วัยรุ่นยุค 90s อย่างเราถ้าให้เอ่ยชื่อ กฤษติกร พรสาธิต ขึ้นมาในวงสนทนาหลายคนคงทำหน้างงแล้วคงตั้งคำถามกลับมาว่าเค้าคือใคร แต่ถ้าเอ่ยชื่อ Tik Playground วัยเราน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก ซึ่งนอกจากเพลงดังอย่าง มุม ปล่อยวาง ในวง Playground แล้ว ยังเป็นคนเขียนเพลงดัง 100 ล้านวิวอย่างเพลง ไม่ไหวบอกไหว ของศิลปิน BOY PEACEMAKER และเขียนเพลงให้กับศิลปินอีกหลายคน

มาว่าด้วยเรื่องที่จะมานั่งพูดคุยกันในวันนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564 ก็มีข้อความผ่านตาว่ามีประกาศสำคัญ เลยกดเข้าไปอ่าน พบข้อความที่จั่วหัวไว้น่าสนใจติดตามอ่านต่อ ความว่า ประกาศสำคัญ!!!! , ความฝันก้อนใหม่ของผมกำลังจะก่อตัวครับ , ปีนี้ผมกำลังจะทำค่ายเพลงฮะ , ชื่อว่า Home Run Music หน้าเฟซบุ๊ก Tikplayground อ่านข้อความจนจบจึงต่อสายเพื่อนัดมาพูดคุย

beartai : ช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้างครับ?

tik playground : ถ้าของวงเพลย์กราวด์ ตอนนี้ก็ทำเพลงกันอยู่เหมือนกันครับ ก็คือเราคิดโพรเจกต์กันตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วไว้แล้ว คือเราจะทำของฟีลเพลย์กราวด์ที่แบบว่า เป็นโพรเจกต์ที่ชื่อว่า Feel Friend โดยชวนเพื่อน ๆ มาร่วมในโพรเจกต์ ทั้งมา Featuring กันเพลงใหม่ แล้วก็มีไปคัฟเวอร์เพลงเก่า ๆ ของเพลย์กราวด์อัลบั้มแรก ๆ แล้วก็โพรเจกต์นี้จริง ๆ มันเริ่มไปแล้วหน่อยนึง อย่างถ้าใครที่ตามปีที่แล้วจะเห็นมีเพลงคุ้นเคยคุยที่มีคัตโตะ Lipta มาแจมด้วย อันนั้นก็คือตั้งต้นโพรเจกต์ แล้วก็จะมีเพลง ต่าง ๆ ยิงต่อมา แล้วก็จะมีคอนเสิร์ต แต่ว่าปีที่แล้วก็มีปัญหาจนแบบพวกเราก็งงกันหมดเหมือนกัน เลยแบบว่า เป็นโพรเจกต์ที่ยังพับไว้อยู่ ซึ่งปีนี้ตั้งใจว่าก็คงจะทำกันต่อ แล้วก็เฝ้าดูสถานการณ์นี่แหละว่ามันทำได้ขนาดไหน แต่ก็มีเพลงที่แต่งไว้แล้วกับเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนนะครับ ทั้งโพรเจกต์นี้จริง ๆ เกือบจะปิดโพรเจกต์ได้แล้วแหละ แต่ว่ารอช่วงเวลาที่ดีในการปล่อยสำหรับเพลย์กราวด์นะครับ

beartai : รวมทั้งหมดกี่เพลงครับ ?

tik playground : มันจะมีของโพรเจกต์นี้น่าจะประมาณ มี featuring กันประมาณ 3 เพลงในส่วนของเพลงใหม่ แล้วก็ยังมีเพลงที่นำมา recover เนี่ย น่าจะประมาณ 5 เพลง ซึ่งก็คือประมาณ 8 เพลงครับ ก็ปลาย ๆ ปีเรากะว่าจะออกอัลบั้มเต็มชุดแรกกับค่าย ME RECORDS เราจะอยู่ประมาณ 5 ปีแล้ว ซึ่งเพลงก็ครบอัลบั้มแล้ว เพื่อเอานำไปวางในงาน แต่ว่าเดี๋ยวเราก็ดูกันก่อนครับว่า ว่าจัดอะไรได้บ้าง อีกส่วนนึงที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็การเขียนเพลง ก็เยอะเลยครับ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ร่วมงานกัน ปีนี้ก็น่าจะมีเพลงให้ฟังกันอีกเยอะมาก เพราะว่าปีที่แล้วที่เขียนเอาไว้ ที่เคยลงเอาไว้ว่า 1 ปี 14 เพลง 14 เพลงนี้ คือมีเพลงที่เขียน เป็นเพลงที่ออกไปแล้ว มีเพลงที่ยังไม่ได้ออก ที่เขียนไปแล้วอีกประมาณ 9 เพลง จริง ๆ ปีที่แล้วก็เขียนไปประมาณ 24 ถ้าบวกในโฆษณาไปด้วยก็เป็น 25 เพลง ก็มีเพลงที่ค้างไว้อยู่อีก 9 เพลงที่ค้างไว้ก็จะออกปีนี้ ถ้าไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน แล้วก็ที่เขียนไว้แล้วอีก ปีนี้ก็น่าจะมีเพลงอีกเยอะมากครับ ก็อีกส่วนนึงก็คือเรื่องของการทำค่าย

beartai : เป็นยังไงมายังไงครับ อยู่ในวงการมานานมาก ทำไมเพิ่งมาทำค่ายเพลงครับ ?

tik playground : จริง ๆ เป็นเรื่อง ไม่คาดคิดเอาไว้เหมือนกัน มีวันนึงที่ฟองเบียร์ชวน ว่าเฮ้ย อยากลองทำค่ายดูไหม ทำค่ายเล็ก ๆ เหมือนสมัยก่อน ๆ ที่พี่เบียร์กับผมก็ คือเจอกันตั้งแต่เพลย์กราวด์เนี่ยเริ่มต้นตอนเป็นวงอินดี้ เราเคยร่วมเป็นกรรมการประกวดวงดนตรีด้วยกันได้คุยกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์เริ่มต้นด้วยกันทั้งคู่ ตอนนั้นพี่เบียร์ก็น่าจะเป็นนักแต่งเพลงอยู่ ในช่วง Potato ชุดแรก ๆ ก็คือเพิ่งเริ่มด้วยกันทั้งคู่ เพลย์กราวด์ก็เพิ่งเข้าวงการเหมือนกัน ก็เลยเหมือนว่ามีความสัมพันธ์ในที่แบบว่าเราเห็นด้วยกันทั้งคู่ว่า เราต่างคนต่างเริ่มกันมาในที่ ที่มันแบบไม่ได้ใหญ่เลย คือเราต่อสู้ฝ่าฟันแล้วก็เห็นเส้นทางที่เราผ่านมาทั้งคู่ พี่เบียร์ก็เลยลอง เฮ้ย อยากลองทำเหมือนแต่ก่อนที่ทำ ๆ กันมาไหม โดยแบบว่าทำค่ายอินดี้เล็ก ๆ แล้วเราว่าก็น่าสนใจดี เพราะว่าเราเองก็เล่นดนตรีมานานแล้วนะ จริง ๆ ลึก ๆ เป็นคนที่แบบไม่ต้องทำค่าย ไม่เอาดีกว่า ถ้าเป็นสมัยก่อนนะ มันรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องดูแลความต้องการของคนหลายฝ่ายเยอะมาก ทั้งศิลปินเองที่อยู่ในค่าย ทั้งการต้องทำในเรื่องของธุรกิจ

ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนผมจะคิดว่า ผมน่าจะเอาไม่อยู่ แต่ว่าด้วยเวลา ตอนนี้เราอายุประมาณแบบว่า เลข 4 แล้ว เราก็เลยรู้สึกว่า เราเคยผ่านช่วงเวลาที่เป็นศิลปินอย่างเดียว มีช่วงเวลาที่เราไปทำธุรกิจ และเราก็บวกลบเลขเป็นแล้ว แล้วก็เข้าใจเรื่องความต้องการในแบบที่ไม่ใช่ศิลปินอย่างเดียวแล้ว มันมีความเข้าใจของการที่เราเป็นผู้ประกอบการด้วย ดังนั้นเราก็รู้สึกมันก็น่าจะเป็นช่วงเวลาที่น่าจะเหมาะแล้ว เพราะว่าเราไม่ได้เข้าใจแค่ Art อย่างเดียวแล้ว ตอนนี้เราเข้าใจเรื่องบิสซิเนสด้วยแล้ว ก็น่าจะเป็นงานที่ท้าทายดีสำหรับเรา ก็เลยเป็นช่วงเวลาที่น่าจะเหมาะ แล้วก็ ลึก ๆ ผมรู้สึกว่า ผมอยู่มานานจนอยากจะส่งต่ออะไรบางอย่าง เพราะว่าเราเองก็ทำด้วยตัวเองมานานหลายปี เพลย์กราวด์นี่ก็ประมาณ 17 ปี เราก็รู้สึกว่า เออ มันก็เป็นช่วงเวลาที่เราทำให้คนอื่นด้วย เอาประสบการณ์ที่เรามีมาแนะแนวแนวทางให้กับน้อง ๆ ที่กำลังแบบว่ามีความฝันอยู่ด้วย เพราะว่าตัวผมเอง ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ทำให้แต่ละวันมันแฮปปี้มาก คือเกิดมาผมฝันอยู่แค่อย่างเดียว ผมฝันว่าอยากเป็นศิลปินแล้วมีอัลบั้ม โดยการที่เราเขียนเพลงของตัวเอง นั่นเป็นความฝันอย่างเดียวที่ทำ แล้วผมรู้สึกว่าวันที่เราทำได้แล้ว แล้วก็ได้อยู่ในนั้นมา 10 กว่าปี มันทำให้ผมรู้สึกว่า ชีวิตมันมีคุณค่า ถ้าวันหนึ่งเราได้มอบสิ่งนี้ให้กับน้อง ๆ ที่กำลังอยากทำสิ่งเหล่านั้นด้วยได้ ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดี

เพราะว่าอย่างตอนที่เราเริ่มต้น อย่างที่พี่เบียร์บอก คือ เราจะทำค่ายที่ไม่ได้ทุนสูง ค่ายทุนต่ำ เราก็คิดว่าอะไรที่มันน่าสนใจแล้วมันรู้สึกว่า มันวินด้วยกันทั้งหมด คือการถ้าเราซัปพอร์ตความฝันของน้อง ๆ ได้ เงินทองน่าจะเป็นเรื่องรอง เพราะว่าสำหรับผมเองก็ยังรู้สึกว่า วันที่ทำได้แล้ว แล้วได้ใช้ชีวิตหลังจากนั้นเป็นระยะเวลายาวนานเนี่ย ผมเองมีแฟน ๆ ซัปพอร์ตตลอดเวลา มันทำให้เราเป็นคนอย่างที่ทุกวันนี้เราเป็น เพราะผมจำได้ว่าผมเริ่มต้นจากเพลงจากความเจ็บปวดนะ อยากให้โลกรับรู้อารมณ์ต่าง ๆ อะไรเงี้ย ความเหงาหรืออะไร แต่ว่าพอวันนึงที่เราทำได้มันมี แฟน ๆ ที่คอยซัปพอร์ต เวลาเราไปเจอที่ไหน เค้าบอกว่า เค้าขอบคุณที่เราเขียนเพลงอยู่เป็นเพื่อนกับเขา มันทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตเรามีพลังบวก แล้วพวกนี้มันเป็นชีวิตที่ผมได้รับ เราก็อยากมอบมันให้กับคนที่กำลังมีแพสชันให้กับเรื่องเหล่านี้ต่อไปด้วย

beartai : ศิลปินที่จะเข้ามาในสังกัดจะเป็นยังไง มันมี 2 อย่างที่อยากจะให้พี่พูดถึงก็คือ 1.ทำยังไงถึงจะมาเป็นศิลปินในสังกัดได้ แล้วก็ข้อที่ 2. เข้ามาแล้วลำดับขั้นตอนมันจะเป็นยังไง มันจะมีวิธีเหมือนค่ายใหญ่มั้ย หรือมันจะมีวิธีใหม่ มันจะเป็นยังไง ?

tik playground : ได้เลยครับ งั้นผมขอเกริ่นในเรื่องของค่ายเพลงก่อน เพราะชื่อค่ายมันชื่อว่า HOME RUN MUSIC ซึ่งโฮมรันมิวสิกชื่อค่ายเป็นชื่อที่ผมตั้งใจตั้งมาจากการที่อยากเอาคำง่าย ๆ มารวมกัน แล้วก็สมัยใหม่ บ้าน กับคำว่า วิ่ง – HOMERUN นัยก็คือถ้าใครดูเบสบอลก็จะรู้ว่า มันคือการประสบความสำเร็จในบางสิ่ง ถ้าเป็นฟุตบอลก็คือการยิงประตูเข้า มันมีความการ์ตูนกีฬาดี ชอบคำนี้ อย่างที่บอกไว้ว่า มันมีการเล่นคำ แบบว่า Home กับคำว่า Run ทุกความสำเร็จมันเริ่มจากที่บ้าน มันเริ่มจากที่ มันไม่ใช่แบบสเตจที่คนดูมีเป็นแสน แต่มันต้องเริ่มจากเรานั่งดีดกีตาร์อยู่ที่บ้านนี่แหละในตอนเริ่มต้น ก็เลยคิดว่า โฮมรันมันก็คือการวิ่งออกจากบ้าน ตื่นก็มาจากบ้านนี่แหละก็วิ่ง ๆ ออกไป ซึ่งเราก็เลยเหมือนอย่างที่บอก เราเป็นค่ายที่แบบว่าอาจจะไม่ได้ใช้ทุนเยอะ เราอยากได้ความ real ของสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็ความบ้าน ๆ นี่แหละ คือใครแต่ละคนเป็นยังไง ก็อยากให้เขาเห็นภาพความจริงที่ศิลปินแต่ละคนที่อยู่ในค่ายเขาเป็นอย่างนั้น แบบที่เราชีวิตจริงของเขาเจ๋งอยู่แล้ว

แล้วคำถามว่า เราเลือกศิลปินอย่างไร เรารู้สึกว่าเราไปดู เราเคยเห็นเขาแล้วเรารู้สึกว่า จริง ๆ น้องมันมีความเป็นศิลปินตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว มีทั้งแบบว่าการดูแลภาพลักษณ์ของตัวเอง การที่แต่ละคนมีความสามารถ หรือว่าแต่ละคนมีแพสชันที่น่าสนใจ เป็นจุดที่เราใช้ในการเลือกแต่ละคนเข้ามา เพราะว่าวิธีการของค่าย เราตั้งใจว่าจะไม่ใช่แค่ทำเพลง ปล่อยเพลงแล้วก็จบไป เราอยากให้แต่ละคนมีสตอรี่ของตังเอง ในการที่จะรันจากโฮมเนี่ยไปถึงเป้าหมายให้ได้ นอกจากเพลงก็จะมีสตอรี่ไลน์แต่ละคน อย่างเช่น น้องบางคนฝันเอาไว้ว่า อยากจะไปเล่นที่งาน Cat expo เราก็หาวิธีการว่า จากจุดเริ่มต้นนี้ ที่น้องยังไม่มีเพลงเป็นของตัวเองเลย เราจะไป Cat expo ได้อย่างไร เราก็จะหาวิธีการกัน ทำเพลงแรกเป็นอย่างไรบ้าง ได้เข้าใกล้การไปเล่น Cat expo หรือยัง ทำเพลง 2 เป็นไงบ้างใกล้หรือยัง อะไรงี้ ก็เลยวัดผลจากแพสชันของแต่ละคน อย่างเด็กบางคน สมมติว่าอยากมีเพลง 100 ล้านวิว โอเค ตอนนี้ยังมีศูนย์วิวอยู่เลย เราก็เริ่มจากเอาแผนแรกให้ได้ก่อน เอาล้านแรกให้ได้ก่อน ไปสิบล้าน ไป 100 ล้าน เราก็เลยคิดว่าเรื่องเป็นแบบนี้ด้วยครับ ดังนั้นน้อง ๆ แต่ละคนที่ได้คุยกัน ก็น่าจะมีเรื่องของการที่ว่า มีสตอรี่ไลน์ในแพสชันของเขาแบบที่น่าสนใจด้วยไหม เหมือนก็คือเราไปเจอเขา เราสนใจเขา ไปนั่งคุยกับเขาว่าเขามีแพสชันที่น่าสนใจด้วยหรือเปล่า

beartai : ที่นี้ด้วยความที่เราต้องเบลนด์ให้มันเข้ากันให้ได้ว่าระหว่างธุรกิจกับศิลปะ พอแต่ละคนแตกต่างกันเนี่ย แล้วมันรีเทิร์นอย่างไร ?

tik playground : ที่ผมมองไว้ ด้วยความที่ว่า น้อง ๆ ที่เราเลือกมา เขามีศักยภาพในการที่มีคนติดตามอยู่ประมาณหนึ่ง ก็คือไม่ใช่คนที่เรารู้สึกว่า เราต้องสร้างทั้งหมด มันเหมือนแต่ละคนมีกลุ่มผู้ฟังเป็นของตัวเองอยู่แล้วเท่าที่ผมดู เท่าที่เลือกมาแต่ละคน ก็เลยรู้สึกว่ามีวิธีการที่จะหารายได้จากของแต่ละคน เพราะแต่ละคนก็มีพื้นที่เป็นของตัวเองในการที่จะทำ มันก็อาจจะมีทั้งที่แบบบว่า งานโชว์ งานอะไรที่แบบคล้าย ๆ รูปแบบเดียวกันที่แบบอย่างวงเพลย์กราวด์ หรือพี่ ๆ ศิลปินในค่ายของเราทำอยู่แล้ว ซึ่งในค่ายของเราภายใต้ Muzik Move เนี่ยมันค่อนข้างเป็นเอกในเรื่องนี้ เพราะว่ามีที่มีทางให้ไปอีเว้นท์ไปลงเหมือนกัน ส่วนอื่นเนี่ยจริง ๆ เราพยายามหาอีเวนต์ที่มันฉีกออกไปอยู่เหมือนกัน ก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันนะครับ ด้วยตัวผมเองเนี่ย เมื่อประมาณสัก 3 ปีหลังเนี่ย เคยดูวงไอดอลเยอะที่ญี่ปุ่น ก็ได้เห็นรูปแบบบางอย่างที่มันดูน่าสนใจที่แบบ ถ้าเกิดเท้าความตอนนั้นที่ไปที่ญี่ปุ่นเนี่ย มันเห็นรูปแบบของ music business หลายแบบที่เราคิดว่ามันมีจริง ๆ ด้วยหรอ เช่น พื้น ๆ ที่แบบทุกคนมาเจอมากัน งานจับมือ BNK48 หรือ AKB48 หรือว่าอะไรพวกนี้ หลังจากเราก็ดูพวกเทศกาลดนตรี เราก็เลยรู้สึกว่า มันเป็นอีกหนึ่งรายได้เลย เราก็เลยรู้สึกว่าคงมีอีกหลาย ๆ format ที่ บางครั้งก็จะเปืนอีเว้นท์เล็ก ๆ ที่ทำไมบ้านเราไม่ค่อยมองว่ามันส่วนหนึ่งในการทำรายได้ด้วยเหมือนกัน เช่น คอนเสิร์ตเล็ก ๆ ไลฟ์เฮ้าส์ หรือว่าแฟนมีต ผมก็เลยรู้สึกว่าธุรกิจแบบนั้นก็ดูน่าสนใจดี ก็กำลังคิดอยู่ว่าจะมีอันไหนที่เราครีเอทขึ้นมาใหม่ ที่เห็นว่าแตกปลายจากตรงนั้น

beartai : ศิลปินที่เข้ามาจำเป็นจะต้องทำเพลงเอง เขียนเพลงเองอยู่ไหม ด้วยไหม หรือว่า ไม่เลย ?

tik playground : ไม่จำเป็นครับ เพราะอย่างตอนนี้ศิลปินที่มีในค่ายก็มีทั้ง 2 แบบ มีทั้งคนที่ให้เราช่วยเขียน แล้วก็มีทั้งแบบว่าทำงานเองได้เกือบทั้งหมดเลย

beartai : แล้วค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นล่ะ จะมีค่าห้องอัด หรือค่าใด ๆ เราจะดูให้หรือว่าเขาลงทุนบางส่วน หรืออย่างไร ?

tik playground : เป็นเราดูแลทั้งหมดครับ ก็คือเหมือนเราดูแลค่ามาสเตอร์ ในการทำงานชิ้นงานทั้งหมด เราดูแลทั้งหมด

beartai : เราดูแลทั้งหมด ออกให้เหมือนอย่างที่ค่ายเพลงทำ (ใช่ครับ) แล้วถ่ายทำ MV ?

tik playground : ครับ ด้วยครับ ก็คือไม่ใช่การดีลแบบฝากขาย

beartai : อ่า เพราะเมื่อแต่ก่อนจะมีโมเดลนี้อยู่ในตลาด เช่น คุณทำมาเสร็จแล้ว เอาเข้ามาเดี๋ยวเราดูแลเรื่องการตลาดให้ (อ่าฮะ) ก็คือไม่ใช่แบบนั้น ?

tik playground : ไม่ใช่แบบนั้น ก็คือสร้างด้วยกันในแบบที่ อย่างเช่นบางคนที่แบบว่า อยากให้เราซัปพอร์ตในทุก ๆ เรื่อง เราก็จะซัปพอร์ตในทุก ๆ เรื่อง อย่างบางคนอยากให้เราซัปพอร์ตแค่เรื่อง เราก็คอยแค่บางเรื่อง แล้วก็ทั้งหมดทั้งมวลเนี่ย เราตั้งต้นจากการดูแพสชันของเด็กว่าเขาต้องการอะไร แล้วก็ตัดเสื้อให้พอดีตัวครับ (สั่งตัดทั้งหมด) คัสตอมครับ

beartai : เหนื่อย คัสตอมนี่เหนื่อยเลย ?

tik playground : เหนื่อยครับ แต่ก็ยินดีทำ แต่ว่าด้วยตัวของเราเองด้วย น้อง ๆ บางคนเขียนเพลงไม่เป็น เราจะเขียนเพลงด้วยกัน คือให้เป็นสิ่งที่เขาเป็น 100% เราต้องทำที่เขาร้อง เรารู้สึกว่า อย่างตัวของเราเองเราทำงานเขียนเพลงก็เยอะใช่ไหม แต่สุดท้ายแล้วเวลาที่เราเห็นว่า การที่ได้ทำร่วมกันเนี่ย มันออกผลงานที่มันมีความสามารถ แล้วก็ในมุมของการที่เราเขียนเพลงให้ใครสักคนหนึ่งเนี่ย จริง ๆ มันเป็นสมบัติของเขาแทบจะมากกว่าของเราด้วยซ้ำ ผมก็เลยอยากให้เป็นตัวเขา 100%

beartai : แผนในปีนี้ทีจะออกสักกี่คน แล้วก็มองเป้าในปีแรกว่าคืออะไร ?

tik playground : ที่วางไว้ในปีนี้ ทีแรกจะมีศิลปินในโปรเจค เราจะเรียกมันว่าโพรเจกต์เพราะ เราจะรันออกไปให้คนเห็นภาพของไดเร็กชันของค่าย จะมีคนที่อยู่ในโพรเจกต์นี้สิบกว่าคน แล้วก็คิดเอาไว้ว่า ปีแรกนี้จะมี 2-3 เพลงที่จะออก (ในโพรเจกต์นี้ ?) ใช่ครับ ในโพรเจกต์นี้ก่อน เป็นแผนที่วางไว้แผนระยะ 2 ปี ที่ผมวางเอาไว้ก็คือ เราจะมีแต่ละคนที่มีแพสชันเริ่มต้น แล้วเราก็จะใช้เวลา 2 ปีในการทำ แล้วก็ดูว่ามันจะประสบความสำเร็จไหม ภายใน 2 ปีว่าจะทำได้หรือเปล่า ปีแรกที่วางไว้ขอให้ได้สักครึ่งทางก็ยังดี เราจะใช้เพลง 2-3 เพลงในการปล่อยปีแรก แต่ละคนจะได้ออกอัลบั้มเป็นของตัวเอง แล้วเราก็มารีเช็กกันว่า เราเข้าใกล้สิ่งที่เราตั้งเป้ากันไว้ขนาดไหน เป้าที่ว่าก็คือแพสชันของแต่ละคน เราก็จะวัดผลจากตรงนั้น แต่อย่างน้อยถ้า ในมุมของผม ผมรู้สึกว่าความหมายของการทำค่าย มันคือการที่เราได้เข้าใกล้สิ่งที่เราอยากทำให้มันจบสิ้นได้มากแค่ไหน

beartai : แล้วในเชิงธุรกิจล่ะ ในเชิง Muzik Move บริษัทแม่ จะอย่างไร ?

tik playground : จริง ๆ ถ้าหากมันได้สูงสุดก็ดีนะ แต่ผมยังไม่กล้าประมาณตัวเลขว่ามันจะ success ในระดับไหน อย่างน้อยเป้าของมันคือ ห้ามขาดทุน ภายใน 2 ปีนี้ ไม่ให้ขาดทุนแน่นอน

beartai : เครียดไหม ?

tik playground : สำหรับผมรู้สึกว่ามันเป็นเกมนะ สนุกนะ กดดันไหม กดดันนะ แต่ว่ารู้สึกว่ามันเป็นเกม ลึก ๆ เราจริง ๆ เป็นคนชอบทำด้วยแหละ เลยรู้สึกว่าในเกมนี้ ตั้งต้นไว้ก่อนแต่เงินห้ามเจ๊ง เจ๊งเราก็มี มีแคทวอล์กที่แบบว่า เจ็บสุดต่ำสุดอะไรก็ตาม ซึ่งมันน่าจะคุมได้ ผมเชื่อว่าน่าจะคุมได้ แต่ก็น่าสนใจฮะ อยากรู้ว่าตัวเองทำได้แค่ไหน

beartai : ฝากอะไรนิดนึงครับ

tik playground : ผมรู้สึกว่า มันมีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่ผมแบบว่า อิ่นกับวงการอีกครั้งหนึ่ง จากการที่ได้ฟังเพลงใหม่ ๆ ของเด็กรุ่นใหม่นี่แหละ มีความรู้สึกว่าเด็กรุ่นใหม่ เพลงสมัยนี้เราฟัง เราก็ยังชอบ หวังว่าจะเห็นความตั้งใจเหล่านั้นอยู่เหมือนกัน และเราก็รู้ว่าเพลงของพวกเขา เป็นแรงบันดาลใจให้เราไม่อยากเลิกอยู่ในวงการนี้ อย่างที่บอกว่า ถ้าคนอายุประมาณผมเนี่ย โตแล้วรู้สึกไม่อินแล้วก็ได้ทำนองนี้แหละ ไปทำนู่นทำนี่ทำนั่นกันแล้วแหละ แต่ด้วยความตั้งใจของเด็ก ๆ เนี่ย มันทำให้ผมยังมีไฟที่ผมเชื่อว่าไฟจากเด็ก ๆ เนี่ยมันปลุกให้ผมมาทำค่ายได้ เด็กในค่ายของผมที่วิ่งตามแพสชันอาจจะปลุกให้ใครหลาย ๆ คนได้แรงบันดาลใจในการที่จะไปใช้ชีวิตต่อ อาจจะไม่ใช่การทำเพลงก็ได้ บางคนแบบ เรามีความฝันในเรื่อง ๆ หนึ่ง อยากเปิดร้านกาแฟ อะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าสตอรี่ไลน์ของน้อง ๆ นอกจากเราจะทำเพลง ผมเชื่อว่ามันจะสร้างแรงบันดาลใจบางอย่างให้กับพวกเขาด้วย ก็อยากให้เขาติดตามค่ายของพวกเรา แล้วก็หวังว่ามันน่าจะเป็นที่หนึ่งที่เวลาหันมาก็รู้สึกฮึกเหิม รู้สึกว่าอยากออกไปวิ่ง อยากออกไปตีโฮมรัน แล้วก็น่า ชุ่มชื่นใจ เพราะว่าน้อง ๆ ที่อยู่ในค่ายเราน่ารัก ก็ต้องติดตามนะครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส