรายถึงขั้นสูญเสียการได้ยินถาวร เคล็ดลับในการกำจัดขี้หูอย่างปลอดภัย 1.อย่าใช้วัตถุขนาดเล็กในการทำความสะอาดหูของคุณ อย่างที่ได้บอกไว้ตอนต้นว่า แพทย์ไม่แนะนำให้ใช้สิ่งที่มีขนาดเล็กในการทำความสะอาดหู เหตุผล คือ วัตถุขนาดเล็กแม้แต่ของกึ่งนุ่ม เช่น คอตตอนบัดก็สามารถทิ่มแทงแก้วหูของคุณได้อย่างง่ายดาย 2.ให้แพทย์เป็นผู้จัดการเอาขี้หูที่สะสมมากเกินไปออก วิธีกำจัดขี้หูที่ปลอดภัยที่สุดคือให้แพทย์เป็นผู้ทำให้ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จะรู้วิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการกำจัดสิ่งอุดตันต่าง ๆ และมีเครื่องมือที่ถูกต้องปลอดภัย นอกจากนี้ หากคุณมีคำถามใด ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1188 days ago
Read More21/04/2023
ยิ่งกินยิ่งร้อน! อาหารและเครื่องดื่มที่ควรเลี่ยงช่วงฤดูร้อน
อากาศช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย ไม่เคยทำให้ผิดหวัง! ความร้อนที่เรียกได้ว่าแทบจะแผดเผาทำให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศบรรเทาความร้อนกันจนค่าไฟพุ่งไม่หยุด แต่รู้หรือไม่ว่าอาหารหรือเครื่องดื่มที่คุณกินในแต่ละวันอาจมีส่วนทำให้เกิดความร้อนในร่างกายได้ มาดูกันว่าอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงช่วงหน้าร้อน เพราะอาจเสี่ยงต่อสุขภาพและยิ่งกินยิ่งร้อน มีอะไรบ้าง 1.เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ และเมื่อคุณดื่มเครื่องดื่มพวกนี้มากในช่วงหน้าร้อนก็ยิ่งทำให้ร่างกายขับน้ำออกมาทางปัสสาวะมากขึ้น ซึ่งคุณจะต้องดื่มน้ำเพื่อทดแทนน้ำที่เสียไป อีกทั้ง คาเฟอีนยังทำให้รู้สึกใจสั่น ยิ่งถ้าอยู่ท่ามกลางอากาศร้อนหรือออกไปกลางแจ้งอาจเกิดอาการช็อกได้ 2.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดฝอยที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังขยายตัว ทำให้ร่างกายระบายความร้อนออกมา มีส่วนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำผิดปกติ อีกทั้งแอลกอฮอล์ยังมีฤทธิ์ในการกระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูง อาจทำให้ช็อกหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้น แอลกอฮอล์จึงเป็นเครื่องดื่มที่ควรเลี่ยงในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้ 3.ขนมหวาน แม้ว่าขนมหวานน่าจะช่วยทำให้คุณรู้สึกดี หรือมีชีวิตชีวาขึ้นในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ แต่ขนมหวานจำพวกที่มีส่วนผสมของกะทิ เป็นขนมที่คุณต้องระมัดระวัง เพราะในช่วงหน้าร้อนแบบนี้จะทำให้กะทิบูดได้ง่ายขึ้น เสี่ยงต่อการท้องเสีย ท้องร่วง และอาหารเป็นพิษได้ ขณะเดียวกันขนมประเภทอื่นที่มีรสหวานจัด ยังทำให้ร่างกายของคุณรู้สึกร้อนขึ้นมาหลังจากกินเสร็จด้วย นั่นเป็นเพราะเมื่อร่างกายของเรามีการเผลาผลาญน้ำตาลในปริมาณมาก ก็จะสร้างความร้อนขึ้นมา ทำให้ร่างกายรู้สึกร้อนมากขึ้นนั่นเอง 4.