Connect with us

What The Fact

10 ข่าวใหญ่ในวงการหนังปี 2017

ปี 2017 ที่ผ่านมามีข่าวบันเทิงออกมามากมาย และนี่คือ 10 ข่าวที่เราชาว What The Fact คิดว่าแจ่มว้าว สะเทือนโลกที่สุด

Published

on

1.ประกาศรางวัล”ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม”ผิด บนเวทีออสการ์


เป็นเหตุการณ์ที่ต้องบรรจุไว้ในประวัติศาสตร์งานประกาศผลออสการ์อย่างไม่ลืมเลือน เมื่อวอร์เรน บีตตี้ และ เฟย์ ดันนาเวย์ ประกาศออกมาว่า “Lala Land” ชนะเลิศรางวัล “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” ซึ่งก็ไม่ได้สร้างความประหลาดใจแต่อย่างใด เพราะว่า”Lala Land” ก็เป็นหนังที่มหาชนชื่นชอบ และกวาดรางวัลใหญ่มาแล้วทุกเวที แต่เซอร์ไพรส์ก็มาถึงเมื่อ ผู้อำนวยการสร้าง จอร์แดน โฮโรวิตซ์ ผู้ขึ้นมารับรางวัลและประกาศออกมาใหม่ว่า “Moonlight” คือผู้ชนะที่แท้จริง “Moonlight” ไม่มีดาราแถวหน้าอยู่ในหนังเลย เป็นหนังฟอร์มเล็กที่อยู่นอกสายตา บวกกับเนื้อหาหนังที่ตามติดชีวิตเด็กผิวดำที่เป็นรักร่วมเพศก็เป็นรูปแบบประจำที่คว้าออสการ์อยู่บ่อย ๆ แล้วยังคงได้อีก ผลก็เลยผิดคาดนักวิเคราะห์รางวัลออสการ์

2.”Logan”ตอกย้ำว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่เรต R ก็ไปได้ดี


“Deadpool” เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ฉีกรูปแบบด้วยการเปิดตัวด้วยเรต R และตามมาด้วย “Logan” ก็ยังคงเรต R ด้วยเช่นกัน ถึงแม้ที่ผ่านมาหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่มากับเรต PG-13 จะทำรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับสตูดิโออยู่แล้วก็ตามแต่ แต่ความสำเร็จต่อเนื่องของ Deadpool และ Logan ก็พิสูจน์ให้เห็นชัดว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่มาพร้อมกับเรต R ก็ประสบความสำเร็จได้ ถ้ามีบทภาพยนตร์ที่ดี คาแรกเตอร์ที่น่าสนใจ และการตลาดที่ผ่านกระบวนการคิด ก็ทำให้หนังซูเปอร์ฮีโร่ประสบความสำเร็จได้ ด้วยรายได้ 616 ล้านเหรียญจาก Logan ก็พิสูจน์แล้วว่าผู้ชมเปิดกว้างพร้อมที่จะได้ดูหนังซูเปอร์ฮีโร่ในรูปแบบที่เข้มข้นขึ้น และความสำเร็จของ Deadpool ไม่ใช่เรื่องฟลุค

3.”IT”กลายเป็นหนังสยองขวัญทำเงินสูงสุด


ตอบได้ไม่ยากเลย ถ้ามีคำถามว่าหนังสยองขวัญเรื่องอะไรที่ทำเงินมากสุดในปีกลาย เพราะ IT มาแรงและโดดเด่นสุดทั้งรายได้และเสียงวิจารณ์ IT พิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้าคุณมีเนื้อเรื่องที่ดีแล้วดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์ได้ดี หนังสยองขวัญก็สามารถทำเงินได้ดี IT กวาดรายได้ไปทั้งหมด 700 ล้านเหรียญ เอาชนะ The Sixth Sense ที่ครองแชมป์อยู่ที่ 672 ล้าน มาตั้งแต่ปี 1999 ด้วยความสำเร็จขนาดนี้ เราจะได้ดูภาคต่อกันในเดือน กันยายน 2019 และเชื่อได้แน่ว่า วอร์เนอร์ บราเธอร์ ไม่น่าจะหยุดอยู่กับแค่ 2 ภาคของ IT แน่นอน น่าจะหาทางสานต่อเรื่องราวของเพนนีไวซ์ ในภาคก่อนหน้า ภาคต่อ ไปอีกเรื่อย ๆ

4.Get Out หนังเล็กที่ทำกำไรมหาศาล


เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ของปี 2017 ที่หนังฟอร์มเล็กมา ใช้ทุนสร้างไปเพียง 4.5 ล้าน ไม่มีดาราขายชื่อแม้เพียงคนเดียว และไม่ได้สร้างมากจากนิยายขายดีอีกด้วย แต่ผลจากเสียงชื่นชมแบบปากต่อปากถึงความตื่นเต้นสยองขวัญของหนัง ทำให้หนังทำเงินไปถึง 254 ล้านเหรียญ หนำซ้ำหนังยังได้เสียงตอบรับที่ดีจากทั้งคนดูและนักวิจารณ์ กวาดรางวัลไปอีกเพียบ และมีสิทธิ์ไปได้ถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสการ์ในปีด้วยซ้ำ ผู้กำกับและเขียนบทจอร์แดน พีล กล้ามากที่หยิบเอาประเด็นเรื่องสีผิวมาใส่ไว้ในเนื้อหาของหนังแบบตรงไปตรงมา ซึ่งนับว่าเสี่ยงพอดู แต่ผลก็สรุปมาแล้วว่าด้วยเนื้อหาเรื่องสีผิวส่งผลไปได้ดีกับความเข้มข้นของบรรยากาศสยองขวัญ ผลลัพธ์ก็คือความสำเร็จทั้งด้านรายได้และเสียงวิจารณ์

5.ความสำเร็จของ Wonder Woman


ความล้มเหลวของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่หญิงทั้ง CAatwoman , Aeon Flux , Elektra ต่างสร้างความหวาดกลัวให้กับทุกสตูดิโอที่จะผลิตหนังซูเปอร์ฮีโร่หญิง แฟน ๆ ต่างก็คอยว่าเมื่อไหร่เขาจะได้เห็นซูเปอร์ฮีโร่ฝ่ายหญิงออกมาวาดลวดลายอีกบ้าง ก็จนกระทั่งการมาถึงของ Wonder Woman ภายใต้การกำกับของผู้กำกับหญิงแกร่ง แพตตี้ เจนกินส์ ที่ผลลัพธ์ก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง แพตตี้ เล่าเนื้อหาตามจุดกำเนิดดั้งเดิมของ Wonder Woman และกล้าที่จะส่งหนังลงมาช่วงชิงพื้นที่ในช่วงสงครามหนังซัมเมอร์อีกด้วย หนังมีทั้งความสนุกและความสวยแกร่งของ กัล กาด็อต ที่ส่งผลให้ทำตัวเลขไปได้ถึง 821 ล้านเหรียญ สร้างความฮึกเหิมให้กับค่ายดีซีได้เป็นอย่างดี

6.โคลิน เทรวอร์โรว์ โดนเขี่ยออกจาก Star Wars 9 ดึง เจ.เจ. อบรามส์ กลับมารับหน้าที่


เป็นโปรเจ็คต์ใหญ่ที่ง้อง้อนกันไปมาจริงจริ๊ง ก่อนหน้านี้ทางดิสนีย์ไม่แฮปปี้กับมุมมองของเจ.เจ. อบรามส์ ที่จะทำกับไตรภาคนี้ จากที่เคยวางตัวไว้ว่าจะให้กุมบังเหี้ยนทั้ง 3 ภาค ก็เลยถอด เจ.เจ. ออกไปหลังจากำกับ The Force Awakens เสร็จสิ้น ไรอัน จอห์นสัน เข้ามารับหน้าที่ใน The Last Jedi และ โคลิน เทรวอร์โรว์ จาก The Lost World จะมารับหน้าที่ปิดไตรภาค แต่แล้วก็กลายเป็นข่าวเซอร์ไพรส์ เมื่อดิสนีย์ตัดสินใจเตะ โคลิน ออกไป แล้วไปง้อ เจ.เจ. กลับมากำกับ ไม่มีการแถลงถึงสาเหตุการขัดแย้งกับโคลิน แต่วงในว่าความล้มเหลวของ The Book Of Henry หนังปี 2017 ของโคลิน น่าจะมีส่วนและน่าจะความเห็นขัดแย้งในทิศทางของภาค 9 ซึ่งดิสนีย์ตัดสินใจตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม ไม่อยากให้ต้องมาเปลี่ยนตัวผู้กำกับระหว่างการถ่ายทำ และเจ.เจ. ก็ไม่ใช่หน้าใหม่สำหรับสตาร์วอร์ส The Force Awakens ก็ได้เสียงตอบรับจากสาวกเป็นอย่างดี และน่าจะเรียกศรัทธาคืนได้ในภาค 9 หลังจาก The Last Jedi สร้างเสียงต่อต้านจากสาวกดั้งเดิมไปพอสมควร

7.แซค ชไนเดอร์ ทิ้ง Justice League จอส วีดอน เข้ามาเสียบแทน


แซค ชไนเดอร์ ประกาศลาโปรเจ็คทต์ Justice League ไปเสียก่อนในขณะที่หนังใกล้จะปิดกล้อง เหตุจากการสูญเสียลูกสาว และต้องกลับไปดูแลครอบครัวในช่วงที่กำลังทุกข์ วอร์เนอร์ บราเธอร์ จึงดึง จอส วีดอน ที่เป็นตัวเลือกดีที่สุดในขณะนั้น เพราะเคยกำกับ The Avengers หนังรวมเหล่าฮีโร่ฝั่งมาร์เวลมาแล้ว ทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นการผสมกันระหว่าง ความสุนทรียะทางภาพซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแซค ชไนเดอร์ และสีสันแบบการ์ตูนในสไตล์ของจอส วีดอน ซึ่งการมาควบคุมของจอส นั่นหมายถึงการถ่ายทำใหม่ในบางส่วน และหนังหดเหลือ 2 ชั่วโมงถ้วน ซึ่งนับว่าสั้นมากสำหรับหนังรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่มากหน้าหลายตาแบบนี้ ทำให้พื้นที่สำหรับตัวละครใหม่อย่าง ไซบอร์ก และ อควาแมน เหลือน้อยลง และย่อมมีผลต่อหนังแจ้งเกิดของพวกเขาที่จะตามมา และสุดท้ายรายได้ของ Justice League ก็ไม่อยู่ในจุดที่สมควรจะพึงพอใจ กลายเป็นการบ้านยาก ๆ ที่วอร์เนอร์ต้องทบทวนครั้งแล้วครั้งเล่าว่าจะเดินหน้าอย่างไรกับจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ของพวกเขา

8.ฟิล ลอร์ด และ คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ โดนไล่ออกจากเก้าอี้ผู้กำกับ Solo: A Star Wars Story


ยังคงเป็นข่าวในจักรวาลสตาร์วอร์ส หลังจากดิสนีย์ประกาศสร้างภาคแยกเรื่องต่อไปเป็นหนังชีวประวัติของ ฮัน โซโล และดึงเอา ฟิล ลอร์ด และ คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ คู่หูผู้ประสบความสำเร็จจาก The Lego Movie และ 21 – 22Jump Street และเมื่อเดือนพฤศจิกายน ก็มีข่าวว่าดิสนีย์ เลิกจ้าง ลอร์ด และ มิลเลอร์ แล้ว ฟังดูเหมือนเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกับ Rogue One หนังภาคแยกสตาร์วอร์สเรื่องก่อนหน้า ที่เดิมทีวางตัว จอช แทรงค์ ไว้แล้วก็มีปัญหากัน เลยได้ กาเร็ต เอ็ดเวิร์ด มารับหน้าที่แทน ส่วน Solo ก็ได้ รอน โฮเวิร์ด ผู้กำกับรุ่นเก๋าในวงการมารับหน้าที่แทน การเตะผู้กำกับคู่หูออกไปจากโปรเจ็คต์ครั้งนี้เป็นการตอกย้ำจากดิสนีย์ว่า เขาไม่ต้องการความท้าทายจากผู้กำกับหน้าไหนที่จะมายุ่งกับแนวทางของจักรวาลสตาร์วอร์ส และเขาไม่แคร์ด้วยเพราะว่ายังมีผู้กำกับอีกมากที่ต่อคิวอยากจะมาร่วมในจักรวาลสตาร์วอร์สนี้

9.ดิสนีย์ ซื้อ ฟอกซ์


นับเป็นดีลการซื้อขายที่ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ฮอลลีวู้ดแล้ว ด้วยมูลค่า 52,400 ล้าเหรียญ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการสื่อสหรัฐ แต่สำหรับแฟน ๆ ซูเปอร์ฮีโร่นับเป็นข่าวดีที่พวกเขาตื่นเต้นกับการจะได้เห็นการขยายจักรวาลมาร์เวล เมื่อได้ X-Men และ Fantastic Four กลับมาบ้านมาร์เวล การซื้อครั้งนี้ดิสนีย์จะได้สตูดิโอหนังทั้งหมดของฟอกซ์ ซึ่งจะรวมถึงลิขสิทธิ์อภิมหาหนังอย่าง Avatar และ Titanic ด้วยรวมถึงช่องทีวีอย่าง National Geographic แต่คงเหลือช่อง Fox Sports 1 และ 2 ,Fox Business , Fox News ,Big Ten Network ที่ยังคงเป็นของตระกูลเมอร์ดอคต่อไป การเข้ามาของดิสนีย์ครั้งนี้จะทำให้ดิสนีย์มีส่วนแบ่งในตลาดหนังสูงถึง 49 % กลายเป็นมหาอำนาจทางด้านสื่อ และจะทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่น้อยลง

10.ข่าวล่วงละเมิดทางเพศในวงการฮอลลีวู้ด


และข่าวที่ดังสุดในปีนี้ก็ไม่มีทางหนีฟ้น กระแสพลุแตกเมื่อนิวยอร์คไทม ตีแผ่วีรกรรมของฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ ผู้อำนวยการสร้างผู้ทรงอิทธิพลและเป็นเจ้าของค่ายมิราแมกซ์ว่าเคยล่วงละเมิดทางเพศดาราหญิงและคนในวงการหลายรายตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา และก่อให้เกิดเจ้าทุกข์อีกหลายรายออกมาแฉถึงบรรดาและผู้ทรงอิทธิพลอีกหลายรายที่มีพฤตกรรมคล้ายเคียงกัน ทั้งเควิน สเปซีย์ , ดัสติน ฮอฟฟ์แมน ,ลาร์ส ฟอน เทรียร์ และอีกหลายคน ถึงวันนี้กระแสข่าวการล่วงละเมิดก็ยังไม่ยุติ บรรดาเจ้าทุกข์ยังคงออกมาแฉถึงผู้กระทำการล่วงละเมิดอยู่เรื่อย ๆ และล่าสุดลามไปถึงวงการภาพยนตร์ในฮ่องกงอีกด้วย ทางตำรวจก็ต้องทำหน้าที่ไต่สวนหาข้อเท็จจริงซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะแต่ละคดีก็เป็นเหตุที่เกิดขึ้นย้อนหลังไปนับสิบปี แและบรรดานักแสดงหญิงก็ยังคงเรียกร้องความยุติธรรมในสังคมฮอลลีวู้ด ดังได้เห็นจากการแต่งชุดดำในงานพิธีมอบรางวัลลูกโลกทองคำและจะมีขึ้นอีกในงานพิธีมอบรางวัลออสการ์

แสดงความคิดเห็น

ภาพยนตร์

[รีวิว]ตุ๊ดตู่กู้ชาติ – แกล้งๆเป็นกะเทยในหนังย้อนยุคปล่อยมุกดีเลย์ เขร้ !หนังยาวเกิน 2 ชั่วโมง

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

เมื่อกองทัพ ยโสธราวดี กำลังจะบุก อโสรยา ทำให้หมู่บ้านคุ้งระกา จำต้องเตรียมการรับศึกและทำให้  แฟง (เพชรทาย วงคำเหลา) เดือน (เจริญพร อ่อนละม้าย) หอม (ชาญณรงค์ ขันฑีท้าว)  ก้อน (นพดล ทรงแสง) และ สร้อย (น้องบิว ขาวคง) กะเทย 5 นางประจำหมู่บ้านจึงอาสาไปแทรกซึมในกองทัพศัตรูเพื่อสืบแผนการรบของศัตรู งานนี้เหล่ากะเทยจะพิสูจน์ความรักชาติและสามัคคี

 

 

 



ด้วยหน้าหนังและเพลงประกอบที่ปล่อยมาก่อนหน้านี้ บอกตามตรงว่าผมอดคาดหวังความสนุกจากหนังเรื่องนี้ไม่ได้ ลำพังนักแสดงตลกแถวหน้าของเมืองไทยทั้งพี่หม่ำ พี่ติ๊ก กลิ่นสี  พี่โก๊ะตี๋ หรือน้าจิ้ม ชวนชื่น ก็ล้วนเป็นตลกที่รับประกันความฮาจากผลงานที่ผ่านๆมาได้ในระดับหนึ่ง แต่จนแล้วจนรอด เอาแค่การสร้างคาแรกเตอร์กะเทย 4-5 นางที่ควรมีบทบาทเด่นและสร้างความฮา หนังก็สอบตกในมาตรฐานความแซ่บของเหล่ากะเทยในหนังของพี่ พชร์ อานนท์ โดยสิ้นเชิงแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็น แฟง เดือน หอม หรือ ก้อน แทบไม่มีใครที่ถูกนำเสนอให้ออกมาเป็นกะเทยที่มีสีสันในระดับเดียวกับ หอแต๋วแตก ของพี่พชร์ได้เลย

ด้านพี่หม่ำ แม้จะเคยเล่นเป็นกะเทยใน คู่แรด (2550) มาก่อน แต่กับบทแฟง ที่เหมือนเป็นกะเทยหัวโจกก็ไม่ได้บทบาทอะไรนอกจาก ‘ทำท่า’ บ้าผู้ อย่าง แกร่ง (ชัยวัฒน์ ทองแสง) ควาญช้างที่หมั่นมาอ่อยให้อยากถึงหน้าเรือน ที่ผมมองว่ามาตรฐานพี่หม่ำเคยสูงกว่านี้ เคยกล้าเล่นกว่านี้ แต่นี่มันกลับออกมาดูเสแสร้งผิดมาตรฐาน นักแสดงตลกที่มีฝีมือทางการแสดงและกำกับหนังไปโดยสิ้นเชิง  ด้าน พี่โก๊ะตี๋ ถามว่าเล่นดีมั้ย ‘ก็ดีแหละ’ แต่มันคือบทบาทที่ไม่ได้ฉีกภาพลักษณ์ แม้จะมีดราม่าเรื่องพ่อแม่ของเดือน แต่มันก็ไม่ได้มีพลังพอมาชดเชยกับมุกแป้กๆที่ตัวละครพยายามแค่นให้คนดูขำแต่อย่างดี  การมีอยู่ของ พี่ติ๊ก กลิ่นสี ในบทหอมต่างหากที่น่าสนใจ เพราะผมไม่ได้เห็นพี่ติ๊กเล่นหนังมานานแล้ว ซึ่งก็ยอมรับนะครับว่าเห็นหน้าพี่ติ๊กก็ขำแล้ว แต่พอหนังดำเนินไปเรื่อยๆ พี่เขากลับไม่มีอะไรทำเป็นชิ้นเป็นอัน เดินไปเดินมา ยืนหลับ เล่นมุกปากเหม็น ทำอะไรเซื่องๆ ไอ้ที่หนังมันเอื่อยอยู่แล้ว แกยิ่งทำให้หนังดูยืดยาดหนักกว่าเดิมอีก ส่วนน้าจิ้ม ชวนชื่น นี่น่าสงสารสุดเลย เพราะท้ายสุดเราแทบไม่เห็นลักษณะเด่นอะไรในคาแรกเตอร์ ก้อน เลยสักนิดเพราะแทบไม่มีช่องปล่อยมุกสร้างความเด่นอะไรเลย นอกจากพูดจาโวยวายไร้สาระไปวันๆ นี่เลยทำให้เราแทบไม่สามารถเกาะเกี่ยวตัวละครนำเพื่อพาเราไปพบความสนุกได้อย่างที่คาดหวังจากตัวอย่างได้เลย



เอาล่ะหวังกับพลอตและตัวละครหลักไม่ได้แล้ว มีอะไรให้ดูอีกบ้างใน ตุ๊ดตู่กู้ชาติ ซึ่งก็โชคดี ? ที่หนังดันมี ‘ซับพลอต’ พระเจ้าช่วย! หนังพชร์ อานนท์ มีพลอตรอง ซึ่งน่าสนใจมาก แต่ปัญหาคือ มันดันมีซับพลอตที่ซับซ้อน และเอาล่อเอาเถิดไปร่วม 3-4 พลอต  ทีนี้ปัญหามันเลยเกิดตรงที่ว่าท้ายสุดแกก็ขมวดปมไม่ได้ บางช่วงเล่าไม่เคลียร์ เล่นสรุปง่ายๆก็มี  ทั้งปมความรักความคิดถึงที่มีต่อคนรักทางบ้านของทหารสองนายที่หนึ่งในนั้นคือ พี่โย่ง อาร์มแชร์ ที่อุตส่าห์เพิ่มปมให้ซับซ้อนด้วยการให้เมียแกมีอาการทางจิต (แน่นอน เราก็จะได้เห็นแอคติ้งทำตาเหลือกและนั่งโยกตัวไปมา)  ไปจนถึงพลอตการเมืองทั้งการทุจริตใน อโสรยา และการชิงดีชิงเด่นใน ยโสธราวดี แต่จนแล้วจนรอด ซับพลอตก็กลายเป็นภาระของหนังให้ต้องเล่าเรื่องราวมากมายจนหนังออกมาสะเปะสะปะ และหาทางลงแทบไม่ได้ บางพลอตก็เล่นง่ายด้วยการสรุปความให้ตัวละครมากล่าวสรุป บางพลอตหนังก็ข้ามๆบทสรุปไป จนหนังลากยาวกว่า 2 ชั่วโมงเหมือนกลัวไม่มีพื้นที่ให้บรรดาดารารับเชิญที่ส่วนหนึ่งแทบยกกระบิมาจากละครช่อง 3 มิหนำซ้ำพอเห็นกระแสละครบุพเพสันนิวาส แรง แกเลยจัดการทำเพลงประกอบแบบแทบจะเดินตามละครดัง ตั้งแต่เปิดเรื่องโดยไม่สนว่ามันจะเข้ากับโทนภาพที่ถ่ายมาหรือเปล่าอีกด้วยนะ

สรุปเลยว่า ใครคิดลองของกับ ตุ๊ดตู่กู้ชาติ ก็ลองดูเลยครับ เพราะนี่เป็นอีกหนึ่งงานที่ดูพี่พชร์ตั้งใจทำทั้งการออกแบบฉาก และมุมกล้องที่ประหนึ่งโฆษณาการท่องเที่ยว ฉากไหนใช้โดรนถ่ายได้แกถ่ายหมด แม้ไม่ได้มีความหมายทางภาพยนตร์เลยก็ตาม เพียงแต่การเล่าเรื่องและบทหนังที่เหมือนถูกเติมมาเรื่อยๆจนหนังยาวเกินความจำเป็นและมุกที่ไม่เข้าเป้าที่ฉุดหนังให้ยืดยาดมากไปหน่อยเท่านั้นเอง

อ่านรีวิวแล้ว อย่าเพิ่งถอดใจมามะ…มาลองของกับ ตุ๊ดตู่กู้ชาติกัน ซื้อตั๋วคลิ๊กที่รูปด้านล่างเลยจ้า

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

มาแล้ว! คำวิจารณ์แรก Jurassic World: Fallen Kingdom จากรอบสื่อมวลชนในต่างประเทศ

เรียกได้ว่าภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ในซัมเมอร์นี้ ได้เข้าฉายติดต่อกันหลาย และหนึ่งในนั้นคือ Jurassic World: Fallen Kingdom

Published

on

Jurassic World: Fallen Kingdom กำลังจะเข้าฉายเร็วๆนี้ และจากผลตอบรับในรอบสื่อมวลชนที่เมืองมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา ก็ทำให้เชื่อได้ว่าจะเป็นภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ประจำซัมเมอร์ 2018 ที่ประสบความสำเร็จบนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศอีกเรื่องหนึ่งอย่างแน่นอน

Jack Anthony ได้กล่าวว่า

“ผมทั้งหัวเราะ ร้องไห้ และหวาดกลัวเอามากๆ มันเป็นสื่อเรื่องราวด้วยภาพที่สมบูรณ์แบบจริงๆ”

Josep Parera Jorba ได้กล่าวว่า :

“จากการที่ได้ดู Jurassic World: Fallen Kingdom มา 2 รอบใน 12 ชั่วโมงที่ผ่านมานั้น บอกได้เลยว่าเหมาะสมแล้วที่ได้รับการยืนปรบมือเพื่อเป็นเกียรตินานถึง 10 นาทีหลังหนังจบแล้วอย่างแท้จริง”

Edward Kenway ได้กล่าวว่า :

“Jurassic Park: Fallen Kingdom เป็นภาพนยตร์ที่ดีที่สุดเรื่องหนี่งในประวัติศาสตร์ที่กำกับโดย เจ เอ บาโยนา และเป็นเพชรเม็ดงามที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ด้วย”

Jurassic World: Fallen Kingdom มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 7 มิถุนายน 2018 นี้

ข้อมูลอ้างอิง : cinemablend

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

“กัล กาด็อท” เตรียมลุยพร้อมชุดคอสตูมใหม่ใน “Wonder Woman 2”

กัล กาด็อท กำลังจะได้สวมชุดคอสตูมใหม่ใน Wonder Woman 2

Published

on

Warner Bros. ได้กล่าวภายในงาน “2018 Licensing Expo” ที่นครลาส เวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับข้อมูลใหม่ของภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ Wonder Woman 2 ที่กำลังดำเนินการสร้างอยู่ในขณะนี้ ซึ่ง Daniel Eliesen หนึ่งในผู้เข้าร่วมงานได้โพสต์ข้อความผ่าน Twitter ว่า

“ได้มีการอธิบายถึงโทนของภาพยนตร์ Wonder Woman 2, โชว์สตอรีบอร์ด (Storyboard) พร้อมงานออกแบบชุดใหม่บางส่วนของ Wonder Woman และได้แสดงให้เห็นสิ่งที่ทีมงานพยายามออกแบบให้กับตัวละคร Cheetah ด้วย”

Daniel Eliesen ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ชุดคอสตูมใหม่ของ ไดอาน่า ปรินซ์ หรือ Wonder Woman นั้น ดูคล้ายกับเป็น ชุดออกศึก” ซึ่งแสดงให็เห็นว่าจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งมากขึ้น และจากฉากหลังของ Wonder Woman 2 ที่อยู่ในยุค 80 นั้น ก็อาจมีบางส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามเย็นด้วย

คริสเตน วิก จะรับบท Cheetah

ถ้าสังเกตในให้ดีจะเห็นได้ว่า ไดอาน่า ปริ๊นซ์ ได้ใส่ชุดคอสตูมเดียวกัน ทั้งใน Wonder Woman ภาคแรก ในเดินเรื่องในยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ช่วงปี 1910 ไปจนถึงเหตุการณ์ยุคปัจจุบันใน Batman v Superman: Dawn of Justice และ Justice League

นั่นหมายความว่า ทีมงานจะต้องอธิบายให้ผู้ชมทราบว่าถึงเหตุผลว่าทำไม ไดอาน่า ปรินซ์ จึงไม่ใช้ชุดออกศึกที่เธอได้รับมานี้ ในการต่อสู้กับศัตรูใน Batman v Superman: Dawn of Justice และ Justice League

คาดว่า Warner Bros. จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ Wonder Woman 2 มากขึ้น ภายในงาน San Diego Comic-Con ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 19-22 กรกฎาคม 2018 นี้

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!