ไดโนเศร้า

[Exclusive] คุยกับ 2 แอดมิน “ไดโนเศร้า” เพจเศร้าเวอร์ ๆ ที่ไม่ยอมมูฟออนจากเธอซะทีนะไอ้ต้าวไดโน~

ไดโนเศร้า

เพจนี้มันเกี่ยวข้องกับความรัก ก็เลยอยากรู้สถานะของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

แอดมิน A : ผมปกติดีครับ ก็มีแฟน

แอดมิน A : ส่วนผม ช่วงที่ผ่านมาเรียกได้ว่าล้มลุกคลุกคลาน (หัวเราะ) แต่ว่าตอนนี้ก็โอเคแล้วครับ กำลังเริ่มใหม่ ค่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ เรียกว่ากำลังอยู่ในช่วงเพ้อ (หัวเราะ)

คนข้าง ๆ เขามีฟีดแบ็กกับเพจนี้ยังไงบ้าง

แอดมิน B : ทุกคนชอบครับ

แอดมิน A : คือคนรอบข้างผมเขาจะรู้อยู่แล้วว่าผมเป็นแบบนี้ รู้อยู่แล้วว่ามันคือเรา รู้กันอยู่ว่าเป็นคนแบบไหน ซึ่งในเพจก็จะเป็นแบบนั้นแหละครับ บางคนพอเห็นเพจดังขึ้นมา ก็จะทักหรือโทรมาบอกว่า เอ็งใช่มั้ย เพราะเขาจะรู้อยู่แล้วว่าพวกผมเป็นอย่างนี้กันจริง ๆ

เวลารักใครสักคน มีความเพ้อหรือคลั่งรักอะไรแบบนี้บ้างไหม

แอดมิน A :เรียกว่าเป็นความทุ่มเทมากกว่าครับ

แอดมิน B : จะเป็นแบบว่า นั่งอยู่ข้าง ๆ เพื่อน พอเธอคนนั้นตอบแชต ก็จะ… (สะดุ้งตกใจ) “ตอบแล้ว!!!” อะไรแบบนี้มากกว่า

แอดมิน A : แต่พอเป็นเพจไดโนเศร้า มันก็จะมีอะไรเพิ่มเติมเข้าไปให้มันมีความพิเศษกว่า ให้มันมีความคลั่งรัก แต่เวลาชีวิตจริงทั่วไปก็เป็นคนที่ทุ่มเทคนหนึ่งนั่นแหละครับ เวลาจีบใครก็จะชัดเจน

แอดมิน B : คือหลาย ๆ อย่างจากในเพจมันก็ได้มาจากชีวิตจริงนั่นแหละครับ การโดนเมินแชต การดองแชต หายไปกินข้าวไม่กลับมา ความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน มันก็เลยกลายเป็นวัตถุดิบเรื่องราวในเพจ แต่บิดให้มันโอเวอร์หน่อย

ไดโนเศร้า

แล้วพวกคุณเวลาอกหักจริง ๆ พวกคุณมูฟออนได้เร็วหรือช้า

แอดมิน B : สำหรับผมถือว่าเร็วนะ เพราะว่าผมทำงานเยอะน่ะครับ สมองก็เลยต้องคิดแต่เรื่องงาน แล้วก็โตแล้วด้วย ไม่ใช่เด็ก ๆ ที่มานั่งฟูมฟายเป็นเดือน ๆ บอกตัวเองตลอดว่า “เสียใจได้แต่จนไม่ได้เว้ย” (แอดมิน A : นี่ เรื่องจริง…) ถ้าจะเศร้าก็เศร้าแบบนับเป็นวันได้ เต็มที่ก็อาทิตย์หนึ่ง แล้วพอไปทำอย่างอื่นก็ เฮ้… หายแล้ว

แอดมิน A : ของผมถ้าเป็นช่วงเด็ก ๆ นี่ก็แย่อยู่นะ แย่มาก ๆ (แอดมิน B : ช่วงเด็ก ๆ นี่แย่กันทุกคนแหละ) ใช่ แต่พอโตขึ้นเราก็จะเริ่มมีการที่เราจะไม่ชอบตัวเองเสียใจ เวลาป่วยก็จะไม่ชอบให้ตัวเองรู้สึกอ่อนแอ มันจะมีความรู้สึกที่เราเริ่มสงสารตัวเอง ว่าทำไมเราต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย พอตอนโตขึ้นผมก็จะเหมือนกัน ก็คือจะหายไวหน่อย หายไวแบบวิธีของผมก็คือ เราจะหาคนคุยให้ไวที่สุด ไม่ใช่ว่าต้องคุยหลายคนเพราะเจ้าชู้นะ แต่เพราะผมคิดว่าน่าจะเป็นวิธีที่ว่า จะได้มีใครมาคุย มาแชร์กันเพื่อจะได้ลืมเรื่องเก่าให้ไวที่สุด

แอดมิน B : ไม่ได้เป็นอะไรกันหรอก แต่ขอให้มีคนรับฟัง

แอดมิน A : ใช่ ๆ อย่างน้อยเราก็จะได้ไปคิดกับคนที่คุยใหม่คนนี้แทน เพื่อจะได้ลืมเรื่องเก่า ๆ ไป แบบนั้นโอเคกว่า

แต่ถึงอย่างนั้น บางคนก็มูฟออนไม่ได้สักที

แอดมิน B : ก็คงมีหลายสาเหตุแหละครับ ไม่ว่าจะเป็นเพราะผูกพัน อยู่ด้วยกันมานาน หรือชอบไปคิดแทนเขาตลอด ว่าเขาจะต้องอย่างนี้ เขาจะต้องอย่างนั้น กลายเป็นว่าไม่ได้มามองตัวเองเลยว่าเป็นยังไง ผมเจอบ่อยนะ คนที่ไปคิดแทนอีกฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายหนึ่งทำอย่างนี้ ๆๆ เขาก็คิดจากฝ่ายนั้นไง แต่ลืมคิดถึงตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น

แอดมิน A : แล้วผมว่ามันเกิดจากการที่เราไม่กล้าเดินออกมาด้วยแหละ กลัวว่าเดินออกมาแล้วมันจะเจ็บมาก

แอดมิน B : มันเกิดจากการที่เรามั่นใจ แล้วเราไปผูกติดกับคนคนนั้นว่า ต้องเป็นเขาเท่านั้น ซึ่งบางทีก็อาจจะไม่ได้อะไรขนาดนั้นหรือเปล่า

แอดมิน A : คือจริง ๆ เดินออกมาน่ะ มันเจ็บอยู่แล้ว แต่ว่าในระยะยาวเนี่ย

แอดมิน B : เจ็บสั้นดีกว่าปวดนาน

แอดมิน A : ซึ่งบางคนก็ไม่กล้าที่จะแลกตรงนี้ เพราะด้วยอาจจะผูกพัน หรืออะไรก็ตาม

แอดมิน B : คือบางคนก็จะกล่อมประสาทตัวเองว่า “โห…คนนี้นี่คือที่สุดแล้ว ไม่มีใครเท่าคนนี้แล้ว”

แอดมิน A : กลัวว่ามูฟออนไปแล้วอาจจะไม่เจอคนที่ดีแบบนี้อีกแล้ว

แอดมิน B : แต่สุดท้ายเราก็ควรที่จะนึกถึงตัวเองเป็นหลัก ว่าการที่อยู่แบบนี้ ในสถานการณ์แบบนี้ มันเวิร์กเหรอ ที่มูฟออนไม่ได้ แล้วนั่งเศร้าเป็นวัน ๆ หนักมาก

แล้วเคยมีประสบการณ์มูฟออนไม่ได้กันบ้างไหม

แอดมิน B : โห…มี ๆๆๆ ตอนเด็ก ๆ นี่ก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน (หัวเราะ) ถึงขั้นเพ้อเลย

แอดมิน A : ใช่ ๆๆ ตอนเด็ก ๆ ประมาณ ม.1 นี่ผมนอนกอดแม่เลยนะ (หัวเราะ) เพราะคนนั้นคือหนักจริง หลอนยิ่งกว่าผีอ่ะ ยิ่งกว่าผีดุอีก แบบว่าไปแล้วกลับ ไปแล้วกลับอยู่ประมาณเป็นปี

แอดมิน B : ให้กลับมาอีกทีจะยอมไหม

แอดมิน A : ยอมสิ ยอมกลับไปเริ่มต้นใหม่

แอดมิน B : แต่พอช่วงหลัง ๆ ประมาณห้าปี ช่วงที่เริ่มโต ก็เริ่มโอเค เริ่มจะจัดการ…

แอดมิน A : เริ่มเจ้าชู้แล้วนี่ เราอ่ะ

แอดมิน B : ไม่ใช่ ! (หัวเราะ) เราเริ่มจะจัดการความคิดตัวเองเป็นว่าแบบ เออ เศร้าพอประมาณ แล้วก็ช่างมันเถอะ ทำงานดีกว่า แล้วก็เฮ ๆๆ กับเพื่อน เพราะว่าพอเราโตขึ้น เราก็จะมีโอกาสได้เจอคนเยอะขึ้น เจอเพื่อน เจอคนใหม่ ๆ

บางทีมันก็อาจจะดูรวดเร็วนะ แต่ว่ามันก็เป็นการรักษาจิตใจที่ดีมาก ๆ ได้เจอคนที่เห็นว่าเราเศร้า แล้วทักเรา แล้วเขาก็รับฟังเราด้วย พอเราโตขึ้น ได้เจอคนเยอะขึ้น เจอคนใหม่ ๆ บ้าง มันก็ลดความฟูมฟาย ขังตัวเองอยู่ในห้องให้น้อยลงได้แหละ

ไดโนเศร้า

เวลาที่คิดมุกในเพจ มีอันไหนไหมที่รู้สึกว่ามันจึ๊กใจมาก แบบว่าเล่นเอง เจ็บเอง เศร้าเอง

แอดมิน B : มีครับ ส่วนมากจะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนมากกว่า แบบว่าดู ๆ กับเราอยู่ แต่แอบไปคบกับคนนี้เฉยเลย หรือแบบ อยู่ด้วยกันมาเป็นเดือนเป็นปี สุดท้ายก็ไม่ได้ให้สถานะเราก็มี

แอดมิน A : ของผมมีนะ ที่แบบว่าหายไปทั้งวันเนี่ย รู้เลยว่าแบตฯ มือถือหมดใช่มั้ย แบตฯ หมดแน่ ๆ เลย มันเป็นเหตุการณ์ที่ผมเคยโดนจริง ๆ ก็คือ เขาหายไปเลย แล้วเขาก็บอกว่า “อ๋อ แบตฯ หมด” แล้วเราก็ อ๋อ โอเค ไม่เป็นไร อย่าลืมพกพาวเวอร์แบงก์นะ (หัวเราะ)

แอดมิน B : ไอ้เรื่องที่เราหลอกตัวเองแบบนี้ ครึ่งหนึ่งมันคือเรื่องจริงนะครับ คนเรามักจะคอยหลอกตัวเองอยู่เสมอ อย่างเช่นว่า เธอหายไปตั้งแต่สามทุ่ม คงนอนแล้วแหละ (หัวเราะทั้งคู่) สุดท้ายมาคุยกันตอนเช้า เมื่อคืนไปบ้านเพื่อนคงหนักแหละ อะไรแบบนี้ แล้วเราก็เชื่อ เชื่อหมดเลยว่าคนนี้ไม่มีอะไร หรือที่หายไปก็เพราะว่าไม่ว่าง ไม่ได้เล่นมือถือเลย เขาบอกอะไรเราก็เชื่อหมด

แอดมิน A : ความมองโลกในแง่ดีของเพจมันมาจากการที่เราเองก็เคยโดนมาก่อน

แอดมิน B : แต่ถามว่าเลิกไหม ก็ไม่เลิก เป็นการมองโลกในแง่ดีแบบหลอกตัวเองอยู่ เพราะว่าเราชอบผู้หญิงคนนี้ไง เธอพูดอะไรเราก็เอาตามนั้นแหละ เราจะได้รู้สึกว่าตัวเองสบายใจ จบเรื่องไปอีกเปลาะหนึ่ง “โอเค ๆๆๆ เมื่อคืนเธอนอนเร็วอ่ะดิ เหนื่อยอะไรมาล่ะ” แบบนี้

ไดโนเศร้า

จริง ๆ เนื้อหาในเพจไดโนเศร้า ก็มีความเจ็บปวดอะไรบางอย่างอยู่เหมือนกัน ถึงแม้เราจะรู้ แต่มันก็จะเจ็บปวด แต่ก็ไม่ยอมรักษาตัวเองสักที

แอดมิน A : คือรู้น่ะมันรู้แหละ แต่มันคงออกไม่ได้ภายในตอนนั้นเลย มันเป็นการหักดิบที่เราทำไม่ได้อยู่แล้วครับ เราคุยกับเขามาเต็มร้อยแล้ว อยู่ดี ๆ เราจะไปออกตอน 100 หรือ 90 มันทำไม่ได้แน่นอน

แอดมิน B : แล้วพอเขามีเรื่องแย่ ๆ 9 เรื่อง แต่พอเขาทำสิ่งดี ๆ กับเราแค่เรื่องเดียว เราก็จะรู้สึกดีขึ้นมาทันที จากนั้นก็คือไปไหนไมไ่ด้แล้ว

แอดมิน A : มันคือเรื่องจริงเลยครับ บางทีเราโกรธเขามาก ๆ ในเรื่องที่เขาทำ แต่แค่เขาทัก หรือส่งรูป หรือทำอะไรมา มันจบ มันหายไปหมด ได้รับการให้อภัยทันทีเลย คนที่เขายังอยู่ ยังมูฟออนออกไปไม่ได้ก็เพราะแบบนี้แหละ

แอดมิน B : ถ้าจะให้มูฟออนแบบหนัก ๆ ได้ก็คือ มันต้องเห็นแบบจะ ๆ เลยอ่ะ ว่าเขาไปแล้ว และไม่กลับมาแล้ว

แอดมิน A : มันต้องเจอ ต้องโดนด้วยตัวเองน่ะครับ ต่อให้เพื่อนมาพูด หรือต่อให้ไปอ่านอะไร มันก็ออกไปไม่ได้

แอดมิน B : ผมเคยคุยกับเพื่อนตลอดว่า มันเหมือนกับการเล่นเกมน่ะครับ คือถ้าเราเดินไปสุด Map แล้ว ตัวละครมันจะติด Map อ่ะ (ทำท่าตัวละครในเกมเดินติด Map-หัวเราะ) สุดท้ายมันจะไปไหนไม่ได้ แล้วเราจะยอมเอง

แอดมิน A : ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า ถ้าเดินไปสุดแล้ว เวลาจะออก มันจะออกมาเองครับ ไม่ใช่ว่าให้เพื่อนไปบอกว่า “มึงออกมาได้แล้ว” มันไม่ออกมาหรอก

แอดมิน B : ไปให้สุดไปเลย หลัง ๆ ผมเจอคนมาถามอะไรแบบนี้ ผมจะบอกว่า “งั้นมึงไปให้สุดเลย เอาเลยลองดู…” เอาให้รู้ไปเลย คือพอเรารู้ปุ๊บ มันจะแบบว่า…โป้งเดียวรู้เรื่องอ่ะ ถึงตอนนั้น ทุกคนมาขอบคุณเราด้วยซ้ำว่า “กูคิดได้แล้ว ขอบคุณมาก ๆ รู้งี้กูเชื่อมึงตั้งแต่แรกก็ดีแล้ว”

แอดมิน A : เอาจริง ๆ มันคงไม่มีวิธีหรือ How-To ที่จะทำให้มูฟออนได้แบบทันทีหรอกครับ

(เหมือนจะจบ แต่ยังไม่จบ คลิกที่นี่อ่านหน้า 3 ได้เลยนะไอ้ต้าวอ่านเก่งงงง~)

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก