ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

เมื่อโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตตกน้ำ . . . ทำยังไงดี ?

DHANES KAEWMANEE | 28/03/2014
Table of Content

ขึ้นชื่อว่าน้ำกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไหร่ เชื่อว่าหลายๆท่านคงเคยประสบปัญหาโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตตกน้ำมาแล้ว

ตกน้ำ ? แย่ล่ะสิ ?? แล้วทำยังไงล่ะทีนี้ ???

วิธีแบบเดิมๆที่ได้ยินกันตั้งแต่เด็กๆ อย่างเช่น ให้เอาไปใส่ในถังข้าวสาร , ให้วางผึ่งแดดไว้ที่ริมหน้าต่าง , ใช้ที่เป่าผมเป่าให้แห้ง หรือแม้แต่ ลองเอาเข้าเตาอบเปิดไฟอ่อนๆดูสิ ฯลฯ

htdrywetcellphone2

ไม่ว่าคุณจะได้ยินวิธีใดมาก็ตาม เอาเป็นว่าลองดูวิธีดังต่อไปนี้ดูนะครับ (ผู้แนะนำวิธีเหล่านี้มาก็คือ Sharon Vaknin จาก CNET)

(1) ตั้งสติและอย่ามัวชักช้าหรือเสียเวลา เมื่อโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตตกน้ำ สิ่งแรกที่ต้องรีบทำก็คือ ปิดเครื่องทันที (turn off your device) จุดประสงค์ก็เพื่อตัดวงจรพลังงานของมันซะก่อน ก่อนที่น้ำจะมีโอกาสไปสัมผัสกับแผงวงจรและเครื่องอาจจะช็อตได้

(2) เช็ดภายนอกตัวเครื่องให้แห้ง แนะนำให้ใช้ผ้าไร้ฝุ่น (lint-free towel) จะดีกว่า และอยากให้เน้นดูที่พวก port , ลำโพง (speakers) และตัวไมโครโฟน พร้อมทั้งถอด SIM card และ แบตเตอรี่ออกแล้วเช็ดมันให้แห้ง

(3) หลังจากเช็ดเสร็จ ให้ใส่อุปกรณ์ของคุณที่เช็ดแห้งแล้วในถุงหรือกระเป๋าที่มิดชิด และอย่าลืมใส่สารดูดความชื้น หรือ silica gel pack ซึ่งน่าจะหาได้จากในบ้านของคุณ เพราะสารดูดความชื้นน่าจะแถมมากันพวกกระเป๋า รองเท้า หรือแม้แต่พวกขนม บางทีก็แถมมาให้ ซึ่งสารดูดความชื้นนั้นออกแบบมาเพื่อดูดความชื้นโดยเฉพาะเลย

หากท่านใดยังนึกภาพสารดูดความชื้น หรือ silica gel pack ไม่ออก เรามีภาพให้ดูครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

(4) ทิ้งไว้ประมาณ 72 ชั่วโมง ขั้นตอนนี้อาจจะทำใจยากหน่อยนะครับ สำหรับท่านที่ติด mobile device งอมแงม ไม่ได้เข้า social media 3 วันนี่ . . . จะลงแดงกันมั้ยเนี่ย? แต่ยังไงก็ควรจะรอเพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ของคุณแห้งแล้วจริงๆ

(5) เมื่อมั่นใจว่า mobile device ของคุณแห้งแล้ว ก็ทำการเปิดเครื่องดู (Power your device on) ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อุปกรณ์ของคุณก็น่าจะกลับมาใช้งานได้อย่างปกติดี

แต่ ทั้งหมดทั้งปวงที่แนะนำ ก็ต้องขึ้นอยู่กับโชคหรือดวงด้วยนะครับ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องทำการปิดเครื่องให้เร็วที่สุด เพื่อกันไม่ให้น้ำเข้าถึงแผงวงจรต่างๆได้

เมื่อเครื่องตกน้ำ เข้าใจว่าการรับประกันจะเป็นโมฆะ (warranty is void) ซึ่งผู้ผลิตก็ดูรู้ เพราะ mobile device มีตัวบ่งบอกว่ามันไปสัมผัสกับน้ำมา (water indicator) อยู่ภายใน ยกตัวอย่างง่ายๆ ตัว water indicator ของ iPhone5s จะอยู่ข้างในช่องใส่ SIM card เมื่อมันเปียก มันจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีแดง

คำแนะนำเพิ่มเติม คือ หา case หรือ ซองใส่แบบกันน้ำดูครับ เชื่อว่าสามารถหาซื้อได้ง่ายมีหลายราคาและคุณภาพแตกต่างกันไป

หากคุณโชคดีได้มาอ่านวิธีดังต่อไปนี้ก่อน เมื่อเกิดเหตุขึ้น อุปกรณ์ของคุณน่าจะรอดปลอดภัย

ที่มา : CNET
รูปจาก: taklong | wired

Highlight

‘Google-Meta-TikTok’ ถูกร้อง ปมปล่อยมิจฉาชีพโฆษณาเต็มแพลตฟอร์ม แต่บิ๊กเทคฯ ทำได้แค่เพิกเฉย ?

22/05/2026
Read More

เพลงฟุตบอลโลกปีไหน ที่โดนใจมากสุด ?

22/05/2026
Read More

มหาอำนาจตัวจริง ‘จีน’ ทำได้ไง ! หั่นราคาลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 หายวับ 8,000 ล้าน ขณะที่ไทยยังถูกโขกราคา 1,700 ล้านดีลยังริบหรี่

22/05/2026
Read More

22 พฤษภาคม “Bitcoin Pizza Day” กับเหตุการณ์แลก 10,000 บิตคอยน์ แลกพิซซ่า 2 ถาด

22/05/2026
Read More

เจาะลึกงานเปิดตัว vivo X300 Ultra | X300 FE มีอะไรน่าสนใจบ้าง

22/05/2026
Read More

Content Marketing คืออะไร ? ทำยังไงให้คอนเทนต์ปัง ฉบับอัปเดต 2026

22/05/2026
Read More

Related Content