ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

รายงานเผย Microsoft กำลังพัฒนาโมเดล MAI เพื่อลดการพึ่งพา OpenAI หลัง Copilot เก่งไม่พอ

Table of Content

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Microsoft กำลังหาทางลดการพึ่งพา AI ของ OpenAI แม้ว่าที่ผ่านมาความร่วมมือระหว่างทั้งสองบริษัทจะช่วยให้ Microsoft กลายเป็นผู้นำด้าน AI ก็ตาม

ในเดือนธันวาคม Reuters เคยรายงานว่า Microsoft อยู่ระหว่างการเพิ่มโมเดล AI ทั้งที่เป็นผลงานพัฒนาจากภายในบริษัทและที่มาจากภายนอกบริษัท เพื่อเสริมประสิทธิภาพ Microsoft 365 Copilot ซึ่งถือเป็น AI เรือธง เพื่อให้มีทางเลือก AI มากขึ้น รวมถึงยังเป็นการลดต้นทุนด้วย

เมื่อย้อนกลับไปดูการเปิดตัว 365 Copilot เมื่อปี 2023 จะเห็นได้ว่าจุดขายหลักจะอยู่ที่การใช้โมเดล GPT-4 ของ OpenAI สะท้อนให้เห็นว่า Microsoft พึ่งพา OpenAI มากเพียงใด

ในขณะเดียวกัน รายงานจากสำนักข่าว The Information ชี้ว่าแผนก AI ของ Microsoft ที่นำโดย มุสตาฟา สุไลมาน (Mustafa Suleyman) ได้ฝึกโมเดลในตระกูลที่มีชื่อเรียกภายในบริษัทว่า MAI จนเสร็จกระบวนการแล้ว จากรายงานชี้ว่า MAI มีประสิทธิภาพเกือบดีเท่ากับโมเดลตัวหลักของ OpenAI และ Anthropic

ทีมของสุไลมานยังฝึกโมเดลการใช้เหตุผลที่ใช้เทคนิค Chain of Thought หรือกระบวนการคิดแบบเป็นขั้นเป็นตอนในการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน ที่สามารถแข่งขันได้โดยตรงกับโมเดลของ OpenAI

รายงานยังบอกด้วยว่า Microsoft กำลังพิจารณาปล่อยโมเดลในตระกูล MAI ภายในปี 2025 ในรูปแบบ API ที่จะช่วยให้นักพัฒนาจากภายนอกนำโมเดล MAI ไปใช้ในแอปฯ ได้

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

เปิดตัว ‘iOS 27’ iPhone 11 ยังใช้ได้อยู่ไหม แล้วรุ่นไหนไม่ได้ไปต่อ ?

09/06/2026
Read More

WWDC 2026 MOMENT มีอะไรว้าว ? BT beartai รีแคปโมเมนต์สุดประทับใจ

09/06/2026
Read More

มัตจะ ก็มีเกรด ! ส่องความต่างของมัตจะ ทำไมคนรักชาถึงยอมจ่ายแพง ?

09/06/2026
Read More

แห่งปี ! สรุปจบ WWDC 2026 อะไรใหม่ อะไรมา และอะไรที่ไทยไม่มี ?

09/06/2026
Read More

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมโครงการ “ฮักโลก (Hug The Earth) ” พร้อมเดินหน้า “เปลี่ยนขยะ เป็นประโยชน์” สร้างคุณค่าจากอาหารส่วนเกิน

09/06/2026
Read More

BYD SEALION-5 DM-i ฝ่ารถติดทั่วกรุงเทพใน 4 ชั่วโมง ประหยัดแค่ไหน ?

09/06/2026
Read More

Related Content