ในหนังไตรภาค ‘The Dark Knight’ ตั้งแต่ ‘Batman Begins’ (2005), ‘The Dark Knight’ (2008) และ ‘The Dark Knight Rises’ (2012) จากวิสัยทัศน์ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) นอกจากความดาร์กสมจริงที่ทำให้แฟนหนังชื่นชอบแล้ว บรรดานักแสดงในทุกภาคต่างก็แสดงออกมาได้ยอดเยี่ยม แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ ทั้งแบทแมนและวายร้าย เกือบจะไม่ได้มีหน้าตาอย่างที่เราได้ชมกันในหนัง

เดวิด เอส โกเยอร์ (David S. Goyer) ผู้เขียนบทร่วมให้กับ ‘The Dark Knight’ ทั้ง 3 ภาค และกำลังทำหน้าที่เป็นผู้เขียนบท กำกับ โปรดิวเซอร์ และครีเอเตอร์ให้กับซีรีส์ไซไฟ ‘Foundation’ ซีซัน 2 ของทาง AppleTV+ ได้เปิดเผยเบื้องหลังของหนังชุดนี้ ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ จอช โฮโรวิตซ์ (Josh Horowitz) ในพอดแคสต์ ‘Happy Sad Confused’

โดยโกเยอร์ได้เล่าเบื้องหลังว่า ก่อนที่เราจะได้เห็น คริสเตียน เบล (Christian Bale) มารับบทเป็น บรูซ เวย์น หรือแบทแมนในเวอร์ชันนี้ บทบาทอัศวินรัตติกาลนี้เคยเกือบจะตกเป็นของนักแสดงหนุ่มเข้ม เจค จิลเลนฮาล (Jake Gyllenhaal) ที่โกเยอร์เองสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายบทนี้ก็ตกเป็นของเบล ที่สามารถสวมบทอัศวินรัตติกาลที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน และมีความสามารถในการต่อสู้แบบตัวต่อตัวได้อย่างไร้ที่ติ

“ก่อนหน้านั้น ผมกับคริสกำลังเริ่มต้นเขียนบท ส่วน นาธาน โครว์ลีย์ (Nathan Crowley) คนออกแบบงานสร้าง กำลังสร้างแบบจำลองขึ้นที่โรงรถที่อยู่ข้าง ๆ เรา แล้วหลังจากนั้น เราทั้ง 4 คน รวมทั้งเอ็มมา (เอ็มมา โธมัส – Emma Thomas โปรดิวเซอร์ และภรรยาของโนแลน) กำลังพูดคุยกันเรื่องต่าง ๆ ตอนนั้นมีนักแสดงส่วนหนึ่งที่ได้ทำการแคสติงหน้ากล้องไปบ้างแล้ว ซึ่งตอนนั้นผมสนับสนุนจิลเลนฮาลครับ ซึ่งจิลเลนฮาลก็น่าทึ่งมาก แต่เบลเองก็น่าทึ่งเหมือนกัน แต่ก็อย่างที่รู้กันนั่นแหละ”

The Dark Knight Rises Christian Bale

โฮโรวิตซ์ในฐานะโฮสต์ของรายการ ได้ถามเสริมว่า โกเยอร์เคยได้เห็นภาพการเทสต์หน้ากล้องของจิลเลนฮาลบ้างไหม เขาเปรยสั้น ๆ เพียงว่า “ผมเชื่อนะว่าน่าจะมีอยู่”

อีกบทบาทที่โกเยอร์พูดถึงก็คือ บทบาทวายร้ายหลักในภาคสุดท้าย ‘The Dark Knight Rises’ ซึ่งอย่างที่ทราบกันว่าในภาคนี้ วายร้ายหลักของภาคก็คือ เบน (Bane) ผู้ก่อการร้ายร่างใหญ่ที่ทำให้ บรูซ เวย์น ต้องกลับมาเป็นแบทแมนและออกช่วยเหลือเมืองก็อตแธมอีกครั้ง ซึ่งรับบทโดย ทอม ฮาร์ดี (Tom Hardy)

ซึ่งแผนเดิม จากความสำเร็จของภาคก่อนหน้าอย่าง ‘The Dark Knight’ โดยเฉพาะวายร้าย โจ๊กเกอร์ (Joker) ที่รับบทโดย ฮีธ เลดเจอร์ (Heath Ledger) ที่ได้รับคำชื่นชมว่ารับบทนี้ได้อย่างไร้ที่ติ จนทำให้ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากเวทีออสการ์ แม้ก่อนหน้านี้เขาจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับก็ตาม ทำให้สตูดิโอเจ้าของหนังอย่าง Warner Bros. ได้วางแผนที่จะนำเอาวายร้ายยอดนิยมตลอดกาลอีกตัวของแบทแมนอย่าง ริดเลอร์ (Riddler) กลับมาอีกครั้งในภาคนี้

แต่ที่ไม่ธรรมดานั่นก็คือ โกเยอร์เล่าว่า มีผู้บริหารคนหนึ่งของ Warner Bros. ได้คุยกับเขาเป็นการส่วนตัวว่า อยากให้นักแสดงพระเอกสุดหล่ออย่าง ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ (Leonardo DiCaprio) มารับบทเป็นวายร้ายจอมปริศนา “หลังจาก ‘The Dark Knight’ ผู้บริหารคนหนึ่งของ Warner Bros. บอกกับผมตอนฉายรอบปฐมทัศน์ว่า ‘คุณต้องใช้ริดเลอร์เป็นตัวร้ายนะ ให้ลีโอมาเล่นเป็นริดเลอร์ คุณต้องบอกคริสด้วยนะว่าให้ลีโอรับบทเป็นริดเลอร์’ แต่นั่นมันไม่ใช่วิธีการทำงานของเราน่ะครับ”

The Dark Knight Rises Tom Hardy

โกเยอร์เล่าเสริมว่า ในการคิดและเขียนบท เขาไม่เคยใช้วิธีเลือกตัวร้ายมาก่อน แต่พวกเขาจะคิดหาพล็อตเรื่องของแบทแมนในแต่ละภาคก่อน แล้วค่อยเฟ้นหาวายร้ายที่เหมาะกับเนื้อเรื่อง ซึ่งทั้งเขาและโนแลนได้เลือกเบน และให้ฮาร์ดีมารับบทนี้ เนื่องจากต้องการจะให้วายร้ายในภาคนี้มีความแตกต่างจากภาคก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิง และยังเป็นวายร้ายที่มีความท้าทายต่อเวย์นอย่างมาก ทั้งในด้านอายุและสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมลงกว่าเดิม

โกเยอร์ถูกถามคำถามยอดนิยมของแฟรนไชส์นี้ว่า จะมีความเป็นไปได้ไหมที่จะมีการสร้าง ‘The Dark Knight’ ขึ้นมาอีกภาค เพราะในขณะที่โนแลนเองก็ปฏิเสธอย่างแข็งขันมาโดยตลอดว่าจะไม่กลับไปกำกับหนังซูเปอร์ฮีโรอีกแล้ว ส่วนเบลเองก็เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาจะกลับไปรับบทแบทแมน ถ้าโนแลนเป็นผู้กำกับ ซึ่งก็คงหมายความว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นภายในเร็ว ๆ นี้แน่ ๆ

ส่วนโกเยอร์ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า “ผมเองก็ไม่อยากจะคิดว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้นะครับ แต่เอาจริง ผมเองก็ไม่ได้อยากทำโปรเจกต์แบทแมนอีกรอบเหมือนกันนะ”


ที่มา: CBR, Deadline

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส