เปิดตัวมาในฐานะหนัง 18มงกุฎ วางตัววิล สมิธ ในบท นิกกี้ นักต้มตุ๋นหลอกลวงขั้นเทพ ที่โคตรเหง้าไม่คิดทำมาหากินอาชีพอื่นเลย สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ ทำงานทั้งเงินเล็กตั้งแต่ขโมยของ ล้วงกระเป๋า ไปจนถึงเงินใหญ่ด้วยการต้มตุ๋นมหาเศรษฐี แต่ให้บังเอิญไปหลงรัก เจสส์ สาว18มงกุฎมือใหม่ นิกกี้ฝึกสอนเธอและรับเธอเข้าทีม อารมณ์หนังสลับไปมาระหว่างหนังรักกับหนัง18มงกุฎ ในเรื่องราวด้านหลอกลวงแผนซ้อนแผนทำได้ในระดับชวนอึ้ง หลอกได้แม้กระทั่งคนดูคาดเดาไม่ได้ แต่ก็ถูกนำเสนอในรูปแบบการเล่าจากปากของนิกกี้ที่เฉลยย้อนหลังถึงการกระทำที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นพาร์ทสนุกที่กินเวลาแค่ไม่กี่นาทีในหนัง เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับฉากกุ๊กกิ๊กเข้าพระเข้านางของ นิกกี้ กับ เจสส์ ดูเป็นการจับคู่ที่ไม่ชวนอินนัก ยิ่งทำให้รู้สึกเสียดายคู่แรกที่ทีมงานวางตัวไว้แต่ถูกบอกปัดไปอย่าง ไรอั้น กอสลิ่ง กับ เอ็มม่า สโตน แค่นึกถึงหน้ามึนๆของไรอั้น ก็ดูสุขุมนิ่งๆเข้ากับบทมากกว่านะ

Screen-Shot-2014-10-09-at-7.04.25-PM-620x333

มาร์โกต์ ร็อบบี้ สวยขึ้นกล้องมาก หนังตั้งใจขายเธออย่างจริงจัง บอกได้จากหลากหลายทรงผม หลากหลายชุดทั้งราตรียาวรัดรูปและบิกินี่โชว์สัดส่วนอวบอึ๋มแต่หน้าอกเล็ก ที่แม้แต่บทพูดยังล้อว่าเธอน่าจะเอาเงินไปทำนม อ่านเบื้องหลังแล้วทั้งเห็นใจและดีใจไปกับเธอที่ได้รับบทนี้นะ มาร์โกต์ ร็อบบี้ ตั้งอกตั้งใจมาก เธอพักผ่อนอยู่ที่โครเอเชีย ผู้กำกับโทรหาเธอว่าอยากให้มาออดิชั่นบท เธอรีบเก็บกระเป๋าแล้วแล้วรีบบินมานิวยอร์ค กระเป๋าเดินทางหาย ไม่มีชุดเปลี่ยน ไม่ได้แต่งหน้า อดหลับอดนอนมากว่า12ชั่วโมงแต่ก็มาทันนัด จับตาเธอไว้นะครับ ถือว่าเป็นนางเอกที่แจ้งเกิดเร็วมาก จากตัวประกอบใน about time(2013) มาร์ติน สกอร์เซซี เห็นแววจับเธอมาขึ้นแท่นนางเอกใน the wolf of wall street(2013) และปีหน้าเธอก็ได้รับบท ฮาร์เลย์ ควินน์ บทสำคัญใน suicide squad หนังรวมเหล่าร้ายฟอร์มใหญ่ของ ดีซี คอมมิคส์ ที่มาร์โกต์ จะได้ร่วมจอกับ วิล สมิธ อีกครั้ง

อย่างที่กล่าวบทหนังทำได้ดีในเรื่องของแผนการหลอกลวงเหนือชั้นตามแบบฉบับหนังต้มตุ๋น แต่เรื่องราวระหว่างทางยังขาดความน่าติดตาม เพราะหนังไม่ได้เล่าถึงการวางแผนจัดการกับเป้าหมายอย่างชัดเจน ไม่ได้ร่วมลุ้นไปกับปฎิบัติการว่าจะสำเร็จหรือไม่ ไม่รู้ว่าตอนไหนหลอกตอนไหนจริง คนดูจึงอยู่ในฐานะบุคคลที่3ที่ดูความเป็นไปของความสัมพันธ์ระหว่างนิกกี้ กับ เจสส์ ไปเรื่อยๆโดยไม่รู้ทิศทางว่าหนังจะดำเนินไปทางไหน มีอารมณ์ขึ้นสูงหน่อยไปกับฉากที่นิกกี้จัดการกับเหยื่อ2ฉาก กลางเรื่อง และท้ายเรื่องที่จบแบบไร้ไคลแมกซ์พาอารมณ์หนังไปไม่สุดแถมชวนงงๆว่า “จบแล้วเหรอ?”

คู่หู เกล็น ฟิคาร่า และ จอห์น รีควา แท็คทีมกำกับร่วมกันเป็นเรื่องที่3 ต่อจาก i love you phillip morris(2009)และ crazy,stupid,love(2011) เรื่องนี้ทั้งคู่เขียนบทเองด้วย ไอเดียซ้อนแผนจัดว่าดี แต่ถ้ามองกันทั้งเรื่องในฐานะหนัง18มงกุฎยังอยู่ในระดับหางแถว ถ้าเทียบกับหนังขึ้นหิ้งเรื่องก่อนหน้าอย่าง catch me if you can(2008),Dirty Rotten Scoundrels (1988),The Color of Money (1986) และ the sting(1973)

รอดูแผ่นเหอะครับ

Play video