ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| โลกร้อน
Read More

แบคทีเรียที่ผลิตออกซิเจน 1 ใน 3 ของโลกอาจหายไปเพราะอุณหภูมิมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้น

ภายใต้ผืนน้ำสีครามของมหาสมุทรทั่วโลก มีสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่ชื่อว่า โพรคลอโรค็อกคัส (Prochlorococcus) อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นจนนับไม่ถ้วน พวกมันคือแบคทีเรียสังเคราะห์แสงที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก ที่ผลิตออกซิเจนให้เราหายใจกว่า 1 ใน 3 ของออกซิเจนบนโลกมานานนับล้านปี อาจกำลังหายไปจากอุณหภูมิของมหาสมุทรที่เพิ่มสูงขึ้น ความเชื่อดั้งเดิมในหมู่นักวิทยาศาสตร์ คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและปรับตัวเก่งอย่างแบคทีเรียชนิดนี้ น่าจะอยู่รอดและเติบโตได้ดีท่ามกลางภาวะโลกร้อน แต่งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Microbiology กลับพบผลลัพธ์ที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศทางทะเลครั้งใหญ่ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันและสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT ใช้เวลากว่าทศวรรษวิเคราะห์ข้อมูลจากเซลล์แพลงก์ตอนพืชกว่า 8 แสนล้านเซลล์ ทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก และสิ่งที่ค้นพบก็ได้ลบล้างสมมติฐานเดิมที่เชื่อกันมาอย่างยาวนาน พวกเขาพบว่า โพรคลอโรค็อกคัสจะเติบโตและแบ่งตัวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ตามอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความเชื่อเดิมที่ว่าโลกร้อนไม่กระทบกับแบคทีเรียชนิดนี้ แถมยังส่งผลดีด้วย แต่พฤติกรรมการเติบโตนี้มีขีดจำกัด เพราะเมื่ออุณหภูมิแตะ 28 องศาเซลเซียส หรือเกินจากนี้ไปเพียงเล็กน้อย อัตราการแบ่งตัวของมันจะเปลี่ยนไป โดยไม่ได้แค่ชะลอลง แต่กลับดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เมื่อทีมวิจัยนำ ‘กฎ 28 องศา’ ที่เพิ่งค้นพบนี้ ป้อนเข้าไปในแบบจำลองสภาพภูมิอากาศโลก โดยสมมติสถานการณ์ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นศตวรรษนี้ แบบจำลองทำให้เห็นว่า มหาสมุทรส่วนใหญ่จะมีอุณหภูมิสูงเกิน 28 องศาเซลเซียสอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าผลผลิตมวลชีวภาพ (Biomass Production)…
04/06/2025

นักวิจัยชี้ ! ปลูกป่าช่วยโลกเย็นลงได้จริง แต่ยังไม่พอที่จะชดเชยผลกระทบจากฝีมือมนุษย์

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ริเวอร์ไซด์ (UC Riverside) ชี้ว่าการฟื้นฟูป่าที่สูญหายตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรมอาจทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกลดลงราว 0.34 °C หรือประมาณหนึ่งในสี่ของอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้นจากภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นแล้ว ตามแบบจำลองที่ตีพิมพ์ในวารสาร Communications Earth & Environment แต่ก็ยังไม่เพียงพอจะแก้ไขผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากฝีมือมนุษย์ ในปัจจุบัน เชื่อกันว่าโลกของเราได้สูญเสียต้นไม้ไปเกือบครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 3 ล้านล้านต้น นับตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งทีมนักวิจัยได้สร้างแบบจำลองสมมุติให้มีการเพิ่มพื้นที่ป่าราว 12 ล้านตารางกิโลเมตร หรือเกือบ 1.35 เท่าของสหรัฐฯ ใกล้เคียงกับการปลูกต้นไม้ 1 ล้านล้านต้น หากฟื้นฟูป่าได้ตามสมมุติฐานนี้ อุณหภูมิโลกจะลดลง 0.34 °C ซึ่งอยู่ในระดับที่มีนัยสำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะลบล้างความร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยฝีมือของมนุษย์ บ็อบ อัลเลน (Bob Allen) นักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศและหัวหน้าทีมวิจัย UC Riverside ให้ความเห็นว่า การปลูกป่าไม่ใช่ทางออกของปัญหา แต่ก็เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับการลดการปล่อยมลพิษอย่างจริงจัง ประโยชน์ของต้นไม้ที่มากกว่าการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ต้นไม้ยังปล่อยสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยได้ตามธรรมชาติ (BVOCs) ที่ไปจับกับก๊าซอื่น ๆ ในบรรยากาศ ก่อตัวเป็นละอองขนาดเล็ก ซึ่งช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์และกระตุ้นการก่อตัวของเมฆ สองกระบวนการนี้ช่วยลดความร้อนของโลกได้ ซึ่งโมเดลในการคำนวณสภาพอากาศส่วนใหญ่ไม่ได้รวมทั้งสองคุณสมบัตินี้เข้าไป หากรวมเข้าไปจะทำให้ผลลัพธ์ของการเพิ่มพื้นที่ป่าในการลดอุณหภูมิโลกชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ แบบจำลองสมมุติในงานวิจัยนี้ยังพบด้วยว่าการปลูกป่าสามารถช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองภายในชั้นบรรยากาศในภูมิภาคซีกโลกเหนือได้ 2.5 เปอร์เซ็นต์ นักวิจัยยอมรับว่าสถานการณ์จำลองในงานวิจัยนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริงได้…
11/03/2025

MIT เตือน ! ก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อการโคจรของดาวเทียม และอาจทำให้มันชนกันแบบไม่สิ้นสุด

เมื่อพูดถึงก๊าซเรือนกระจก เรามักจะนึกถึงโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หรืออากาศแปรปรวน ซึ่งเกิดขึ้นบนพื้นโลก หรือบรรยากาศที่เราสัมผัสได้ แต่ใครจะไปคิดว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะส่งผลต่อการโคจรของดาวเทียมได้ด้วย ดาวเทียมเป็นอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว ทั้งในแง่การสื่อสาร นำทาง พยากรณ์อากาศ หรือแม้กระทั่งในระบบการเงินและการธนาคาร งานวิจัยล่าสุดจาก MIT ได้เปิดเผยการค้นพบผ่านวารสาร Nature Sustainability ว่า ก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อชั้นบรรยากาศ “เทอร์โมสเฟียร์” (Thermosphere) ซึ่งเป็นชั้นที่ดาวเทียมส่วนใหญ่โคจรอยู่ และอาจทำให้เกิดการชนกันของดาวเทียม ปรากฏการณ์เรือนกระจกอาจทำให้ดาวเทียมชนกัน อย่างที่เรารู้กันว่าก๊าซเรือนกระจกนั้นถูกปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศจนทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกขึ้น ในลักษณะคล้ายกับโดมที่ครอบโลกของเราไว้ สร้างผลกระทบในแง่ของอุณหภูมิและความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศ ซึ่งการสะสมของก๊าซเรือนกระจกทำให้ความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศเทอร์โมสเฟียร์ลดลง ชั้นบรรยากาศเทอร์โมสเฟียร์มีระดับความสูง 90–800 กิโลเมตรเหนือโลกของเรา และมีความหนาแน่นสูง ซึ่งนอกจากที่เราจะใช้ชั้นบรรยากาศนี้ในการสร้างวงโคจรของดาวเทียมแล้ว เมื่อดาวเทียมสิ้นอายุการใช้งานและตกลงสู่พื้นโลก เศษซากดาวเทียมเก่าจะถูกเผาไหม้ผ่านความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศ ลดความเสี่ยงการชนกันของวัตถุในวงโคจรเดียวกัน ดังนั้น เมื่อก๊าซเรือนกระจกสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้ความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศในชั้นเทอร์โมสเฟียร์ลดลง และเพิ่มความเสี่ยงที่ดาวเทียมที่ปลดระวางจะคงเหลือเศษซากอยู่ในวงโคจร จนอาจเกิดการชนกันของดาวเทียม ส่งผลให้เกิดความเสียหาย และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนบนโลกได้ ภัยคุกคามจากการสะสมของเศษซากในอวกาศ ปัจจุบันมีดาวเทียมมากกว่า 10,000 ดวงที่โคจรรอบโลกในวงโคจรระดับต่ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้บริการอินเทอร์เน็ต การนำทาง และการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม แม้ท้องฟ้าที่เรามองเห็นว่าช่างแสนกว้างใหญ่นั้นอาจกำลังถูกถมด้วยการเพิ่มดาวเทียมเข้าไปในวงโคจรอีกมหาศาล จากธุรกิจที่เติบโตขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มดาวเทียมอินเทอร์เน็ตจำนวนมหาศาลที่เรียกกันว่า…
02/09/2024

นักวิจัยสิงคโปร์คิดค้นสีที่ทำให้เมืองเย็นลง 1.5 องศาเซลเซียส

เราน่าจะเคยได้ยินเรื่องสีทาบ้านที่ทาแล้วช่วยลดความร้อนกันมาบ้าง แต่จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถทำให้เมืองทั้งเมืองเย็นลงได้ด้วยการทาสี ยิ่งในเขตร้อนชื้น อย่างประเทศไทย และกรุงเทพฯ งานวิจัยนี้ได้ทดลองนำสีชนิดใหม่ที่คิดค้นขึ้นไปทาตามจุดต่าง ๆ ของเมือง อย่างกำแพง หลังคา ถนน และทางเท้า ซึ่งทีมนักวิจัยได้เก็บข้อมูลการไหลเวียนอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น และรังสียูวีเป็นเวลากว่า 2 เดือน เปรียบเทียบระหว่างพื้นที่ที่ทาสีชนิดใหม่ และพื้นที่ที่ไม่ได้ทา จากการสรุปข้อมูลพบว่าพื้นที่ที่ทาสีระบายความร้อนจากสิ่งก่อสร้างได้ดีกว่าพื้นที่ที่ไม่ทาสีถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และสามารถลดอุณหภูมิได้มากสุด 2 องศาเซลเซียสในช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน เมื่อเทียบหลังคาปกติ กับหลังคาที่ทาสีชนิดนี้ พบว่าหลังคาที่ทาสีชนิดนี้สามารถสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ และสะสมความร้อนลดลงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ในช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน โดยสิ่งที่ทีมนักวิจัยได้ใส่เข้าไปในสีชนิดนี้ คือสารเคมีที่ช่วยสะท้อนความร้อน ซึ่งช่วยให้พื้นที่เมืองเหมาะกับการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตมากขึ้น งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยชิ้นแรกในโลกที่มีการทดสอบให้เห็นชัดเจน ว่าสีทาภายนอกสามารถช่วยลดอุณหภูมิของอาคารและพื้นที่ต่าง ๆ ได้จริง ซึ่งการใช้สีกลุ่มนี้ก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่อาจช่วยให้ที่อยู่อาศัย รวมถึงพื้นที่ต่าง ๆ ภายในเมืองน่าอยู่มากขึ้น ท่ามกลางภาวะโลกเดือดที่รุนแรงมากขึ้นทุกวัน
Taylor Swift
31/07/2022

Taylor Swift ครองแชมป์คนดังที่สร้างคาร์บอนฟุตพรินต์จากการใช้เครื่องบินส่วนตัวมากที่สุดในโลก!

