ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Health
Read More

วิธีก้าวออกจาก Safe Zone เมื่อมองไม่เห็นความก้าวหน้าในที่ทำงาน

หลาย ๆ คนอาจจะมีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทดี ๆ ที่ช่วยเติมเต็มความต้องการทางด้านการเงิน จิตใจและสังคมที่ดีพร้อมอยู่แล้ว แต่สำหรับบางคนก็อาจกำลังพบกับชีวิตการทำงานที่รู้สึกว่ายัง “ไม่ใช่” แต่ก็ยังคงติดอยู่กับสถานที่เดิม ๆ สังคมเดิม ๆ การทำงานแบบเดิม ๆ ยังไม่กล้าก้าวที่จะออกจาก “Safe Zone” แม้ในใจจะมีความรู้สึกอย่างชัดเจนว่า สถานที่ที่คุณอยู่นี้ยังไม่ใช่สถานที่ใช่สำหรับคุณ  ในบางครั้งความกล้าก็มาจากแรงกระตุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าในวันนี้คุณกำลังมองหาตัวช่วย ที่จะทำให้การตัดสินใจของคุณนั้นมีความเด็ดขาด เราขอยกมืออาสา และก็ได้นำความรู้ดี ๆ มาฝากคุณผู้อ่านกันอีกเช่นเคย มาปลดล็อกความกังวลและก้าวเท้าออกจาก Safe Zone ในบทความนี้กัน  Safe Zone คืออะไร?  สิ่งนี้ก็คือสถานที่ที่ปลอดภัยภายในใจของคุณ เป็นสถานการณ์ที่คุณคุ้นเคยและรับประกันว่าจะไม่มีความกังวลใด ๆ เกิดขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งนี้อาจเป็นอุปสรรคถ้าคุณมองหาการพัฒนาในชีวิต เพราะการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การเติบโต ความคิดสร้างสรรค์และสิ่งใหม่ ๆ นั้นเกิดขึ้นท่ามกลางอุปสรรค และอยู่ห่างไกลจากคำว่า Safe Zone  แม้ว่าคุณอาจรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังก้าวเข้าสู่โซนแห่งความไม่แน่นอนและคาดเดาไม่ได้ แต่การท้าทายตัวเองจะทำให้คุณมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงาน และเข้าถึงศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง หากคุณรู้สึกเบื่อกับการทำงานเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ที่มองไม่เห็นทางเติบโต…
13/07/2023

กินขนมหวานที่มีน้ำตาลสูงทีไร ทำไมหลังจากนั้นถึงง่วงนอนทุกที!

เชื่อว่าเราทุกคนเคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน “กินเค้กหลายชิ้นเข้าไปหลังจากนั้นเริ่มรู้สึกง่วงนอน อยากหลับเต็มที” และเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นคนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะความเหนื่อยล้า อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้มีมากกว่าที่เห็น หากคุณเคยสงสัยว่า “ทำไมฉันถึงรู้สึกเหนื่อยหลังทานอาหารเสร็จ” หรือ “เป็นเรื่องปกติหรือเปล่าที่การกินของหวาน หรือน้ำตาลอาจทำให้ง่วงนอน ?” Hack for Health พาทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน เกิดอะไรขึ้นในร่างกายของคุณเมื่อคุณกินน้ำตาล ? เมื่อคุณกินน้ำตาลในปริมาณมาก ร่างกายของคุณจะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง กล่าวคือ ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณพุ่งสูงขึ้นซึ่งเป็นการตอบสนองปกติต่อน้ำตาลที่คุณกิน ท้ายที่สุดแล้วอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมง่ายจะทำให้เกิดการดูดซึมกลูโคสอย่างรวดเร็ว โดยกลูโคสจะเข้าสู่กระแสเลือด และกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน อินซูลินในกระแสเลือดของคุณจะช่วยนำกลูโคสจากเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อให้พวกมันสามารถใช้เป็นแหล่งเชื้อเพลิงได้ ในที่สุดหลังจากรับประทานอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณจะกลับมาลดลงอีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านไป ปัจจัยต่าง ๆ อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นจุดที่เซลล์ของคุณไวต่ออินซูลินน้อยลง จึงไม่สามารถขนส่งกลูโคสจากกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงานได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน นั่นเป็นเหตุผลที่การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล หรือคาร์โบไฮเดรตสูง โดยเฉพาะเมื่อรวมกับอาหารที่มีไขมันสูงด้วยแล้วสามารถนำไปสู่โรคอ้วนและโรคเบาหวานประเภท 2 ได้ การกินน้ำตาลทำให้ฉันง่วงนอนจริงหรือ ? น้ำตาลที่มากเกินไปอาจทำให้คุณรู้สึกง่วงหรือเหนื่อยล้า โดยมีสาเหตุหลัก 2 ประการที่อาจเกิดขึ้นกับคุณ 1.น้ำตาลและระบบ Orexin  ระบบ orexin ประกอบด้วยเซลล์ประสาทคู่หนึ่งที่พบในบริเวณไฮโปทาลามัสของสมอง เซลล์ประสาททั้งสองนี้ถูกขนานนามโดยนักวิจัยว่า OX1R และ…
13/07/2023

ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้น

การมีสุขภาพกายและใจที่ดี เป็นเหมือนรางวัลอย่างหนึ่งของชีวิต เพราะตราบใดที่คุณไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ และมีวิถีชีวิตที่เอื้อต่อการพัฒนาร่างกายและจิตใจของตนเอง ก็ย่อมทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่นอกจากการกินอาหารที่ดี นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตนเองวันละนิดเท่านั้นเอง! ไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ 1.กินอาหารที่มีประโยชน์ แน่นอนว่าทุกคนทราบดีว่าการนำอาหารเข้าสู่ร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากเราเลือกอาหารที่ไม่มีประโยชน์อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวม ที่สำคัญยังอาจนำพาโรคร้ายต่าง ๆ มาสู่ร่างกายได้ โดยคุณควรที่จะรับประทานอาหารหลายอย่างรวมกัน รวมทั้งผลไม้ ผัก พืชตระกูลถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี และสำหรับใครที่ไม่ชอบรับประทานผัก ก็อาจเริ่มปรับโดยการพยายามเติมผักเข้าไปในมื้ออาหารทุกมื้อ และไม่ลืมที่จะกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ด้วย การกินเพื่อสุขภาพจะช่วยลดความเสี่ยงของการขาดสารอาหารและโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็ง 2.บริโภคเกลือและน้ำตาลให้น้อยลง ผู้ที่กินอาหารรสเค็มจัด หรือมีปริมาณโซเดียมสูง อาจทำให้เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง และจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วย โดยคนส่วนใหญ่ได้รับโซเดียมผ่านเกลือ ดังนั้น จึงควรลดการบริโภคเกลือลงเหลือ 5 กรัมต่อวัน ซึ่งเท่ากับประมาณหนึ่งช้อนชา ฟังดูเหมือนยากแต่จริง ๆ ทำได้ง่ายโดยการจำกัดปริมาณเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และเครื่องปรุงโซเดียมสูงอื่น ๆ ในการเตรียมอาหาร และหลีกเลี่ยงของว่างที่มีรสเค็ม และเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียมต่ำ…
12/07/2023

ทำอย่างไรเมื่องานที่ชอบ กลายเป็นงานที่ไม่ใช่!

มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ แม้งานที่คุณกำลังทำอยู่นี้จะเป็นงานที่อาจทำให้คุณมีความสุขมาก ๆ มาก่อน หรือเป็นงานที่คุณอยากทำมาก ๆ  แต่เมื่อได้ลงสนามจริงไปสักระยะหนึ่งกลับพบว่า งานที่คุณเคยรักนี้กลับทำให้คุณมีความทุกข์แทนเสียอย่างนั้น ซึ่งต้นตอของปัญหานี้ก็มาจากปัจจัยที่หลากหลาย  โดยอาจจะมาจากความสัมพันธ์ของคุณกับเจ้านาย ความสมดุลในชีวิตการทำงานที่ไม่ดี วัฒนธรรมของบริษัทที่มีค่านิยมไม่ตรงกัน หรืออาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ Toxic ซึ่งไม่ว่าต้นตอของปัญหาจะมาจากที่ไหนก็ตาม สัญญาณแรกที่ทุกคนมักพบเหมือน ๆ กัน ก็คือมักมีอาการ “เหนื่อยหน่าย” คุณไม่ได้มีความรู้สึกนี้เพียงคนเดียว  และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ที่เป็นปัจจัยที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ เราขอบอกเลยว่า ประมาณการของคนทั่วไปได้ใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการทำงาน ซึ่งหมายถึง คุณใช้เวลาไปกับการทำงานประมาณ 90,000 ชั่วโมงตลอดช่วงชีวิตของคุณ ผู้คนใช้เวลามากเกินไปในการทำงาน มากกว่าที่ใช้เวลากับครอบครัวหรือคนที่คุณรักด้วยซ้ำ  เริ่มต้นหาทางสงบศึกกับงาน “หยุดคิดและไตร่ตรอง” ขั้นตอนแรกซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่ง นั่นก็คือให้คุณ “หยุดคิดและไตร่ตรอง” เพราะบ่อยครั้งเมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา อาจทำให้คุณมองไม่เห็นทางออก เริ่มจากให้คุณตั้งสตินั่งนิ่ง ๆ และหยิบปากกาพร้อมกับกระดาษออกมา แล้วเขียนคุณสมบัติและลักษณะของงานที่ชอบและไม่ชอบลงไป สิ่งนี้จะช่วยทำให้คุณมองเห็นความคิดของตัวเองได้ดีขึ้น เพราะหลาย ๆ คนเมื่อลองเขียนออกมาแล้ว กลับพบว่าไม่ได้เกลียดงาน แต่เกลียดสภาพแวดล้อมในการทำงานและภาระงานมากกว่า ทำให้คุณนำข้อมูลที่ได้มาจากจุดนี้ไปใช้ในการหาทางแก้ไขต่อไปได้  อย่าเพิ่งลาออก!  อย่าเพิ่งลาออกจากงานเด็ดขาด…
03/03/2019

นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้ว! เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่พนักงานควรทำงานแค่สัปดาห์ละ 4 วันเท่านั้น

งาน งาน งาน แค่พูดถึงงานบางคนถึงกับเศร้าเลยทีเดียวที่จะต้องเข้างานเช้า กลับบ้านก็ดึกแถมบางคนยังต้องทำงานนานถึง 6 วัน/สัปดาห์อีกต่างหาก แต่ K.Anders Ericsson ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาในการทำงาน ชี้ให้เห็นถึงผลการทดลองจำนวนมากที่สนับสนุนแล้วว่า ยิ่งทำงานน้อยวัน จะทำให้งานที่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น งานวิจัยกล่าวว่าจริงๆแล้วคนเราควรทำงานเพียงวันละ 4-5 ชม./วัน เท่านั้นเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และหากคุณยังคงดึงดันให้พนักงานฝืนทำงานต่อไป นั่นจะเป็นการทำให้พนักงานของคุณเสียสุขภาพ และส่งผลกระทบต่อผลงานของพวกเขา รวมถึงบริษัทในภายภาคหน้า Ryn Carson ผู้บริหาร Treehouse ยืนยันว่าวิธีการดังกล่าวใช้ได้ผลดีมาก เมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2006 เขาให้พนักงานทำงาน 32 ชม./สัปดาห์ และผลลัพธ์ที่เค้าได้คือ ผลงานของพนักงานดีขึ้น พวกเขามีความสุขกับงานมากขึ้น ส่งผลให้รายได้ประจำปีของบริษัทเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ส่วน Reusser Design บริษัทพัฒนาเว็บไซต์ก็ออกมายืนยันอีกหนึ่งเสียงเช่นกัน เพราะตั้งแต่ปี 2013 พวกเขาปรับให้พนักงานทำงานเพียง 4 วัน/สัปดาห์ ผลงานของพนักงานก็ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานก่อนหน้านี้ ไม่เพียงแต่การทำงาน สำหรับการเรียนของเด็กที่เรียนเพียงแค่ 4 วัน/สัปดาห์ก็มีทักษะทางด้าน การอ่าน และเลข สูงขึ้น 6% และ…
Natnaree TK | 2510 days ago
Read More
03/03/2019

งานวิจัยชี้! เครื่องเป่ามือในห้องน้ำเป็นตัวกระจายเชื้อโรคใส่มือคุณ

หลังจากเข้าห้องน้ำล้างมือเรียบร้อยแล้วคุณมักจะเจอกับเครื่องเป่ามืออัตโนมัติ ที่เป่าลมร้อนออกมาทำให้มือคุณแห้ง และด้วยความร้อนที่มันพ่นออกมาอาจทำให้ใครหลายคนมั่นใจว่ามือเราจะสะอาด แต่!งานวิจัยล่าสุดบอกว่า พวกมันพ่นเอาเชื้อโรคที่วนในห้องน้ำลงบนมือของเราแทน งานวิจัยล่าสุดนี้ได้ทำการทดลองโดยการน้ำถาดเพาะเชื้อ ไปวางเปรียบเทียบในห้องน้ำของมหาวิทยาลัย Connecticut ถาดแรกจะวางทิ้งไว้โดยไม่มีการเปิดเครื่องเป่ามือเป็นเวลา 2 นาที ส่วนถาดที่ 2 จะวางไว้ในห้องน้ำที่มีการใช้เครื่องเป่ามือ 30 วินาที ถาดทั้งสองจะถูกวางในระยะห่างจากตัวพ่น 12 นิ้ว เท่าๆกัน นักวิจัยพบว่ามีจุดเชื้อเกิดขึ้นบนถาดเพาะเพียงแค่ 0-1 จุดในห้องน้ำที่ไม่มีการใช้เครื่องเป่ามือ ในขณะที่มีจุดเชื้อเกิดขึ้น 18-60 ชนิดบนถาดเพาะของห้องน้ำที่ใช้เครื่องเป่ามือ และในขั้นสุดท้ายของการทดลองนักวิจัยได้ลองใส่แผ่นกรอง HEPA ในเครื่องเป่ามือและทำการทดลองเช่นเดียวกัน พบว่าจำนวนเชื้อที่ขึ้นบนถาดเพาะลดลง แต่ไม่ว่าจะมีแผ่นกรองหรือไม่ เชื้อที่ตรวจพบได้ก็ยังคงมีจำนวนมากอยู่ดี และหนึ่งในเชื้อที่ตรวจพบคือ Staphylococcus aureus แบคทีเรียซึ่งที่สามารถทำให้เกิดโรคได้หลายโรค นักวิจัยคาดว่าเป็นเพราะเครื่องเป่ามือจะดูดอากาศที่อยู่ภายในห้องน้ำเข้าไปผ่านการทำความร้อน และพ่นออกมาใหม่ นั่นทำให้มีเชื้อจำนวนมากถูกพ่นออกมาพร้อมกับอากาศด้วย นอกจากนี้นักวิจัยยังได้ลองทำการทดสอบเช่นเดียวกันกับห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ ห้องวิจัยเชื้อ PS533 และพบว่าภายในห้องน้ำมีการแพร่เชื้อ PS533 เกือบทั่วห้องน้ำนั้น งานวิจัยนี้อาจทำให้ผู้เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญในการเฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อมากขึ้น และที่สำคัญมันจะช่วยทำให้เรารู้ด้วยว่าเครื่องเป่ามือไม่ได้สะอาดอย่างที่เราคิดกัน อ้างอิง
Natnaree TK | 2510 days ago
Read More
02/03/2019

งานวิจัยชี้! ‘ดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสุขภาพ’ คำนี้ใช้ได้แต่กับผู้สูงอายุเท่านั้น

นักดื่มหลายคนคงเคยได้ยินวลีที่กล่าวว่า 'การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยให้สุขภาพดี' และใช้มันเป็นข้ออ้างในการออกไปดื่มอยู่บ่อยๆใช่ไหมคะ แต่งานวิจัยล่าสุดที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Studies on Alcohol and Drugs บอกกับเราว่าวลีที่ว่านี้ใช้ได้กับผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี เท่านั้น! จากการเก็บข้อมูลในอเมริการะหว่างปี 2006 - 2010 รวมถึงเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องทางการแพทย์ เกี่ยวกับการเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ (โรคต่างๆ และอุบัติเหตุที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกี่ยวข้อง) กว่า 54 เงื่อนไข พบว่า ผู้เสียชีวิตจากการมีแอลกอฮอล์เกี่ยวข้อง 36% มีอายุระหว่าง 20- 49 ปี ในขณะที่ ผู้มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมีผู้เสียชีวิต 35% ส่วนการเสียชีวิตจากการดื่มแอลกอฮอล์ในอายุ 20 - 49 ปี มีสูงถึง 60% ในขณะที่ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปเสียชีวิตจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพียงแค่ 15% เท่านั้น และเมื่อนักวิจัยพิจารณาไปถึงประโยชน์จากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อดูแลสุขภาพ พบว่าในคนที่มีอายุระหว่าง 20 - 49 ปี แอลกอฮล์ช่วยดูแลสุขภาพของคุณได้เพียง…
Natnaree TK | 2511 days ago
Read More
01/03/2019

ศพกระจายสารกัมมันตภาพรังสีทั่วเมรุในรัฐ Arizona!

เรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร JAMA เมื่อวันที่ 26 กุมพาพันธ์ที่ผ่านมานี้เอง ว่ามีการตรวจพบสารกัมมันตภาพรังสีแผ่กระจายอยู่ทั่วเตาเผาศพแห่งหนึ่งในรัฐ Arizona เมื่อสืบทราบว่าก่อนหน้านี้ได้มีการเผาศพของชาววัย 69 ปี ที่เสียชีวิตด้วยเนื้องอก 2 วันก่อนการเสียชีวิต แพทย์ได้ทำการฉีดยาที่เป็นสารกัมมันตภาพรังสีเพื่อลดขนาดเนื้องอกให้เขา แต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้ผล และ หลังจากนั้น 5 วันศพของเขาก็ถูกนำมาเผาที่เตาแห่งนี้ หลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยเครื่อง Geiger-counter รอบลานเผาศพพบว่ายังคงมีสารกัมมันตภาพรังสีหลงเหลือสูงสุด 25,000 ครั้ง/นาที รอบลานเผา นั่นหมายความว่า ผู้ที่สัมผัสอุปกรณ์เหล่านี้โดยตรงจะได้รับสารกัมมันตภาพรังสี 7.5 มิลลิเล็ม/ชม. รวมถึงการตรวจปัสสาวะของคนงานเผาศพ พบว่ามีสารดังกล่าวปนออกมาด้วย นักวิจัยรายงานว่าถึงแม้คนงานจะได้รับสารกัมมันตภาพรังสีในปริมาณน้อย แต่หากมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยๆก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน อีกหนึ่งข่าวดีคือ lutetium 177 (สารที่ถูกฉีด) มีค่าครึ่งชีวิตสั้นนั่นหมายความว่า มันจะไม่แพร่กระจายในบริเวณพื้นที่นั้นๆนานมาก แต่ในอนาคตนักวิจัยเสนอว่า ควรมีข้อกำหนดเกี่ยวกับสารกัมมันตภาพรังสีที่ใช้รักษา หรือกฎข้อบังคับในการเผาศพที่ถูกฉีดสารดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสีที่อาจเกิดขึ้นได้ อ้างอิง
Natnaree TK | 2512 days ago
Read More
01/03/2019

นอนยาวเสาร์-อาทิตย์ ชดเชยการนอนไม่พอระหว่างสัปดาห์ได้จริงหรือ?

‘วันนี้นอนไม่พอไม่เป็นไร เดี๋ยวเสาร์ – อาทิตย์ได้หยุด ก็นอนชดเชยเอาก็ได้’ หลายคนคงเคยมีความคิดแบบนี้ใช่ไหมคะ ว่าการนอนมันสามารถเก็บชม. ทบต้นทบดอกในวันถัดๆ ไปได้ แล้วความคิดนี้มันจริงรึเปล่านะ? หรือว่าจริงๆแล้วเราคิดกันไปเอง? Chris Depner ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิจัยด้านสรีรวิทยา จากมหาวิทยาลัย Colorado นำทีมนักวิจัยหาคำตอบในเรื่องนี้ไว้แล้วค่ะ ในการทดลอง เขาได้นำอาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 36 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 18 – 39 ปี มาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน และ ทั้งสามกลุ่มจะถูกเก็บตัวอยู่ที่ห้องทดลองทั้งหมดสองสัปดาห์ (36 คน บางคนอาจะมองว่าน้อยนะคะ แต่นักวิจัยเค้าลงความเห็นกันแล้วว่า คนจำนวนเท่านี้กับการทดลองดังกล่าว เป็นตัวแทนของผลลัพธ์ที่มากพอแล้วค่ะ) โดย กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุมการนอน กลุ่มนี้จะถูกจำกับการนอนเพียงแค่ 5 ชม. / คืนเท่านั้น กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มสุดสัปดาห์ พวกเขาจะถูกจำกัดการนอน 5 ชม. เพียงแค่ 5 วัน เท่านั้น…
Natnaree TK | 2512 days ago
Read More
01/03/2019

งานวิจัยชี้ ผู้สูงอายุที่นั่งดูโทรทัศน์ มากกว่า 3.5 ชม/วัน เสี่ยงความจำเสื่อมเร็วขึ้น!

ถึงแม้ว่าความเสื่อมของสมองเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นตามวัยอยู่แล้ว แต่ล่าสุดนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย King's College ในลอนดอน แสดงให้เราเห็นแล้วว่าการใช้เวลาส่วนมากนั่งดูโทรทัศน์จะทำให้ความจำเสื่อมเร็วขึ้น จากการทดสอบในคน 3,500 คน ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ตลอดระยะเวลาการติดตาม 6 ปี (2008 – 2014 ) โดยการทดสอบจำชุดคำศัพท์ พบว่า ผู้สูงอายุที่ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอโทรทัศน์มากกว่า 3.5 ชม. มีแนวโน้มที่จะมีความจำลดลง 8 – 10 % ส่วนผู้สูงอายุที่ใช้เวลาดูโทรทัศน์น้อยกว่านั้น มีความจำลดลง 4 – 5 % เท่านั้น นักวิจัยกล่าวว่า การนั่งดูโทรทัศน์เป็นเวลานานๆ ทำให้สมองไม่ได้รับการใช้งาน เช่นเดียวกับการพัฒนาสมองในเด็กที่จะช้าลงเมื่อดูสื่อต่างๆผ่านจอเป็นระยะเวลานาน แต่สำหรับผู้สูงอายุจะทำให้เกิดความเสื่อมได้ ทั้งนี้ในงานวิจัยไม่ได้ชี้ชัดถึงประเภทของรายการโทรทัศน์ว่ามีความเกี่ยวข้องกับความเสื่อมของสมองต่างกันหรือไม่ Dame Til Wykes ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาคลินิก และ การฟื้นฟูสมรรถภาพจากมหาวิทยาลัย King's College กล่าวว่า งานวิจัยนี้เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดภาวะความจำเสื่อมในผู้สูงอายุได้ ดังนั้นไม่ต้องหวั่นวิตกไป แต่จากผลงานวิจัยทำให้เราเห็นถึงความสำคัญในการใส่ใจผู้สูงอายุมากขึ้น ผู้ดูแลผู้สูงอายุ…
Natnaree TK | 2512 days ago
Read More
26/02/2019

ไม่ต้องทำ Chemo ก็อาจรักษามะเร็งได้! นักวิทยาศาสตร์พบวิธีการรักษามะเร็งโดยใช้อาวุธลับที่อยู่ในเซลล์ของเราแล้ว!

เป็นที่รู้กันดีว่า มะเร็งเป็นหนึ่งในโรคร้ายที่มีอัตราการเสียชีวิต 10 ล้านคน/ปี และยังคงมีอัตราการตรวจพบโรคมะเร็งมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในปัจจุบันนี้ อัตราเพิ่มสูงถึง 18 ล้านคน/ปี และเนื่องจากการทำ Chemotherapy เป็นการใช้สารเคมีเข้ารักษา นั่นอาจทำให้ร่างกายได้รับผลข้างเคียงที่รุนแรง ทำให้นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจในการหาวิธีการป้องกันรักษาโรคร้ายนี้เป็นอย่างมาก นักวิทยาศาสตร์กล่าวกับวารสาร Nature Communications ถึงข้อมูลจากทีมวิจัยมหาวิทยาลัย Northwestern ว่า พวกเขาพบว่าเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายเรา จะมีรหัสในการทำลายตัวเองที่อยู่ใน Ribonucleic acid (RNA) และ microRNAs ถึงแม้ว่า ในขั้นแรกของการค้นพบ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถถอดรหัสการทำงานของมันได้ก็ตาม แต่เมื่อปีที่แล้ว Marcus E. Peter และทีมค้นพบวิธีการทำงานของรหัสนี้แล้ว ซึ่งนี่อาจเป็นขั้นตอนสำคัญในการกำจัดเซลล์มะเร็งโดยไม่ต้องใช้สารเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำว่า 'ทำลายตัวเอง' ของเซลล์ฟังดูน่ากลัว แต่คุณรู้หรือไม่ว่านี่เป็นกระบวนการธรรมชาติ ในทุก ๆ วันมีเซลล์มากกว่าหนึ่งล้านเซลล์ทำลายตัวเอง และร่างกายเราก็กำจัดซากเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วเสียด้วย กระบวนการนี้เกิดขึ้นเมื่อภูมิคุ้มกันเราเริ่มรู้สึกว่าเซลล์นี้กำลังจะกลายเป็นเซลล์ที่อันตราย ระบบภูมิคุ้มกันก็จะทำการส่งสัญญาณ cell-death signals ให้เกิดการทำลายตัวเองไปยังเซลล์นั้น ๆ แต่! เจ้าเซลล์มะเร็งมันดันมีปัญหา เพราะมันสามารถเมินสัญญาณที่ว่าจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ แต่เมื่อนักวิจัยได้ทำการทดลองใช้…
Natnaree TK | 2515 days ago
Read More
24/02/2019

นักวิจัยคาดฮอร์โมน Hypocretin เป็นสาเหตุที่การนอนไม่พอส่งผลกระทบต่อหัวใจ!

เป็นที่รู้กันดีว่าการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลต่อระบบต่างๆมากมายต่อร่างกาย รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดในสมอง ตามที่กรมควบคุมและป้องกันโรค (CDC) เคยรายงานไว้ แต่เหตุผลทางชีววิทยาพื้นฐานสำหรับความเชื่อมโยงเหล่านี้ยังไม่ชัดเจนนัก แต่เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิจัยได้ทำการทดลองในหนู ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวทางพันธุกรรม โดยแบ่งหนูเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือหนูที่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ส่วนกลุ่มที่สองเป็นหนูที่ถูกรบกวนขณะนอน ด้วยการใช้เครื่องแปรงอัตโนมัติ เลื่อนผ่านใต้กรงทำให้พวกมันตื่น จากการทดลองพบว่า หนูที่ถูกรบกวนการนอนมีระดับการอักเสบในเส้นเลือด และ เส้นเลือดแข็งตัวมากกว่าหนูที่นอนพักผ่อนเพียงพอ นักวิทยาศาตร์ได้ทำการอธิบายว่า เมื่อหนูถูกรบกวนการนอนฮอร์โมน Hypocretin ที่ทำหน้าที่ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวจะลดลง ยิ่งไปกว่านั้นนักวิจัยยังพบอีกว่าหากระดับฮอร์โมน Hypocretin ลดลงจะส่งผลให้ โปรตีน CSF1 ส่งสัญญาณเพิ่มการผลิตเม็ดเลือดขาว ทำให้เกิดการอักเสบในไขกระดูก และหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุให้การเกิดการแข็งตัวของเส้นเลือดก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด และหัวใจได้ เช่นเดียวกับอาการ Narcolepsy หรือ โรคลมหลับ (โรคที่ผู้ป่วยมีอาการง่วงในตอนกลางวัน) ที่ผู้ป่วยจะมีระดับฮอร์โมน Narcolepsy ต่ำ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีงานวิจัยที่บอกกับเราแล้วว่าผู้ที่เป็นโรคลมหลับ จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจสูงกว่าคนปกติเช่นกัน นี่เป็นการทดลองเพียงขั้นต้นในการอธิบายความเกี่ยวโยงระหว่างการนอนพักผ่อนและโรคหัวใจ ถึงอย่างไรนักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงจะเดินหน้าทดลองในมนุษย์เพื่อให้ได้คำตอบที่แน่นอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถึงอย่างไรก็ตามการนอนพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นเรื่องสำคัญในการดูแลสุขภาพของทุกคน เพราะอย่างนั้นอย่าลืมใส่ใจเวลานอนกันด้วยนะคะ อ้างอิง
Natnaree TK | 2517 days ago
Read More
23/02/2019

สหรัฐหวั่น Zombie Deer Disease ระบาดกว่า 22 รัฐ ในอเมริกา CDC เตือนอาจติดต่อสู่คนได้!

กรมควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ CDC พบการระบาดของโรค Zombie Deer Disease (โรคกวางซอมบี้) กว่า 22 รัฐในอเมริกา หวั่นระบาดสู่มนุษย์เหมือนอย่างโรค Mad Cow (โรควัวบ้า) อย่างที่เคยมี Zombie Deer Disease หรือ Chronic wasting disease เป็นโรคที่เกิดจากโปรตีน Prions ส่งผลให้สัตว์มีอาการ น้ำหนักลด การทำงานของระบบต่างๆ ไม่สัมพันธ์กัน ไม่กลัวมนุษย์ ซึ่งปกติแล้วจะไม่ก่อให้เกิดโรคในสัตว์คนละสปีชีส์ (ส่วนพวกกวางเรนเดียร์ กวางขาว กวางมูซ จะว่าง่ายๆก็คือสัตว์ตระกูลกวางทั้งหลาย ก็เสี่ยงที่จะติดเชื้อได้เช่นกัน) แต่ล่าสุด Mark Zabel รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัย Prions จากมหาวิทยาลัย Colorado กล่าวว่า โปรตีนพวกนี้สามารถพัฒนาแพร่เชื้อผ่านการกินเนื้อของสัตว์ที่ติดโรค อย่างโรค Mad Cow ที่เคยแพร่ระบาดในปี 1980 ที่อเมริกาได้ และมันก็กลายเป็นที่น่ากังวลมากขึ้นเมื่อแคนาดารายงานว่า ลิงแสมดำที่ถูกเลี้ยงด้วยเนื้อกวางขาวติดเชื้อดังกล่าว 3 จาก 5…
Natnaree TK | 2518 days ago
Read More
21/02/2019

FDA เตือนกระแสฉีดเลือดเด็กเข้าเส้นเลือดไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณ!

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้ออกมาเตือนผู้บริโภคอย่างเป็นทางการในการใช้เลือดเด็กในการช่วยฟื้นฟูสุขภาพของพวกเขา หลังจากที่มีคนคิดว่าวิธีนี้สามารถชะลอความแก่ชราได้ กลายเป็นเรื่องใหญ่เมื่อสถานประกอบการในหลายรัฐ ฉีดพลาสม่าจากผู้บริจาคที่มีอายุน้อย ให้แก่ผู้รับบริจาคที่ต้องการ พวกเขาอ้างว่าการกระทำเช่นนี้สามารถชะลอความแก่ชรา ช่วยรักษาโรคพาร์กินสัน เส้นเลือดในสมองตีบ สมองเสื่อม สภาวะป่วยทางจิต และอื่น ๆ ได้อีกมากมาย และสำหรับหลายที่ก็มีการคิดเงินหลายพันดอลลาร์ในการฉีดเลือดเหล่านี้ให้แก่ผู้ที่ต้องการ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว องค์การอาหารและยาได้จัดการแถลงข่าวถึงความกังวลทางด้านสุขภาพที่ประชาชนอาจได้รับ เกี่ยวกับการฉีดเลือดเข้าเส้นเลือดและความเสี่ยงต่าง ๆ ที่พวกเขาอาจได้รับ ถึงแม้การเปลี่ยนถ่ายพลาสม่าอาจสามารถช่วยชีวิตคนได้ในบางกรณี แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่แน่ชัดว่าการฉีดเลือดของเด็กเข้าเส้นเลือดจะมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณ อ้างอิง
Natnaree TK | 2520 days ago
Read More
A doctor injects a vaccine to a baby on October 31, 2017 in Quimper, western France. The extansion from three to eleven mandatory vaccines for children was voted at the French Assembly on October 27, a measure which is challenged by anti-vaccine groups. / AFP PHOTO / FRED TANNEAU (Photo credit should read FRED TANNEAU/AFP/Getty Images)
19/02/2019

เท่านี้อาจไม่พอ! Facebook ควรใช้มาตรการพิเศษเพื่อจัดการข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีน

สำนักข่าว Bloomberg รายงานถึงการสำรวจมาตรการเพิ่มเติมของ Facebook เพื่อกำจัดข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนว่า ข้อมูลที่ถูกเข้าใจผิดยังคงระบาดอยู่ในกลุ่มผู้ปกครองบางส่วน ทำให้ Adam Schiff ตัวแทนจาก US ทำการร้องเรียนไปยัง Facebook และ Google ให้ทำการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก่อนการระบาดของโรคหัดจะเกิดขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น Schiff ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า Facebook ยังคงมีการกระจายข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และยังส่งเสริมโฆษณาจากกลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีน ถึงแม้ระบบจะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าโฆษณาที่ขึ้นมาเป็นข้อมูลที่ถูกหรือผิด แต่การนำโฆษณาเหล่านั้นมาฉายซ้ำ ๆ อาจทำให้คนเข้าใจผิดได้ ส่วนทางด้าน Facebook ได้ออกมากล่าวว่า การสำรวจมาตรการเพิ่มเติมเป็นการต่อสู้กับปัญหาที่ดีที่สุด รวมถึงการลดและลบ เนื้อหาประเภทนี้ออกจากกลุ่มที่แนะนำและถอนข้อมูลออกจากการค้นหา ในขณะเดียวกันก็ต้องแน่ใจว่ามีข้อมูลคุณภาพที่เชื่อถือได้มากขึ้น ส่วนทางด้าน Google เพิ่งจะกล่าวว่า Youtube จะจำกัดการแนะนำวีดีโอที่อาจทำให้ผู้ชมเข้าใจผิด รวมถึงวิดีโอต่อต้านวัคซีน แต่ถึงอย่างนั้นวีดีโอเกี่ยวกับกลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีนก็ยังติด 1 ใน 10 อันดับ เมื่อคนทำการค้นหาเกี่ยวกับวัคซีนอยู่ดี กรมควบคุมโรค (CDC) กล่าวว่าการแพร่ระบาดของโรคหัดเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง และวัคซีนก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตามการหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กได้รับวัคซีน จะทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้นกับเด็กและชุมชน ซึ่งนั่นคงจะไม่เป็นผลดีจากการพยายามป้องกันโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากวัคซีนในเวลาหลาย…
Natnaree TK | 2522 days ago
Read More
Hand holding vial doing CRISPR genomic research ++ DNA created in graphics program++
19/02/2019

นักวิทยาศาสตร์ตัดต่อพันธุกรรมซ่อน Stem Cells จากระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันภาวะต่อต้านจากร่างกายได้สำเร็จ!