น้ำอัดลม แม้ว่าคุณจะรู้สึกกระหายอยากดื่มน้ำอัดลมเพื่อเพิ่มความสดชื่นมากแค่ไหน แต่ก็ต้องเตือนตัวเองว่าควรจะดื่มแต่พอประมาณเท่านั้น เพราะน้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และไม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ยิ่งคุณดื่มน้ำอัดลมมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้คุณรู้สึกหิวน้ำมากขึ้นเท่านั้น แถมเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไปด้วย 5.อาหารรสเค็ม อาหารที่มีรสชาติเค็มจัด จะทำให้ไตทำงานหนัก ซึ่งปกติแล้วในช่วงหน้าร้อนไตจะทำงานหนักเพื่อสงวนน้ำไว้ในร่างกาย ยิ่งคุณกินอาหารที่มีการใส่เกลือ หรือซอสเพิ่มความเค็มเข้าไป…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1193 days ago
Read More21/04/2023
รีบเช็กด่วน! รู้หรือไม่ ของใช้ในบ้านมีวันหมดอายุ
ปกติแล้วหากไม่ใช่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย คนเรามักจะไม่ค่อยซื้อของใหม่ ๆ มากนัก เพราะเข้าใจว่าของใช้ต่าง ๆ ควรเปลี่ยนก็ต่อเมื่อพังหรือสึกหรอ แต่ในความเป็นจริงแล้วของใช้โดยเฉพาะของใช้ในบ้านต่างมีอายุการใช้งานของมัน หากคุณไม่เปลี่ยนหรือใช้ของเก่าเป็นเวลานานอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้ 10 ของใช้ในบ้านที่ควรเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ ของใช้ในบ้านถือว่าเป็นสิ่งของที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะบ้านถือพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด และเป็นสถานที่พักผ่อนของทุกคน ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ก็ควรเป็นสิ่งที่สะอาดปลอดภัย ที่สำคัญต้องไม่ทำให้สุขภาพของคุณพัง โดยของใช้ในบ้านที่ควรเปลี่ยนอย่างเป็นประจำ มีดังนี้ 1.ฟองน้ำล้างจาน ฟองน้ำล้างจานเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียชั้นดี ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ต้องล้างจานบ่อย ๆ ยิ่งต้องเปลี่ยนฟองน้ำล้างจาน โดยให้พยายามเปลี่ยนฟองน้ำทุก ๆ 2-8 สัปดาห์ หรือตามความถี่ในการใช้งาน 2.เครื่องสำอาง หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเครื่องสำอางที่เราใช้กันนั้นมีวันหมดอายุ เช่น เครื่องสำอางที่ใช้สำหรับบริเวณรอบ ๆ ดวงตาอย่าง มาสคาร่า อายไลเนอร์ ควรจะเปลี่ยนทุก ๆ 3 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อรอบดวงตาได้ ในส่วนของอายแชโดว์ รองพื้น บลัชออน และบรอนเซอร์ ควรจะเปลี่ยนใหม่หลังจากที่ใช้อันเดิมผ่านมาแล้ว 2 ปี ส่วนเครื่องสำอางชนิดน้ำหรือครีมจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี …ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1193 days ago
Read More21/04/2023
ฝันร้ายอาจสร้างแผลในใจ..มาหยุดฝันร้ายด้วยตนเอง!
เชื่อว่าทุกคนเคย ‘ฝันร้าย’ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้คุณต้องสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก ในบางครั้งความฝันนั้น ๆ กลับสร้างความกังวลใจให้คุณจนถึงขั้นนอนไม่หลับ และหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจกลายเป็นแผลในใจของคุณได้ โดยปกติแล้วฝันร้ายจะพบได้บ่อยในวัยเด็ก แต่สำหรับผู้ใหญ่ 50-85% พบว่าฝันร้ายเป็นครั้งคราวเท่านั้น ฝันร้าย คือ ความฝันที่สมจริง และน่าวิตกกังวล โดยทั่วไปมักจะเกี่ยวกับเรื่องภัยคุกคามต่อการอยู่รอดหรือความปลอดภัย ซึ่งมักทำให้เกิดอารมณ์วิตกกังวล หรือหวาดกลัว นักจิตวิทยาด้านการนอนหลับและสุขภาพในแมนฮัตตันกล่าวว่า “ความฝันมักจะรวมเอาสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างวันเข้าด้วยกัน และฝันร้ายคือความพยายามของจิตใจในการทำความเข้าใจกับเหตุการณ์เหล่านี้ โดยการเล่นภาพซ้ำระหว่างการนอนหลับ” หากคุณฝันร้ายมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ อาจทำให้เกิดความลำบากหรือความบกพร่องในที่ทำงาน ที่สำคัญยังเชื่อมโยงกับอาการนอนไม่หลับ ภาวะซึมเศร้า พฤติกรรมคิดสั้น โรคหัวใจ และโรคอ้วน อีกด้วย 9 วิธีหยุดฝันร้าย 1.กำหนดกิจวัตรการนอนหลับให้มีประสิทธิภาพ ฝันร้าย เกิดขึ้นช่วงที่กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการรักษาปัญหาฝันร้ายในผู้ใหญ่ คือการทำให้ตนเองนอนหลับสนิทมากขึ้น โดยกิจวัตรการนอนหลับที่ดีสามารถทำได้โดยการออกกำลังกาย ตั้งเวลานอนและตื่นให้สม่ำเสมอ ดูแลให้ห้องของคุณมืดและเย็น หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้นอนไม่หลับ และทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เมื่อคุณนอนหลับได้อย่างสนิทและเป็นช่วงเวลา จะช่วยลดปัญหาฝันร้ายลงได้ 2.ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการกระสับกระส่าย และตื่นตลอดทั้งคืน ซึ่งอาจทำให้คุณฝันร้ายได้เช่นกัน แม้ว่าผู้คนจำนวนมากจะใช้แอลกอฮอล์เพื่อผ่อนคลาย และรู้สึกง่วงนอนหลังดื่ม แต่ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1193 days ago
Read More19/04/2023
เพราะทุกวันคือรันเวย์! การแต่งกายที่ดีช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้
การแต่งกายมีความสำคัญต่อเราในหลาย ๆ ด้าน สังเกตว่าการแต่งกายในแต่ละช่วงวัยก็จะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียนไปจนถึงวัยทำงาน นั่นก็เพราะการแต่งกายในแต่ละบทบาท แต่ละช่วงวัยต่างส่งผลต่อภาพลักษณ์ และความสัมพันธ์ต่อผู้คนในสังคมทั้งสิ้น ในบางครั้งการแต่งกายยังส่งผลต่ออารมณ์ของผู้สวมใส่เองด้วย สำหรับบางคนเสื้อผ้าเป็นของที่ไว้ใช้งานเท่านั้น และไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเทรนด์หรือแฟชั่นอะไร แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว เสื้อผ้าเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงออกถึงตัวตนของตนเองที่โดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ และยังเป็นหนทางในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตนเองอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่คุณเลือกใส่ไปทำงาน หรือแม้แต่ชุดนอนที่สบายที่สุดเวลาที่คุณใส่อยู่บ้าน ต่างส่งผลต่อหลายด้านในชีวิตของคุณ มีอะไรบ้างมาดูกัน! แต่งกายดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! ต้องบอกก่อนเลยว่าการแต่งกายดีในที่นี้หมายถึงการแต่งกายอย่างถูกกาลเทศะ ให้เกียรติสถานที่ และเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับรูปร่าง บทบาทหน้าที่ของตนเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นเสื้อผ้าราคาแพงแต่ขอให้เหมาะกับคุณเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว เพราะการแต่งกายที่ดีเป็นอีกหนึ่งเส้นทางนำสิ่งดี ๆ มาสู่ชีวิตของคุณได้ ดังนี้ 1.สร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเอง การที่บุคคลหนึ่งจะเชื่อหรือไว้วางใจใครสักคน การแต่งกายด้วยชุดหรือเครื่องแบบความเชี่ยวชาญนั้น ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ยกตัวอย่างง่าย ๆ นักแสดงในโฆษณาที่พูดถึงยาประเภทหนึ่ง หากนักแสดงสวมใส่เสื้อกาวน์สีขาว ผู้ชมก็จะเข้าใจและเชื่อว่านักแสดงคนนั้นเป็นตัวแทนของหมอ และเกิดความเชื่อถือในสินค้าหรือยาประเภทนั้นมากขึ้น หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องสวมชุดในเครื่องแบบ ก็จะดูน่าเชื่อถือไปโดยอัตโนมัติ 2.สร้างความประทับใจแรกเจอ การที่บุคคลอื่นจะประเมินความมั่นใจ หรือความสามารถของคุณ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราสวมใส่ ยิ่งกว่านั้นความประทับใจแรกเจอจะเกิดขึ้นภายใน 2-3 วินาทีแรกของการพบกัน นั่นหมายความว่าเพียงแค่มองคร่าว ๆ ผู้คนก็จะประเมินคุณไปหลายทิศทาง และการแต่งกายก็เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินคนในช่วงแรก ดังนั้น จงตระหนักว่าการแต่งกายของคุณอาจกำลังสื่อถึงภาพลักษณ์…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1195 days ago
Read More
18/04/2023
หน้าร้อนก็มีข้อดี! อย่ากลัวที่จะออกไปมีความสุขกับแสงแดด
ช่วงที่ผ่านมาเราจะได้ยินเกี่ยวกับเรื่องโรคภัยช่วงหน้าร้อนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ จนหลายคนอาจเกิดความรู้สึกกลัวหน้าร้อน ไม่ชอบ และไม่อยากออกไปไหน แต่ความจริงแล้วทุกฤดูกาลต่างมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันไป และหน้าร้อนเองก็มีข้อดีทั้งต่อร่างกายและสภาพจิตใจที่คุณอาจไม่เคยคิดมาก่อน ทำไมฤดูร้อนถึงมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ จะเห็นว่าในช่วงหน้าร้อนมีวันหยุดยาวหลาย ๆ วัน ให้คุณได้ออกไปท่องเที่ยวพักสมองจากเรื่องเครียด ๆ และเปิดโอกาสให้คุณได้ทำอะไรที่หลากหลาย บางคนอาจจะหันมาฟิตร่างกายเพื่อเตรียมอวดหุ่นในชุดว่ายน้ำ หรือบางคนอาจจะหันไปว่ายน้ำ เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น และเมื่อเราได้มีโอกาสดูแลร่างกาย มอบความสุขให้ตนเอง สุขภาพจิตของเราก็จะดีตามไปด้วยเช่นกัน ประโยชน์ของฤดูร้อน 1.ดื่มน้ำมากขึ้น การดื่มน้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ช่วยเรื่องผิวพรรณให้ชุ่มชื้น ช่วยลดความหิว เป็นต้น ปกติแล้วคนเราควรดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 2-3 ลิตรต่อวัน แต่สำหรับบางคนการดื่มน้ำอาจเป็นเรื่องที่ยาก และในช่วงหน้าร้อนนี่เองที่จะทำให้การดื่มน้ำของคุณง่ายมากขึ้น เพราะคุณจะรู้สึกกระหายน้ำโดยธรรมชาติ เนื่องจากอากาศที่ร้อนอบอ้าว รวมไปถึงเมื่อร่างกายเสียเหงื่อมากขึ้น ก็จะต้องการน้ำดื่มเย็น ๆ มาสร้างความสดชื่น ดังนั้น ในช่วงหน้าร้อนนี้จะทำให้ร่างกายของคุณได้ดื่มน้ำมากกว่าปกติ และช่วยส่งเสริมเรื่องสุขภาพของคุณให้ดีขึ้นด้วย 2.ได้รับวิตามินดีจากแสงแดด วิตามินดีมีประโยชน์ในการช่วยดูดซึมแคลเซียมที่จำเป็นต่อกระดูก ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ นอกจากนี้ ยังช่วยควบคุมความดันโลหิต และลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น โดยปกติแล้ววิตามินดีสามารถพบได้ตามธรรมชาติจากรังสีอัลตราไวโอเลต-บี (UVB) ของดวงอาทิตย์ แต่หลายคนอาจไม่ได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ เนื่องจากอาจใช้ชีวิตอยู่ในที่ร่มเป็นส่วนใหญ่ แต่ในฤดูร้อนนี้ทุกคนจะได้รับวิตามินดีมากขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1196 days ago
Read More11/04/2023
สงกรานต์นั่งรถนานระวังเมื่อย! แนะนำ 6 ท่ายืดกล้ามเนื้อบนรถ
สำหรับใครที่มีแพลนเดินทางไกลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังมาถึงนี้ คงเตรียมตัวเตรียมใจที่จะเจอกับการจราจรที่ติดขัดกันอยู่แล้ว และยิ่งขับรถหรือนั่งรถนาน ๆ ยิ่งทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าได้ง่าย วันนี้ Hack for Health เลยอยากแนะนำท่ายืดกล้ามเนื้อง่าย ๆ ระหว่างอยู่บนรถ ช่วงรถติดสามารถทำตามได้สบาย! 1.ท่าบริหารคอ เอียงซ้าย-ขวา เริ่มต้นกันที่ท่าแรกเป็นท่าบริหารช่วงคอ คนที่นั่งขับรถต้องเพ่งสายตาดูท้องถนนเป็นระยะเวลานานนอกจากจะรู้สึกดวงตาล้าแล้ว ยังทำให้รู้สึกปวดที่บริเวณคอ บ่า ไหล่ ได้ โดยท่าบริหารคอท่าแรกที่เราแนะนำ นั่นคือ ท่าเอียงคอซ้าย-ขวา มีวิธีทำดังนี้ 2.ท่าบริหารคอ เงยและก้มหน้า อีกหนึ่งท่าที่ช่วยบริหารความปวดเมื่อยบริเวณต้นคอที่สามารถทำตามง่าย ๆ ก็คือ ท่าเงยและก้มหน้า โดยท่านี้จะต้องทำอย่างช้า ๆ ไม่อย่างนั้นจากที่จะรู้สึกผ่อนคลายอาจทำให้รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาได้ โดยวิธีทำมีดังนี้ 3.ท่ายืดกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัว การนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน จะทำให้คุณรู้สึกเมื่อยล้าช่วงลำตัว หากปล่อยไว้นานเมื่อถึงเวลาต้องลุกขึ้นเดินอาจเกิดอาการปวดล้าที่รุนแรงได้ โดยท่ายืดกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัว มีวิธีดังนี้ 4.ท่าบริหารหลังแบบก้มตัว ปัญหาปวดหลังเป็นปัญหาที่หลายคนเจอ ต่อให้ไม่ได้นั่งรถนาน ๆ ก็เป็นบ่อยอยู่แล้ว ยิ่งต้องมานั่งรถเดินทางไกลแบบนี้อาการปวดหลังก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยวิธีการยืดบรรเทาความเมื่อยล้าบริเวณหลัง มีวิธีดังนี้ 5.ท่าบริหารหลังแบบบิดตัว อีกท่าที่ช่วยในการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และบรรเทาความรู้สึกเมื่อยล้าบริเวณหลังได้ นั่นคือการนั่งบิดตัวไปทางด้านข้าง โดยมีวิธีการดังนี้ 6.ท่าบริหารบ่า…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1203 days ago
Read More10/04/2023
9 ไอเทมสำคัญ พกติดตัวช่วงหน้าร้อน
ช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย เป็นที่รู้กันว่าอากาศทั้งร้อนอบอ้าว และแดดแรงถึงขั้นแสบผิวเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นหน้าร้อนเมืองไทยก็มีข้อดีเหมาะแก่การท่องเที่ยวทะเล ชมชายหาดสวย ๆ แถมยังเป็นโอกาสในการหยิบเสื้อผ้าสีสันสดใสมาใส่ได้อยากชิค ๆ อีกด้วย หลายคนอาจจะเพลิดเพลินกับหน้าร้อน แต่สิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรลืมนั่นคือการดูแลและปกป้องผิวของตนเอง รวมไปถึงการหาอุปกรณ์คลายร้อนเพื่อท่องเที่ยวช่วงหน้าร้อนได้อย่างสนุกสนานเต็มที่ วันนี้ Hack for Health เลยหยิบยกไอเทมเด็ดที่ควรพกติดตัว โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่ต้องเดินทางไกล มีพกติดตัวไว้อุ่นใจแน่นอน! 1.ครีมกันแดด หนึ่งไอเทมที่ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ต้องหมั่นใช้อย่างเป็นประจำนั่นก็คือ ครีมกันแดด แต่ในช่วงหน้าร้อนที่แดดแรงกว่าปกติ ต้องหมั่นทาซ้ำหลาย ๆ รอบ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่หลายคนอาจจะออกไปเล่นน้ำสนุกสนาน ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF เพียงพอต่อการปกป้องผิวหน้าและผิวกาย นอกจากนี้ ควรทาซ้ำในทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้ครีมกันแดดได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากคุณไม่ให้ความสำคัญกับครีมกันแดดนอกจากจะเสี่ยงผิวไหม้แล้ว คนที่ตากแดดจัด ๆ เป็นเวลานานหลายวัน อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาได้ 2.พัดลมพกพา พัดลมพกพาเรียกได้ว่าช่วยบรรเทาความร้อนอบอ้าวได้เป็นอย่างดี เพราะคุณสามารถพกติดตัวและหยิบนำมาใช้ได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนที่คุณรู้สึกร้อนอบอ้าว หายใจไม่ออก และต้องอยู่ในสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท รับรองว่าพัดลมพกพาแม้จะจิ๋วแต่ความเย็นที่ได้ไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะฉะนั้นช่วงหน้าร้อนแบบนี้พัดลมพกพาจึงเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว 3.แว่นตากันแดด แว่นตากันแดดไม่เพียงแต่เป็นไอเทมสำหรับเสริมให้การแต่งกายของคุณดูดี หรือเป็นพร็อบในการถ่ายรูปเท่านั้น แต่คุณสมบัติที่แท้จริงของแว่นกันแดดนั่นคือ ปกป้องดวงตาจากแสงแดด แต่ทั้งนี้แว่นกันแดดที่ขายอยู่ตามท้องตลาดในปัจจุบันมีทั้งแว่นแฟชันที่ไม่สามารถกันแดดได้จริง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1204 days ago
Read More07/04/2023
อย่าเพิ่งดีใจ! น้ำหนักลดแบบไม่มีสาเหตุอาจเป็นอาการโรคร้าย
การลดน้ำหนักเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน แต่หากวันใดวันหนึ่งจู่ ๆ น้ำหนักของคุณก็ลดลงอย่างไม่มีสาเหตุ ทั้งที่คุณไม่ได้อยู่ในช่วงลดน้ำหนัก อย่าเพิ่งดีใจไป! เพราะการที่น้ำหนักลดลงเรื่อย ๆ อาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดี สำหรับการประเมินทางการแพทย์เกี่ยวกับการน้ำหนักลดแบบไม่มีสาเหตุ และเข้าข่ายผิดปกตินั้น จะต้องลดมากกว่า 5% ในเวลา 6-12 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยผู้ใหญ่ เช่น การน้ำหนักลด 5% ในคนที่หนัก 72 กิโลกรัม คือ 3.6 กิโลกรัม หรือในคนที่หนัก 90 กิโลกรัม จะอยู่ที่ 4.5 กิโลกรัม เป็นต้น โดยปกติแล้วน้ำหนักของคนเราจะขึ้นอยู่กับปริมาณแคลอรีที่ได้รับในแต่ละวัน รวมถึงระดับกิจกรรม ภาวะสุขภาพ และการดูดซับสารอาหารของแต่ละคน นอกจากนี้ ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมก็อาจมีบทบาทในการเพิ่มหรือน้ำหนักลดได้เช่นกัน แต่หากคุณน้ำหนักลดลงอย่างไม่มีสาเหตุ คุณไม่ได้ควบคุมอาหาร ไม่ได้ไดเอท ไม่ได้ออกกำลังกายใด ๆ อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพหรือโรคร้ายได้ เช่น 1.สูญเสียกล้ามเนื้อ การสูญเสียกล้ามเนื้ออาจทำให้น้ำหนักลดลงอย่างคาดไม่ถึง อาการที่สำคัญคือกล้ามเนื้ออ่อนแรง แขนขาข้างหนึ่งของคุณอาจดูเล็กกว่าอีกข้างหนึ่ง ร่างกายของคนเราประกอบด้วยมวลไขมัน และมวลปราศจากไขมัน ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อ กระดูก และน้ำ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1207 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 3 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 14 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 14 days ago
Read More






