เปิดเผยรายงาน 10 อันดับคนดังที่สร้างคาร์บอนฟุตปรินต์จากการใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว พบ เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) ครองแชมป์คนดังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากสุด
12/04/2022

อีลอน มัสก์ เชื่อว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะอยู่รอดก็ต่อเมื่อเราย้ายไปตั้งรกรากบนดาวเคราะห์ดวงอื่น

ในอนาคตที่ไม่ไกลไปจากนี้สักเท่าไหร่ โลกของเรากำลังจะเปลี่ยนไปอย่างมาก สัญญาณที่ชัดเจนล่าสุดเราได้เห็นสภาพอากาศหนาวเย็นลงในช่วงเดือนเมษายนแบบกระทันหัน ฝนตกช่วงฤดูหนาว ฤดูหนาวที่อากาศร้อน พายุฝนและหิมะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและคาดเดาได้ยาก อากาศแปรปรวนอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ของโลก ดูเหมือนว่าภาวะโลกร้อนกำลังรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้อย่างที่ไม่มีใครรู้เลยว่าโลกใบนี้จะสามารถประคับประคองชีวิตหลายพันล้านชีวิตไปได้อีกนานแค่ไหน อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง SpaceX บริษัทเอกชนทางด้านธุรกิจการขนส่งทางอวกาศเชื่อว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์มีโอกาสสูญพันธุ์ในอนาคต ตราบใดที่เรายังไม่สามารถไปตั้งรกรากบนดาวเคราะห์ดวงอื่นได้ ซึ่งวิสัยทัศน์ของเขาตั้งแต่เริ่มทำบริษัทคือการไปก่อตั้งอาณานิคมของมนุษย์บนดาวเคราะห์สีแดงเพื่อนบ้านอย่างดาวอังคารให้สำเร็จ และทำให้การเดินทางด้วยจรวดอวกาศระหว่างโลกกับดาวอังคารเป็นเรื่องปกติเหมือนที่เราเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างทุกวันนี้ มัสก์เคยตั้งข้อสงสัยว่า “[ผม]สงสัยว่ามีอารยธรรม ‘ดาวเคราะห์ดวงเดียว’ ที่ตายแล้วกี่แห่งในจักรวาล? สายพันธุ์ที่ไม่เคยไปถึงดาวดวงอื่นและใช้ทรัพยากรจนตัวเองดับสูญไปในที่สุดหรือถูกทำลายโดยปัจจัยภายนอก น่าจะมีอยู่บ้างแหละ” และเขาให้ความเห็นต่อว่า “เราไม่อยากเป็นสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในดาวเคราะห์เดียว แต่เราอยากเป็นสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในดาวเคราะห์หลายดวง” จักรวาลเป็นสิ่งที่กว้างใหญ่ มีความเป็นไปได้มากมาย แต่มันก็มีเรื่องที่เราไม่รู้อีกเต็มไปหมดเช่นเดียวกัน โลกที่เราอาศัยอยู่นี้ถือเป็นเพียง "เศษผงบนเศษผงบนเศษผง" ของจักรวาลแห่งนี้ แต่ในขณะเดียวกันชีวิตหลายพันชีวิต ทั้งสัตว์ต่าง ๆ ทั้งมนุษย์ เรื่องราวมากมาย ประวัติศาสตร์ ศาสนา สงคราม สังคม ความยากดีมีจน ฯลฯ ก็ดำเนินอยู่บนเศษผงแห่งนี้ เราจะเรียกสิ่งนี้ว่าปาฏิหารย์ก็คงไม่ผิดนัก มัสก์เห็นความเป็นไปได้สองอย่างที่จะเกิดขึ้นกับมนุษยชาติในอนาคต เราอาศัยอยู่บนโลกใบนี้จนกว่าเหตุการณ์วันโลกาวินาศที่เกิดจากภายในหรือภายนอกจะลบล้างเราทั้งหมดออก ทุกอย่างหายไปจนหมดสิ้น ซึ่งนั่นอาจจะเป็นพันล้านปีต่อจากนี้ อาจจะเป็นพรุ่งนี้ก็ได้ไม่มีใครทราบเรากลายเป็นสปีชีส์หลายดาวเคราะห์ (multi-planetary species)…
ภาวะโลกร้อน
18/11/2021

วิจัยพบ ยิ่งโลกร้อน อากาศยิ่งชื้น อัตราการฆ่าตัวตายก็ยิ่งมากขึ้น (ประเทศไทยติดอันดับด้วย)

ภาวะโลกร้อนนั้นไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อสุขภาพทางกายและการเจ็บป่วยของผู้คนทั่วโลกแต่เพียงอย่างเดียว แต่ดูเหมือนว่าจะเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอีกด้วย การศึกษาวิจัยล่าสุดที่ทำการศึกษาข้อมูลจาก 60 ประเทศตลอดกว่า 37 ปี พบรายงานความเชื่อมโยงเกี่ยวกับความชื้นในอากาศ ที่เป็นผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนนั้นทำให้สุขภาพจิตของประชากรมีแนวโน้มแย่ลง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความรุนแรงและความถี่ในการฆ่าตัวตายของกลุ่มคนหนุ่มสาว โดยในการศึกษาครั้งนี้ยังพบว่า ประเทศไทยติดอันดับเป็นหนึ่งในประเทศที่พบความเชื่อมโยงเกี่ยวกับความชื้นในอากาศกับการฆ่าตัวตายด้วย
16/08/2021

โลกของเราทำสถิติ ‘ร้อนที่สุด’ ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

กรกฎาคม 2021 กลายเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดที่มนุษย์เคยเก็บสถิติมา แซงหน้าปี 2016, 2019 และ 2020 ที่เคยเป็นอันดับหนึ่งร่วมสำหรับเดือนที่โลกมีอุณหภูมิสูงที่สุด การที่เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นในปัจจุบันยิ่งช่วยยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) หรือที่บางครั้งเราเรียกว่า สภาวะโลกร้อนนั้นกำลังเกิดขึ้นจริง
09/08/2021

Greta Thunberg ขึ้นปกฉบับแรก Vogue Scandinavia จวกอุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างมลพิษ

เกรตา ธันเบิร์ก (Greta Thunberg) นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดน วัย 18 ปี ได้รับเลือกให้ขึ้นปกปฐมฤกษ์ของนิตยสาร Vogue สแกนดิเนเวีย ซึ่งเป็นเอดิชันล่าสุดที่เพิ่งปล่อยฉบับแรก ประจำเดือนสิงหาคม 2021 ออกมาเมื่อวานนี้ โดยธันเบิร์กสวมเทรนช์โค้ตที่ขนาดใหญ่เกินตัว (oversized) นั่งอยู่กับม้าในป่า ธันเบิร์กโพสต์ภาพปกนี้ลงในโซเชียลมีเดียของเธอ พร้อมกับข้อความว่า “อุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนและภาวะฉุกเฉินทางนิเวศวิทยา ยังไม่พูดถึงผลกระทบที่ทำให้คนงานและชุมชนจำนวนมากทั่วโลก ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบในการผลิตฟาสต์แฟชั่น (แฟชั่นที่ถูกผลิตขึ้นอย่างรวดเร็ว จำหน่ายในราคาถูก) เพื่อให้คนช้อปอย่างสนุกสนาน แล้วก็ถูกโยนทิ้ง” ธันเบิร์กเขียนไว้ในทวิตเตอร์ “หลายแบรนด์เริ่มทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่น เหมือนจะหันมาแสดงรับผิดชอบ ด้วยการทุ่มเงินมหาศาลทำแคมเปญที่สร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ อย่างเช่น “ความยั่งยืน” “จริยธรรม” “สีเขียว” (Green) “ความเป็นกลางต่อสภาพภูมิอากาศ” หรือ “ความถูกต้อง” แต่บอกตามตรงว่า: มันไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเลย มันคือ ‘การฟอกเขียว’ (Greenwash) ล้วน ๆ” ธันเบิร์กให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร Vogue ว่าเธอไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่มานานหลายปีแล้ว “ครั้งสุดท้ายที่ฉันซื้ออะไรใหม่คือเมื่อ 3 ปีก่อน และมันก็เป็นของมือสอง ฉันใช้วิธีขอยืมจากคนรู้จัก” ธันเบิร์กเล่า…
18/07/2021

‘กิจการอวกาศ’ กับงานหลากมิติและความเป็นไปได้ในไทย

การประกาศ คลอด ‘พรบ.กิจการอวกาศ’ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนสงสัยว่า การออก พรบ.นี้ในห้วงเวลาเช่นนี้เหมาะสมแล้วหรือไม่ และงานด้านอวกาศนั้นจะมีประโยชน์อะไร และส่งผลกับชีวิตเราอย่างไร สำหรับคำตอบของคำถามแรกนั้น เราคงไม่อาจตอบได้ แต่เพื่อให้เห็นปลายทางของคำตอบที่สองและสามมากขึ้น เราจึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานด้านอวกาศมาให้อ่านและทำความเข้าใจกัน
03/03/2021

จีนเตรียมส่งดาวเทียม ‘ไลดาร์’ ติดตามก๊าซคาร์บอนฯ ดวงแรกของโลก มุ่งลดการปล่อยก๊าซฯ ให้เป็นศูนย์

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จีนวางแผนส่งดาวเทียมดวงใหม่ ติดตั้งเทคโนโลยีตรวจจับและวัดระยะด้วยแสงหรือไลดาร์ (LiDAR) เพื่อเฝ้าติดตามก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในชั้นบรรยากาศโลก จางซิ่งอิ๋ง นักอุตุนิยมวิทยาอาวุโสจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาดาวเทียมแห่งชาติจีน (NSMC) เปิดเผยว่า  ดาวเทียมดวงใหม่ที่ว่านี้ มีกำหนดส่งขึ้นสู่อวกาศในเดือนมิถุนายน 2564 และถือเป็นดาวเทียมตรวจจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ใช้เทคโนโลยีไลดาร์ดวงแรกของโลก ก่อนหน้านี้ จีนส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรรอบโลกเพื่อเฝ้าติดตามก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว 3 ดวง ตั้งแต่ปี 2016 โดยดาวเทียมดังกล่าวใช้เทคโนโลยีสำรวจระยะไกลเชิงรับ LiDAR เป็นคำย่อ มาจากคำว่า ‘Light Detection and Ranging’ เป็นเทคโนโลยีที่มักใช้สำรวจภูมิประเทศหรือวัดระยะทาง มีลักษณะการทำงานเหมือนกับการทำงานของเรดาร์ (Radar) กันตรงที่ว่าเรดาร์คือ วัด ‘ระยะเวลา’ การเดินทางของคลื่นวิทยุ ส่วนไลดาร์ วัด ‘ระยะเวลา’ การเดินทางของลำแสงเลเซอร์ ที่เดินทางจากเซนเซอร์ (Sensor) ไปยังวัตถุเป้ำหมาย และเดินทางกลับไปยังเซนเซอร์ ข้อมูลที่ได้จากการวัดด้วยเทคโนโลยีนี้ มีความละเอียดสูง และมีปริมาณมหาศาล ถึงขนาดที่ว่าสามารถสร้างแผนที่ 3 มิติได้ “การประยุกต์ใช้ดาวเทียมเพื่อเฝ้าติดตามและศึกษาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่เพียงแต่จะสร้างประโยชน์ให้จีนแต่ยังสร้างประโยชน์ให้ทั่วโลก เนื่องจากช่วยสนับสนุนการปกป้องโลกของเรา” จางกล่าว ทั้งนี้…
25/02/2021

ที่สุดของกองทัพเต่า หนีหนาวเกลื่อนหาดกว่า 5,000 ตัว!!

ชาวบ้าน อาสาสมัคร และสมาชิกของกองทัพได้ร่วมแรงร่วมใจกันช่วยชีวิตเต่าทะเลเกือบ 5,000 ตัวในเท็กซัส หลังอุณหภูมิหนาวจัดรุนแรงพัดปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้เต่าเกยตื้นจำนวนมหาศาล National Geographic รายงานเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า เต่ากว่า 5,000 ตัวทั่วทั้งรัฐเท็กซัสที่พาเหรดกันขึ้นหาด ทำให้เกิดเป็นภาพกองทัพเต่าทะเลที่ใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่เหตุการณ์รวมพลของเต่าทะเล Sea Turtle Stranding and Salvage Network ที่ถูกบันทึกไว้ในปี 1980  “มันเหมือนวันโลกาวินาศของเต่าเลยครับ” วิล เบลลามี (Will Bellamy) ทหารผ่านศึกของกองทัพและนาวิกโยธินที่ช่วยเหลือเต่าเหล่านี้กล่าว เต่าทะเลสีเขียว คือเต่าส่วนใหญ่ที่พากันยกทัพบุกหาดในครั้งนี้ และเป็นสายพันธุ์ที่กำลังอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง ประชากรเต่าในฟลอริดาและชายฝั่งแปซิฟิกของเม็กซิโก อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์แล้ว บริเวณ Padre Island National Seashore ที่ชายฝั่งเท็กซัส จึงมีบทบาทสำคัญความอยู่รอดของเต่าสายพันธุ์นี้ เนื่องจากชายหาดเท็กซัสเป็นแหล่งทำรังที่สำคัญและมีหญ้าทะเลที่เป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ เมื่ออุณหภูมิของน้ำทะเลลดลงต่ำกว่า 50 องศาฟาเรนไฮต์ (10 องศาเซลเซียส) อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดได้ยาก จะส่งผลอัตราการเต้นหัวใจของเต่าจะลดลงจนกลายเป็นอัมพาต แต่มันยังไม่ตาย Sea Turtle, Inc.…
16/08/2020

สายเกินแก้ แผ่นน้ำแข็งในกรีนแลนด์ละลายจนไปสู่จุดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกแล้ว

ภาวะโลกร้อนเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงทุก ๆ ปี และจะยังคงมีต่อไป สถานการณ์ล่าสุดจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตตระบุว่า แผ่นน้ำแข็งของกรีนแลนด์ละลายไปสู่จุดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกแล้ว (to a point of no return) Ian Howat ผู้ร่วมเขียนงานวิจัยชิ้นนี้และศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอกล่าวว่า "ขณะนี้สถานะของน้ำแข็งในกรีนแลนด์ได้เปลี่ยนไปแล้ว ต่อให้เราทำสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศให้เหมือนกับ 20-30 ปีก่อนก็ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ และน้ำแข็งจะละลายอย่างรวดเร็วต่อไป" แผ่นน้ำแข็งของกรีนแลนด์ละลายลงสู่มหาสมุทรมากกว่า 280,000 ล้านเมตริกตันในแต่ละปี นับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มขึ้นตามรายงานของ Michalea King หัวหน้างานวิจัยและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอ นอกจากนี้การศึกษายังพบว่าแผ่นน้ำแข็งมีอัตราการละลายที่เร็วขึ้นกว่าเดิม นั่นหมายความว่าน้ำในทะเลจะสูงขึ้นกว่าเดิมเร็วขึ้น หากเกิดเหตุการน้ำทะเลสูงขึ้นกะทันหันย่อมส่งผลให้เกิดผลกระทบแบบไม่ทันตั้งตัวซึ่งยากต่อการคาดเดาได้ด้วย ถึงแม้ว่าน้ำแข็งในกรีนแลนด์จะไม่สามารถกู้คืนมาได้แล้ว แต่หากเราชะลอภาวะโลกร้อนไม่ให้แย่ลงไปมากกว่านี้ก็จะทำให้น้ำแข็งละลายช้าลง ช่วยชะลอระดับน้ำที่สูงขึ้นได้อีก อ้างอิง CNN พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
25/09/2019

นักวิทยาศาสตร์เผย! สภาพอากาศที่เปลี่ยนไปกำลังส่งผลร้ายแรงต่อมหาสมุทร

การประชุมของเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่ Monaco ได้ทำการหารือข้อสรุปของภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศ มหาสมุทร และพื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งบนโลกของเรา พวกเขาพบว่าผลกระทบจากภาวะโลกร้อนนั้นทำให้มหาสมุทรกลายเป็นภาวะฉุกเฉินที่ส่งผลต่อมนุษย์ เจ้าชายอัลเบิร์ตที่ 2 และรัฐบาลโมนาโก ได้สนับสนุนนักวิจัยจากคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) ให้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับพื้นที่น้ำแข็ง และมหาสมุทร เพื่อเตรียมรายงานถึงผลกระทบต่างๆ จากทะเลที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์หลายร้อยล้านคนก่อนสิ้นศตวรรษนี้ รวมทั้งยังรายงานสภาพความเป็นกรดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อแนวประการัง และการทำประมง แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้นคือ เมื่อพื้นน้ำแข็งละลาย จะปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในปริมาณมาก ทำให้อุณหภูมิโลกทวีความร้อนมากขึ้นไปอีก แล้วคำถามคือทะเลกับสภาพอากาศเกี่ยวข้องกันอย่างไรละ? สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ทะเลช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และความร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ถึง 1 ใน 4 ของทั้งหมด ตั้งแต่ปี 1970 มหาสมุทรช่วยดูดซับความร้อนไว้มากถึง 90% นั่นทำให้มหาสมุทรมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ความเค็มลดลง รวมถึงมีความเป็นกรดมากขึ้นอีกด้วย ไม่เพียงระดับน้ำทะเลเท่านั้นที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจ (อย่างที่เรารู้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เมืองชายฝั่งและหมู่เกาะต่าง ๆ โดนผลกระทบนี้เต็มๆแน่) แต่อีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตามองก็คือพายุที่จะเกิดได้มากขึ้นก่อนสิ้นศตวรรษนี้ ด้วยอัตราการละลายของน้ำแข็งที่สูงขึ้นทำให้วิกฤตินี้เป็นที่น่าจับตามอง และควรได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด อ้างอิง BBC NEWS…
Natnaree TK | 2495 days ago
Read More
24/08/2019

กว่า 3 สัปดาห์กับวิกฤติไฟป่าอเมซอนที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ แต่ทำไมในไทยเงียบจัง?

ไม่กี่วันที่ผ่านมาหลายคนคงได้ยินข่าวเรื่องไฟไหม้ครั้งใหญ่ในรอบหลายปีที่เกิดขึ้นที่ 'อเมซอน' กันมาบ้าง แต่น้อยคนนักที่จะให้ความสนใจกับข่าวนี้ วันนี้เราจะพาชาวแบไต๋ทุกท่านไปเกาะติดสถานการณ์และความรุนแรงที่เกิดขึ้นในป่าอเมซอนกันว่ามันมีความสำคัญอย่างไร ทำไมคนทั้งโลกจึงให้ความสนใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ อเมซอน (Amazon) เป็นป่าดิบชื้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกกินพื้นที่ทั้งหมด 9 ประเทศ แต่พื้นที่กว่า 60% ตั้งอยู่ในเขตประเทศบราซิล ทวีปอเมริกาใต้ ภายในป่ามีพรรณไม้หลายชนิด และ กว่า 75% ของพืชพันธุ์ในป่า สามารถพบได้ที่อเมซอนเท่านั้น ยังไม่พอป่าผืนนี้ยังถือเป็นบ้านหลังใหญ่ของสัตว์จำนวนมากอีกด้วย ด้วยความที่อเมซอนเป็นป่าขนาดใหญ่มันจึงถูกขนานนามว่าเป็นปอดของโลก ที่ผลิตออกซิเจนขึ้นสู่บรรยากาศถึง 20% วิกฤติการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่เราจะปล่อยผ่านไปได้เพราะนั่นหมายความว่าพื้นที่ที่ผลิตอากาศให้เราหายใจกำลังลดลงไปเช่นกัน โดยปกติแล้วป่าอเมซอนจะมีการเกิดไฟป่าขึ้นเป็นประจำอยู่แล้วทุกปี แต่ในครั้งนี้มันกลับต่างออกไปเพราะ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 BBC รายงานว่า สถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติ หรือ The National Institute for Space Research (INPE) กล่าวว่า จากรายงานภาพจากดาวเทียมพวกเขาพบว่าในปีนี้ไฟป่าในพื้นที่อเมซอนเพิ่มสูงขึ้นกว่า 83% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อปีที่แล้ว ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา มีไฟป่าเกิดขึ้นแล้วกว่า 72,000 ครั้ง และ แค่ในช่วง 15-21 สิงหาคมก็เกิดไฟป่าขึ้นอีกกว่า…
Natnaree TK | 2527 days ago
Read More
04/07/2019

อเมริกาติดหนึ่งในประเทศที่ทิ้งขยะมากที่สุดของโลก!

ปัจจุบันได้มีการรณรงค์ลดการทิ้งขยะและการใช้ถุงพลาสติกเป็นจำนวนมากแต่คุณรู้หรือไม่ว่าในทุกๆวันนี้เราก็ยังผลิตขยะมากกว่า 2 พันล้านตันภายใน 1 ปีและนั่นเป็นปริมาณมากพอที่จะเติมสระว่ายน้ำโอลิมปิกให้เต็มได้ถึง 800,000 สระเลยทีเดียว และหนึ่งในประเทศที่มีขยะเฉลี่ยต่อประชากรมากที่สุดคืออเมริกาเนื่องจากชาวอเมริกันผลิตขยะเฉลี่ยมากกว่าประชากรทั่วโลกถึง 3 เท่า (ขยะในที่นี้นับรวมพลาสติกและเศษอาหารด้วย) แต่เมื่อพูดถึงการรีไซเคิลอเมริกากลับเป็นประเทศที่มีการรีไซเคิลน้อยกว่าประเทศอื่นๆโดยคิดเป็นขยะเพียง 35% เท่านั้นในขณะที่เยอรมนีเป็นประเทศที่มีการรีไซเคิลขยะถึง 68% ของปริมาณขยะทั้งหมด งานวิจัยได้ทำการศึกษาถึงการดำเนินการและการจัดการต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศต่อวิกฤติขยะที่โลกกำลังเผชิญที่ส่วนมากเป็นปัญหาของการใช้พลาสติกเป็นส่วนใหญ่ในขณะที่มนุษย์ผลิตขยะเหล่านี้ออกมามากกว่า 2.1 พันล้านตันทุกปีแต่มีเพียง 16% เท่านั้นที่ถูกรีไซเคิล 46% ที่มีการจัดการไม่ดีพอส่วนที่เหลือ... ไม่ได้ถูกจัดการอะไรเลย กระโดดข้ามจากอเมริกามาดูแถบบ้านเรากันบ้างทางด้านประชากรของจีนและอินเดียที่คิดเป็น 36% ของประชากรโลกผลิตขยะได้ 27% ของขยะทั้งหมด ภายหลังจากที่จีนปฏิเสธการนำเข้าขยะจากอเมริกา (ก่อนหน้านี้อเมริกาจะทำการส่งขยะมารีไซเคิลที่จีน) ส่งผลกระทบขนาดใหญ่ต่อวงการการจัดการสิ่งแวดล้อมในอเมริกาและนั่นทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกมากเท่าไหร่ในการจัดการขยะเหล่านั้นและทำให้ในบางครั้งอเมริกาจำเป็นต้องเผาขยะเพื่อจัดการกับขยะ อย่างไรก็ตามปัญหาขยะพลาสติกและการรีไซเคิลยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่จะส่งผลในระยะยาวการจัดการที่ดีของประเทศก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยลดการทิ้งขยะได้แต่อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือประชากรทุกคนที่จะช่วยกันลดการทิ้งขยะและใช้ถุงพลาสติกให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้รักโลกร่วมกันลดใช้ถุงพลาสติกกันนะคะ อ้างอิง
Natnaree TK | 2578 days ago
Read More
23/06/2019

ทั่วโลกวิตก! หากเราไม่ลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมน้ำแข็งกรีนแลนด์จะละลายจนไม่เหลือ

ค่าก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบันมีปริมาณสูงมากจนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อสภาพแวดล้อม และชั้นบรรยากาศของโลกมาเป็นเวลานาน และในวันนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเตือนถึงภาวะวิกฤติที่หากเราไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่บรรยากาศอย่างจริงจัง ในอีก 1,000 ปีข้างหน้า น้ำแข็งที่กรีนแลนด์ได้ละลายหายไปหมดแน่ๆ! แรกเริ่มเดิมทีแผ่นน้ำแข็งที่กรีนแลนด์มีขนาดใหญ่พอๆ กับอลาสกา แต่หลังจากที่อุณหภูมิกระแสน้ำของมหาสมุทรสูงขึ้น 1.5 C (ตามอากาศที่ร้อนขึ้น) ในช่วงปี 1996-1998 ทำให้แผ่นน้ำแข็งเริ่มละลายและบางลง ส่งผลให้น้ำท่วมในหลายเมืองใหญ่ของสหรัฐ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) จึงทำการจำลองสภาพอากาศและความเป็นไปได้ที่จะส่งผลต่อแผ่นน้ำแข็งในอนาคต พวกเขาพบว่า หากมนุษย์ยังคงปล่อยก๊าซในลักษณะเช่นนี้ไปเรื่อยๆ อุณหภูมิโลกจะเพิ่มสูงขึ้น 2.6-4.8 C แต่หากมนุษย์สามารถลดการปล่อยก๊าซลงได้อุณหภูมิโลกจะลดลง 0.3-1.7 C แต่ถ้ามีการปล่อยก๊าซในปริมาณสูงในช่วง 50 ปีแรกและลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยอุณหภูมิโลกก็จะเพิ่มสูงขึ้น 1.1-2.6 C เช่นกัน ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Alaska Fairbanks ได้ทำการจำลองการละลายของน้ำแข็งในกรีนแลนด์ พวกเขาพบว่าหากเรายังคงปล่อยก๊าซขึ้นสู่บรรยากาศแบบปัจจุบันนี้ในปี 3000 น้ำแข็งที่กรีนแลนด์จะละลายหายไปแบบ 100% แน่ๆ และที่มากกว่านั้นคือน้ำแข็งเหล่านี้จะไหลลงสู่มหาสมุทรทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกว่า 7 เมตรอีกด้วย! อ้างอิง
Natnaree TK | 2589 days ago
Read More
29/04/2019

โลกร้อนทำพิษ! เพนกวินจักรพรรดิกว่า 1,000 ตัวต้องอพยพเพราะน้ำแข็งละลาย

ภาวะโลกร้อน และ สภาพอากาศที่เปลี่ยนไปไม่เพียงแต่ทำให้อุณหภูมิในประเทศต่างๆ นั้นพุ่งสูงขึ้น หรือหนาวมากกว่าเดิมเท่านั้น แต่สำหรับ Antarctica ทวีปที่อยู่ใต้สุดของโลก ก็ได้รับผลกระทบส่งผลให้น้ำแข็งละลายลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย ปัญหาน้ำแข็งละลายในเขต Antarctica นั้นมีมานานตั้งแต่ปี 2016 และยังคงทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากสภาพอากาศที่เลวร้ายมากขึ้นในทุกๆวัน ปัญหานี้ไม่เพียงส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น แต่มันยังส่งผลต่อ 'เพนกวินจักรพรรดิ' ที่อาศัยอยู่ในเขต Brunt Ice Shelf นั้นอีกด้วย สำนักข่าว British Antarctic Survey (BAS) รายงานว่า เนื่องจากน้ำแข็งก้อนใหญ่ที่อยู่ของเพนกวินเหล่านี้ถูกทำลายลง ทำให้อัตราการให้กำเนิดเพนกวินใหม่ลดน้อยลงตาม จากการสำรวจภาพจากดาวเทียมการสูญเสียพื้นที่น้ำแข็งไปทำให้ Drs Peter Fretwell และ Phil Trathan พบว่า Halley Bay colony พื้นที่ที่เคยพบสัตว์ได้หลากหลายสายพันธุ์นั้นมีค่าเฉลี่ยลดลงเพียงชั่วข้ามคืน เพนกวินจักรพรรดิ เป็นเพนกวินที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และ หนักมากที่สุดในตระกูลเพนกวิน พวกมันจำเป็นต้องอาศัยแผ่นน้ำแข็งในการสืบพันธุ์และวางไข่ จนลูกเพนกวินออกจากไข่และสามารถว่ายน้ำได้ พวกมันจะใช้ช่วงสืบพันธุ์จนลูกนกพร้อมสู่โลกกว้างตั้งแต่เดือนเมษายน - ธันวาคม แต่หากน้ำแข็งละลายเร็วขึ้นกว่าเดิม นั่นหมายความว่านอกจากเพนกวินจะไม่มีที่สำหรับการสีบพันธุ์แล้ว แต่มันหมายถึงการบังคับให้ลูกนกเพนกวินออกไปสู่โลกกว้างเร็วขึ้นทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อม ซึ่งเพิ่มอัตราการเสียชีวิตได้มากกว่าเดิม Dr…
Natnaree TK | 2644 days ago
Read More
07/04/2019

เข้าขั้นวิกฤติ! ปริมาณ CO2 ในขั้นบรรยากาศมากเกินไป จนต้นไม้ช่วยเราไม่ได้อีกแล้ว

ในปัจจุบันมนุษย์เป็นตัวการหลักที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ 30-40 ตัน/ปี และหากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ มันจะย้อนกลับมาทำลายวิถีชีวิตของเรา และสิ่งที่เราควรทำคือลด Carbon dioxide ในชั้นบรรยากาศลง อีกหนึ่งทางทีดีไม่แพ้การลดการปล่อยก๊าซดังกล่าว คือการช่วยกันปลูกต้นไม้ ต้นไม้ใช้ Carbon dioxice ส่วนเราก็ได้ Oxygen จากต้นไม้ Win-Win ทั้งคู่ แต่ตอนนี้มันไม่ง่ายอย่างนั้นเสียแล้ว งานวิจัยล่าสุดพบว่าโลกของเราแทบไม่มีพื้นที่เหลือไว้สำหรับปลูกต้นไม้ให้เพียงพอต่อการลดปริมาณ Carbon Dioxide ให้ลงมาอยู่ตามเกณฑ์แล้ว เพราะหากว่ากันจริงๆ เราต้องปลูกต้นไม้ให้เต็มพื้นที่ของประเทศอเมริกา ถึงจะเพียงพอต่อการลด Carbon Dioxide 10% จากปริมาณที่เราปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศทุกๆ ปี และหากเรานำพื้นที่อื่นไปปลูกต้นไม้ ก็อาจทำให้คนอีกหลายล้านคนประสบปัญหาการขาดแคลนอาหารได้เช่นกัน  ตอนนี้โลกของเรากำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ สิ่งใดที่สามารถช่วยกันดูแลโลกของเราได้ก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือนะคะ อ้างอิง
Natnaree TK | 2666 days ago
Read More

PR Partners

See All
Read More

สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global

ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น
23/07/2026

รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…
13/07/2026

มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่

มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…
13/07/2026

ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026

ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส -  ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…