Gaslighting ล่อลวง ชักจูง และควบคุม: ความหมาย สัญญาณ ผลกระทบ และการรับมือ

Gaslighting เป็นคำศัพท์ทางจิตวิทยาที่ใช้เรียกพฤติกรรมที่เป็นพิษรูปแบบหนึ่ง อย่างการปั่นหัวให้คนเกิดความกังขา หรือสงสัยในความสามารถ และการรับรู้ของตัวเองเพื่อหลอกให้รู้สึกผิด ทำลายความสามารถในการตัดสินใจ ล่อลวง และควบคุมให้ใครสักคนทำสิ่งที่ตนเองต้องการ ทั้งด้านความคิด และพฤติกรรม ด้วยคำพูด ไปจนถึงการสร้างสถานการณ์ชวนสับสน 

คนที่มีพฤติกรรม Gaslighting อาจเรียกได้ว่าเป็นคนท็อกซิก เฮงซวย และอันตราย เพราะสามารถทำให้เกิดความปั่นป่วนในทุกระดับความสัมพันธ์ และระดับสังคม อย่างพ่อแม่กับลูก หัวหน้ากับลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท และคู่รัก โดยคนที่มีพฤติกรรม Gaslighting หรือที่เรียกกันว่า Gaslighter ซ่อนตัวอยู่ในทุกสังคม

ทำไมต้อง Gaslighting?

ที่มาของคำว่า Gaslighting มาจากละครเวทีจากประเทศอังกฤษ ในปี 1938 ที่มีชื่อว่า Gaslight เรื่องราวของคู่สามี-ภรรยาคู่หนึ่งที่ฝ่ายสามีคอยบงการ เกลี้ยกล่อม และบอกภรรยาของตัวเองว่าเธอเสียสติ เพื่อฮุบสมบัติของเธอ

ตัวสามีใช้คำพูดเพื่อเกลี้ยกล่อมภรรยาในเชิงจิตวิทยา สร้างสถานการณ์ด้วยการเคาะกำแพง ย้ายที่ข้าวของเพื่อให้ตัวภรรยาเชื่อว่าเธอบ้าจริง ๆ และหนึ่งในอาวุธที่เหมือนจะธรรมดา แต่ร้ายกาจที่สุดที่สามีทำ คือ การหรี่ไฟจากตะเกียงแก๊ส และติด ๆ ดับ ๆ เมื่อภรรยาทักว่าไฟดับ หรือแสงสว่างเปลี่ยนไป สามีกลับบอกว่าเธอคิดไปเอง เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ภรรยาจึงเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับการรับรู้ของตัวเอง และเริ่มเข้าใจว่าตัวเองนั้นจิตไม่ปกติ ต่อมาละครเวทีเรื่องนี้ถูกพัฒนาจนกลายเป็นภาพยนตร์ฟิล์ม 

หลังจากนั้นก็เริ่มมีใช้คำว่า Gaslighting เพื่ออธิบายพฤติกรรมการล่อลวง และชักนำด้วยวิธีทางจิตวิทยาเพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเอง

Gaslight (1944)

กลไกของ Gaslighting

มาถึงตรงนี้หลายคนคงพอเข้าใจคอนเซ็ปต์ของ Gaslighting บ้างแล้ว ซึ่งกลไกหลักของ Gaslighting คือการค่อย ๆ ทำลายความเชื่อใจของคนคนนั้นที่มีต่อตัวเองด้วยวิธีต่าง ๆ เพราะเมื่อมนุษย์ขาดความเชื่อมั่น หรือเชื่อใจตัวเอง มนุษย์จะหันไปพึ่งพาคนที่คิดว่าเชื่อใจได้เพื่อให้ช่วยตัดสินใจแทน

อย่างในเคสของละครเวที Gaslight ภรรยานั้นไม่สามารถตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง เพราะคิดว่าตัวเองสติไม่ดี เลยต้องหันไปพึ่งสามี และตกอยู่ใต้อำนาจของสามีแบบไม่รู้ตัว

เช็กสัญญาณการถูก Gaslighting

Gaslighter จะพยายามทำลายความสามารถในการพึ่งพาตัวเองของคุณ ซึ่งหากคุณเริ่มตั้งคำถาม หรือเกิดความรู้สึกต่อไปนี้อาจเป็นไปได้ว่าคุณกำลังโดน Gaslighting อยู่

  • คุณขาดความเชื่อมั่น และขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรับรู้ หรือความจำ
  • คุณไม่กล้าที่จะตัดสินใจในสิ่งต่าง ๆ ขาดความเด็ดขาด ไม่กล้าใช้ชีวิต ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น แม้แต่ในเรื่องง่าย ๆ
  • คุณต้องพึ่งพาคนใกล้ตัว ซึ่งมักจะเป็นคนเดิม ๆ อยู่ตลอด และคนนั้นอาจเป็น Gaslighter
  • คุณรู้สึกความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาจากตัวคุณเอง และรู้สึกว่าตัวเองต้องพูดขอโทษคนอื่นอยู่บ่อย ๆ
  • คุณรู้สึกกังวลว่าจะผิดพลาด หรือทำสิ่งที่ไม่ถูกใจใครอยู่เสมอ
  • คุณรู้สึกอ่อนแอ และเปราะบาง ทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ
  • คุณไม่กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง พยายามฝืนทำตามคนอื่นเสมอ เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ดี
  • คุณรู้สึกไม่มีสติ และสับสนอยู่บ่อย ๆ

ประโยคที่ Gaslighter อาจพูดกับคุณ

แม้ว่าอาจมีคำพูดมากมายที่สามารถทำลายความเชื่อมั่นของใครสักคนได้ แต่สำหรับการ Gasligting แล้วคำพูดเหล่านั้นมีรูปแบบต่อไปนี้

  • ไม่น่าใช่หรอกค่ะ น้องจำผิดแล้ว
  • เราไม่อยากคุยเรื่องนี้แล้ว โอเคนะ
  • พยายามจะจับผิดกันรึเปล่าครับเนี่ย
  • ที่ทำแบบนี้คือคิดได้ดีที่สุดแล้วใช่ไหม?
  • อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่สิ
  • พี่ว่าเราคิดมาก/อ่อนไหวเกินไปนะ
  • ผมไม่เห็นรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย 

คำพูดเหล่านี้อาจดูละคร แต่ในบทสนทนาจริงอาจมีคำพูดที่ต่างออกไปจากนี้ แต่เนื้อหาหรือจุดประสงค์ของการพูดจะคล้ายกันเพื่อโต้แย้งให้คุณผิด บิดเบือนสิ่งคุณรู้มาด้วยเหตุผลต่าง ๆ ทำเป็นไม่รับรู้หรือไม่เข้าใจ ปิดกั้นคุณจากความจริงด้วยการไม่ตอบ หรือกันคุณจากการเข้าถึงข้อมูล ไปจนถึงการต่อว่าเพื่อสร้างรอยแผลให้อารมณ์ และทำลายความมั่นใจ

ผลกระทบจาก Gaslighting

ตอนนี้ทุกคนคงพอรู้แล้วว่า Gaslighting เป็นสร้างการทำลายความมั่นใจด้วยการทำให้คนคนนั้นไม่ไว้ใจตัวเอง ซึ่งคนที่ถูก Gaslighting อาจเกิดความรู้สึกวิตกกังวล รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า มีความสุขน้อยลง

ในระยะยาวการพึ่งพาคนอื่นมากเกินอาจทำให้สูญเสียความสามารถในการตัดสินใจแม้แต่ในเรื่องเล็กน้อย จนอาจพลาดโอกาสดี ๆ หรือทำให้เกิดความผิดพลาดจากความล่าช้า เพราะคิดแล้วคิดอีก รู้สึกตัวเองเป็นภาระของคนอื่น

ด้วยมุมมองด้านลบที่มีต่อตัวเอง และภาวะอารมณ์ที่บอบช้ำอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคทางอารมณ์ อย่างโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือโรคเกี่ยวกับการกินที่ผิดปกติด้วย แล้วถ้าคุณถูก Gaslight ด้วยจุดประสงค์บางอย่าง คุณอาจสูญเสียสิ่งเหล่านั้นไปด้วย เช่น โอกาสก้าวหน้าในการทำงาน เงินทอง ทรัพย์สิน หรือการถูกหลอกใช้ให้ทำเรื่องที่ผิดจนได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม บนโลกนี้มี Gaslighter ที่ไม่ได้หวังทรัพย์สินเงินทอง แต่เพียงทำเรื่องเหล่านี้เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจเหนือคนอื่นด้วยเหมือนกัน

รับมือกับ Gaslighting

ความสามารถในการ Gaslight อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่หลัก ๆ คือการทำอย่างสม่ำเสมอ และแนบเนียน แต่ถ้าหากคุณได้อ่านกลไก สัญญาณ และคำพูดที่มักใช้ในการ Gaslighting คุณอาจรู้ตัวได้เร็ว่ากำลังถูก Gaslighting อยู่ ซึ่งวิธีต่อไปนี้ช่วยให้คุณรับมือกับพฤติกรรมเหล่านั้นได้

  • ตั้งสติ และเช็กให้ชัวร์: หากคุณเจอสัญญาณ หรือรู้สึกได้รับผลกระทบจาก Gaslighting ควรเริ่มตั้งสติ เก็บความเศร้า และความสงสัยในตัวเองเอาไว้ จากนั้นลองแอบไปหาข้อเท็จจริงเพื่อเช็กให้ชัวร์ว่าคุณไม่ได้เข้าใจผิด แต่เป็นคนนั้นต่างหากกำลังบิดเบือนข้อมูล และป้ายความผิดให้กับคุณ
  • ลองเล่าให้คนอื่นฟัง: คุณอาจเล่าเรื่องราวที่คุณเจอให้กับคนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับคนที่คุณสงสัยว่าเป็น Gaslighter ฟัง คนเหล่านั้นอาจช่วยให้ความมั่นใจกับคุณได้ว่าสิ่งที่คุณรับรู้แต่แรกนั้นถูกต้องแล้ว นอกจากนี้ คนที่คุณเล่าให้ฟังสามารถเป็นอีกเสียงที่ปกป้องคุณจากคนที่ไม่หวังดีได้
  • ถอยห่าง และขีดเส้น: หากคุณระแคะระคายว่าคนที่สุงสิงกับคุณกำลัง Gaslight คุณอยู่ ควรค่อย ๆ ถอนตัวออกมา อย่างปฏิเสธการไปกินข้าวด้วยเพราะติดธุระ และควรขีดเส้นให้ชัดเจนว่าจะคุยเฉพาะเรื่องที่จำเป็นเพื่อลดโอกาสที่คุณจะถูกหว่านล้อมโดยไม่รู้ตัว เพราะเมื่อเขารู้สึกว่าคุณกำลังตีตัวออกห่าง คนพวกนี้จะงัดไม้เด็ดด้วยการเล่นละคร หรือพูดเรื่องราวที่ดีเพื่อให้คุณใจอ่อน
  • เก็บหลักฐาน: Gaslighting สามารถสร้างความเสียหายให้กับคนที่โดนในหลายด้าน การเก็บหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นข้อความ การอัดเสียง ภาพถ่าย เมล หรืออื่น ๆ อาจช่วยเพิ่มแต้มต่อของคุณในการโต้ตอบ และต่อรองกับ Gaslighter และเป็นประโยชน์ในแง่คดีความ หากเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับกฎหมาย นอกจากนี้ การเก็บหลักฐานทำให้คุณสามารถช่วยคนอื่นที่กำลังโดน Gaslight ได้

Gaslighting เป็นกลไกทางจิตวิทยาที่มักเกิดในคนที่มีอาการทางจิต เช่น โรคบุคลิกภาพผิดปกติ โรคหลงตัวเอง และโรคจิตเภทอื่น ๆ ซึ่งคนเหล่านี้ป่วย แต่อาจมีภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูปกติ ซึ่งทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญหน้ากับ Gaslighter อยู่ อย่างไรก็ตาม คนทั่วไปที่รู้จัก Gaslighting ก็สามารถนำเทคนิคเหล่านี้มาใช้ได้เช่นเดียวกัน โดยส่วนใหญ่มักเป็นคนใกล้ตัว อ่านบทความนี้จบแล้ว คุณลองไปเช็กตัวเองดู เพราะตอนนี้คุณกำลังอาจถูก Gaslight จากใครบางคนอยู่ก็ได้

ที่มา: 1, 2, 3, 4

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส