Connect with us

What The Fact

ผจญภัยบนโลกหลังโลกาวินาศใน The 100

เมื่อโลกล่มสลายจากวิกฤตินิวเคลียร์ พวกเขาจึงเป็นความหวังใหม่ที่มนุษยชาติจะได้กลับมาสู่พื้นโลกอีกครั้ง

  • ชื่อไทย : 100 ชีวิตกู้วิกฤติจักรวาล (ช่อง Mono29)
  • เดอะ 100 ฝ่าโลกมฤตยู (ชื่อไทยปก DVD ของ Catalyst Alliance Thailand และบน Netflix)

  • สร้างจากวรรณกรรมต้นฉบับของ แคส มอร์แกน
  • สร้างสรรค์โดย เจสัน โรเธนเบิร์ก
  • เหมาะสำหรับ คนชอบซีรีส์จากวรรณกรรมไซไฟสำหรับเยาวชนหรือ YA (Young Adult) คล้ายหนังอย่าง The Hunger Games
  • ออกอากาศ : เคเบิลทีวี/ ฟรีทีวี – อเมริกาทาง ช่อง CW ทุกวันพุธเวลา 21:00 น., ประเทศไทยทางช่อง Mono29 ทุกเสาร์ อาทิตย์ เวลา 14:00-15:00 น.(เริ่มตอนแรกของซีซัน 3 ตั้งแต่ 29 เม.ย. 2560)
  • สตรีมมิ่งจำนวน 3 ซีซั่น ทาง IFLIX และ Netflix

The 100 ซีซั่น 1

เมื่อโลกถูกล้างผลาญด้วยมหันตภัยนิวเคลียร์ ทำให้มนุษย์ต้องอพยพไปอยู่บนนิคมอวกาศชื่อ ดิอาร์ค แต่ด้วยวิกฤติการณ์ที่ก๊าซออกซิเจนสำหรับหายใจกำลังขาดแคลน เหล่าสมาชิกสภามีมติให้ส่งนักโทษเยาวชนจำนวน 100 คนลงไปบนโลกเพื่อพิสูจน์ว่าโลกที่พวกเขาจากมานานยังสามารถอาศัยอยู่ได้หรือไม่ และทันทีที่พวกเขาแตะพื้นโลก นอกจากต้องเผชิญเหล่าสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์แล้ว พวกเขาอาจไม่ใช่มนุษย์เพียงกลุ่มเดียวที่ต้องการเป็นเจ้าของพื้นโลก ทำให้ คลาร์ก กริฟฟิน (เอลิซา เทเลอร์) ลูกสาวแพทย์จากดิอาร์ค และ เบลามี เบลค (บ็อบ มอร์ลีย์) หนุ่มหัวขบถที่ตั้งตัวเป็นหัวหน้า ต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากทั้งมหันตภัยธรรมชาติเป็นพิษและเหล่านักรบเผ่ากราวเดอร์ผู้เหี้ยมโหด

The 100 ซีซั่น 2

เมื่อเหล่าประชากรจาก ดิอาร์ค ลงมาตั้งนิคม อาร์เคเดีย อาศัยบนโลกแล้วก็ต้องเผชิญศึกกับเหล่ากราวเดอร์มนุษย์เผ่านักรบเจ้าถิ่นที่ต้องการยึดโลกคืนจากพวกเขา ในขณะที่เหล่าพ่อแม่ต่างดั้นด้นตามหาลูกที่ได้ลงมาบนโลกใน100คนแรก  โดยไม่รู้เลยว่าคลาร์กและเพื่อนของเธอบางส่วนถูกจับตัวไปยัง เมาธ์เวเธอร์ อาณานิคมมนุษย์บนเขาสูงที่รอดพ้นจากภัยนิวเคลียร์แต่ไม่อาจสัมผัสอากาศนอกบังเกอร์ได้ และคลาร์กก็ได้รู้ความลับที่เหล่าคนภูเขาสูงกำลังใช้ชีวิตของพวกเธอเป็นกุญแจสู่การกลับสู่พื้นโลกได้อีกครั้ง

The 100 ซีซั่น 3

มิตรภาพเริ่มถูกทดสอบเมื่ออำนาจทางการเมืองใน อาร์เคเดีย ถูกผลัดมือมาสู่ผู้ไม่เห็นด้วยกับการผูกมิตรกับเผ่ากราวเดอร์  ซึ่งสั่นคลอนทั้งต่อเสถียรภาพด้านการฑูตกับกราวเดอร์ทั้ง 12 เผ่า และยังทำให้มิตรภาพระหว่างเพื่อน พี่น้อง ต้องขาดสะบั้น ลง ในขณะเดียวกันยาประหลาดที่อดีต ประธานาธิบดี เธโลเนียส จาฮา (ไอเซียอา วอร์ชิงตัน) นำกลับมาอาร์เคเดีย ก็กลายเป็นภัยครั้งใหม่และเป็นกุญแจสู่สาเหตุที่ทำให้โลกต้องล่มสลายด้วยภัยนิวเคลียร์เมื่อเกือบ 100 ปีก่อน

The 100 ซีซัน 4

เดินเรื่องต่อจาก Season 3 เมื่อระเบิดเวลาที่พร้อมล้างโลกถูกตั้งไว้อีก 6 เดือนเท่าให้ คลาร์ก เบลามี และผองเพื่อนต้องร่วมกันไขปริศนาท่ามกลางสงครามระหว่างชาติพันธุ์ให้ได้ก่อนจะไม่มีโลกให้พวกเขาอยู่อาศัยอีกต่อไป

นิยาย Lord of the flies ของ วิลเลียม โกลดิง เคยดัดแปลงสร้างเป็นหนังดังมาแล้ว และมักถูกยกมาพูดถึงเมื่อมีหนังที่เกี่ยวกับเยาวชนที่เรียนรู้ความโหดร้ายของสังคม

ด้วยโครงเรื่องการเอาตัวรอดจากโลกอนาคตเลวร้ายหรือดิสโทเปีย (Dystopia) ผนวกกับเรื่องการสู้รบ เราอาจบอกได้ว่า The 100 คือส่วนผสมระหว่าง นิยาย Lord of the flies ที่ว่าด้วยเยาวชนสูญเสียความบริสุทธิเมื่อได้ลิ้มรสอำนาจ  ผนวกเข้ากับหนังจากวรรณกรรมไซไฟเยาวชนผสมการเมืองที่มี The hunger games เป็นหัวหอก พ่วงด้วยการแบ่งเผ่ารบแบบ Game of Thrones จนทำให้การดำเนินเรื่องของมันเข้มข้นและมีเอกลักษณ์ ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องราวแต่ละซีซั่นทำให้หวนรำลึกถึงหนังโรงดังๆ ได้เลยอาทิ

ซีซันแรก ผสมกันระหว่างนิยาย Lord of the flies และ The hunger games กล่าวถึงเยาวชนที่ถูกผู้ใหญ่ลงทัณฑ์ปล่อยให้เผชิญกับความโหดร้ายของโลกที่พวกเขาไม่รู้จักและอำนาจกำลังทำให้พวกเขาสูญเสียความบริสุทธิ

ซีซั่นสอง มีทั้งอารมณ์แบบหนังสยองขวัญโดยเฉพาะ Scene ในเมาธ์เวเธอร์ที่คล้ายหนังสยองขวัญทรมานร่างกาย (Body Horror) อย่าง COMA โคม่าธนาคารคนดิบ ผสมซีรีส์ Game of Thrones

ซีซั่นสาม นอกจากเรื่องรบที่ให้อารมณ์แบบซีรีส์ Game of Thrones แล้ว ยังมีพาร์ทที่ทำให้คนคล้ายเป็น ซอมบี้แบบในซีรีส์ The Walking Dead อีกด้วย


ซีซันสี่ กำลังออกอากาศทางช่อง CW เวลานี้เดินเรื่องต่อจากตอนจบซีซัน3. เมื่อเหล่าชาวอาร์เคเดียก็ยังต้องต่อกรกับชนเผ่ากราวเดอร์อื่นๆ พร้อมบทพิสูจน์ความภักดีทั้งต่อชาติพันธุ์และมิตรภาพระหว่างความเป็นเพื่อนที่ทีนี้สานต่อ ความเป็น Game of Throne เข้ากับบรรยากาศการรบในอนาคตแบบ Mad Max เลยทีเดียว.

