Tags
| Health
08/09/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 878 days ago
Good Girl Syndrome เป็นคนดีที่อยู่ในกรอบตลอดเวลา จนเสียสุขภาพจิต
การเอาอกเอาใจผู้อื่น ความสมบูรณ์แบบ และการให้ความสำคัญกับผู้อื่นเป็นอันดับแรก แม้จะดูเหมือนเป็นคุณสมบัติที่ดี และเป็นการทำให้คนส่วนมากรักในตัวคุณ แต่ความจริงแล้วคุณสมบัติเหล่านี้อาจหันกลับมาทำลายความสุขที่แท้จริงของคุณได้ Good Girl Syndrome คืออะไร? แนวคิดเรื่อง Good Girl Syndrome ไม่ได้เกิดขึ้นจากการแพทย์ แต่เป็นผลผลิตของวัฒนธรรมสมัยนิยม ซึ่งเป็นวลีที่คุณมักจะพบเห็นในฟีดโซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญก็ได้กล่าวว่าแนวคิดนี้ถือเป็นแนวคิดที่มีประโยชน์ และช่วยให้ผู้หญิงหลายคนที่ประสบกับอาการดังกล่าวได้รู้เท่าทัน และหาวิธีแก้ต่อไป โดยผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่า อาการของ Good Girl Syndrome เป็น “การสำแดงลักษณะที่มีคุณค่าหรือน่ายกย่องในตัวผู้หญิง เกี่ยวพันกับการที่ครอบครัวรวมถึงผู้คนภายนอกครอบครัว เช่น ครู มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กผู้หญิงอย่างไร และปฏิสัมพันธ์เหล่านั้นส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้หญิงแต่ละคนอย่างไร” ให้ลองนึกถึงคำว่า "ผู้หญิงดี" ในภาพจินตนาการทุกคนจะนึกถึงภาพของสาวสวยเงียบ ๆ เชื่อฟังและคอยดูแลผู้อื่น ไม่สร้างปัญหา สิ่งนี้มีรากฐานมาจากความคาดหวังแบบเหมารวมของสังคมว่าผู้หญิงควรเป็นอย่างไรและมีบทบาทอย่างไร เมื่อผู้ที่เป็น Good Girl Syndrome เบี่ยงเบนไปจากพฤติกรรม "คนดี" ที่ว่าแล้ว พวกเธอจะรู้สึกผิด หรือกลัวที่จะถูกตัดสินในแง่ลบ สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็น Good Girl Syndrome Good Girl Syndrome…24/08/2023
พัฒนาตนเองด้วย 5 แนวคิดแบบ Growth Mindset
Carol Dweck นักจิตวิทยาจาก Stanford กล่าวว่า “ศักยภาพที่แท้จริงไม่ได้ถูกจำกัดจากอุปนิสัย ทักษะ หรือความฉลาดของคุณ แต่อยู่ที่กรอบความคิด" สิ่งนี้ได้รับการขนานนามว่า “Growth Mindset” แนวคิดนี้มีความเชื่อว่า ทุก ๆ คนสามารถเติบโตได้ และผู้ที่มีความมุ่งมั่นจะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้น โดยมาจากรากฐานความเชื่อที่ว่า “ความพยายามอย่างสม่ำเสมอ จะนำไปสู่การเติบโตในระยะยาว” ซึ่งวันนี้เราได้นำแนวคิดดี ๆ ที่จะทำให้คุณได้นำไปปรับใช้ในการพัฒนาตัวเองมาแนะนำกันค่ะ 5 แนวคิดแบบ Growth Mindset ปรับสักนิด เพื่อชีวิตที่เติบโต แนวคิดแบบเก่า ๆ บางแง่มุมเป็นความคิดที่ไม่ส่งเสริมทำให้คุณเติบโต ไม่ทำให้คุณรู้สึกมีความสุข ดังนั้นในวันนี้เราอยากจะ ชวนคุณมาปรับแนวคิดที่จะทำให้ชีวิตของคุณพบความสุขมากขึ้น และในขณะเดียวกันก็มีโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้าไปยังเส้นทางที่คุณวางเป้าหมายเอาไว้ได้มากขึ้นกัน 1. มองความท้าทายเป็นโอกาส ถ้าเราหลีกเลี่ยงอุปสรรค เราจะเติบโตไหม? คำตอบสำหรับคำถามนี้ เราอยากให้คุณหลับตาแล้วนึกถึงเด็กทารก เมื่อทารกถึงช่วงวัยเรียนรู้ที่จะหัดเดิน ทุกครั้งที่ก้าวพลาด เด็ก ๆ จะลุกขึ้นและลองก้าวใหม่ ล้มแล้วก็ลุก ลุกแล้วก็ล้ม ร่างกายเล็ก ๆ ของพวเบบี้ไม่รู้ว่าต้องล้มลุกคลุกคลานอีกกี่รอบ แต่การล้มนั้นคุ้มค่า! เมื่อคุณปรับความคิดสักนิดมองว่า ปัญหาที่คุณกำลังเผชิญหรือความยากที่คุณอาจจะทำไม่ได้ตอนนี้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 893 days ago
Read More22/08/2023
วิจัยเผย ‘การล้างจาน’ ช่วยให้มีสมาธิและลดความเครียดได้
การล้างจาน อาจเป็นงานบ้านที่น่าเบื่อสำหรับใครหลาย ๆ คน บางคนปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนค่อยมาล้างเพราะขี้เกียจ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นการสะสมเชื้อแบคทีเรียที่เกาะอยู่บนจานของคุณ Hack for Heath เลยอยากเชิญชวนทุกคนให้ขยันล้างจานกันมากขึ้น เพราะไม่เพียงแต่ทำให้คุณห่างไกลเชื้อแบคทีเรีย แต่การล้างจานยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย การล้างจานลดความเครียดได้ ? การศึกษาของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้นักศึกษา 51 คน ล้างจาน ซึ่งผลการวิจัยพบว่าคนที่ล้างจานอย่างมีสมาธิ เน้นไปที่การดมกลิ่นสบู่ สัมผัสอุณหภูมิของน้ำ และสัมผัสจาน จะเพิ่มความรู้สึกได้รับแรงบันดาลใจ 25% และลดระดับความกังวล 27% ในขณะที่กลุ่มคนที่ล้างจานอย่างไม่มีสมาธิจะไม่ได้รับผลประโยชน์ใด ๆ การศึกษานี้ทำโดยมีนักศึกษาเพียง 51 คน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำซ้ำเพื่อข้อสรุปที่แน่นอน แต่นักวิจัยแนะนำว่าการมีสติและสมาธิสามารถทำได้ในกิจกรรมทั่วไปที่หลากหลาย อาจช่วยลดความเครียด และปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดีทางจิตได้ ทำไมคุณควรล้างจาน กิจวัตรของคนโดยส่วนมากจะทำอาหาร หรือบางคนอาจซื้ออาหารกลับมากินที่บ้าน แน่นอนว่าเครื่องครัวถ้วย จาน ชาม เป็นอุปกรณ์หลักที่เราใช้ใส่อาหาร เมื่อรับประทานอาหารเสร็จเหตุผลที่คุณควรล้างจาน มีดังนี้ 1.กำจัดคราบอาหาร นอกจากคราบอาหารแล้วยังมีสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่เกาะอยู่บนจาน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และองค์ประกอบที่อาจเป็นอันตรายอื่น ๆ เติบโตบนจาน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 895 days ago
Read More22/08/2023
พฤติกรรมการเล่นโซเชียล อาจบ่งบอกปมในใจของคุณ
โลก “หลังคีย์บอร์ด” สำหรับบางคน เป็นเหมือนพื้นที่ที่ใช้แสดงความกล้า ปลดปล่อยตัวตน หรือใช้ในการระเบิดพลังในแง่ลบออกมา โดยที่ตัวจริงของเขาอาจจะแตกต่างจากตัวตนที่อยู่ในสื่อโซเชียลอย่างสิ้นเชิง เหตุใดทำไมเขาถึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ เป็นการแสดงออกถึงปมภายในใจบางอย่างหรือไม่ วันนี้เราจะชวนคุณผู้อ่านมาไขคำตอบไปพร้อมกัน พฤติกรรมเชิงลบบนโซเชียลมีเดีย ที่เกิดจากปมในใจ การแสดงออกถึงพฤติกรรมเชิงลบบนโซเชียลมีเดีย มาจากปัจจัยหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยในเชิงจิตวิทยา หรือปัจจัยที่มาจากตัวตนที่แท้จริงของผู้ใช้งานรายนั้น ซึ่งเราก็ได้นำเหตุผลบางประการ ที่คน ๆ นึงอาจมีพฤติกรรมเชิงลบและแสดงออกบนโซเชียลมีเดียมานำเสนอ และยังเป็นการแสดงออกถึงปมในใจบางอย่างที่ฝังรากลึกมานานอีกด้วย พฤติกรรมเชิงลบในสื่อโซเชียลมีเดีย โดยจะใช้วิธีหรือคำพูดที่จะกดให้คนอื่นต่ำลง และมีการแสดงออกว่าตนเองเหนือกว่า จากการดูถูกผู้อื่น ซึ่งจะเป็นเพิ่มความนับถือตนเองแบบชั่วคราว พฤติกรรมเชิงลบเหล่านี้ มักสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ทางอารมณ์หรือ “ปมในใจ” ที่ผู้คนกำลังเผชิญอยู่ การจัดการกับพฤติกรรมเหล่านี้ด้วยความเอาใจใส่และความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเป็นไปได้ว่าบุคคลเหล่านี้กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย และความยากลำบากในชีวิตจริง และไม่รู้ว่าจะจัดการแก้ไขปัญหาที่เจออย่างไรดี ดังนั้นการฝึกแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อบุคคลอื่นทางโลกออนไลน์ ก็เป็นอีกหนทางหนึ่ง ที่อาจจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ หรืออย่างน้อย ๆ พฤติกรรมในแง่ลบของคนอื่นก็จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของคุณสักเท่าไหร่นัก ทำไมบางคนถึงมีพฤติกรรม เป็นเกรียนคีย์บอร์ด การศึกษาทางจิตวิทยาพบว่าผู้ที่เป็น “เกรียนคีย์บอร์ด” มีแนวโน้มที่จะมีลักษณะบุคลิกภาพทางจิต 4 แบบ ได้แก่ เกรียนคีย์บอร์ด มักจะซ่อนตัวอยู่หลังชื่อปลอมหรือบัญชีนิรนาม ซึ่งมักจะพบได้ในกระทู้ทั่วไป เช่น ใน Reddit ฟอรัมสนทนาทางอินเทอร์เน็ตยอดนิยม…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 895 days ago
Read More31/03/2023
วิธีการดูแลตนเอง พร้อมรับมือกับหน้าร้อน!
แม้ว่าประเทศไทยจะขึ้นชื่อเรื่องอากาศร้อนแทบตลอดทั้งปี แต่เมื่อหน้าร้อนมาถึงอุณหภูมิภายในประเทศที่สูงอยู่แล้วก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจจะกระทบต่อสุขภาพได้ ยิ่งถ้าคนที่ต้องทำงานท่ามกลางแดดจัดด้วยแล้ว หากไม่ดูแลตนเองหรือตั้งรับกับอุณหภูมิที่ร้อนจัดก็อาจส่งผลเสียทั้งต่อภาวะอารมณ์ และร่างกายได้ Hack for Health มีวิธีดูแลตนเองเบื้องต้นในช่วงหน้าร้อนมาฝาก เพื่อให้คุณได้ป้องกันปัญหาสุขภาพของตนเอง รวมทั้งเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพของคนในครอบครัวคุณด้วย 1.กินอาหารปรุงสุก ในช่วงหน้าร้อน เชื้อแบคทีเรียจะเจริญเติบโตได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ช่วงหน้าร้อนมักจะเป็นช่วงที่คนท้องเสีย ท้องร่วง บ่อย ๆ นั่นเพราะอุณหภูมิที่ร้อนจัดอาจทำให้อาหารที่ปรุงสุกค้างไว้หลายชั่วโมง หมดอายุหรือเสียได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันโรคท้องเสีย จึงควรกินอาหารที่ปรุงสุกทันที และไม่กินอาหารค้างคืน 2.ดื่มน้ำเยอะ ๆ ทุกคนทราบดีว่าน้ำนั้นจำเป็นต่อร่างกายมากเพียงใด ยิ่งช่วงหน้าร้อนอุณหภูมิร่างกายก็จะยิ่งสูงขึ้น และร่างกายก็จะเสียน้ำผ่านเหงื่อมากขึ้นด้วย ก็ยิ่งต้องดื่มน้ำเพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป นอกจากนี้ น้ำยังช่วยดับกระหายทำให้รู้สึกสดชื่นในระหว่างวันที่ต้องเผชิญกับอากาศร้อนอีกด้วย 3.งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อากาศร้อนจะทำให้แอลกอฮอล์ดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้ไวกว่าปกติ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ดังนั้นหากใครที่ชื่นชอบดื่มแอลกฮอล์ช่วงฤดูร้อนแบบนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ 4.เลี่ยงแสงแดดจัด ช่วงเวลาที่แสงแดดจัดจะเป็นช่วง 10.00 - 15.00 น. หากเป็นไปได้ควรอาศัยอยู่ในอาคารที่ปลอดโปร่ง ยิ่งบ้านไหนไม่มีเครื่องปรับอากาศ จะต้องเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทไม่ให้เกิดความร้อนอบอ้าว แต่หากจำเป็นต้องออกแดดจริง ๆ สิ่งที่ไม่ควรละเลยนั่นคือการทาครีมกันแดด 5.ใส่ชุดที่ระบายอากาศ เสื้อผ้าก็เป็นส่วนสำคัญเช่นกัน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1039 days ago
Read More30/03/2023
ทำไมถูกจั๊กจี้ต้องหัวเราะ ทั้งที่รู้สึกทรมานแทบขาดใจ!
ใครเคยถูก ‘จั๊กจี้’ บ้าง ? ถ้าคนที่ไม่บ้าจี้อาจจะเฉย ๆ กับเรื่องนี้ แต่สำหรับคนที่บ้าจี้ และมักจะถูกแกล้งบ่อย ๆ อาจเกิดคำถามว่าทำไมเราถึงต้องหัวเราะเวลาที่มีคนมาจั๊กจี้เราด้วย! แล้วทำไมบางคนถึงไม่มีอาการบ้าจี้ทั้งที่ถูกกระทำเหมือนกัน อาการจั๊กจี้ หากคุณหัวเราะหรือร้องไห้ยามที่มีคนมาสัมผัสบริเวณจุดที่บอบบางของร่างกายแบบซ้ำ ๆ แสดงว่าคุณกำลังรู้สึกจั๊กจี้อยู่ แม้ว่าคุณจะไม่ได้รู้สึกสนุกจนต้องหัวเราะออกมา หนำซ้ำยังรู้สึกทรมานและไม่ชอบด้วยแต่กลับไม่สามารถบังคับร่างกายได้ โดยอาการจั๊กจี้มีอยู่ 2 รูปแบบ ดังนี้ สาเหตุที่ทำให้คนจั๊กจี้ ? ปัจจุบันยังไม่มีทฤษฎีที่สรุปอย่างแน่ชัดว่าความรู้สึกจั๊กจี้เกิดจากสาเหตุอะไร บ้างก็บอกว่าอาการจั๊กจี้เป็นกลไกการปกป้องส่วนเปราะบางของร่างกาย และอีกทฤษฎีบอกว่าการจั๊กจี้เป็นการกระตุ้นให้เกิดความผูกพันทางสังคมของผู้จั๊กจี้กับผู้ถูกจั๊กจี้นั่นเอง โดยจุดที่คนมักจะบ้าจี้มีดังนี้ ทำไมถูกจั๊กจี้ต้องหัวเราะ ? การถูกจั๊กจี้จะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมปฏิกิริยาทางอารมณ์ของคุณ การตอบสนองต่อการต่อสู้ หรือหนีจากความเจ็บปวด แม้ว่าตอนที่คุณถูกจั๊กจี้คุณจะหัวเราะออกมา แต่ความจริงแล้วคุณไม่ได้รู้สึกสนุกแต่เป็นเพียงการตอบสนองทางอารมณ์โดยอัตโนมัติเท่านั้น และการที่ร่างกายของคุณบิดไปมาขณะที่ถูกจั๊กจี้นั้น ก็เหมือนกับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ที่กำลังเจ็บปวดอย่างรุนแรง ทำไมบางคนบ้าจี้ แต่บางคนไม่บ้าจี้ ? ในเรื่องนี้นักวิจัยยังคงไม่มีข้อสรุปว่าทำไมอาการบ้าจี้ถึงเกิดขึ้นกับเฉพาะบางคน แต่คาดเดาว่าอาจจะมาจากพันธุกรรม บางคนอาจจะรู้สึกจั๊กจี้ที่บางส่วนของร่างกาย แต่จุดอ่อนไหวอื่น ๆ ไม่รู้สึกอะไร เช่น คุณอาจจะบ้าจี้ที่เท้ามาก ๆ แต่ตรงใต้รักแร้กลับไม่รู้สึกอะไร ขณะเดียวกันบางคนอาจเป็นคนที่ไวต่อการสัมผัส ดังนั้นความไวของผิวหนังจึงมีบทบาทในการกระตุ้นให้คนเรารู้สึกจั๊กจี้ได้เช่นกัน ทำอย่างไรให้หายบ้าจี้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1040 days ago
Read More28/03/2023
‘ทุเรียน’ ผลไม้ยอดฮิตช่วงหน้าร้อน ไม่ควรกินคู่กับอะไร ?
ผลไม้หน้าร้อนที่ได้รับความนิยมมีหลายชนิด แต่ที่หลายคนต้องนึกถึงนั่นก็คือ ‘ทุเรียน’ แม้ว่าจะมีบางคนบอกว่ากลิ่นของทุเรียนชวนให้รู้สึกอยากอาเจียน แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบทุเรียนนั้น กลิ่นทุเรียนจะหอมยิ่งกว่าอะไร แถมยังมีรสชาติที่หวานอร่อยเสียจนถึงขั้นต้องยอมอ้วนเลยทีเดียว ที่สำคัญทุเรียนยังขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้ไทยที่ชาวต่างชาติให้ความชื่นชอบอย่างมาก วันนี้ Hack for Health มาเอาใจสายทุเรียน ที่ตอนนี้อาจจะรู้สึกอยากกินทุเรียนขึ้นมา มาดูกันว่าในทุเรียนมีสารอาหารอะไรบ้าง และทุเรียนไม่ควรกินคู่กับอะไร ? สารอาหารในทุเรียน นอกจากรสชาติที่หวานอร่อย ทุกคนเคยสงสัยกันไหมว่าในทุเรียนมีสารอาหารอะไรบ้าง ทำไมเราถึงรู้สึกอิ่มท้องเวลาที่ได้กินทุเรียน ข้อมูลจาก สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ประมาณค่าสารอาหารในทุเรียนไว้ ดังนี้ ตัวอย่าง : ทุเรียนหมอนทอง คุณค่าทางโภชนาการต่อปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 163 กิโลแคลอรี ทุเรียนไม่ควรกินคู่กับอะไร ? 1.แอลกอฮอล์ โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะทำลายแอลกอฮอล์ โดยการเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้เป็นอะเซตาดีไฮด์ และอะซีเตท โดยใช้เอนไซม์แอลกอฮอล์ดีไฮโดรจีเนส และแอลดีไฮน์ดีไฮโดรจีเนส จากนั้นอะซีเตทจะเปลี่ยนเป็นน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมทั้งขับออกจากร่างกาย แต่ด้วยสารประกอบซัลเฟอร์ที่มีอยู่ในทุเรียนจะเข้าไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แอลดีไฮน์ดีไฮโดรจีเนส ทำให้กระบวนการการทำลายแอลกอฮอล์ หรือการจำกัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายช้าลง ผลข้างเคียงที่พบ เช่น วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หน้าแดง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1042 days ago
Read More27/03/2023
ปวดประจำเดือนแบบไหน เสี่ยงปัญหาสุขภาพ ?
สาว ๆ หลายคนเมื่อเข้าสู่ช่วงเป็นประจำเดือน อาการที่พบมากที่สุดนั่นคืออาการปวดท้อง ซึ่งถ้าให้บอกเล่าความทรมานนี้ให้หนุ่ม ๆ รู้ ก็คงไม่สามารถอธิบายออกมาได้ เพราะมีแต่สาว ๆ ด้วยกันเท่านั้นที่จะเข้าใจ ที่สำคัญสาว ๆ บางคนกลับรู้สึกว่าอาการปวดท้องของตนเองนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ถึงขั้นทนไม่ไหวจนจะเป็นลมก็มี บางทีอาการปวดท้องรุนแรงเช่นนี้ อาจกำลังเป็นสัญญาณบ่งบอกปัญหาสุขภาพบางอย่างที่คุณอาจไม่ทราบก็เป็นได้ อาการปวดประจำเดือนแบบปกติ อาการปวดประจำเดือนแบบทั่ว ๆ ไป ไม่เกี่ยวกับภาวะสุขภาพนั้น อาการปวดมักจะเริ่มขึ้นเมื่อช่วงประจำเดือนมา หรืออาจจะเริ่มปวดก่อนเวลาที่ประจำเดือนมาเล็กน้อย นอกจากนี้ คุณจะรู้สึกปวดหรือเมื่อยบริเวณหลังส่วนล่าง หรือปวดช่วงขาส่วนบน พร้อมทั้งมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่ วิธีรักษาอาการปวดประจำเดือน อาการปวดประจำเดือนจะค่อย ๆ ดีขึ้นหากคุณได้นอนพักผ่อน แต่สำหรับคนที่ต้องออกไปทำงาน หรือมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ หากอาการปวดนี้รบกวนคุณจนเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต ปัจจุบันมีตัวเลือกมากมายสำหรับรักษาอาการปวดประจำเดือน เช่น อาการปวดประจำเดือนแบบไม่ปกติ สำหรับอาการปวดประจำเดือนแบบไม่ปกติ หมายถึงการปวดประจำเดือนที่รุนแรง และอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพ ผู้หญิงบางคนอาจเริ่มมีอาการปวดประจำเดือนที่หนักมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีอาการปวดท้องแบบพอทนได้มาหลายปี หากคุณมีอาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรงจนทำให้คุณไม่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ในแต่ละวันได้ หรือทำให้คุณกังวลไปเลย คุณควรปรึกษาแพทย์ สิ่งสำคัญคือต้องเข้ารับการตรวจหากคุณมีความกังวลใจ คุณไม่จำเป็นต้องอดทนกับอาการปวดที่รุนแรงเช่นนี้ หากคุณกำลังสงสัยว่าตนเองเข้าข่ายปวดประจำเดือนแบบไม่ปกติ มาดูกันว่าคุณมีอาการดังต่อไปนี้หรือไม่…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1043 days ago
Read More23/03/2023
เหนื่อย เครียด คิดงานไม่ออก! คุณอาจกำลังเป็น ‘ภาวะสมองล้า’
หากคุณกำลังรู้สึกเหนื่อย เครียด คิดงานไม่ออก ไม่มีสมาธิกับงานที่ทำ คุณอาจกำลังเป็น ‘ภาวะสมองล้า’ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ทั้งหมดนี้อาจเกิดด้วยกันหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักของภาวะสมองล้ามักมาจากความเครียด และความวิตกกังวล แม้อาการจะแสงออกเกี่ยวกับปัญหาด้านจิตใจ แต่อาจนำไปสู่อาการทางร่างกายได้เช่นกัน เช่น อาการปวดท้อง เป็นต้น หากคุณรุ้ตัวว่าตนเองกำลังประสบอาการเหล่านี้อยู่ Hack for Health มีคำแนะนำวิธีการรักษามาให้คุณ 1.หาสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเครียดและวิตกกังวล ก่อนอื่นคุณอาจจะลองถามตนเองว่าอะไรที่ทำให้คุณเกิดความรู้สึกเหนื่อย หรือเครียด เพราะจะทำให้คุณแก้ไขอาการเหล่านี้ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพที่สุด โดยบางคนอาจจะเกิดความเครียดในระยะสั้น เช่น เครียดกับบทบาทหน้าที่ในการทำงานที่เพิ่งได้รับมอบหมาย และสามารถนำไปสู่ความเหนื่อยล้าทางจิตใจได้ ซึ่งคุณอาจจัดการความเครียดโดยการเรียนรู้งานหรือศึกษาข้อมูลมากขึ้น แต่หากคุณไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าอะไรทำให้เกิดความวิตกกังวลในใจ การไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอาจช่วยคุณได้ 2.นอนหลับให้มากขึ้น การอดนอนอาจทำให้การคิดงานตลอดทั้งวันของคุณยากขึ้น การนอนน้อยกว่า 1-2 คืน อาจไม่ส่งผลกระทบมากนัก แต่ถ้าคุณนอนหลับไม่เพียงพอเป็นประจำ คุณจะเริ่มสังเกตเห็นผลเสียบางอย่าง เช่น หงุดหงิดง่าย ง่วงนอนตอนกลางวัน และขาดสมาธิ แม้ว่าคาเฟอีนจะสามารถช่วยให้คุณรู้สึกตื่นตัวได้ชั่วคราว แต่ก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดี การนอนหลับให้เพียงพอเป็นการเริ่มต้นที่ดี และทำให้คุณใช้ชีวิตระหว่างวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.หาเวลาทำในสิ่งที่ชอบ ความเครียดมักเกิดขึ้นเมื่อชีวิตวุ่นวายกว่าปกติ และหากคุณมีหน้าที่รับผิดชอบมากมายจนไม่รู้จะจัดการอย่างไร การหาเวลาในการพักผ่อน หรือสนุกกับงานอดิเรกที่ชื่นชอบเป็นเรื่องที่ดี แม้ว่าจะเป็นไปได้ยากที่คุณจะหาเวลาให้ตนเอง แต่หากคุณไม่มีเวลาดูแลตนเองและพักผ่อน คุณก็จะยิ่งเพิ่มความเครียดเข้าไปอีก…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1047 days ago
Read More23/03/2023
ดื่มน้ำมากเกินไป อันตรายถึงชีวิต!
เราอาจเคยได้ยินมาตลอดว่าการดื่มน้ำเยอะ ๆ เป็นเรื่องที่ดีต่อร่างกาย มีการศึกษามากมายที่นำเสนอข้อดีของการดื่มน้ำ แต่รู้หรือไม่ว่าการดื่มน้ำมากเกินไปก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ใน 1 วัน คุณควรดื่มน้ำในปริมาณเท่าไหร่ ? ร่างกายของคนเราประกอบไปด้วยน้ำ 60-70 เปอร์เซ็นต์ โดยที่ร่างกายเราจะสูญเสียน้ำได้ตลอดทั้งวันผ่านปัสสาวะ และเหงื่อ ซึ่งคุณก็สามารถทดแทนน้ำที่เสียไปด้วยการดื่มน้ำ และการบริโภคอาหารในแต่ละวัน โดยในผู้หญิงควรดื่มน้ำให้ได้ 2.7 ลิตรต่อวัน ในขณะที่ผู้ชายควรดื่มน้ำ 3.7 ลิตรต่อวัน ซึ่งทั้งหมดนี้รวมถึงน้ำจาก ผลไม้ หรืออาหารที่คุณรับประทานเข้าไปด้วย ขณะเดียวกันคุณอาจจะต้องการน้ำมากกว่าคนอื่น ขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องสภาพแวดล้อมและสภาพร่างกายของตนเอง ดังนี้ ข้อดีของการดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณดื่มน้ำมากเกินไป ? เมื่อคุณดื่มน้ำมากเกินไป เช่น ดื่ม 5 ลิตรต่อวัน คุณอาจประสบกับ ‘ภาวะน้ำเป็นพิษ’ มีปริมาณน้ำในเลือดมาก และภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ คุณจะเริ่มมีอาการต่าง ๆ เช่น รู้สึกสับสน ง่วงนอน และปวดศีรษะ นอกจากนี้ หากความดันเพิ่มขึ้นอาจทำให้เกิดภาวะต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง และอัตราการเต้นของหัวใจต่ำ ภาวะหัวใจวาย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1047 days ago
Read More22/03/2023
‘โรคขาอยู่ไม่สุข’ ขยับขา/สั่นขา บ่อย ๆ จนเสียบุคลิก
เคยไหม ? นั่งอยู่เฉย ๆ ก็รู้สึกอึดอัดอยากขยับขา หรือสั่นขาตลอดเวลา บางครั้งอาการเหล่านี้มักมาตอนกลางคืนจนแทบนอนไม่หลับ คุณอาจกำลังเป็น 'โรคขาอยู่ไม่สุข' โรคขาอยู่ไม่สุขคืออะไร? โรคขาอยู่ไม่สุข (RLS) เป็นโรคทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายหรืออึดอัดที่ขา และกระตุ้นให้เคลื่อนไหวอย่างไม่สามารถห้ามได้ อาการมักเกิดขึ้นในช่วงบ่ายแก่ ๆ หรือช่วงเย็น และมักจะรุนแรงที่สุดในตอนกลางคืนขณะที่คุณกำลังนอนหลับ โดยอาการนี้จะรบกวนการนอนหลับของคุณ ทำให้หลับยากหรือนอนหลับไม่สนิท ซึ่งการขยับขาจะช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบายตัว แต่ความรู้สึกไม่สบายตัวก็จะเกิดขึ้นได้อีกเมื่อคุณหยุดการเคลื่อนไหวขาของตนเอง มากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรในสหรัฐอเมริกา พบว่าโรคขาอยู่ไม่สุขสามารถเกิดขึ้นกับคนทุกช่วงอายุ ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชาย แต่บุคคลที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมักเป็นวัยกลางคนขึ้นไป อาการมักจะเกิดขึ้นบ่อยขึ้นและยาวนานขึ้นตามอายุ อาการของโรคขาอยู่ไม่สุข อาการโรคขาอยู่ไม่สุขอาจแตกต่างกันไปในแต่ละวัน ความรุนแรง และความถี่ในแต่ละคนก็จะแตกต่างกัน หากอาการของคุณเกิดขึ้นเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ถือว่าเป็นความรุนแรงระดับปานกลาง แต่หากคุณมีอาการนี้มากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หมายความว่าอาการโรคขาอยู่ไม่สุขของคุณเข้าขั้นรุนแรง ผลกระทบจากโรคขาอยู่ไม่สุข อาการของคุณอาจทุเลาลง และหายไปเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ซึ่งปกติจะเป็นในช่วงระยะเริ่มต้นของโรค อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วอาการมักจะเกิดขึ้นอีกและรุนแรงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป บุคคลที่เสี่ยงเป็นโรคขาอยู่ไม่สุข แม้สาเหตุของโรคขาอยู่ไม่สุขจะไม่ชัดเจนนัก แต่หากคนในครอบครัวของคุณมีประวัติเป็นโรคนี้คุณก็อาจจะเป็นได้เช่นกัน และอาจเกิดจากสารโดปามีน (dopamine) ในสมองมีปริมาณน้อยลง โดยอาจเป็นจากภาวะของโรคอื่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1048 days ago
Read More22/03/2023
ขี้หึงจนบั่นทอนความสัมพันธ์! ทำอย่างไรให้อาการนี้หายไป
อาการหึงหวงคู่รัก เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากคุณกำลังมีความสัมพันธ์ที่ไปได้ดี ย่อมทำให้เกิดความกังวลใจ และท้ายที่สุดอาจทำให้คุณหึงหวงคู่รักของคุณเมื่อยามที่เขาใกล้ชิดกับผู้อื่น และจากผลสำรวจระบุว่า คนเรามักจะมีประสบการณ์หึงหวงเกี่ยวกับอดีตของอีกฝ่าย หรือเรียกง่าย ๆ ว่าหึงเรื่องแฟนเก่าของคนรักนั่นเอง โดยการหึงหวงเรื่องอดีตของคนรัก มีตั้งแต่พยายามไปขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีต ไปจนถึงการหมกมุ่นเรื่องดังกล่าวทั้งวันจนกระทบกับความสัมพันธ์ของคุณกับคนรัก ซึ่งอาการหึงเหล่านี้อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของและเสี่ยงภาวะซึมเศร้าได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำวิธีที่ทำให้คุณหลุดพ้นจากวงจรเหล่านี้เพื่อสุขภาพจิตที่ดี ทำไมถึงหึงกับเรื่องความสัมพันธ์ในอดีตของคนรัก ? การหึงหวง อิจฉา ริษยา เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ทุกคนและเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ในกรณีที่คุณรู้สึกหึงหวงคู่รักของคุณกับคนรักเก่านั้น อาจมาจากพฤติกรรมของคนรักคุณที่ยังคงเก็บของเก่า ๆ ที่อดีตคนรักมอบให้ หรือยังหวงแหนของบางอย่างที่เป็นความทรงจำในอดีต ซึ่งทำให้คุณเกิดความกังวลใจว่าคนรักของคุณอาจกำลังคิดถึงคนรักเก่าอยู่นั่นเอง โดยจากการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องความหึงหวงเชิงโรแมนติก พบว่าอารมณ์เหล่านี้มักมีรากฐานมาจาก ความรู้สึกไม่ปลอดภัยในความสัมพันธ์, ความนับถือตนเองต่ำ, ประสบการณ์ถูกนอกใจจากคนรักเก่าหรือจากคนรักในปัจจุบัน, การใช้สารเสพติด, ความผันผวนทางฮอร์โมน เป็นต้น ยอมรับและรู้เท่าทันความรู้สึกของตนเอง สิ่งที่จะทำให้คุณก้าวผ่านความรู้สึกหึงหวง หรืออิจฉาริษยาไปได้นั้น อย่างแรกคือคุณต้องยอมรับตนเองก่อนว่าคุณกำลังเกิดความหึงหวง หรืออิจฉาคนรักเก่าของคู่คุณจริง ๆ แม้จะรู้สึกยากลำบากที่ต้องยอมรับมันในบางครั้ง แต่การที่คุณรู้เท่าทันอารมณ์และความคิดของตนเองก็จะทำให้คุณหาทางแก้ไขความรู้สึกเหล่านั้นได้ไวมากขึ้น นักจิตวิทยาได้แนะนำว่า ให้คุณถามตนเองว่าความรู้สึกอิจฉานั้นมีความหมายต่อคุณอย่างไร คุณอาจจะรู้สึกว่าอดีตของคนรักกำลังจะเป็นตัวทำนายความสัมพันธ์ปัจจุบันของคุณ หรือคุณรู้สึกไม่ไว้ใจความสัมพันธ์ของพวกเขาเพราะอะไร เมื่อคุณเข้าใจตนเองแล้วคุณก็จะสามารถเผชิญหน้ากับความกลัวเหล่านั้นได้ แม้ว่าการหึงหวงสามารถเกิดขึ้นได้โดยทั่วไป และไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าคุณเป็นคนดีหรือคนไม่ดี แต่การที่คุณหึงหวงเรื่องราวในอดีตที่ตนเองไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้อีก และหมกมุ่นกับเรื่องนั้น อาจทำให้คุณรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของคุณกับคนรัก และกลายเป็นปัญหาตึงเครียดในชีวิตคู่ของคุณได้ เอาใจเขามาใส่ใจเรา…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1048 days ago
Read More21/03/2023
กินอาหารปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 เป็นเวลานาน เสี่ยงมะเร็ง!
ซีเซียม-137 คือสารกัมมันตรังสีชนิดหนึ่ง เมื่อเกิดการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ในสิ่งแวดล้อมจากอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ สารนี้จะตกค้างตามแหล่งน้ำ ดิน พืช อากาศ สัตว์ ตลอดจนการเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านการบริโภคอาหาร และหากคนเราบริโภคอาหารที่มีสารปนเปื้อนซีเซียม-137 เป็นเวลานานย่อมส่งผลเสีย และก่อให้เกิดโรคได้ เมื่อสารซีเซียมกระจายอยู่ทั่วทั้งในดิน น้ำ จึงง่ายต่อการเข้าสู่วงจรอาหาร และอาหารที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ผัก ผลไม้ นม อาหารทะเล และอาหารที่แปรรูปจากวัตถุดิบทางการเกษตร หากเราบริโภคอาหารที่มีสารปนเปื้อนซีเซียม-137 เข้าสู่ร่างกาย สารบางส่วนจะถูกขับออกทางเหงื่อและปัสสาวะ ในขณะที่สารบางส่วนจะตกค้าง และสะสมในกล้ามเนื้อ ตับ ไขกระดูก หากได้รับในปริมาณมากหรือเป็นเวลานานจะทำให้เกิดความผิดปกติในระดับโครโมโซมหรือพันธุกรรม และมีโอกาสก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ โดยปกติแล้วทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะกำหนดให้ตรวจปริมาณการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีในอาหาร 3 ชนิด คือ ไอโอดีน-131 (Iodine-131) ซีเซียม-137 (Cesium-137) และซีเซียม-134 (Cesium-134) หน่วยวัดปริมาณสารกัมมันตรังสีในเครื่องดื่มหรือของเหลวจะใช้หน่วย “เบคเคอเรลต่อลิตร” ส่วนอาหารหรือของแข็งจะมีหน่วยเป็น “เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม” เกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดคือ อาหาร ต้องมี Iodine-131 ไม่เกิน 100 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม, ซีเซียม-134…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1049 days ago
Read More20/03/2023
ไม่ต้องเศร้าก็ร้องไห้ได้…น้ำตาสื่อถึงอะไรบ้าง ?
คุณเสียน้ำตาครั้งสุดท้ายด้วยสาเหตุอะไร ? จริง ๆ แล้วการเสียน้ำตาไม่ได้บ่งบอกว่าคุณกำลังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจเท่านั้น การร้องไห้หรือเสียน้ำตายังสะท้อนความคิด ความรู้สึก หรือปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นของร่างกายด้วย โดยปกติแล้วผู้ชายมักจะร้องไห้น้อยกว่าผู้หญิง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะหลายวัฒนธรรมมักมองว่าการร้องไห้เป็นสัญญาณของความอ่อนแอ และมักจะสอนเด็กผู้ชายไม่ให้ร้องไห้ นอกจากนี้ ยังมีองค์ประกอบทางชีววิทยาที่บอกว่า ผู้หญิงจะมีฮอร์โมนโปรแลคตินมากกว่าผู้ชาย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เกิดปัจจัยการร้องไห้ง่ายขึ้น ในทางกลับกันผู้ชายมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในระดับที่สูงกว่า และฮอร์โมนดังกล่าวทำให้ผู้ชายร้องไห้ได้ยากขึ้น ‘น้ำตา’ ถูกผลิตโดยต่อมน้ำตาเหนือดวงตาของคุณประกอบด้วย เกลือและน้ำ ซึ่งช่วยให้พื้นผิวของดวงตามีความชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ชะล้างฝุ่น ละออง หรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปดวงตาออกมาผ่านน้ำตา ทั้งนี้ หลายคนมักจะเข้าใจว่าการเสียน้ำตาเป็นสัญญาณของความเจ็บปวด เสียใจ แต่ความจริงแล้วสาเหตุที่ทำให้คนเราร้องไห้มีด้วยกันหลายสาเหตุ และคุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกอับอายหากตนเองอยากร้องไห้ขึ้นมา น้ำตาช่วยบรรเทาอาการปวด หากคุณบังเอิญถูกประตูหนีบมือ อาการปวดอย่างรุนแรงอาจทำให้คุณน้ำตาไหลได้ และมีแนวโน้มที่จะร้องไห้จริง ๆ มากขึ้นเมื่อคุณต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างหนักเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเพื่อบรรเทาทุกข์ ยกตัวอย่าง อาการปวดที่รุนแรงต่อเนื่อง เช่น ปวดไมเกรน กระดูกหัก การคลอดบุตร โดยมีงานวิจัยระบุว่าเมื่อคุณร้องไห้ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินและออกซิโทซิน เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ทางอารมณ์พร้อมกับความเจ็บปวดทางร่างกาย จึงเรียกได้ว่าการร้องไห้เป็นพฤติกรรมที่ปลอบประโลมตนเองจากความเจ็บปวดนั่นเอง น้ำตาช่วยประมวลผลทางอารมณ์ เมื่อความรู้สึกของคุณรุนแรงจนคุณไม่รู้ว่าจะจัดการหรือรับมือกับมันอย่างไร การร้องไห้อาจเป็นวิธีหนึ่งในการแสดงความรู้สึกและบรรเทาทุกข์ ดังนั้น ความรู้สึกเศร้า ความรู้สึกผิด หรือความกังวลอย่างท่วมท้นอาจทำให้น้ำตาไหลได้ แม้ว่าจะไม่รู้สึกเจ็บปวดเป็นพิเศษก็ตาม หากคุณเคยรู้สึกสะเทือนใจจนน้ำตาไหล…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1050 days ago
Read More17/03/2023
World Sleep Day! เพิ่มประสิทธิภาพการนอนด้วย Galaxy Watch
(17/03/65) การนอนหลับเป็นการพักผ่อนร่างกายที่ดีที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของเราได้รับการฟื้นฟู คนที่นอนน้อยหรือมีการนอนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ส่งผลให้เกิดอาการง่วงซึมในยามเช้าเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานอีกด้วย ดังนั้น หลายคนจึงหันมาให้ความสำคัญกับการนอนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเนื่องในวันนอนหลับโลก หรือ World Sleep Day วันที่ 17 มีนาคม และ Sleep Awareness Week® วันที่ 12-18 มีนาคม ชวนทุกคนมาเพิ่มประสิทธิภาพการนอนผ่านนวัตกรรมสุดล้ำ Galaxy Watch5 Series ช่วยติดตามการนอนหลับของคุณ โดยผู้ใช้ Galaxy Watch มากกว่า 50% ติดตามการนอนหลับอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และ 40% ติดตามมากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้เข้าใจรูปแบบการนอนหลับของตัวเองได้ดีขึ้น พร้อมปรับการนอนตามคำแนะนำเพื่อพัฒนาการนอนให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น สร้างพฤติกรรมการนอนที่ดียิ่งขึ้นด้วยการเข้าใจรูปแบบการนอนของตนเอง เนื่องจากรูปแบบการนอนหลับของทุกคนแตกต่างกัน สิ่งสําคัญคือต้องเข้าใจลักษณะเฉพาะของตนเอง ซัมซุงช่วยให้การติดตามและการเข้าใจรูปแบบการนอนเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น โดยใช้เซนเซอร์ BioActive ของ Galaxy Watch ที่สามารถตรวจสอบรูปแบบการนอนที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง เช่น การตื่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1053 days ago
Read More17/03/2023
เรื่องจริงหรือความเชื่อ ? กินอาหารที่มีผงชูรสทำให้ผมร่วง
“กินอาหารที่มีผงชูรสจะทำให้ผมร่วง” หลายคนคงเคยได้ยินคำเตือนนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการจะเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรสนั้นเป็นเรื่องยากเช่นกัน เพราะผงชูรสมีส่วนช่วยให้รสชาติอาหารดีขึ้น Hack for Health จะพาทุกคนมาหาคำตอบว่าสรุปแล้วกินผงชูรสเยอะ ๆ เสี่ยงผมร่วงจริงไหม ? และการกินผงชูรสบ่อย ๆ ส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ผงชูรส มีสารสำคัญคือ โมโนโซเดียมกลูตาเมต (MSG) เป็นสารปรุงแต่งอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แม้ว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) จะจัดให้ผงชูรสเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่มีความปลอดภัย แต่มีการศึกษาหลายชิ้นที่ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่าการกินผงชูรสบ่อย ๆ อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ ผลกระทบจากการกินผงชูรส ผงชูรสมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของระบบประสาทอย่างช้า ๆ เช่น ความจำและการเรียนรู้ การกินผงชูรสเป็นเวลานานทำให้เซลล์ประสาทตาย นำไปสู่อาการตื่นตระหนก ชัก และเวียนศีรษะ ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะพบได้บ่อยในเด็ก ส่วนในผู้ใหญ่จะพบปัญหาสมาธิสั้น การศึกษาวิจัยพบว่าการกินผงชูรสเป็นเวลานานทำให้เกิดไขมันสะสมในตับ ซึ่งอาจลุกลามไปสู่โรคตับอักเสบอย่างช้า ๆ การศึกษายังแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยบางรายมีรอยโรคเป็นก้อนกลมและมีพฤติกรรมกินผงชูรสเป็นประจำ มีการศึกษาระบุว่า ผงชูรสในอาหารทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคเมตาบอลิกซินโดรมและโรคอ้วน นอกจากนี้ การกินผงชูรสในปริมาณมากจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อสุขภาพ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน แม้ว่าการกินอาหารที่มีผงชูรสจะไม่ทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ แต่ก็เสี่ยงทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและปวดศีรษะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บุคคลที่บริโภคผงชูรสประมาณ 150 มก./กก. ของน้ำหนักตัวพบว่าจะมีผลข้างเคียงคืออาการปวดศีรษะ …ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1053 days ago
Read More15/03/2023
ระวัง! ปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูร้อน
เข้าสู่ช่วงฤดูร้อน นอกจากอากาศที่ร้อนอบอ้าว แสงแดดจ้าที่ชวนให้ต้องหยิบครีมกันแดดมาทาเพื่อปกป้องผิวแล้ว สิ่งที่ทุกคนต้องเฝ้าระวังก็คือปัญหาสุขภาพหรือโรคต่าง ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนแบบนี้ เพราะความร้อนส่งผลต่อร่างกายทั้งหมด ทั้งผิวหนัง ดวงตา ระบบย่อยอาหาร หากไม่ระวังหรือป้องกันอาจนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บในฤดูร้อนได้ โรคที่พบบ่อยในช่วงฤดูร้อน 1.โรคลมแดด โรคลมแดดเป็นโรคที่พบบ่อยในฤดูร้อน เกิดจากการสัมผัสกับอุณหภูมิที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน เนื่องจากอุณหภูมิสูงทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียจากความร้อน เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ และอ่อนแรง ก่อนเกิดอาการฮีทสโตรก (Heat Stroke) ตามมา และทำให้อวัยวะล้มเหลว หมดสติ นำไปสู่การเสียชีวิตได้ 2.อาหารเป็นพิษ อาหารเป็นพิษเป็นหนึ่งในโรคที่เกิดขึ้นในฤดูร้อนได้ง่ายที่สุด เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนชื้น ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ง่าย และอาจนำไปสู่การปนเปื้อนในอาหารที่รับประทานเข้าไป 3.ปวดดวงตา การจ้องแสงแดด หรือการที่ดวงตาต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความรู้สึกปวดรอบดวงตาข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง เรียกว่า อาการเจ็บตา นอกจากนี้ อาจรู้สึกดวงตาขุ่นมัว เจ็บ หรืออ่อนล้าได้ 4.ภาวะขาดน้ำ โรคที่เกิดในช่วงฤดูร้อนที่พบบ่อยคือภาวะขาดน้ำ เกิดจากสภาพอากาศร้อนชื้นในช่วงฤดูร้อน เพราะร่างกายเราสูญเสียน้ำและเกลือแร่จำนวนมากผ่านทางเหงื่อโดยไม่รู้ตัว เมื่อปริมาณน้ำที่ออกจากร่างกายมากกว่าปริมาณน้ำที่รับเข้าไป จะส่งผลให้เกิดภาวะขาดน้ำและมีอาการปากแห้ง ลิ้นแห้ง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปัสสาวะสีเข้ม และกระหายน้ำ ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำให้มาก ๆ 5.ปวดศีรษะ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1055 days ago
Read More15/03/2023
อย่าหาทำ! ลดน้ำหนักให้ได้ในหนึ่งอาทิตย์ เสี่ยงโยโย่
เชื่อว่าหลายคนคงอยากมีหุ่นหรือรูปร่างที่สมส่วน และสำหรับบางคนที่กำลังหันมาดูแลรูปร่างของตนเองอาจเคยได้ยินวิธีการลดน้ำหนัก 5 กิโลกรัมให้ได้ภายในหนึ่งอาทิตย์ หรือบางคนอาจจะตั้งเป้าหมายของตนเองภายในหนึ่งอาทิตย์จะต้องลดน้ำหนักให้ได้ทีละหลายกิโลกรัม ซึ่งแน่นอนว่าหากคุณกินอาหารน้อยลง คุณก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย แต่รู้หรือไม่ว่าการลดน้ำหนักโดยคาดหวังผลลัพธ์ที่รวดเร็วแบบนี้ส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณไม่น้อย ลดน้ำหนักภายในหนึ่งอาทิตย์ทำได้แต่ไม่ยั่งยืน ปัจจุบันมีหลากหลายวิธีที่ทำให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นวิธีการกินที่เรียกได้ว่าแทบจะหักดิบและต่อสู้กับความอยากของร่างกาย เน้นที่ผัก ผลไม้ หรืออาหารที่มีแคลอรีต่ำ และกินในปริมาณน้อยกว่าที่ร่างกายควรได้รับ คุณก็จะสามารถลดน้ำหนักได้แล้ว หรือบางคนอาจหันไปพึ่งการดื่มน้ำผลไม้ที่เป็นโปรแกรมดีท็อกซ์ร่างกาย โดยดื่มแทนอาหาร 3 วัน วิธีนี้น้ำหนักของคุณก็จะลดลงอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะร่างกายไม่ได้รับสารอาหารเข้าไปนั่นเอง แต่ขอบอกก่อนเลยว่า ไม่ว่าคุณจะมีเหตุจำเป็นอะไรที่ต้องลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วน แต่วิธีเหล่านี้หรือการคาดหวังผลลัพธ์ในเวลาอันรวดเร็วไม่ใช่ผลดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน เพราะแม้คุณจะลดน้ำหนักได้จริง แต่เมื่อคุณกลับมากินอาหารตามปกติ คุณก็สามารถกลับมาน้ำหนักมากเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิมในระยะเวลาอันรวดเร็วเช่นกัน ดังนั้น วิธีการลดน้ำหนักที่ดีที่สุด คือการลดอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่กดดันตนเอง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและมาพร้อมกับการมีสุขภาพที่ดี ข้อควรระวังของการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังพบผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่มาจากการลดน้ำหนักในระยะสั้น เช่น ทำให้เกิดความหิวและทรมาน, เกิดความเหนื่อยล้า, หงุดหงิดง่าย, รู้สึกหนาว ร่างกายขาดความอบอุ่น, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, วิงเวียนศีรษะ, ท้องผูกหรือท้องเสีย และภาวะขาดน้ำ เป็นต้น ลดน้ำหนักอย่างสุขภาพดี แม้ว่าการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วจะทำให้คุณรู้สึกมีความสุข แต่อย่างที่บอกว่ามันไม่คุ้มเอาเสียเลยกับการต้องแลกมาด้วยการมีสุขภาพที่แย่ลง หนำซ้ำยังทำให้น้ำหนักกลับมาพุ่งได้ง่าย ดังนั้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1055 days ago
Read More14/03/2023
ปวดเมื่อยคอ /คอเคล็ด ไม่เกี่ยวกับนอนตกหมอน
ใครเคยมีอาการปวดต้นคอ หรือคอเคล็ดตอนตื่นนอนบ้าง ? อาการเหล่านี้สร้างความเจ็บปวดและส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันไม่น้อย หลายคนเข้าใจว่าอาการดังกล่าวเกิดจากตอนที่เรานอนแล้วนอนตกหมอนเลยทำให้ปวดที่ต้นคอ แต่ความจริงแล้วคอเคล็ดไม่เกี่ยวกับนอนตกหมอน! Hack for Health จะพาทุกคนไปหาสาเหตุที่แท้จริง อาการคอเคล็ดคืออะไร อาการคอเคล็ด คืออาการกล้ามเนื้อบาดเจ็บเฉียบพลัน เมื่อร่างกายของเราบาดเจ็บสมองจะสั่งให้กล้ามเนื้อส่วนรอบ ๆ หยุดการทำงาน สมมุติว่าเรามีการอักเสบของกล้ามเนื้อบริเวณใดบริเวณหนึ่ง กล้ามเนื้อรอบ ๆ ก็จะเกร็งเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว ซึ่งเราต้องมาดูอีกทีว่าอะไรคือกลไกที่ทำให้กล้ามเนื้อหรือข้อต่อของเราเกิดการบาดเจ็บเฉียบพลัน สาเหตุของอาการคอเคล็ด สาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อคอของเราเกิดการอักเสบเฉียบพลัน หรือคอเคล็ด ส่วนใหญ่มักสอดคล้องกับกิจวัตรประจำวันก่อนที่เราจะเข้านอน ยกตัวอย่าง หากทั้งวันของเรามีการนั่งทำงาน และต้องก้มหน้า หรือหันหน้าไปทางด้านขวาเพื่อดูเอกสารสลับกับจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ กล้ามเนื้อด้านขวาของเราก็จะถูกใช้งานเยอะ เริ่มรู้สึกตึง และเมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้านอนกล้ามเนื้อฝั่งขวาที่ตึงมากก็จะดึงเข้าหาตัวเอง พอเรานอนเราก็จะเอียงไปด้านขวา กล้ามเนื้อก็จะเข้าสู่ภาวะหดตัวเพราะมีการล้าสะสมมาทั้งวัน จากนั้นเมื่อเรานอนหลับไปสักพัก ส่วนอื่นของร่างกายก็เริ่มเมื่อยล้าและอยากพลิกตัว หรือขยับตัว ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วในหนึ่งคืนคนเราจะขยับตัว 60 ครั้ง และเมื่อเราพลิกตัว คอของเราก็จะต้องหมุนตามไปด้วย แต่กล้ามเนื้อคอด้านขวาของเราหดรั้งอยู่จากอาการล้าและไม่ยอมคลายตัวออก ทำให้เกิดการบิดและฉีกขาดของกล้ามเนื้ออย่างเฉียบพลัน จากนั้นสมองก็จะสั่งให้กล้ามเนื้อกลุ่มอื่น ๆ เกร็งตัว และเกิดการล็อก จึงเป็นสาเหตุที่ตอนตื่นมาหันคอไม่ได้และรู้สึกเจ็บ คอเคล็ดไม่เกี่ยวกับนอนตกหมอน อาการเจ็บหรือปวดที่ต้นคอ ไม่ได้เกี่ยวกับการนอนตกหมอน หากคุณมีอาการคอเคล็ดลองสังเกตจะเห็นว่าตอนตื่นคุณไม่ได้ตกหมอน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1056 days ago
Read More14/03/2023
ไทยกูลิโกะ เปิดตัวนมอัลมอนด์ “Almond Koka” รุกตลาดเครื่องดื่มสุขภาพในไทย
(14/03/66) เปิดตัว “Almond koka” ภายใต้ผู้ผลิตขนมและไอศกรีมชื่อดังที่หลายคนรู้จักกันดีอย่าง “ไทย กูลิโกะ” โดยไทยถือเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้เปิดตัวแบรนด์ “อัลมอนด์ โคกะ” นมอัลมอนด์ที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ด้าน นายเฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย กูลิโกะ จำกัด เปิดเผยว่า การเปิดตัว กูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ ครั้งนี้เป็นการเปิดตัวสินค้าในกลุ่มของ Health & Wellness Category หลังจากที่กูลิโกะเป็นที่รู้จักในฐานะผู้จำหน่ายขนมและไอศกรีมมายาวนาน เช่น Pocky Wholesome บิสกิตแท่งผสมโฮลวีต, Sunao ไอศกรีมไม่เติมน้ำตาลทราย เป็นต้น โดยจากกระแสเรื่องสุขภาพที่คนส่วนใหญ่หันมาบริโภคนมอัลมอนด์ หรือนม Plant-based ชนิดอื่นๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ตลาดนมอัลมอนด์ในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่อง ทางไทยกูลิโกะจึงมองเห็นโอกาสในการทำตลาด ด้วยการนำผลิตภัณฑ์นมอัลมอนด์ ภายใต้แบรนด์ “Almond Koka” (อัลมอนด์ โคกะ) ที่ทำยอดขายอันดับ 1 ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 90%…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1056 days ago
Read MorePR Partners
See All02/02/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 14 hours ago
ททท. จับมือ Reignwood ดึงแข้งระดับโลกมาดวลกอล์ฟ ใน Reignwood Icons of Football 2026
ใครจะไปคิดว่าเราจะได้เห็นภาพนี้ในไทย ! สำหรับการแข่งขันกอล์ฟครั้งประวัติศาสตร์ที่รวมตำนานนักเตะระดับโลกมาดวลกอล์ฟกัน ณ สนาม Robinswood Golf Club เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับ รายการ Reignwood Icons of Football 2026 ปรากฏการณ์นี้เป็นผลงานจากความร่วมมือกันระหว่างทาง เรนวูด กรุ๊ป ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น World Class Event & Sport Tourism Destination โดยการแข่งขันครั้งนี้เป็นแบบแมตช์เพลย์29/01/2026
ไฮเออร์ (Haier) พลิกโฉมเซ็นทรัลเวิลด์ ส่ง “เครื่องซักผ้า 3 ถัง” ระดับ Champion ลงสนามปี 69
เมื่อยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของโลกอย่าง ไฮเออร์ (Haier) ที่ครองแชมป์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่อเนื่อง 17 ปีซ้อน ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่กำลังจะเปลี่ยน "งานบ้าน" ให้เป็น "ไลฟ์สไตล์ระดับแชมป์" ทางไฮเออร์ตั้งเป้าสู่การเป็น Global Lifestyle Brand อย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ เริ่มต้นปีด้วยการเล่นใหญ่ผ่านแฟลกชิปอีเวนต์ ‘Champion Your Haier Life ไฮเออร์ เปิดโหมดแชมป์ให้กับชีวิต’ ป็อปอัพสโตร์ระดับโลกมาแลนดิ้งใจกลางกรุงเทพฯ ณ ลานด้านหน้า CentralwOlrd เป็นครั้งแรก ในงานนี้ ไฮเออร์ได้ชูโรงผลิตภัณฑ์กลุ่ม Champion-Grade โดยเฉพาะนวัตกรรมเครื่องซักผ้าที่จะมาเปลี่ยนการซักผ้าแบบเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่าง Triple-Drum รวบตึงการซัก 3 ถังในรอบเดียว ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบด้วยเครื่องซักผ้าที่สามารถซักผ้าหลากหลายรูปแบบพร้อมกันได้ในเครื่องเดียว ไม่ต้องรอคิวซักทีละถัง L+ Series จบ ครบ ทั้งซักและอบ ถังซักขนาดใหญ่ถึง 607 มิลลิเมตร โปรแกรมซักอัตโนมัติ 20 รูปแบบ และโหมดขจัดคราบเฉพาะทางมากถึง 26…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More29/01/2026
อว. จับมือ NetDragon – EDA ปั้น “สะพานอัจฉริยะ” พลิกโฉมเด็กไทยสู่ยอดฝีมือ AI แห่งยุคดิจิทัล
ทิศทางของ 'เด็กไทย' ผู้เป็นอนาคตของชาติในยุค AI จะเป็นแบบไหน ผู้ใหญ่ในประเทศก็มีส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนและปูทางให้กับพวกเขา ล่าสุด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง NetDragon และ บริษัท EDA (Thailand) ในการขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านนวัตกรรม AI ภายใต้แนวคิดการสร้างระบบนิเวศ Learning-to-Career เพื่อผลักดันให้นักศึกษาไทยก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการเรียนรู้ สู่การเป็นบุคลากรคุณภาพที่ตลาดแรงงานทั่วโลกต้องการในยุค AI ไม่ว่าจะเป็น ภายในงาน ดร. พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการ รมว.อว. ได้ชี้ให้เห็นว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ทักษะการทำงานจะเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล กระทรวงฯ จึงเร่งเดินหน้าแผน Re-skill และ Up-skill เพื่อลดช่องว่างทางทักษะและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของคนไทย ด้าน ดร. พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ระบุว่าปัจจุบันได้นำร่องหลักสูตร AI ในมหาวิทยาลัยแล้ว 6 แห่ง และเตรียมขยายผลไปยังสถาบันกว่า 250…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More17/01/2026
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True IDC สู่ Data Center ระดับสากล โครงสร้างเหล่านี้ถูกวางให้เป็นฐานรองรับ Big Data, Cloud และ AI ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ เทคโนโลยีในมุมของคุณศุภชัย ต้อง “สร้างโอกาส” ไม่ใช่แค่สร้างมูลค่า อีกหนึ่งมิติที่สะท้อนวิธีคิดของคุณศุภชัย คือการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ความสำเร็จของ TrueMoney ซึ่งเป็น Wallet รายแรกของไทย และ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago
Read More





























