Tags
| โลกร้อน
03/09/2026
รัชนี สังข์แก้ว | 32 days ago
แซม อัลต์แมน CEO OpenAI เผย คุยกับ AI ของพี่ ใช้น้ำน้อยกว่าปลูกอัลมอนด์อีกน้อง !
ล่าสุด แซม อัลต์แมน (Sam Altman) CEO OpenAI ได้ไปออกรายการพอดแคสต์ “Sam Altman on OpenAI’s next model and the AI backlash” ของ อเล็กซ์ ฮีธ (Alex Heath) ซึ่งมีการพูดถึงประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่ Data Center ใช้ในการประมวลผล ChatGPT โดยอัลต์แมนเลือกยกตัวอย่างเปรียบเทียบการใช้ AI กับการปลูกอัลมอนด์ในแคลิฟอร์เนีย อัลต์แมน กล่าวว่า "การถาม ChatGPT ทุก ๆ 38,000 ครั้ง จะใช้น้ำเท่ากับที่ใช้ในการผลิตอัลมอนด์เพียงเม็ดเดียวในแคลิฟอร์เนีย" ซึ่งก่อนหน้านี้อัลต์แมนเคยเปิดเผยไว้ว่า การถาม ChatGPT โดยเฉลี่ยใช้น้ำแค่ประมาณ 0.32 มิลลิลิตรต่อครั้งเท่านั้น ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขของ Google ที่ระบุว่าคำถามแบบข้อความของแอปฯ Gemini ใช้น้ำเฉลี่ยราว 0.26 มิลลิลิตรต่อครั้ง และงานวิจัยเมื่อปี 2019…26/09/2025
แบคทีเรียที่ผลิตออกซิเจน 1 ใน 3 ของโลกอาจหายไปเพราะอุณหภูมิมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้น
ภายใต้ผืนน้ำสีครามของมหาสมุทรทั่วโลก มีสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่ชื่อว่า โพรคลอโรค็อกคัส (Prochlorococcus) อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นจนนับไม่ถ้วน พวกมันคือแบคทีเรียสังเคราะห์แสงที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก ที่ผลิตออกซิเจนให้เราหายใจกว่า 1 ใน 3 ของออกซิเจนบนโลกมานานนับล้านปี อาจกำลังหายไปจากอุณหภูมิของมหาสมุทรที่เพิ่มสูงขึ้น ความเชื่อดั้งเดิมในหมู่นักวิทยาศาสตร์ คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและปรับตัวเก่งอย่างแบคทีเรียชนิดนี้ น่าจะอยู่รอดและเติบโตได้ดีท่ามกลางภาวะโลกร้อน แต่งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Microbiology กลับพบผลลัพธ์ที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศทางทะเลครั้งใหญ่ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันและสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT ใช้เวลากว่าทศวรรษวิเคราะห์ข้อมูลจากเซลล์แพลงก์ตอนพืชกว่า 8 แสนล้านเซลล์ ทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก และสิ่งที่ค้นพบก็ได้ลบล้างสมมติฐานเดิมที่เชื่อกันมาอย่างยาวนาน พวกเขาพบว่า โพรคลอโรค็อกคัสจะเติบโตและแบ่งตัวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ตามอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความเชื่อเดิมที่ว่าโลกร้อนไม่กระทบกับแบคทีเรียชนิดนี้ แถมยังส่งผลดีด้วย แต่พฤติกรรมการเติบโตนี้มีขีดจำกัด เพราะเมื่ออุณหภูมิแตะ 28 องศาเซลเซียส หรือเกินจากนี้ไปเพียงเล็กน้อย อัตราการแบ่งตัวของมันจะเปลี่ยนไป โดยไม่ได้แค่ชะลอลง แต่กลับดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เมื่อทีมวิจัยนำ ‘กฎ 28 องศา’ ที่เพิ่งค้นพบนี้ ป้อนเข้าไปในแบบจำลองสภาพภูมิอากาศโลก โดยสมมติสถานการณ์ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นศตวรรษนี้ แบบจำลองทำให้เห็นว่า มหาสมุทรส่วนใหญ่จะมีอุณหภูมิสูงเกิน 28 องศาเซลเซียสอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าผลผลิตมวลชีวภาพ (Biomass Production)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 374 days ago
Read More06/08/2025
[บทความ] เมื่องานวิจัยชี้ว่าการแก้ปัญหามลพิษในเอเชีย อาจเร่งให้โลกร้อนเร็วขึ้น
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หลายคนคงรู้สึกว่าภาวะโลกร้อนนั้นรุนแรงและมาเร็วกว่าที่คิด เราได้เห็นสถิติปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ถูกทำลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เคยสงสัยไหมว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ทุกอย่างมัน "เร่งสปีด" ขึ้นขนาดนี้ ? คำถามนี้ได้กลายเป็นปริศนาสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังหาคำตอบ ล่าสุด งานวิจัยชิ้นใหม่ได้ชี้ไปที่คำตอบที่อาจฟังดูย้อนแย้งที่สุด คือ การที่เราจริงจังกับการลดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในจีนและเอเชียตะวันออก อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกร้อนขึ้นเร็วกว่าเดิม ปริศนาอุณหภูมิที่พุ่งไม่หยุด ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยมองว่าสาเหตุอาจมาจากการควบคุมการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ในอุตสาหกรรมเดินเรือ แต่มาตรการนี้เพิ่งเริ่มจริงจังเมื่อปี 2020 ผลกระทบจึงยังไม่มากพอที่จะอธิบายทุกอย่างได้ ขณะที่นักวิจัยจาก NASA ก็ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงของเมฆ ทั้งการลดลงของเมฆในเขตร้อนชื้นหรือเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน แต่มีจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งที่ถูกมองข้ามไป นั่นคือ ความพยายามอย่างมหาศาลของจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกในการต่อสู้กับมลพิษทางอากาศ เพื่อสุขภาพของประชาชน นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ภูมิภาคนี้ลดการปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ลงได้ถึง 75% และที่น่าสนใจคือ ช่วงเวลาที่ความพยายามนี้เข้มข้นขึ้น กลับเป็นช่วงเดียวกับที่โลกร้อนเริ่มเร่งสปีดพอดี เมื่อ "เกราะกำบัง" จากมลพิษจางหายไป เผยให้เห็นผลกระทบแท้จริง งานวิจัยชิ้นนี้เกิดจากความร่วมมือของทีมนักวิทยาศาสตร์ 8 ทีมทั่วโลก และได้ข้อสรุปที่น่าสนใจและน่ากังวลในเวลาเดียวกัน มลพิษในอากาศที่ผ่านมานั้น ทำหน้าที่เหมือน "เกราะ" ที่คอยบดบังผลกระทบที่แท้จริงของภาวะโลกร้อนเอาไว้ และเมื่ออากาศสะอาดขึ้น "หน้ากาก" ที่ว่านี้ก็ถูกถอดออก เผยให้เห็นความรุนแรงของปัญหาที่ซ่อนอยู่ แม้ว่ามลพิษทางอากาศจะเป็นภัยร้ายต่อสุขภาพ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 425 days ago
Read More10/06/2025
ภาพถ่ายดาวเทียมเผย ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกเริ่มแตกออกจากกัน อาจกระทบเพนกวิน 2 ล้านตัว
ภาพถ่ายดาวเทียมภาพใหม่ที่น่าทึ่งได้เปิดเผยว่า A23a ซึ่งเป็นภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน กำลังเริ่มแตกออกเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ นับพันชิ้น หลังจากที่มันติดอยู่ใกล้กับเกาะที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าในแอนตาร์กติกา อย่างไรก็ตาม อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนหรืออาจถึงหลายปี กว่าที่ภูเขาน้ำแข็งมหึมานี้จะละลายหายไปทั้งหมด การเดินทางอันยาวนานของ A23a "ภูเขาน้ำแข็งมหึมา" A23a มีฉายาว่า "เมกะเบิร์ก" (Megaberg) ปัจจุบันมีพื้นที่ผิวประมาณ 3,100 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับเกาะลองไอส์แลนด์ของสหรัฐอเมริกา ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้แตกตัวออกมาจากหิ้งน้ำแข็งฟิลช์เนอร์-รอนเน (Filchner-Ronne Ice Shelf) ตั้งแต่ปี 1986 แต่หลังจากนั้นไม่นาน ส่วนใต้น้ำของมันก็ได้เกยเข้ากับพื้นทะเล ทำให้มันติดอยู่กับที่เป็นเวลานานหลายสิบปี จนกระทั่งในเดือนมกราคม 2023 ภูเขาน้ำแข็ง A23a ก็หลุดเป็นอิสระและเริ่มเคลื่อนที่ออกจากทวีปแอนตาร์กติกาเป็นครั้งแรก ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา A23a ครองตำแหน่ง "ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก" อยู่หลายครั้งสลับกับภูเขาน้ำแข็งลูกอื่น ๆ และกลับมาครองตำแหน่งนี้อีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2023 ในช่วงต้นปี 2024 การเดินทางของ A23a ต้องหยุดชะงักอีกครั้งเมื่อเข้าไปติดอยู่ในกระแสวนในมหาสมุทรขนาดใหญ่ ทำให้มันหมุนอยู่กับที่เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนจะหลุดออกมาได้ในเดือนธันวาคม 2024 และมุ่งหน้าขึ้นเหนือผ่านช่องแคบเดรก (Drake Passage) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 482 days ago
Read More20/04/2023
อุณภูมิเฉลี่ยโลก ปี 2023 อาจร้อนจัดเป็นสถิติใหม่ เพราะการกลับมาของ ‘เอลนีโญ’
สำนักข่าวรอยเตอร์ส เผยแพร่รายงานจากศูนย์บริการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของสถาบันสถาบันโคเปอร์นิคัสแห่งสหภาพยุโรป (EU's Copernicus Climate Change Service) ที่ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมีแนวโน้มจะสูงเป็นสถิติใหม่ในปีนี้ (2023) และปีหน้า (2024) เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) จะกลับมาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โลกเผชิญกับปรากฏการณ์ลานีญา (La Nina) ที่ส่งผลให้อุณหภูมิของพื้นผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลาง และในแถบเส้นศูนย์สูตร ลดต่ำกว่าปกติประมาณ 3 - 5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกทำสถิติร้อนขึ้นเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2016 ถือเป็นสถิติต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 8 ซึ่งตรงกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรง แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจะกระตุ้นให้อุณหภูมิสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ไม่มีปรากฏการณ์นี้ก็ตาม ด้วยเหตุนี้ การคาดการณ์ดังกล่าวของสถาบันสถาบันโคเปอร์นิคัสจึงหมายความว่า หากปรากฏการณ์เอลนีโญก่อตัวขึ้นจริงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในปี 2023 จะร้อนกว่าปี 2016 ขณะที่ค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิโลก ณ ปัจจุบัน ยังคงสูงกว่ายุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมราว 1.2 องศาเซลเซียส แม้ว่าผู้ปล่อยก๊าซรายใหญ่ของโลกส่วนใหญ่จะให้คำมั่นว่าจะลดการปล่อยก๊าซสุทธิให้เหลือศูนย์ในที่สุด แต่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ทั่วโลกในปีที่แล้วยังคงเพิ่มขึ้น ที่มา :…พนิตา สืบสมุทร | 1263 days ago
Read More27/10/2022
นักเคลื่อนไหวเยอรมนี บุกสาดมันฝรั่งบดใส่ภาพวาดของ Monet ประท้วงวิกฤติด้านอาหาร
ประเด็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และวิกฤติการขาดแคลนด้านอาหารและพลังงานกลายมาเป็นจุดสนใจบนโลกโซเชียลอีกครั้ง หลังจากที่มีนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน บุกเข้าไปสาดมันฝรั่งบดใส่ภาพวาดงานศิลปะของศิลปินชื่อดังกลางพิพิธภัณฑ์ในเยอรมนีประภาส อยู่เย็น | 1439 days ago
Read More31/07/2022
Taylor Swift ครองแชมป์คนดังที่สร้างคาร์บอนฟุตพรินต์จากการใช้เครื่องบินส่วนตัวมากที่สุดในโลก!
เปิดเผยรายงาน 10 อันดับคนดังที่สร้างคาร์บอนฟุตปรินต์จากการใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว พบ เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) ครองแชมป์คนดังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากสุดประภาส อยู่เย็น | 1527 days ago
Read More12/04/2022
อีลอน มัสก์ เชื่อว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะอยู่รอดก็ต่อเมื่อเราย้ายไปตั้งรกรากบนดาวเคราะห์ดวงอื่น
ในอนาคตที่ไม่ไกลไปจากนี้สักเท่าไหร่ โลกของเรากำลังจะเปลี่ยนไปอย่างมาก สัญญาณที่ชัดเจนล่าสุดเราได้เห็นสภาพอากาศหนาวเย็นลงในช่วงเดือนเมษายนแบบกระทันหัน ฝนตกช่วงฤดูหนาว ฤดูหนาวที่อากาศร้อน พายุฝนและหิมะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและคาดเดาได้ยาก อากาศแปรปรวนอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ของโลก ดูเหมือนว่าภาวะโลกร้อนกำลังรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้อย่างที่ไม่มีใครรู้เลยว่าโลกใบนี้จะสามารถประคับประคองชีวิตหลายพันล้านชีวิตไปได้อีกนานแค่ไหน อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง SpaceX บริษัทเอกชนทางด้านธุรกิจการขนส่งทางอวกาศเชื่อว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์มีโอกาสสูญพันธุ์ในอนาคต ตราบใดที่เรายังไม่สามารถไปตั้งรกรากบนดาวเคราะห์ดวงอื่นได้ ซึ่งวิสัยทัศน์ของเขาตั้งแต่เริ่มทำบริษัทคือการไปก่อตั้งอาณานิคมของมนุษย์บนดาวเคราะห์สีแดงเพื่อนบ้านอย่างดาวอังคารให้สำเร็จ และทำให้การเดินทางด้วยจรวดอวกาศระหว่างโลกกับดาวอังคารเป็นเรื่องปกติเหมือนที่เราเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างทุกวันนี้ มัสก์เคยตั้งข้อสงสัยว่า “[ผม]สงสัยว่ามีอารยธรรม ‘ดาวเคราะห์ดวงเดียว’ ที่ตายแล้วกี่แห่งในจักรวาล? สายพันธุ์ที่ไม่เคยไปถึงดาวดวงอื่นและใช้ทรัพยากรจนตัวเองดับสูญไปในที่สุดหรือถูกทำลายโดยปัจจัยภายนอก น่าจะมีอยู่บ้างแหละ” และเขาให้ความเห็นต่อว่า “เราไม่อยากเป็นสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในดาวเคราะห์เดียว แต่เราอยากเป็นสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในดาวเคราะห์หลายดวง” จักรวาลเป็นสิ่งที่กว้างใหญ่ มีความเป็นไปได้มากมาย แต่มันก็มีเรื่องที่เราไม่รู้อีกเต็มไปหมดเช่นเดียวกัน โลกที่เราอาศัยอยู่นี้ถือเป็นเพียง "เศษผงบนเศษผงบนเศษผง" ของจักรวาลแห่งนี้ แต่ในขณะเดียวกันชีวิตหลายพันชีวิต ทั้งสัตว์ต่าง ๆ ทั้งมนุษย์ เรื่องราวมากมาย ประวัติศาสตร์ ศาสนา สงคราม สังคม ความยากดีมีจน ฯลฯ ก็ดำเนินอยู่บนเศษผงแห่งนี้ เราจะเรียกสิ่งนี้ว่าปาฏิหารย์ก็คงไม่ผิดนัก มัสก์เห็นความเป็นไปได้สองอย่างที่จะเกิดขึ้นกับมนุษยชาติในอนาคต เราอาศัยอยู่บนโลกใบนี้จนกว่าเหตุการณ์วันโลกาวินาศที่เกิดจากภายในหรือภายนอกจะลบล้างเราทั้งหมดออก ทุกอย่างหายไปจนหมดสิ้น ซึ่งนั่นอาจจะเป็นพันล้านปีต่อจากนี้ อาจจะเป็นพรุ่งนี้ก็ได้ไม่มีใครทราบเรากลายเป็นสปีชีส์หลายดาวเคราะห์ (multi-planetary species)…โสภณ ศุภมั่งมี | 1637 days ago
Read More18/11/2021
วิจัยพบ ยิ่งโลกร้อน อากาศยิ่งชื้น อัตราการฆ่าตัวตายก็ยิ่งมากขึ้น (ประเทศไทยติดอันดับด้วย)
ภาวะโลกร้อนนั้นไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อสุขภาพทางกายและการเจ็บป่วยของผู้คนทั่วโลกแต่เพียงอย่างเดียว แต่ดูเหมือนว่าจะเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอีกด้วย การศึกษาวิจัยล่าสุดที่ทำการศึกษาข้อมูลจาก 60 ประเทศตลอดกว่า 37 ปี พบรายงานความเชื่อมโยงเกี่ยวกับความชื้นในอากาศ ที่เป็นผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนนั้นทำให้สุขภาพจิตของประชากรมีแนวโน้มแย่ลง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความรุนแรงและความถี่ในการฆ่าตัวตายของกลุ่มคนหนุ่มสาว โดยในการศึกษาครั้งนี้ยังพบว่า ประเทศไทยติดอันดับเป็นหนึ่งในประเทศที่พบความเชื่อมโยงเกี่ยวกับความชื้นในอากาศกับการฆ่าตัวตายด้วยประภาส อยู่เย็น | 1782 days ago
Read More16/08/2021
โลกของเราทำสถิติ ‘ร้อนที่สุด’ ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
กรกฎาคม 2021 กลายเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดที่มนุษย์เคยเก็บสถิติมา แซงหน้าปี 2016, 2019 และ 2020 ที่เคยเป็นอันดับหนึ่งร่วมสำหรับเดือนที่โลกมีอุณหภูมิสูงที่สุด การที่เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นในปัจจุบันยิ่งช่วยยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) หรือที่บางครั้งเราเรียกว่า สภาวะโลกร้อนนั้นกำลังเกิดขึ้นจริงภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1875 days ago
Read More09/08/2021
Greta Thunberg ขึ้นปกฉบับแรก Vogue Scandinavia จวกอุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างมลพิษ
เกรตา ธันเบิร์ก (Greta Thunberg) นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดน วัย 18 ปี ได้รับเลือกให้ขึ้นปกปฐมฤกษ์ของนิตยสาร Vogue สแกนดิเนเวีย ซึ่งเป็นเอดิชันล่าสุดที่เพิ่งปล่อยฉบับแรก ประจำเดือนสิงหาคม 2021 ออกมาเมื่อวานนี้ โดยธันเบิร์กสวมเทรนช์โค้ตที่ขนาดใหญ่เกินตัว (oversized) นั่งอยู่กับม้าในป่า ธันเบิร์กโพสต์ภาพปกนี้ลงในโซเชียลมีเดียของเธอ พร้อมกับข้อความว่า “อุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนและภาวะฉุกเฉินทางนิเวศวิทยา ยังไม่พูดถึงผลกระทบที่ทำให้คนงานและชุมชนจำนวนมากทั่วโลก ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบในการผลิตฟาสต์แฟชั่น (แฟชั่นที่ถูกผลิตขึ้นอย่างรวดเร็ว จำหน่ายในราคาถูก) เพื่อให้คนช้อปอย่างสนุกสนาน แล้วก็ถูกโยนทิ้ง” ธันเบิร์กเขียนไว้ในทวิตเตอร์ “หลายแบรนด์เริ่มทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่น เหมือนจะหันมาแสดงรับผิดชอบ ด้วยการทุ่มเงินมหาศาลทำแคมเปญที่สร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ อย่างเช่น “ความยั่งยืน” “จริยธรรม” “สีเขียว” (Green) “ความเป็นกลางต่อสภาพภูมิอากาศ” หรือ “ความถูกต้อง” แต่บอกตามตรงว่า: มันไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเลย มันคือ ‘การฟอกเขียว’ (Greenwash) ล้วน ๆ” ธันเบิร์กให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร Vogue ว่าเธอไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่มานานหลายปีแล้ว “ครั้งสุดท้ายที่ฉันซื้ออะไรใหม่คือเมื่อ 3 ปีก่อน และมันก็เป็นของมือสอง ฉันใช้วิธีขอยืมจากคนรู้จัก” ธันเบิร์กเล่า…ทีมคอนเทนต์ BT | 1883 days ago
Read More18/07/2021
‘กิจการอวกาศ’ กับงานหลากมิติและความเป็นไปได้ในไทย
การประกาศ คลอด ‘พรบ.กิจการอวกาศ’ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนสงสัยว่า การออก พรบ.นี้ในห้วงเวลาเช่นนี้เหมาะสมแล้วหรือไม่ และงานด้านอวกาศนั้นจะมีประโยชน์อะไร และส่งผลกับชีวิตเราอย่างไร สำหรับคำตอบของคำถามแรกนั้น เราคงไม่อาจตอบได้ แต่เพื่อให้เห็นปลายทางของคำตอบที่สองและสามมากขึ้น เราจึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานด้านอวกาศมาให้อ่านและทำความเข้าใจกันวัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1905 days ago
Read More03/03/2021
จีนเตรียมส่งดาวเทียม ‘ไลดาร์’ ติดตามก๊าซคาร์บอนฯ ดวงแรกของโลก มุ่งลดการปล่อยก๊าซฯ ให้เป็นศูนย์
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จีนวางแผนส่งดาวเทียมดวงใหม่ ติดตั้งเทคโนโลยีตรวจจับและวัดระยะด้วยแสงหรือไลดาร์ (LiDAR) เพื่อเฝ้าติดตามก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในชั้นบรรยากาศโลก จางซิ่งอิ๋ง นักอุตุนิยมวิทยาอาวุโสจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาดาวเทียมแห่งชาติจีน (NSMC) เปิดเผยว่า ดาวเทียมดวงใหม่ที่ว่านี้ มีกำหนดส่งขึ้นสู่อวกาศในเดือนมิถุนายน 2564 และถือเป็นดาวเทียมตรวจจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ใช้เทคโนโลยีไลดาร์ดวงแรกของโลก ก่อนหน้านี้ จีนส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรรอบโลกเพื่อเฝ้าติดตามก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว 3 ดวง ตั้งแต่ปี 2016 โดยดาวเทียมดังกล่าวใช้เทคโนโลยีสำรวจระยะไกลเชิงรับ LiDAR เป็นคำย่อ มาจากคำว่า ‘Light Detection and Ranging’ เป็นเทคโนโลยีที่มักใช้สำรวจภูมิประเทศหรือวัดระยะทาง มีลักษณะการทำงานเหมือนกับการทำงานของเรดาร์ (Radar) กันตรงที่ว่าเรดาร์คือ วัด ‘ระยะเวลา’ การเดินทางของคลื่นวิทยุ ส่วนไลดาร์ วัด ‘ระยะเวลา’ การเดินทางของลำแสงเลเซอร์ ที่เดินทางจากเซนเซอร์ (Sensor) ไปยังวัตถุเป้ำหมาย และเดินทางกลับไปยังเซนเซอร์ ข้อมูลที่ได้จากการวัดด้วยเทคโนโลยีนี้ มีความละเอียดสูง และมีปริมาณมหาศาล ถึงขนาดที่ว่าสามารถสร้างแผนที่ 3 มิติได้ “การประยุกต์ใช้ดาวเทียมเพื่อเฝ้าติดตามและศึกษาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่เพียงแต่จะสร้างประโยชน์ให้จีนแต่ยังสร้างประโยชน์ให้ทั่วโลก เนื่องจากช่วยสนับสนุนการปกป้องโลกของเรา” จางกล่าว ทั้งนี้…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 2042 days ago
Read More25/02/2021
ที่สุดของกองทัพเต่า หนีหนาวเกลื่อนหาดกว่า 5,000 ตัว!!
ชาวบ้าน อาสาสมัคร และสมาชิกของกองทัพได้ร่วมแรงร่วมใจกันช่วยชีวิตเต่าทะเลเกือบ 5,000 ตัวในเท็กซัส หลังอุณหภูมิหนาวจัดรุนแรงพัดปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้เต่าเกยตื้นจำนวนมหาศาล National Geographic รายงานเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า เต่ากว่า 5,000 ตัวทั่วทั้งรัฐเท็กซัสที่พาเหรดกันขึ้นหาด ทำให้เกิดเป็นภาพกองทัพเต่าทะเลที่ใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่เหตุการณ์รวมพลของเต่าทะเล Sea Turtle Stranding and Salvage Network ที่ถูกบันทึกไว้ในปี 1980 “มันเหมือนวันโลกาวินาศของเต่าเลยครับ” วิล เบลลามี (Will Bellamy) ทหารผ่านศึกของกองทัพและนาวิกโยธินที่ช่วยเหลือเต่าเหล่านี้กล่าว เต่าทะเลสีเขียว คือเต่าส่วนใหญ่ที่พากันยกทัพบุกหาดในครั้งนี้ และเป็นสายพันธุ์ที่กำลังอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง ประชากรเต่าในฟลอริดาและชายฝั่งแปซิฟิกของเม็กซิโก อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์แล้ว บริเวณ Padre Island National Seashore ที่ชายฝั่งเท็กซัส จึงมีบทบาทสำคัญความอยู่รอดของเต่าสายพันธุ์นี้ เนื่องจากชายหาดเท็กซัสเป็นแหล่งทำรังที่สำคัญและมีหญ้าทะเลที่เป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ เมื่ออุณหภูมิของน้ำทะเลลดลงต่ำกว่า 50 องศาฟาเรนไฮต์ (10 องศาเซลเซียส) อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดได้ยาก จะส่งผลอัตราการเต้นหัวใจของเต่าจะลดลงจนกลายเป็นอัมพาต แต่มันยังไม่ตาย Sea Turtle, Inc.…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 2048 days ago
Read More16/08/2020
สายเกินแก้ แผ่นน้ำแข็งในกรีนแลนด์ละลายจนไปสู่จุดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกแล้ว
ภาวะโลกร้อนเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงทุก ๆ ปี และจะยังคงมีต่อไป สถานการณ์ล่าสุดจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตตระบุว่า แผ่นน้ำแข็งของกรีนแลนด์ละลายไปสู่จุดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกแล้ว (to a point of no return) Ian Howat ผู้ร่วมเขียนงานวิจัยชิ้นนี้และศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอกล่าวว่า "ขณะนี้สถานะของน้ำแข็งในกรีนแลนด์ได้เปลี่ยนไปแล้ว ต่อให้เราทำสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศให้เหมือนกับ 20-30 ปีก่อนก็ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ และน้ำแข็งจะละลายอย่างรวดเร็วต่อไป" แผ่นน้ำแข็งของกรีนแลนด์ละลายลงสู่มหาสมุทรมากกว่า 280,000 ล้านเมตริกตันในแต่ละปี นับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มขึ้นตามรายงานของ Michalea King หัวหน้างานวิจัยและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอ นอกจากนี้การศึกษายังพบว่าแผ่นน้ำแข็งมีอัตราการละลายที่เร็วขึ้นกว่าเดิม นั่นหมายความว่าน้ำในทะเลจะสูงขึ้นกว่าเดิมเร็วขึ้น หากเกิดเหตุการน้ำทะเลสูงขึ้นกะทันหันย่อมส่งผลให้เกิดผลกระทบแบบไม่ทันตั้งตัวซึ่งยากต่อการคาดเดาได้ด้วย ถึงแม้ว่าน้ำแข็งในกรีนแลนด์จะไม่สามารถกู้คืนมาได้แล้ว แต่หากเราชะลอภาวะโลกร้อนไม่ให้แย่ลงไปมากกว่านี้ก็จะทำให้น้ำแข็งละลายช้าลง ช่วยชะลอระดับน้ำที่สูงขึ้นได้อีก อ้างอิง CNN พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสวัชรกุล พัฒนาประทีป | 2241 days ago
Read More25/09/2019
นักวิทยาศาสตร์เผย! สภาพอากาศที่เปลี่ยนไปกำลังส่งผลร้ายแรงต่อมหาสมุทร
การประชุมของเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่ Monaco ได้ทำการหารือข้อสรุปของภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศ มหาสมุทร และพื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งบนโลกของเรา พวกเขาพบว่าผลกระทบจากภาวะโลกร้อนนั้นทำให้มหาสมุทรกลายเป็นภาวะฉุกเฉินที่ส่งผลต่อมนุษย์ เจ้าชายอัลเบิร์ตที่ 2 และรัฐบาลโมนาโก ได้สนับสนุนนักวิจัยจากคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) ให้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับพื้นที่น้ำแข็ง และมหาสมุทร เพื่อเตรียมรายงานถึงผลกระทบต่างๆ จากทะเลที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์หลายร้อยล้านคนก่อนสิ้นศตวรรษนี้ รวมทั้งยังรายงานสภาพความเป็นกรดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อแนวประการัง และการทำประมง แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้นคือ เมื่อพื้นน้ำแข็งละลาย จะปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในปริมาณมาก ทำให้อุณหภูมิโลกทวีความร้อนมากขึ้นไปอีก แล้วคำถามคือทะเลกับสภาพอากาศเกี่ยวข้องกันอย่างไรละ? สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ทะเลช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และความร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ถึง 1 ใน 4 ของทั้งหมด ตั้งแต่ปี 1970 มหาสมุทรช่วยดูดซับความร้อนไว้มากถึง 90% นั่นทำให้มหาสมุทรมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ความเค็มลดลง รวมถึงมีความเป็นกรดมากขึ้นอีกด้วย ไม่เพียงระดับน้ำทะเลเท่านั้นที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจ (อย่างที่เรารู้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เมืองชายฝั่งและหมู่เกาะต่าง ๆ โดนผลกระทบนี้เต็มๆแน่) แต่อีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตามองก็คือพายุที่จะเกิดได้มากขึ้นก่อนสิ้นศตวรรษนี้ ด้วยอัตราการละลายของน้ำแข็งที่สูงขึ้นทำให้วิกฤตินี้เป็นที่น่าจับตามอง และควรได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด อ้างอิง BBC NEWS…Natnaree TK | 2567 days ago
Read More24/08/2019
กว่า 3 สัปดาห์กับวิกฤติไฟป่าอเมซอนที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ แต่ทำไมในไทยเงียบจัง?
ไม่กี่วันที่ผ่านมาหลายคนคงได้ยินข่าวเรื่องไฟไหม้ครั้งใหญ่ในรอบหลายปีที่เกิดขึ้นที่ 'อเมซอน' กันมาบ้าง แต่น้อยคนนักที่จะให้ความสนใจกับข่าวนี้ วันนี้เราจะพาชาวแบไต๋ทุกท่านไปเกาะติดสถานการณ์และความรุนแรงที่เกิดขึ้นในป่าอเมซอนกันว่ามันมีความสำคัญอย่างไร ทำไมคนทั้งโลกจึงให้ความสนใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ อเมซอน (Amazon) เป็นป่าดิบชื้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกกินพื้นที่ทั้งหมด 9 ประเทศ แต่พื้นที่กว่า 60% ตั้งอยู่ในเขตประเทศบราซิล ทวีปอเมริกาใต้ ภายในป่ามีพรรณไม้หลายชนิด และ กว่า 75% ของพืชพันธุ์ในป่า สามารถพบได้ที่อเมซอนเท่านั้น ยังไม่พอป่าผืนนี้ยังถือเป็นบ้านหลังใหญ่ของสัตว์จำนวนมากอีกด้วย ด้วยความที่อเมซอนเป็นป่าขนาดใหญ่มันจึงถูกขนานนามว่าเป็นปอดของโลก ที่ผลิตออกซิเจนขึ้นสู่บรรยากาศถึง 20% วิกฤติการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่เราจะปล่อยผ่านไปได้เพราะนั่นหมายความว่าพื้นที่ที่ผลิตอากาศให้เราหายใจกำลังลดลงไปเช่นกัน โดยปกติแล้วป่าอเมซอนจะมีการเกิดไฟป่าขึ้นเป็นประจำอยู่แล้วทุกปี แต่ในครั้งนี้มันกลับต่างออกไปเพราะ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 BBC รายงานว่า สถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติ หรือ The National Institute for Space Research (INPE) กล่าวว่า จากรายงานภาพจากดาวเทียมพวกเขาพบว่าในปีนี้ไฟป่าในพื้นที่อเมซอนเพิ่มสูงขึ้นกว่า 83% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อปีที่แล้ว ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา มีไฟป่าเกิดขึ้นแล้วกว่า 72,000 ครั้ง และ แค่ในช่วง 15-21 สิงหาคมก็เกิดไฟป่าขึ้นอีกกว่า…Natnaree TK | 2599 days ago
Read More04/07/2019
อเมริกาติดหนึ่งในประเทศที่ทิ้งขยะมากที่สุดของโลก!
ปัจจุบันได้มีการรณรงค์ลดการทิ้งขยะและการใช้ถุงพลาสติกเป็นจำนวนมากแต่คุณรู้หรือไม่ว่าในทุกๆวันนี้เราก็ยังผลิตขยะมากกว่า 2 พันล้านตันภายใน 1 ปีและนั่นเป็นปริมาณมากพอที่จะเติมสระว่ายน้ำโอลิมปิกให้เต็มได้ถึง 800,000 สระเลยทีเดียว และหนึ่งในประเทศที่มีขยะเฉลี่ยต่อประชากรมากที่สุดคืออเมริกาเนื่องจากชาวอเมริกันผลิตขยะเฉลี่ยมากกว่าประชากรทั่วโลกถึง 3 เท่า (ขยะในที่นี้นับรวมพลาสติกและเศษอาหารด้วย) แต่เมื่อพูดถึงการรีไซเคิลอเมริกากลับเป็นประเทศที่มีการรีไซเคิลน้อยกว่าประเทศอื่นๆโดยคิดเป็นขยะเพียง 35% เท่านั้นในขณะที่เยอรมนีเป็นประเทศที่มีการรีไซเคิลขยะถึง 68% ของปริมาณขยะทั้งหมด งานวิจัยได้ทำการศึกษาถึงการดำเนินการและการจัดการต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศต่อวิกฤติขยะที่โลกกำลังเผชิญที่ส่วนมากเป็นปัญหาของการใช้พลาสติกเป็นส่วนใหญ่ในขณะที่มนุษย์ผลิตขยะเหล่านี้ออกมามากกว่า 2.1 พันล้านตันทุกปีแต่มีเพียง 16% เท่านั้นที่ถูกรีไซเคิล 46% ที่มีการจัดการไม่ดีพอส่วนที่เหลือ... ไม่ได้ถูกจัดการอะไรเลย กระโดดข้ามจากอเมริกามาดูแถบบ้านเรากันบ้างทางด้านประชากรของจีนและอินเดียที่คิดเป็น 36% ของประชากรโลกผลิตขยะได้ 27% ของขยะทั้งหมด ภายหลังจากที่จีนปฏิเสธการนำเข้าขยะจากอเมริกา (ก่อนหน้านี้อเมริกาจะทำการส่งขยะมารีไซเคิลที่จีน) ส่งผลกระทบขนาดใหญ่ต่อวงการการจัดการสิ่งแวดล้อมในอเมริกาและนั่นทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกมากเท่าไหร่ในการจัดการขยะเหล่านั้นและทำให้ในบางครั้งอเมริกาจำเป็นต้องเผาขยะเพื่อจัดการกับขยะ อย่างไรก็ตามปัญหาขยะพลาสติกและการรีไซเคิลยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่จะส่งผลในระยะยาวการจัดการที่ดีของประเทศก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยลดการทิ้งขยะได้แต่อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือประชากรทุกคนที่จะช่วยกันลดการทิ้งขยะและใช้ถุงพลาสติกให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้รักโลกร่วมกันลดใช้ถุงพลาสติกกันนะคะ อ้างอิงNatnaree TK | 2650 days ago
Read More23/06/2019
ทั่วโลกวิตก! หากเราไม่ลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมน้ำแข็งกรีนแลนด์จะละลายจนไม่เหลือ
ค่าก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบันมีปริมาณสูงมากจนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อสภาพแวดล้อม และชั้นบรรยากาศของโลกมาเป็นเวลานาน และในวันนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเตือนถึงภาวะวิกฤติที่หากเราไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่บรรยากาศอย่างจริงจัง ในอีก 1,000 ปีข้างหน้า น้ำแข็งที่กรีนแลนด์ได้ละลายหายไปหมดแน่ๆ! แรกเริ่มเดิมทีแผ่นน้ำแข็งที่กรีนแลนด์มีขนาดใหญ่พอๆ กับอลาสกา แต่หลังจากที่อุณหภูมิกระแสน้ำของมหาสมุทรสูงขึ้น 1.5 C (ตามอากาศที่ร้อนขึ้น) ในช่วงปี 1996-1998 ทำให้แผ่นน้ำแข็งเริ่มละลายและบางลง ส่งผลให้น้ำท่วมในหลายเมืองใหญ่ของสหรัฐ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) จึงทำการจำลองสภาพอากาศและความเป็นไปได้ที่จะส่งผลต่อแผ่นน้ำแข็งในอนาคต พวกเขาพบว่า หากมนุษย์ยังคงปล่อยก๊าซในลักษณะเช่นนี้ไปเรื่อยๆ อุณหภูมิโลกจะเพิ่มสูงขึ้น 2.6-4.8 C แต่หากมนุษย์สามารถลดการปล่อยก๊าซลงได้อุณหภูมิโลกจะลดลง 0.3-1.7 C แต่ถ้ามีการปล่อยก๊าซในปริมาณสูงในช่วง 50 ปีแรกและลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยอุณหภูมิโลกก็จะเพิ่มสูงขึ้น 1.1-2.6 C เช่นกัน ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Alaska Fairbanks ได้ทำการจำลองการละลายของน้ำแข็งในกรีนแลนด์ พวกเขาพบว่าหากเรายังคงปล่อยก๊าซขึ้นสู่บรรยากาศแบบปัจจุบันนี้ในปี 3000 น้ำแข็งที่กรีนแลนด์จะละลายหายไปแบบ 100% แน่ๆ และที่มากกว่านั้นคือน้ำแข็งเหล่านี้จะไหลลงสู่มหาสมุทรทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกว่า 7 เมตรอีกด้วย! อ้างอิงNatnaree TK | 2661 days ago
Read MorePR Partners
See All05/10/2026
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 3 hours ago
ปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่ระดับโลก สยามพิวรรธน์ เปิดตัว “ไอคอนภูเก็ต” อภิมหาโครงการ 10,000 ล้านบาท สานฝันสัญลักษณ์แดนใต้
มงลงภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อย สำหรับไอคอนแห่งที่สอง หลังกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้สร้างปรากฏการณ์พลิกโฉมวงการรีเทลและอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกเจ้าของผลงานความสำเร็จอย่าง สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ รวมถึงการร่วมสร้างไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ เดินหน้าประกาศแผนยุทธศาสตร์ครั้งประวัติศาสตร์ นำศักยภาพและความเชี่ยวชาญก้าวออกนอกกรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก สู่การเนรมิต “ไอคอนภูเก็ต” (ICONPHUKET) อภิมหาโครงการเมืองแห่งความรุ่งเรือง มูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท บนทำเลยุทธศาสตร์อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2572 ตลอดระยะเวลากว่า 67 ปี สยามพิวรรธน์พิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์โครงการต้นแบบที่ครองใจผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะความสำเร็จของ05/10/2026
INSIGNIA ร่วมกับ สยามพิวรรธน์ เปิดประสบการณ์ “A Taste of INSIGNIA” พร้อมมอบไลฟ์สไตล์สุดพรีเมียมระดับโลกสู่ประเทศไทย
อินซิกเนีย (Insignia) ผู้นำระดับโลกด้านการบริหารจัดการไลฟ์สไตล์แบบเฉพาะบุคคล และโซลูชันการชำระเงินระดับอัลตราพรีเมียม ประกาศรุกตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ผ่านความร่วมมือครั้งสำคัญกับ สยามพิวรรธน์ ผู้นำธุรกิจลักเชอรีรีเทลระดับโลก เพื่อส่งมอบประสบการณ์และเอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับกลุ่มผู้มีสินทรัพย์สูง (HNW) ในประเทศไทย การเปิดตัวภายใต้แนวคิด “A Taste of Insignia” หรือปฐมบทแห่งประสบการณ์สุดเอกซ์คลูซิฟ (Unlock the World of Insignia) นี้ เป็นการนำเสนอบริการ โซลูชันทางการเงิน และเครือข่ายระดับสากลอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งรวมถึงการเผยโฉม Billionaire Jewellery Card บัตรชำระเงินระดับอัลตราพรีเมียมในประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมถ่ายทอดห้าองค์ประกอบสำคัญ (5 Pillars) ที่สะท้อนความเป็น Insignia ได้แก่ อิสรภาพ (Freedom) ความพิถีพิถัน (Craftsmanship) ความทุ่มเท (Dedication) การเข้าถึง (Access) และความเป็นไปได้ (Possibility) การนำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษของ Insignia ณ กรุงเทพมหานครครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกับ สยามพิวรรธน์ ผู้นำ เจ้าของ…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 3 hours ago
Read More05/10/2026
สธ. ร่วมกับ ทรู ทดสอบระบบ Medical Drone ในพื้นที่แม่แจ่ม ขยายผลจากปัวโมเดลสู่แพลตฟอร์มการส่งมอบยาและเวชภัณฑ์ทางอากาศ
กระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดกิจกรรมทดสอบการใช้อากาศยานไร้คนขับสนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ (Medical Drone) ณ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเป็นการพัฒนาและขยายผลจาก “ปัวโมเดล” ในจังหวัดน่าน เพื่อประเมินประสิทธิภาพการขนส่งยา เวชภัณฑ์ และสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการในพื้นที่ห่างไกลและเข้าถึงยาก การพัฒนาระบบและการทดสอบในพื้นที่จริง โครงการดังกล่าวเป็นการยกระดับระบบ True SkyBridge สู่การเป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการขนส่งทางอากาศยานไร้คนขับที่ทำงานร่วมกับระบบติดตามภารกิจและข้อมูลแผนที่ภูมิประเทศ โดยมีการทดสอบในพื้นที่อำเภอแม่แจ่มผ่าน 3 ภารกิจหลัก ได้แก่: แผนการดำเนินงานและการประเมินในระยะถัดไป นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม ของทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุตรงกันว่า เป้าหมายของการทดสอบครั้งนี้คือการเก็บข้อมูลเชิงประเมิน ทั้งด้านความปลอดภัย ระยะเวลาการบิน…เอกพล ชูเชิด | 9 hours ago
Read More02/10/2026
ทรูพร้อมเคียงข้างคนไทยในยามวิกฤต รวมพลังผู้บริหารและพนักงานส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องและอุทกภัยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงและการเดินทางที่ไม่สะดวก ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงเดินหน้าภารกิจ “ทรูเพื่อคนไทย” อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งส่งต่อความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน และอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกช่วงเวลาของวิกฤต ล่าสุด เครือเจริญโภคภัณฑ์ นำโดย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมด้วยผู้บริหารนำโดย คุณมนัสส์ มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจรีเทล, คุณชารัด เมห์โรทรา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล และคุณฐานพล มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านโฮมคอนเนคทิวิตี้ พร้อมด้วยทีมงานทรูลงพื้นที่เขตลาดกระบัง ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อส่งมอบความห่วงใยโดยมอบถุงกำลังใจ ตั้งจุดชาร์จไฟที่ 7-11 และมอบซิมทรู ดีแทค แก่พี่น้องประชาชนและชุมชนผู้ประสบอุทกภัย การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ “ทรูเพื่อคนไทย” ที่มุ่งดูแลประชาชนในช่วงสถานการณ์วิกฤตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันและการดูแลด้านการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อกับครอบครัว เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และประสานความช่วยเหลือได้ พร้อมเดินหน้าเคียงข้างชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้ผ่านสถานการณ์ไปด้วยกัน เคียงข้างชุมชน ดูแลการสื่อสารในพื้นที่น้ำท่วม ควบคู่กับการช่วยเหลือประชาชน ทรูยังระดมทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่ภาคสนามดูแลโครงข่ายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 3 days ago
Read More





