พักหลัง ๆ มานี้เราจะได้ยินคำว่า Stem Cells กันบ่อยขึ้น ด้วยวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพและความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เมื่อ Stem Cells เหล่านั้นถูกนำเข้าไปสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันของบางคนก็ยังมองว่ามันเป็นสิ่งแปลกปลอมและต้องการกำจัดมันออกอยู่ดี แต่ปัญหานี้กำลังจะได้รับการแก้ไขแล้ว เมื่อนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย California San Francisco (UCSF) ได้พัฒนาวิธีการใหม่ในการซ่อน Stem Cells การกระทำดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่เซลล์วิศวกรรมได้มีการจัดการการปลูกถ่าย Stem Cells โดยที่ไม่ต้องตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันใด ๆ ในร่างกาย ไม่ให้ระบบภูมิคุ้มกันเห็นโดยการใช้เครื่องตัดต่อพันธุกรรม CRISPR เข้าช่วย ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการใช้ยากดภูมิคุ้มกันเข้าช่วยในการปลูกถ่าย Stem Cells แต่มันกลับส่งผลกระทบกับผู้ป่วยทำให้พวกเขาอาจเกิดโรคแทรกซ้อนได้ในขณะที่ภูมิคุ้มกันถูกกดอยู่ เครื่อง CRISPR จะทำการลบยีนสองตัวคือ histocompatibility complex (MHC) class I และ II ที่ทำหน้าที่ตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกัน และเพิ่ม CD47 โปรตีนสำคัญที่จะบอกกับระบบภูมิคุ้มกันว่าห้ามทำลายเซลล์ตัวนี้ วิธีการนี้ได้ทำการทดสอบในหนูและได้พิสูจน์แล้วว่ามันประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี นักวิทยาศาสตร์จึงคาดว่าเมื่อทำการรักษาในมนุษย์ก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีอย่างนี้เช่นกัน ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในเรื่องการใช้ CRISPR กับมนุษย์ แต่วิธีการนี้กลับแสดงให้เราเห็นว่า…
Natnaree TK | 2522 days ago
Read More
19/02/2019

‘ตัวล่อเกล็ดเลือด’ นวัตกรรมใหม่จากนักวิจัยช่วยลดอาการหลอดเลือดอุดตันจากเกล็ดเลือด!

โรคหัวใจ เส้นเลือดในสมองแตก การติดเชื้อ และ มะเร็ง เป็นสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับต้นๆของโลก ถึงแม้ว่าโรคเหล่านี้จะมีเอกลักษณ์ และ ความเฉพาะตัว แต่มันกลับมีจุดเชื่อมเล็กๆที่เหมือนกัน นั่นคือ เกล็ดเลือด ที่เป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการรักษา แต่สำหรับบางคนเกล็ดเลือดก็สามารถนำไปสู่ภาวะอันตรายอื่นๆ เช่น เนื้องอก และ การอุดตันของลิ่มเลือดตามมาได้ แต่ในวันนี้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีที่จะลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากเกล็ดเลือดเหล่านี้ได้แล้ว วิธีที่ว่านี้คือ ตัวล่อเกร็ดเลือด 'Decoy platelets' โดยนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัย Harvard เกล็ดเลือดเหล่านี้ถูกทำมาจากเกล็ดเลือดจริงๆของมนุษย์ แต่มันถูกนำมาทำความสะอาดด้วย Detergent และเครื่อง Centrifugation ในขณะที่กระบวนการเหล่านี้ไม่ได้ทำลายโปรตีนที่ผิวของเกล็ดเลือด โดยปกติแล้วพวกมันจะทำหน้าที่เกาะเซลล์ต่างๆในกระแสเลือด แต่เจ้าเกล็ดเลือดเหล่านี้ จะถูกปิดการทำงานดังกล่าวจึงไม่สามารถเข้าไปจับตัวสร้างลิ่มเลือดในตัวมนุษย์ได้ Anne-Laure Papa หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่า ตัวล่อเกล็ดเลือดเหล่านี้ไม่สามารถจับกับเซลล์ใดๆในกระแสเลือดได้ และมันสามารถขัดขวางไม่ให้เกล็ดเลือดปกติเข้าจับตัวกับผนังหลอดเลือด หรือ เซลล์อื่นๆได้เช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้นเป็นที่รู้กันดีว่าเกล็ดเลือดมีบทบาทสำคัญในการเกิดเนื้องอก และมะเร็ง ด้วยการเข้าจับกับเซลล์แปลกปลอมทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำอะไรเซลล์เหล่านั้นไม่ได้ แต่เมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองนำตัวล่อเกล็ดเลือด และ เกล็ดเลือดทดลองใน Microfluidic channels พบว่า มันสามารถช่วยลดการเกิดเซลล์มะเร็งและเนื้องอก รวมถึงลดการแพร่กระจาย และการเกิดเนื้องอกได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันการทดลองนี้จะประสบผลสำเร็จแค่ในหนู และ…
Natnaree TK | 2522 days ago
Read More
Mobile Apps Concept of Online Treatment and Health care in Modern Flat Style Vector Illustration EPS10
14/02/2019

Apple เตรียมรองรับให้ทหารผ่านศึกเข้าถึงบันทึกเวชระเบียนของตนเองบน iPhone!

หลังจากที่มีข่าวลือเรื่องนี้มาเป็นเวลานานในที่สุด Apple ก็เผยถึงการร่วมมือกับสถาบันสุขภาพโดยจะให้ทหารผ่านศึก 9 ล้านนาย ได้ใช้ประโยขน์จากเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์นี้ Apple ประกาศจะจับมือกับสถาบันสุขภาพ 39 แห่งและ โรงพยาบาลอีก 100 แห่ง จัดทำเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดเก็บข้อมูลแบบเก่า โดยผู้ใช้งาน และ แพทย์ สามารถดูประวัติการรักษาต่างๆ ผลแลป ใบจ่ายยา และอื่นๆ ได้ผ่านแอปบน iPhone Apple คาดหวังว่าสิ่งนี้จะทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว และป้องกันข้อมูลตกหล่นได้ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ตัวผู้ใช้งานแอป และแพทย์ผู้ทำการรักษา นอกจากนี้ข้อมูลเหล่านั้นจะสามารแชร์ไปยังแอปสุขภาพอื่นๆบนโทรศัพท์ของผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดการดูแลสุขภาพองค์รวมจากหลายๆแอปได้ แต่ Apple ไม่ใช่บริษัทเดียวที่กำลังให้ความสนใจเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์นี้ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ Amazon เพิ่งประกาศขายซอฟต์แวร์ที่สามารถอ่านเวชระเบียน และให้คำแนะนำวิธีการรักาษาในผู้ป่วยที่มีงบประมานจำกัด ส่วนทาง Google ก็ได้ยื่นจดสิทธิบัตรสำหรับระบบ AI ที่ออกแบบมาให้สามารถเตือนแพทย์ถึงเหตุการณ์ทางการแพทย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้อีกด้วย อ้างอิง
Natnaree TK | 2527 days ago
Read More
14/02/2019

WHO เตือนคนกว่า 1 ล้านคน ได้รับผลกระทบจากการใช้ Smartphone และการฟังเพลงที่ดังเกินไป!

เป็นที่รู้กันดีว่าการฟังเพลงเสียงดังมากเกินไปและการใช้หูฟังเป็นระยะเวลานานจะส่งผลเสียต่อการได้ยินของคุณ และยิ่งในยุคที่ Smartphone เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์แล้วความเสี่ยงก็ยิ่งมากขึ้น เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทางสหรัฐอเมริกาออกมาเตือนว่าคนอายุน้อยมากกว่า 1 ล้านคน กำลังเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบทางการได้ยินจากการฟังเพลงเสียงดังและใช้ Smartphone เป็นระยะเวลานาน ในปัจจุบัน 5% ของคนทั่วโลก (คิดเป็น 466 ล้านคนและในนั้นเป็นเด็กถึง 34 ล้านคน) มีประสาทการได้ยินเสี่อม ถึงแม้สาเหตุหลัก ๆ ของการทำให้การได้ยินเสื่อมยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ WHO ก็บอกว่า อย่างน้อยการควบคุมระยะเวลาการใช้งานและระดับเสียงที่ได้ฟัง ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยป้องกันการเสื่อมได้ เพื่อป้องกันผลกระทบทางการได้ยินที่อาจเกิดขึ้นตามมา องค์การอาหารและยา (WHO) และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ได้ออกมาตรฐานสากลในการใช้เครื่องเสียง หรือ Smartphone ทั้งหลายไว้ว่า ผู้ใช้งานไม่ควรฟังเสียงที่มีความดัง 85 เดซิเบล มากเกิน 8 ชั่วโมง หรือไม่ควรฟังที่ความดัง 100 เดซิเบล มากกว่า 15 นาที เพื่อความปลอดภัย หลาย ๆ คนพออ่านถึงตรงนี้แล้วคงเริ่มมีคำถามแล้วสินะคะว่า เราจะรู้ได้ยังไงว่าเราฟังไปกี่เดซิเบล? ทั้งนี้ทาง…
Natnaree TK | 2527 days ago
Read More
10/02/2019

ทำไมเราถึงมีอาการ Déjà Vu (เดจาวู) ?

Déjà Vu เป็นคำจำกัดความที่ใช้เรียกความรู้สึกเหมือนกับคุณเคยเจอเหตุการณ์นั้นๆมาก่อนหน้านี้ มันดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆก็มีโอกาสเจอ โดยส่วนมากแล้วปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในช่วงชีวิต โดยทั่วไปเฉลี่ย 1 ครั้ง/ปี และจำนวนครั้งจะลดลงไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าเดจาวูจะเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป แต่การวิจัยในเรื่องนี้ค่อนข้างมีข้อจำกัดมาก สาเหตุของการเกิดเดจาวูในผู้ที่ไม่มีอาการทางจิตเภท หรือลมชักแล้วละก็ จะมีสาเหตุหลักๆอยู่ 4 อย่างคือ ความสนใจ, ความจำ, การประมวลผลแบบผสาน และ ระบบประสาท 1.ความสนใจ สาเหตุของอาการเดจาวูที่เกิดจากความสนใจนี้อธิบายไว้ว่า มันเกิดจากความสนใจแบบ 'ตั้งใจ' และ 'ไม่ตั้งใจ' ตัวอย่างเช่นเมื่อคุณกำลังจะไขกุญแจประตูแต่ทันใดนั้นคุณก็ถูกเสียงรบกวน เพียงแค่ชั่วขณะที่คุณใจลอยเมื่อคุณกลับมาสนใจกับการไขกุญแจอีกครั้งหนึ่ง ภาพของการไขกุญแจก่อนหน้านี้จะถูกทำให้เหมือนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต โดยสิ่งที่เข้ามารบกวนการรับรู้ของคุณอาจจะเป็นเสียงรอบข้าง หรือแม้กระทั่งการกะพริบตาเพียงครั้งเดียวก็ได้ 2.ความจำ ในแต่ละวันเราได้รับข้อมูลมากมายแต่ไม่ใช่รายละเอียดทั้งหมดที่เราสามารถจำได้ บางสิ่งที่ได้รับรู้เข้ามาใหม่อาจมีรายละเอียดคล้ายๆ กับสิ่งที่เราเคยเห็นแต่เราไม่สามารถจำรายละเอียดในตอนนั้นได้ทั้งหมด หลักฐานของหลักการนี้คือการที่ผู้คนไม่ใส่ใจกับรายละเอียดต่างๆ ในข้อมูลทั้งหมด การประมวลผลข้อมูลที่ได้รับมาใหม่ในภายหลังจึงทำให้เกิดความคุ้นเคยและเกิดเดจาวูได้เป็นครั้งคราว 3.การประมวลผลแบบประสาน ว่าง่ายๆคือระบบการประมวลผลของ 'การรับรู้' และ'ความจำ' ทำงานไม่สัมพันธ์กันชั่วขณะนั่นเอง 4.ระบบประสาท สำหรับสาเหตุนี้เดจาวูจะเกิดจากการที่เกิดการชักเล็กน้อยในสมองส่วน Temporal lobe ในคนที่ไม่มีอาการลมชัก หรือเป็นอาการที่การส่งกระแสประสาทระหว่าง หู ตา หรืออวัยวะรับสัมผัสอื่นๆล่าช้า ทำให้ระบบประมวลผลในสมองส่วนกลางช้าไปด้วย ทั้ง…
Natnaree TK | 2531 days ago
Read More

PR Partners

See All
Read More

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…
26/12/2025

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…