บทของซีรีส์เองก็สามารถพัฒนาคาแรคเตอร์ตัวละครต่างๆไปตามจำนวนซีซันที่มากขึ้น


แต่สิ่งที่ทำให้ The 100 ลอยตัวออกมาจากแรงบันดาลใจจากหนังเรื่องต่างๆเห็นจะเป็นพลอตรองของตัวละครแต่ละตัวที่ไม่ทิ้งลักษณะทางจิตวิทยาของวัยรุ่นและบทของซีรีส์เองก็สามารถพัฒนาคาแรคเตอร์ตัวละครต่างๆไปตามจำนวนซีซันที่มากขึ้น. ทั้งการค้นพบด้านมืดและค้นหาเพศสภาพของตัวละครสาวแกร่ง คลาร์ก กริฟฟิน. การเปลี่ยนจากวัยรุ่นเลือดร้อนสู่การเป็นผู้นำที่รู้จักความรับผิดชอบมากขึ้นของ เบลามี เบลค รวมถึงการค่อยแปรสภาพจากสาวน้อยอ่อนต่อโลกให้สู้กับความโหดร้ายของชีวิตของ ออคเทเวีย (แมรี่ อัฟเกโรปูลอส) น้องสาวเบลามี เป็นต้น.

คลาร์ก กริฟฟิน รับบทโดย เอลิซา เทเลอร์ และ เบลามี เบลค รับบทโดย บ็อบ มอร์ลีย์

เหล่านักแสดงวัยรุ่นหน้าตาดีก็หมั่นบริหารสเน่ห์บนหน้าจอกันตลอดเวลา

แมรี่ อัฟเกโรปูลอส ในบทออกเทเวีย

ลินด์ซีย์ มอร์แกน. ในบท เรเว่น เรเยส

โดยในส่วนของนักแสดงนำก็ถือว่ามีการเฉลี่ยบทบาทกันไปอย่างทั่วถึง และเหล่านักแสดงวัยรุ่นหน้าตาดีก็หมั่นบริหารสเน่ห์บนหน้าจอกันตลอดเวลา ทั้งหนุ่ม บ็อบ มาร์ลีย์ ในบทเบลามีที่มักถูกจับถอดเสื้อเป็นประจำ ส่วนฝั่งสาวๆนั้นก็ได้สองสาวสุดเซ็กซี่อย่าง แมรี่ อัฟเกโรปูลอส ในบทออกเตเวียที่ทั้งเย้ายวนและแข็งแกร่ง. รวมถึง ลินด์ซีย์ มอร์แกน. ในบท เรเว่น เรเยส ช่างสาวสุดเซ็กซี่มาขยันขยี้ใจหนุ่มๆอยู่ทุกตอน.

ใครกำลังมองหาซีรีส์ไซไฟแนว เซอร์ไวเวอร์แอ็คชั่นมันส์อย่าลืมคลิ๊กชม The 100 ได้แล้วทาง Iflix และ Netflix นะครับ.

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] Sex Education เพศศึกษา (หลักสูตรเร่งรัก) – ก้าวข้ามวัยแบบจั๊กกะจี้หัวใจที่ใครๆก็อยากบวก

Published

on

  • สร้างสรรค์โดย : ลอรี นันน์
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ชื่นชอบซีรีส์หรือหนังวัยรุ่นทะลึ่งทะเล้นแต่แอบซ่อนประเด็นการก้าวข้ามวัย (coming of age)
  • สตรีมมิงทั้ง 8 ตอนแล้วทาง Netflix (คลิกเพื่อชมซีรีส์ได้ทันที)
  • คำเตือน มีฉากเซ็กส์แบบเห็นหน้าอกผู้หญิง และ เห็นอวัยวะเพศชาย

หนุ่มสาวคนไหนเซ็กส์มีปัญหาต้องมาหาพวกเขา! เมื่อ โอทิส (อาซา บัตเตอร์ฟิลด์) เมฟ (เอ็มมา แม็คคีย์) และ อีริค (นคูติ กัตวา) เปิดคลินิกลับบำบัดเรื่องเซ็กส์ ทั้งหนุ่มล่ำที่ไม่ถึงจุดสุดยอด, เลสเบี้ยนที่ไม่เคยเสพย์สุขทางเพศ หรือกระทั่งสาวติดเซ็กส์ที่ไม่เคยรู้ความต้องการในเรื่องเซ็กส์ของตัวเอง แต่ยิ่งนานวันโอทิสกลับกำลังตกหลุมรักเมฟ ทั้งที่เธอไม่เคยคิดกับเขาเกินเพื่อน งานนี้ปัญหาวุ่นๆทั้งหัวใจและใต้สะดือจะมีคำตอบตำราหรือไม่ ติดตามได้ใน Sex Education 

Sex Education คือซีรีส์อังกฤษจาก Netflix ที่นำเรื่องเพศกับวัยรุ่นมาเป็นแกนกลางของเรื่อง แต่บอกแบบนี้อย่านึกว่าหนังจะมาทางมุกสัปดนแบบ American Pie หรือ Porky หนังวัยรุ่นวุ่นใต้สะดือจากฝั่งอเมริกันนะครับ เพราะจุดเด่นจริงๆคือซีรีส์สามารถนำเรื่องเซ็กส์มาโยงใยถึงการก้าวข้ามวัยได้อย่างลึกซึ้งทีเดียว โดยบทซีรีส์โดดเด่นมากในการสร้างคาแรกเตอร์ทุกตัวเลย คือดูๆไปเราจะไม่รู้สึกว่าตัวละครไหนกำลังทำให้เรารำคาญกับความสัปดนของมันตรงกันข้าม เซ็กส์กลับค่อยๆเปิดเผยให้เห็นธรรมชาติของวัยรุ่นที่บางคนภายนอกดูแข็งแกร่งแต่ความรักและเซ็กส์ก็พาเธอไปสู่คลินิกทำแท้ง หรือกระทั่งตัวพระเอกอย่าง โอทิส เองก็เป็นคนขาดความมั่นใจในเรื่องเซ็กส์มีปัญหากระทั่งไม่สามารถช่วยตัวเองได้ และเหตุการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายเมื่อเขาดันมีแม่เป็นนักบำบัดด้านเพศสัมพันธ์ที่พยายามก้าวก่ายเรื่องใต้สะดือของเขาเหลือเกิน ทำให้เห็นว่าบทซีีรีส์มองเรื่องเซ็กส์ในมุมมองรอบด้านและสามารถอธิบายความสัมพันธ์และความรู้สึกนึกคิดของวัยรุ่นได้อย่างลึกซึ้ง

นอกจากบทแล้ว นักแสดงทุกคนคือจุดเด่นและสามารถนำพาคนดูไปร่วมรู้สึกกับเรื่องราวได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะ อาซา บัตเตอร์ฟิลด์ ที่หลังจาก Ender’s Game (2013) แล้วก็มักได้แต่บทโชว์หล่อสไตล์วัยรุ่นชายหน้าตาดี แม้ใน Sex Education เขาก็ยังได้โชว์หล่ออยู่ดี (ฮ่าาาา) แต่สิ่งที่ อาซา ได้เพิ่มให้ตัวละครโอทิส มีชีวิตมีเลือดเนื้อจริงๆ เขาทำให้เห็นถึงความเปราะบางของวัยรุ่นคนหนึ่งที่ไม่รู้จะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง ยิ่งต้องใกล้กับสาวกร้านโลกที่เขาหลงรักก็ยิ่งรู้สึกยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ จนหลายคนเอาไปแทนความรู้สึกตัวเองเวลาแอบรักใครสักคนและประเด็นนี้เองที่ดูจะโดนใจชาวโซเชี่ยลไทยเป็นพิเศษด้วย

สำหรับสาว เอ็มมา แม็คคีย์ เชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะแจ้งเกิดให้เธอได้ไม่ยาก บทสาวเมฟถูกเขียนมาท้าทายนักแสดงอย่างแท้จริงเพราะภายใต้บุคลิกสาวกร้านโลก ยังเต็มไปด้วยความว้าเหว่จากการเป็นเด็กถูกทิ้งทั้งจากครอบครัวและพี่ชาย แถมยังกดเก็บความฉลาดแล้วแสดงออกแต่พฤติกรรมแย่ๆทำลายตัวเองไปเป็นวันๆ ยิ่งเรื่องหัวใจที่เธอหลงรักนักกีฬาว่ายน้ำดาวเด่นของโรงเรียนแต่กลับคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ ยิ่งได้พลังการแสดงทั้งสายตาและแอ็คติ้งที่เข้าใจตัวละครของ เอ็มมา ก็ยิ่งทำให้คนดูรู้สึกใจสลายไปกับเธอได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

และสำหรับ นคูติ กัตวา ดาราหนุ่มผิวสีในบทเพื่อนรักของโอทิส ก็เรียกได้ว่าสร้างสีสันให้เรื่องราวสนุกได้ทุกตอน ทุกมุกตลกและมิตรภาพระหว่างโอทิส กับอีริคคือส่วนที่น่ารักมากของเรื่องราว ยิ่งได้นคูติที่สามารถมารับบทเกย์ที่พยายามให้คำปรึกษาเพื่อนรักและในขณะเดียวกันก็ยังสามารถถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เขาต้องปกปิดตัวตนทางเพศไว้ได้อย่างน่าเห็นใจและถ่ายทอดให้คนดูรักและเอาใจช่วยให้ อีริค ได้เติบโตและกล้าเปิดตัวตนของตัวเองเสียทีได้อย่างหมดใจที่สำคัญเขายังเป็นเจ้าของฉากที่ชวนตัวบิดที่สุดของเรื่องอีกด้วย (จะเป็นฉากไหน กับใครไปดูกันเองจ้า)

นอกจากนี้ Sex Education ยังเป็นการกลับมาของนักแสดงรุ่นใหญ่แต่กลับได้รับบทที่ทรงเสน่ห์ที่สุดนั่นคือ จิลเลียน แอนเดอร์สัน ที่เด็ก 90 รู้จักเธอดีจากบทเอเจนต์ สกัลลี่ แห่ง The X-Files แต่คราวนี้ จิลเลียน เธอมาในบทแม่ของโอทิสที่เป็นนักบำบัดด้านเซ็กส์ แต่เชื่อไหมครับว่าลุคผมสั้นสีดอกเลากลับยิ่งทำให้เธอดู ฮอต ยิ่งกว่าตอนสาวๆเสียอีก เรียกง่ายๆว่ายามใดเธอปรากฎตัวก็ทำให้หนุ่มๆกระชุ่มกระชวยไม่แพ้สาวๆคนอื่นๆในเรื่องเลย

ด้วยบทที่เขียนมาอย่างดี มีตัวละครที่คนดูจะหลงรัก บวกกับประเด็นเรื่องเพศในวัยรุ่นที่แม้ซีรีส์จะมีฉากเซ็กส์และพูดถึงเรื่องเซ็กส์แทบทุกตอน แต่มันกลับสะท้อนด้านที่อ่อนไหวของวัยรุ่นและอุปสรรคที่ต้องเจอในรายทางระหว่างการเติบโตได้อย่างเข้าอกเข้าใจและยังสร้างความประทับใจให้คนดูได้อีกด้วย

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

IO ผู้ยืนหยัดคนสุดท้าย: เมื่อโลกเป็นพิษ เธอเลยใช้ชีวิตแบบนักปรัชญา

Published

on

By

เรื่องย่อ

แซม คือนักวิทยาศาสตร์คนสุดท้ายบนโลก เนื่องจากโลกประสบปัญหามลพิษจนไม่เหลือสิ่งมีชีวิตใด ๆ ดำรงอยู่ได้อีก ประชากรโลกส่วนใหญ่เลือกเดินทางสู่อาณานิคมในอวกาศซึ่งตั้งอยู่แถวดวงจันทร์ไอโอของดาวพฤหัสบดี แต่แซมยังคงเชื่อว่าโลกยังมีความหวังที่จะฟื้นฟูได้ เช่นเดียวกับพ่อของเธอ แต่แล้วเมื่อโลกดูเหมือนจะขับไล่เธอมากขึ้น เธอก็มีทางเลือกแค่จะไปขึ้นยานลำสุดท้ายที่จะออกจากโลกกับผู้มาเยือนแปลกหน้าอย่าง ไมกาห์ หรือ จะดันทุรังอยู่บนโลกที่เธอรักต่อไป

ดูจากเรื่องย่อก็พอจับความได้ว่าหนังจาก เน็ตฟลิกซ์ออริจินัล เรื่องนี้ น่าจะมีความอินดี้แบบเรื่อยเอื่อยอยู่ไม่เบา เพราะหนังมีตัวละครหลัก ๆ แค่ 2-3 คน กับความยาว 96 นาที แต่เล่าไป 2 บรรทัดนิด ๆ ก็แทบจบเรื่องแล้ว ดูเหมือนว่าหนังไซไฟของเน็ตฟลิกซ์นั้น จะกลายเป็นขึ้นชื่อในเรื่องความปรัชญาอินดี้ปลายเปิด บางทีไม่สนการกระตุ้นคนดูระหว่างทางเลยด้วยซ้ำ อย่างปีที่ผ่านมาก็มีหนังอย่าง Bird Box หรือ Annihilation  ซึ่งก็เป็นจุดแข็งของหนังค่ายนี้ เพราะจะรอสตูดิโอฮอลลีวู้ดผลิตออกมาก็คงไม่มีวันล่ะกับหนังที่ทำท่าจะไม่ได้ตังค์ในโรงแบบนี้ และข้อดีของหนังฉบับเน็ตฟลิกซ์นี่ล่ะที่เราต้องมาแนะนำหนังเรื่องนี้กัน

IO Last on Earth เป็นหนังไซไฟผลงานของ โจนาธาน เฮลเพิร์ต ซึ่งเติบโตมากับหนังสายยุโรปอย่างฝรั่งเศส และนี่เป็นหนังขนาดเรื่องที่ 2 ของเขาเท่านั้น ในขณะที่เรื่องแรกอย่าง House of Time (2015) ที่ฉายในฝรั่งเศสก็เป็นแนวไซไฟคอเมดี้ ซึ่งทำให้เห็นว่าตัวเขานั้นสนใจในหนังแนวไซไฟ หรือแฟนตาซีอยู่ไม่น้อย และสำหรับ IO ก็เป็นการบิดแนวหนังไซไฟมาเล่นเชิงดราม่าปรัชญาและการแสวงหาความหมายของชีวิตสุดท้ายบนโลก โดยอิทธิพลการเล่าเรื่องหลัก ๆ นั้นน่าจะมาจากหนึ่งในทีมเขียนบท และโปรดิวเซอร์ของหนัง อย่าง ชาร์ล สเปโน ที่เคยมีงานอย่าง Embers (2015) ซึ่งว่าด้วยโลกอนาคตที่ผู้คนต่างสูญเสียความทรงจำและผู้รอดชีวิตต่างแสวงหาความเชื่อมโยงกับโลกและผู้อื่น ด้วยเนื้อหาและลีลาการเล่าเชิงกวีปรัชญานั้นก็ไม่ต่างจาก IO เลยทีเดียว

ด้วยสไตล์แบบหนังยุโรปจึงอาศัยความนิ่ง และแรงกระตุ้นความสนใจผู้ชมผ่านบทสนทนาที่มีไม่มากแต่แฝงนัยยะบางอย่าง โดยหลายครั้งมักอ้างอิงตำนานเทพปกรณัม และหนังสือปรัชญากรีกมาพูดกันเสมอ ซึ่งสายอาร์ตหรือสายปรัชญา ชอบกระตุ้นสติปัญญาผ่านหนังน่าจะเป็นที่สนใจ แต่สำหรับสายสมองอ่อนเพลียต้องการแสวงหาหนังมาเป็นคาเฟอีนให้ดวงตาต้องบอกว่า นี่มันยานอนหลับเบนโซไดอะซีปีนชัด ๆ เลย ดังนั้นใครเป็นข้อหลังขอให้ผ่านไปก่อนเลยนะครับ แต่ถ้าใครผ่านข้อสอบคัดตัวข้อแรกนี้ไปก็มาอ่านรีวิวกันต่อเลย

หนังได้ดาราสาวอเมริกันหน้ายังไม่ช้ำอย่าง มาร์กาเร็ต ควอลลี ที่เคยมีผลงานในหนังเน็ตฟลิกซ์อย่าง Death Note ในบท มีอา และสายอาร์ตอาจคุ้นหน้าเธอจากโฆษณา Kenzo World เมื่อปี 2017 ที่เธอต้องเต้นแบบชนเผ่าในชุดราตรีพาดผ่านโถงอาคาร โดยมีฉากเต้นหน้ากระจกโดยไร้เงากล้องสะท้อนได้อย่างน่าทึ่งมาแล้ว ตัว ควอลลี รับบท แซม ที่เรียกว่าแทบจะต้องแบกหนังกว่าค่อนเรื่องไว้ลำพังก่อนที่ตัวละครแขกแปลกหน้าอย่าง ไมกาห์ ที่แสดงโดย แอนโธนี แมกกี้ หรือรู้จักกันดีในบท ฟาลคอน ในหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล จะมาเยือน และต้องบอกว่าด้วยเสน่ห์หรือเซ็กแอพพีลของควอลลี ประกอบกับใบหน้าที่มีโครงสวยชวนมอง ก็สามารถทำให้ผู้ชมอยากดูอยากมองอยู่ไม่น้อย

ประกอบกับหนังค่อย ๆ เพิ่มรายละเอียดและปริศนาต่าง ๆ ในชีวิตของแซมมามากขึ้น ๆ ทั้งการตอบจดหมายของเธอกับแฟนหนุ่มที่ชื่อ ลีออน  ซึ่งออกจากโลกไปดวงจันทร์ไอโอก่อนหน้า ก็เป็นความโรแมนติกชวนเหงาเล็ก ๆ โดยเฉพาะคำลงท้ายจดหมายที่ส่งถึงกันว่า จากโลกถึงสุดขอบจักรวาล ที่ได้อารมณ์เหงามาก ๆ ทั้งความจริงเกี่ยวกับ ดร.วอลเดน ซึ่งเป็นพ่อของเธอที่เราได้ยินเสียงในวิทยุมาตลอดเรื่อง และตัวตนและเป้าหมายที่แท้จริงของชายปริศนาอย่าง ไมกาห์ ผู้รอบรู้ปรัชญากรีกก็ทำให้เรายังคงติดต่อกับสารของหนังได้เรื่อย ๆ ถึงหนังจะไม่มีสัตว์ประหลาดอะไรให้ตื่นเต้น หรืออุปสรรคแบบหนังยานอวกาศให้ต้องลุ้นวินาทีต่อวินาที และบรรยากาศของการเล่าเรื่องจะชวนไปทำอย่างอื่นระหว่างดูเสียเหลือเกินก็ตาม

สรุปว่าหนังเรื่องนี้ของเน็ตฟลิกซ์คงเหมาะกับคนดูเฉพาะกลุ่มมากกว่า ถ้าเทียบแบบหนังชินไค ก็เป็นยุค Voices of a Distant Star มากกว่า Your Name อย่างแน่นอน แต่ที่น่าสนใจคืออารมณ์ร่วมระหว่างดูมันได้กับสถานการณ์ฝุ่นละอองในอากาศเป็นพิษอยู่ในขณะจริง ๆ

นี่นั่งใส่หน้ากากกันฝุ่นดูทะเลหมอกฝุ่นคลุมเมืองในหนัง โคตรอินเลย

ใครเป็นสมาชิกอยู่แล้ว ดูหนังได้ทางลิ้งก์นี้เลย www.netflix.com/watch/80134721

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

Netflix รายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น 35% และมีสมาชิกใหม่มากถึง 29 ล้านราย

Netflix เติบโตต่อเนื่อง หวังยอดสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกในปี 2019 นี้

Published

on

Netflix ได้เปิดเผยรายได้ประจำปี 2018 อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านเหรียญ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2017 ถึง 35% และคิดเป็นผลกำไรเพิ่มขึ้น 2 เท่า อยู่ที่ 1.6 พันล้านเหรียญ

รายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มาจากจำนวนสมาชิกที่จ่ายค่าบริการรายเดือนซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2018 นี้ Netflix ได้มีสมาชิกใหม่ถึง 29 ล้านราย และทำให้มีสมาชิกโดยรวมอยู่ที่ 139 ล้านราย และทาง Netflix ยังหวังว่าในไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2019 นี้ จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 8.9 ล้านราย

นอกจากนี้ Netflix ยังมีเนื้อหาที่ประสบความสำเร็จอย่าง Bird Box ที่มียอดผู้ชมมากถึง 45 ล้านวิว ใน 7 วันแรกที่เริ่มเปิดให้ชม และคาดว่าจะมีผู้ชมมากกว่า 80 ล้านวิว ใน 4 สัปดาห์แรก อีกทั้งยังมีภาพยนตร์ต้นฉบับอย่าง Elite ที่มีผู้ชมมากถึง 20 ล้านวิว ใน 4 สัปดาห์แรก

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!