Connect with us

feature

จะรอดหรือไม่? Apple ได้ Steve Jobs ขึ้นแก้ต่างกรณีถูกฟ้องร้องเรื่องผูกขาดตลาด Digital Music Player

Apple จะรอดตัวจากการถูกฟ้องร้องเรื่องการผูกขาดครั้งนี้หรือไม่ หากได้ด้วยความช่วยเหลือจากพยานปากเอกอย่าง Steve Jobs ขึ้นแก้ต่างในศาล
618w_steve_jobs_career_gallery_8-e1349705872804
คดีที่มีการฟ้องร้อง Apple มูลค่า 350 ล้านเหรียญสหรัฐ ตอนนี้อาจจะไม่มีโจทก์ หรือ ผู้ร้องทุกข์ ตามกฏหมายเพิ่มเติมแล้ว แต่คดีที่ต้องมีการขึ้นศาลที่ Oakland นั้นก็ยังคงมีอยู่ และคนที่ขึ้นไปแก้ต่าง และ เป็นพยานให้กับทาง Apple ก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวของ Steve Jobs เอง

ครับ Steve Jobs ครับ ทุกท่านอ่านไม่ผิดหรอกครับ

โดยวันนี้ อดีต CEO ของ Apple ผู้ล่วงลับได้ปรากฏอยู่บนจอภาพในศาล ซึ่งเป็นการฉายวิดีโอที่ถูกบันทึกไว้ตอน 6 เดือนก่อนที่ Jobs จะจากไปในปี 2011

สำนักข่าว CNET มีรายงานว่า ในวิดีโอนั้น Steve Jobs ก็มีท่าทีไม่ต่างจากผู้บริหารของ Apple 2 ท่านที่มาขึ้นศาล (Eddy Cue และ Phil Schiller) โดยยืนยันชัดเจนว่า Apple ไม่ได้พยายามจะกีดกันคู่แข่ง และ ทำร้ายลูกค้าด้วยการนำเพลงบางเพลงออกจาก iPod แต่นั่นเป็นวิธีการปกป้อง iTunes ขั้นต้นจากแฮกเกอร์ และเป็นความพยายามที่จะไม่ฝ่าฝืนสัญญากับทางค่ายเพลงต่างๆด้วย

จากแหล่งข่าว อากัปกริยาและการตอบโต้ของ Jobs ในวิดีโอ บ่งบอกว่า Jobs ไม่ค่อยคิดมากกับเรื่องกรณีผูกขาดเท่าไหร่ และ Apple เองก็ไม่เคยมองคู่แข่งว่าเป็นภัยคุกคามทางกฏหมายแต่อย่างใด

ซึ่งคดีที่เกิดการฟ้องร้องขึ้นนี้ ทางผู้ร้องทุกข์ กล่าวหาการออกแบบ iTunes ของทาง Apple ซึ่งทำให้ไฟล์เพลงจากบริการเพลงอื่นๆนั้น ถูกลบออกจาก iPod ก่อนมันจะถูกซิงก์เข้ากับ Library ของผู้ใช้งาน

พยานทางฝั่ง Apple ยืนยันกรณีที่ Apple ทำอย่างนี้ว่า Apple ทำไปเพราะ เป็นห่วงแค่เรื่องของความปลอดภัยระบบ โดย Jobs กล่าวในวิดีโอว่า เป็นอะไรที่น่ากลัวมาก หากแฮคเกอร์พยายามทำอะไรบางอย่าง ที่ทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามสัญญาที่ได้ทำไว้

นอกจากนี้ ทนายฝั่งผู้ฟ้องร้อง ยังกล่าวหาในเรื่องของการที่ Apple จงใจทำลายซอฟต์แวร์ของคู่แข่งด้วยการอัพเดท iTunes ซึ่งเป็นผลให้แอพฯจากพวก third-parties ถูกทำลายไปด้วย แต่ Jobs มองว่าผลเสียหายที่เกิดจากการ อัพเดท iTunes นั้น เป็นเพียงแค่ลูกหลง หรือ ผลเสียหายข้างเคียงที่เกิดจากการรักษา และ ป้องกันให้ iTunes นั้นปลอดภัย

ที่มา : cultofmac

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น