Connect with us

ภาพยนตร์

รู้จักมหาเมพชินไค ผู้สร้าง Your Name และงานทั้งหมดของเขา (ตอนจบ)

นับตั้งแต่หนังเรื่อง Voices of a Distant Star งานของชินไคก็มักถูกยกย่องในแง่คุณภาพสูง ให้เป็น มิยาซากิคนใหม่ อยู่บ่อยครั้ง ซึ่ง ลาพิวต้า ของมิยาซากิก็เป็นแรงบันดาลใจให้ชินไคในฐานะอนิเมชั่นเรื่องโปรดด้วย

มาโกโตะ ชินไค (新海 誠 Shinkai Makoto)

มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้ว เรามาดูว่าคนที่มองท้องฟ้าเป็นจุดหมายเมื่อถึงฟ้าแล้วเขาทะยานไปอวกาศได้อย่างไรกันครับ สำหรับใครยังไม่ได้อ่านตอนก่อนๆ กดอ่านตอนที่1ได้ที่นี่  และ กดอ่านตอนที่2ได้ที่นี่ เลยครับ

ก้าวสูงที่ต้องเสี่ยง กับการล่าฝันในการเป็นจิบลิคนใหม่

นับตั้งแต่หนังเรื่อง Voices of a Distant Star งานของชินไคก็มักถูกยกย่องในแง่คุณภาพสูง ให้เป็น มิยาซากิคนใหม่ อยู่บ่อยครั้ง ซึ่ง ลาพิวต้า  ของมิยาซากิก็เป็นแรงบันดาลใจให้ชินไคในฐานะอนิเมชั่นเรื่องโปรดด้วย  ก็เหมือนจะเป็นเป้าหมายก้าวที่ชินไคยังก้าวไปไม่ถึงฝันเสียทีเพราะ The Place Promised in Our Early Days ก็ยังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์พอ แต่ในเวลานี้หลังจากการได้ลองทำแบบเต็มรูปแบบใน 5 cm มาแล้ว ในที่สุดหลังจากเตรียมงานมากว่า 3 ปี 2011 ชินไคจึงเปิดตัวหนังใหม่กับ Children Who Chase Lost Voices (星を追う子ども Hoshi o Ou Kodomo เด็กสาวกับเสียงเพรียกแห่งพิภพเทพา) ซึ่งหลายต่อหลายคนบอกว่ามันเป็นงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสตูดิโอจิบลิมาชัดมากทีเดียว

ภาพไอเดีย 2 ภาพที่ชินไคปล่อยออกมาโดยระบุว่าจะเป็นโปรเจคหนังเรื่องถัดไปของเขา

ภาพไอเดีย 2 ภาพที่ชินไคปล่อยออกมาในเดือน ธันวาคม 2009 โดยระบุว่าจะเป็นโปรเจคหนังเรื่องถัดไป

หนังได้แรงบรรดาลใจจากตำนาน โคจิกิ (古事記) หรือบันทึกประวัติศาสตร์ชิ้นแรกของญี่ปุ่นที่ลากยาวมาตั้งแต่สมัยกำเนิดเทพเจ้าทีเดียว ซึ่งในตำนานนี้ก็ได้มีการกล่าวถึง โลกเบื้องล่างอันเป็นที่อาศัยของคนตายนามว่า โยมิโนะคุนิ (黄泉国) ด้วย อันเป็นวัตถุดิบที่ชินไคนำมาสร้างโลกสุดแฟนตาซีในเรื่อง

หนังเล่าเรื่องราวของ อาซึนะ เด็กสาวที่อาศัยอยู่กับแม่เพียงลำพังหลังที่พ่อของเธอตาย วันหนึ่งเธอได้พบกับเด็กหนุ่มที่โดนไล่ล่ามานามว่า ชุน ซึ่งอ้างว่าตัวเองมาจากดินแดนใต้ผืนพิภพอันเป็นที่สถิตของคนตายนามว่า อาการ์ธา เธอรู้สึกผูกพันกับเด็กหนุ่มแต่เพียงวันต่อมาเธอพบว่าชุนบาดเจ็บและเสียชีวิตแล้ว เหตุการณ์ผลักดันให้เธอได้เข้าสู่อาการ์ธาเพื่อพาเด็กหนุ่มกลับคืนมา โดยได้รับความช่วยเหลือจากเด็กหนุ่มอีกคนที่หน้าเหมือนชุนนามว่า ชิน ซึ่งบอกว่าตัวเองเป็นน้องชายของชุนด้วย นอกจากนี้ยังมี โมริซากิ คุณครูคนใหม่ของอาซึนะและยังเป็นหนึ่งในทหารที่ไล่ล่าชุนมาร่วมการเดินทางไปกับเธอเพื่อฟื้นคืนชีพภรรยาของเขาที่ตายไปด้วย

เป็นการเดินทางอันยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดทั้งโลกใต้พิภพและสัตว์ประหลาดในโลกแห่งนั้นด้วย ดูพล็อตดูภาพเรียกว่าแยกไม่ออกจากงานแบบจิบลิเลยทีเดียว  ทั้งยังจัดเต็มมาด้วยความยาวถึง 116 นาทียาวที่สุดที่ชินไคเคยทำมาด้วย ถ้าใครชอบชินไคในแบบงานแฟนตาซีนี่คืองานที่พร้อมที่สุดของเขาแล้วครับ แต่ถ้าใครเป็นแฟนมาจากงานสายดราม่าของเขาก็คงรู้สึกว่าเรื่องนี้เยอะไปมากๆ และดูจะเป็นจิบลิมากกว่างานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชินไคด้วย

อีกส่วนสำคัญอย่างเพลงประกอบของหนังเรื่องนี้ ก็ได้ คุมากิ อันริ ศิลปินคลื่นลูกใหม่ที่ชนะการประกวดจากรายการโทรทัศน์ช่อง นิปปอน เทเลวิชั่น มาขับร้องในเพลง Hello, Goodbye and Hello ด้วย

สำหรับหนังเรื่องนี้ยังได้ Media Factory มาจัดจำหน่ายให้ด้วยหลังจากที่ชินไคสร้างสัมพันธ์อันดีไว้ครั้งเขียนนิยายกับทางค่ายนี้มาก่อน หากเชื่อในเรื่องโชคชะตาสายสัมพันธ์อย่างในหนังของชินไค ก็คงต้องบอกว่าชินไคถูกกำหนดไว้แล้วให้พบเจอผู้คนที่จะผลักดันเขาต่อไปเป็นทอดๆ แต่หากมองอีกด้านชินไคก็เป็นคนที่มองหาโอกาสและสายสัมพันธ์ที่จำเป็นกับเขาอยู่เสมอ และสำหรับหนังยาวเรื่องถัดไปนั้นก็จะยิ่งเห็นจุดนี้ชัดเจนมากขึ้น

แวะพักทำงานโฆษณาระหว่างทาง

ในปี 2011 นี้ ชินไคยังได้เริ่มงานโฆษณาทางโทรทัศน์กับบริษัทก่อสร้างใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง Taisei Corporation ในชื่อ Bosphorus Strait Tunnel (ボスポラス海峡トンネル Bosuporasu kaikyō ton’neru) ที่พูดถึงการเป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นเพื่อก่อสร้างอุโมงค์ทางรถไฟในประเทศตุรกีของวิศวกรสาวของไทเซย์ ทั้งยังเป็นการร่วมงานกับ คุมากิ อันริ ที่มาร้องเพลง Fight! ประกอบโฆษณานี้อีกครั้งด้วย

ซึ่งหลังจากโฆษณาชุดนี้ชินไคก็ได้ผลิตโฆษณาให้ไทเซย์อีก 2 ตัว คือ โฆษณาการก่อสร้างถนนยกระดับแห่งแรกของศรีลังกาในปี 2013 ชื่อ Sri Lanka highway (スリランカ高速道路 Suriranka kōzokudōro) และโฆษณาการก่อสร้างท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่ายของเวียดนามในปี 2014 ชื่อ Vietnam Noi Bai Airport (ベトナム・ノイバイ空港 Betonamu noibai kūkō) ด้วย

ชินไคผู้ไม่เคยหยุดนิ่งในการค้นหาสไตล์และความเป็นไปได้ในภาพยนตร์

ในปี 2013 ชินไคที่กำลังปลุกปั้นโปรเจคหนังยาวเรื่องใหม่กับทางค่าย โตโฮ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านภาพยนตร์ของญี่ปุ่นนั้น เขาก็ได้มีโอกาสร่วมงานกับบริษัทอสังหาฯอย่าง Nomura Real Estate Group ในชื่อโปรเจคว่า Someone’s Gaze (だれかのまなざしที่ถ่ายทอดถึงสายใยของครอบครัวโดยมีที่อยู่อาศัยในอนาคตเป็นฉากหลัง เป็นงานกึ่งโฆษณาที่ยาวถึงเกือบ 7 นาที ซึ่งชินไคก็ตัดสินใจนำมาเป็นหนังสั้นฉายเปิดรอบปฐมฤกษ์ของหนังยาวเรื่องต่อไปของเขาในปีเดียวกันนี้ที่ชื่อ The Garden of Words (言の葉の庭 Kotonoha no Niwa ยามสายฝนโปรยปราย) ซึ่งก็ได้มีการใช้ฉากบางฉากร่วมกันด้วย

The Garden of Words เป็นหนังที่ชินไคกลับมาเดินเส้นทางสายดราม่าสมจริงอีกครั้ง
โดยเป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมงานกับยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ญี่ปุ่นอย่าง Toho Co., Ltd. (東宝株式会社 Tōhō Kabushiki-gaisha) ที่เป็นผู้ผลิตและมีช่องทางการฉายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่สำคัญเป็นบริษัทที่ขายหนังของจิบลิในต่างประเทศด้วย นับว่าตอนนี้ชินไคเป็นผู้กำกับอนิเมชั่นแถวหน้าของญี่ปุ่นได้แล้ว

ในครั้งนี้ยังมีความเปลี่ยนแปลงสำคัญอีกหลายอย่างตั้งแต่ ชินไคเปลี่ยนผู้ทำดนตรีประกอบจาก Tenmon ที่เคยร่วมงานกันในหนังยาวทุกเรื่องก่อนหน้านี้ มาเป็น คาชิวะ ไดสุเกะ ซึ่งเป็นแฟนคลับชินไคจากหนังเรื่อง 5 cm และพยายามส่งอัลบั้มเพลงของตัวเองมาให้ชินไคพิจารณา ช่วงนั้นชินไคกำลังเขียนบทหนังเรื่องนี้อยู่และพบว่ามีเพลงที่เหมาะกับตัวหนังอย่างมากจึงได้ติดต่อคาชิวะให้ร่วมงาน

ทั้งยังเป็นการทดลองฉายหนังผ่านช่องทางต่างๆ พร้อมกันหรือใกล้เคียงกันกับในโรงภาพยนตร์ด้วย ทั้งการให้ดูผ่าน iTunes ในวันเดียวกับรอบปฐมฤกษ์ที่โตเกียว จนได้ความนิยมสูงติดเป็น Best Animation in iTunes’ Best of 2013 ด้วย นอกจากนี้ฉบับแผ่น DVD และ Blu-ray ก็ออกวางขายหลังจากหนังเข้าโรงเพียง 21 วันด้วย อาจเพราะหนังมีความยาวเพียง 46 นาทีด้วย แต่ก็นับเป็นการได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ของชินไคอย่างที่เขาเคยพยายามมาแล้วก่อนหน้านี้ในการฉายผ่านสตรีมมิ่งกับ 5 cm

The Garden of Words

หนังเล่าเรื่องของ ทาคาโอะ เด็กหนุ่มชั้นมัธยมผู้ใฝ่ฝันจะเป็นช่างทำรองเท้า เช้าหนึ่งในวันฝนตกเขาได้บังเอิญพบกับ ยูคาริ สาววัย 27 ปีที่โดดงานมานั่งจิบเบียร์ ทั้งคู่มีปฏิสัมพันธ์แปลกๆ ผ่านกลอนสั้น Tanka (短歌) ที่ยูคาริทิ้งไว้ หลังจากนั้นทั้งคู่มักพบกันในเช้าวันฝนตกและพูดคุยกันเสมอ จนเมื่อฤดูกาลล่วงไปเขาไม่ได้พบกับยูคาริอีกเลย จนกระทั่งเปิดเทอมเขาพบว่ายูคาริคือครูสอนวรรณกรรมที่ถูกนักเรียนกลั่นแกล้งจนเธอเริ่มจะถอดใจลาออกจากครู หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องราวความรัก ความรู้สึกดีที่หนุ่มสาวต่างวัยคอยเกื้อกูลกันให้กำลังใจกัน และน่าจะเป็นงานชิ้นแรกที่ชินไคพูดชัดเจนในเรื่องความรักต่างวัยอย่างที่เคยตั้งข้อสังเกตไปตั้งแต่หนังสั้นเรื่อง She and Her Cat ด้วย

น่าจะเป็นงานชิ้นแรกที่ชินไคพูดชัดเจนในเรื่องความรักต่างวัย

หนังเรื่องนี้ยังได้เพลง Rain เมื่อปี 1988 ของ โอเอะ เซนริ ที่ชินไคประทับใจเมื่อครั้งฟังสมัยเรียนมหาวิทยาลัยมาขับร้องใหม่โดย โมโตะฮิโระ ฮาตะ  ซึ่งเข้าบรรยากาศฝนตกในตัวหนังด้วย ส่วนฉบับนิยายนั้นก็เกิดจากกระแสเรียกร้องของแฟนๆ ชินไคจึงเขียนนิยายลงนิตยสารเป็นตอนๆ ตั้งแต่กันยายน 2013 ถึง เมษายน 2014 และรวมเล่มโดย Media Factory เช่นเคย ซึ่งฉบับสมบูรณ์นั้นเพิ่มฉากที่ไม่มีในหนังและในนิตยสารมาด้วย ดูเหมือนว่าหลังจากเรื่องนี้ไป แฟนๆ ก็เรียกร้องนิยายที่ลงรายละเอียดจากชินไคจนเป็นความคาดหวังปกติแล้วว่าจะมีตามมาหลังหนังยาวออกฉาย ซึ่งนิยายเรื่อง Your Name ก็เป็นนิยายเรื่องล่าสุดที่ชินไคเขียนด้วย

ในปี 2014 นี้ ชินไคยังมีงานโฆษณาออกมาด้วยกับ Z-Kai: Cross Road (Z会 「クロスロード」 Kurosu Rodo) เป็นโฆษณาโรงเรียนกวดวิชา โดยเล่าผ่านเด็กหนุ่มในโตเกียวที่ต้องใช้เวลาในการทำงานพิเศษ และเด็กสาวที่อยู่ยังเกาะห่างไกลความเจริญที่ต่างใช้บริการกวดวิชาเพื่อมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัย เรียกว่าเจาะกลุ่มเป้าหมายของเด็กมัธยมปลายที่เป็นแฟนๆ ของชินไคอยู่หมัดเลยทีเดียวครับ

สำหรับชินไคและโตโฮ หนังเรื่อง The Garden of Words เป็นเหมือนการลองร่วมงานเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโปรเจคที่ยิ่งใหญ่จริงๆมากกว่า ทั้งเป็นการค้นพบความลงตัวระหว่างสไตล์แฟนตาซีและสไตล์ดราม่าของชินไคอย่างกลมกล่อมที่สุด ซึ่งก็ปรากฏชัดแล้วในปี 2016 นี้เอง สำหรับ  Your Name. (君の名は。 Kimi no na wa. หลับตาฝันถึงชื่อเธอ) ที่ทำลายสถิติทั้งคำวิจารณ์และรายได้เป็นว่าเล่น แถมข้ามน้ำข้ามทะเลมาดังไกลถึงบ้านเราอย่างที่แฟนๆชาวไทยคงปรากฏกับตาตนเองแล้วนี่เองครับ สำหรับบทวิจารณ์และรายละเอียดของหนังนั้นอ่านได้ที่รีวิวของแบไต๋ กดลิ้งค์ “Your Name รักข้ามขอบฟ้า รักคือสื่อภาษาสวรรค์” ได้เลยครับ

1-47

และในปี 2016 นี้ ชินไคก็ยังมีโฆษณาที่เป็นการร่วมกันระหว่างตัวหนังของชินไคกับน้ำดื่มยี่ห้อ Suntory โดยใช้ตัวละครจากหนังของชินไคมาโฆษณาด้วยในชื่อ Suntory’s Tennensui × “your name.” (サントリー天然水×君の名は。) โดยเล่าเป็นสามส่วนคือ ส่วนความคิดของมิตซึฮะ ส่วนความคิดของทาคิ และสุดท้ายเป็นการที่ทั้งสองคนมาเชื่อมกัน โดยเป็นการเอาฉากในหนังมาผสมกับฉากใหม่อีกนิดหน่อยแล้วตัดต่อเป็นโฆษณานี้

มาถึงงานล่าสุดในปี 2019 นี้ชินไคก็ได้ปล่อยหนังยาวเรื่อง Weathering with You (Tenki no ko 天気の子 ฤดูฝัน ฉันมีเธอ) อันเป็นเรื่องราวความรักที่มีพื้นที่ระหว่างผืนดินและผืนฟ้ามากั้นขวาง เป็นการต่อยอดงานอย่าง Your Name แบบเห็นได้ชัดมาก ไม่ว่าจะพลอต แนวทางอาร์ต ตลอดจนการร่วมงานกับศิลปินวง Radwimps อีกครั้งด้วย สำหรับรีวิวตัวหนังเรื่องนี้สามารถอ่านได้ที่นี่เลยครับ Weathering with You ฤดูฝัน ฉันมีเธอ: เหนือกว่า และด้อยกว่า Your Name

โดยยังเป็นอีกครั้งที่หนังของชินไคได้โฆษณากับทางน้ำดื่ม Suntory โดยใช้ตัวละครจากหนังของชินไคมาโฆษณา แถมตัวหนังนี้ยังได้ร่วมงานกับโฆษณาอีกหลายตัวเลย เช่นโฆษณาของ SoftBank ที่ได้คุณพ่อสุนัขอันโด่งดังในโฆษณาของซอฟต์แบงก์มาร่วมแจมในตอนท้ายด้วย และอีกหนึ่งโฆษณาจากหนังเรื่องนี้คือโฆษณาของ MISAWA Homes บริษัทอสังหาฯ ใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนี้คือผลงานล่าสุดของชินไคที่เรารวบรวมมาให้ดูกัน

หวังว่าจะจุใจแฟนพันธุ์แท้และแฟนใหม่ๆ ของชินไคนะครับ เพราะรายละเอียดแน่นมากจนคนเขียนปางตายแล้วครับตอนนี้ นึกว่าตัวเองนั่งทำวิทยานิพนธ์อยู่เลย (ฮา)

 

อ้างอิง

  • http://www.shinkaiworks.com
  • https://en.wikipedia.org/wiki/Makoto_Shinkai
  • http://www.imdb.com/name/nm1396121/bio?ref_=nm_ov_bio_sm
  • http://www.cwfilms.jp
  • http://blog.lhyeung.net/2016/09/18/makoto-shinkai-walker-book
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น