Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

แม้ลูกค้าเป็นฝั่งผิดไทยพาณิชย์ก็คุ้มครองผู้ใช้งานผ่านแอป SCB EASY สูงสุด 1 แสนบาท

หลังจาก SCB EASY เวอร์ชั่น 3.0 ได้เปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้รับเสียงตอบรับอย่างดีกับความสามารถใหม่ที่กดเงินจากตู้ ATM ของธนาคารไทยพาณิชย์โดยไม่ต้องใช้บัตร ATM วันนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ได้เปิดตัวแอปตัวนี้อย่างเป็นทางการ พร้อมเสริมรายละเอียดบริการต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยที่ลูกค้ากังวล ทาง SCB ก็คุ้มครองความเสียหายที่จะเกิดขึ้น แม้ว่าลูกค้าจะเป็นฝ่ายผิดสูงสุด 100,000 บาท และใช้จ่ายผ่าน QR Code เพื่อเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสดได้เลย

Published

on

หลังจาก SCB EASY เวอร์ชั่น 3.0 ได้เปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้รับเสียงตอบรับอย่างดีกับความสามารถใหม่ที่กดเงินจากตู้ ATM ของธนาคารไทยพาณิชย์โดยไม่ต้องใช้บัตร ATM วันนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ได้เปิดตัวแอปตัวนี้อย่างเป็นทางการ พร้อมเสริมรายละเอียดบริการต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยที่ลูกค้ากังวล ทาง SCB ก็คุ้มครองความเสียหายที่จะเกิดขึ้น แม้ว่าลูกค้าจะเป็นฝ่ายผิดสูงสุด 100,000 บาท และใช้จ่ายผ่าน QR Code เพื่อเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสดได้เลย

แอปธนาคารนั้นปลอดภัยกว่าเว็บ เพราะปลอมแอปในสโตร์ทำได้ยากกว่าสร้างเว็บปลอม

SCB EASY 3.0 ถอนเงินผ่านตู้ ATM ไม่ต้องใช้บัตร

การใช้ SCB EASY เวอร์ชั่นใหม่เพื่อถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มนั้นทำได้ง่ายมาก เพียงเข้าไปที่เมนูถอนเงินไม่ใช้บัตรภายในแอป กำหนดจำนวนเงินที่ต้องการถอนออกมา ก็จะได้รหัส 6 หลักเพื่อนำไปกดที่ตู้ ATM ของไทยพาณิชย์ภายใน 15 นาทีได้เลย

เมื่อไปถึงตู้ ATM ของธนาคารไทยพาณิชย์ก็เริ่มต้นกระบวนการโดยกดปุ่ม “กดเงินไม่ใช้บัตร” แล้วป้อนหมายเลขโทรศัพท์ของเราที่แจ้งไว้กับธนาคารและรหัส 6 หลักที่ได้จากแอป ก็จะได้รับเงินตามที่ระบุในแอปทันที ซึ่งการที่ SCB ต้องการยืนยันเพียงเบอร์โทรกับรหัส 6 หลักก็ทำให้ผู้ใช้สามารถส่งข้อมูลเหล่านี้ไปให้คนอื่น เช่นพ่อ-แม่หรือญาติ สามารถกดเงินสดจาก ATM แถวบ้านได้ทันที ถือเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการโอนเงินที่สะดวกขึ้นด้วย

SCB คุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทแม้ลูกค้าเป็นฝ่ายผิด

พร้อมกันกับแอป SCB EASY 3.0 ธนาคารไทยพาณิชย์ได้เปิดตัวบริการ Easy App Protection ด้วย ซึ่งเป็นครั้งแรกของวงการธนาคารที่กล้ารับประกันและคุ้มครองความปลอดภัยโดยคุ้มครองคลอบคลุม 4 กรณีคือ

  • กรณีโทรศัพท์หาย / ถูกขโมย
  • ถูกขโมยเอกสารสำคัญส่วนตัว / บัตร
  • ระบบมือถือถูกเจาะ / แฮก
  • ถูกไวรัส / โปรแกรมขโมยข้อมูล

โดยรับประกันวงเงินที่เสียหายสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อกรณี แม้ลูกค้าจะเป็นฝั่งผิด ก็จะได้เงินคืนตามจำนวนที่หายไป ยกเว้นเคสที่ธนาคารไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างคนใกล้ตัวนำไปใช้ หรือการที่ผู้ใช้งานมีส่วนในการให้ข้อมูลส่วนตัวไปกับผู้อื่นเอง จะไม่ครอบคลุมในการรับประกันนี้

ความสามารถใหม่ของ SCB EASY รองรับสังคมไร้เงินสด

เพื่อสอดรับกับโครงการ National e-Payment ของรัฐบาลในแอป SCB EASY จึงมีความสามารถเพื่อรองรับสังคมไร้เงินสดมาด้วยคือ

  • Request Money บริการเรียกเก็บหรือทวงเงินปลายทางเพื่อให้ปลายทางสามารถทำรายการจ่ายกลับมาที่ผู้เรียกเก็บได้ทันที
  • QR Scan Payment รองรับการจ่ายเงินผ่าน QR Code ที่เป็นมาตรฐานกลางของรัฐ ผู้ใช้สามารถนำแอป SCB EASY สแกน QR Code เพื่อจ่ายเงินให้ร้านค้าได้ (และเพราะว่าเป็นมาตรฐานกลาง ทำให้แอปธนาคารอื่นๆ ก็สามารถจ่ายเงินผ่านระบบนี้ได้เช่นกัน) โดยสามารถจ่ายเงินให้กับร้านค้าที่สมัครบริการพร้อมเพย์ได้สะดวก
  • Donation เมนูบริจาค โดยตอนนี้เริ่มต้นกับมูลนิธิที่เป็นที่รู้จักก่อน ได้แก่ สภากาชาดไทย, โรงพยาลบาลเด็ก, มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และมูลนิธิสร้างรอยยิ่ม และยังเก็บหลักฐานสำหรับการหักภาษีอีกด้วย

จากกระแส Digital Wallet ที่กำลังมาแรง ธนาคารได้เปรียบตรงนี้อยู่แล้วตรงที่บัญชีเงินฝากก็คือกระเป๋าเงินดิจิทัลนั้นเอง แถมยังเหนือกว่าผู้ให้บริการรายอื่นๆ ด้วยตรงที่เป็นกระเป๋าเงินที่มีการจ่ายดอกเบี้ยด้วย ไม่เหมือนกระเป๋าเงินอื่นๆ ที่เก็บเงินไว้เฉยๆ ซึ่ง SCB ก็มองว่ากำลังทำตรงนี้เพื่อสู้กับกลุ่มที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น True Money หรือ LINE PAY

มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าเงินฝาก

หนุ่ย-พงศ์สุขในงานเปิดตัวแอป SCB EASY 3.0

หนึ่งในเรื่องที่ลูกค้าธนาคารอาจจะรู้สึกมาตลอดคือ ลูกค้าเงินฝากของธนาคารมักจะไม่ได้สิทธิพิเศษอะไร เมื่อเทียบกับลูกค้าบัตรเครดิตที่มีสิทธิพิเศษให้เลือกใช้มากมาย แต่ SCB EASY เวอร์ชั่นใหม่ก็รองรับสิทธิพิเศษมากมาย

  • Easy Bonus สิทธิพิเศษและส่วนลดมากมาย โดยในช่วงเปิดตัวนี้มีสิทธิพิเศษที่น่าสนใจดังนี้
    • ลูกค้าสมัครใหม่ รับเน็ตมือถือสูงสุด 3 GB เมื่อสมัครใช้งานและทำรายการเติมเงินหรือจ่ายบิล 1 ครั้ง
    • ลูกค้าเดิม รับทันทีพอนด์ เดอ ริง จากมิสเตอร์โดนัท 1 ชิ้น เพียงใช้งานแอป SCB Easy
    • รับตั๋วภาพยนตร์เครือ Major, SF จำนวน 1 ที่นั่ง เมื่อทำรายการ โอน เติม จ่าย ถอน ครบ 3 รายการใน 1 เดือน
  • Dining นำเสนอข้อมูลร้านอาหารที่น่าสนใจจาก Wongnai พร้อมดีลพิเศษ

ดอกเบี้ยเงินฝาก 3% เมื่อเปิดบัญชีใหม่!

เปิดบัญชีเงินฝาก SCB EZ Saving ผ่านเว็บ SCB EASY NET ตอนนี้ ได้รับดอกเบี่ย 3% ในยอดเงินไม่เกิน 50,000 บาทไปจนถึงสิ้นปี 2560 หากยอดเงินมากกว่านี้ หรือปีหน้าก็จะได้ดอกเบี้ยเท่ากับเงินออมทรัพย์ปกตื 0.50%

แอปดีไซน์ใหม่ รองรับบริการใหม่ๆ ได้ไม่จำกัด

แอป SCB EASY 3.0 ดีไซน์ให้บริการต่างๆ เป็นไอคอนรูปสี่เหลี่ยมที่ลูกค้าสามารถเลือกบริการที่ใช้บ่อย สลับตำแหน่งที่ต้องการได้ นอกจากนี้เมื่อ SCB มีสิทธิพิเศษใหม่ๆ หรือบริการใหม่ก็สามารถเพิ่มไอคอนเข้าไปในหน้าแรกของแอปได้เลย

ตูน-บอดีสแลมภายในงานเปิดตัวแอป SCB EASY 3.0

ซึ่งในอนาคตไทยพาณิชย์จะร่วมกับ LINE today เพื่อนำเสนอข่าว และร่วมกับโครงการวิ่งของตูน-บอดี้สแลมเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลอีกด้วย

เบื้องหลัง SCB EASY โฉมใหม่ คือยกเครื่องหลังบ้านใหม่หมด

ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับสมาร์ทโฟน และมองว่าการเข้าไปทำธุรกรรมในธนาคารเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ เพราะต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางและการต่อคิว หรือกรอกเอกสารมากมาย จึงเป็นเหตุผลให้ผู้บริโภคยุคนี้เลือกที่จะทำธุรกรรมการเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้งเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ธนา เธียรอัจฉริยะ
รักษาการ Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์

ข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทยเผยว่า ในปีพ.ศ. 2559 คนไทยทำธุรกรรมทั้งการโอนเงินและชำระเงินค่าบริการต่าง ๆ ผ่านโมบายแบงก์กิ้งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพิ่มเป็น 20.8ล้านบัญชี จาก 13.92 ล้านบัญชี ณ สิ้นปี 2558  โดยในไม่ช้าธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถือจะกลายเป็นธุรกรรมหลักของธนาคาร โดยตั้งเป้าดันยอดผู้ใช้งานเป็น 8 ล้านคนภายในสิ้นปี 2561 จากปัจจุบันที่มีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน นอกจากนี้ธนาคารพบว่าเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาจำนวนธุรกรรมการเงินที่ผ่าน SCB EASY แตะระดับสูงสุดมากกว่า 1 ล้านรายการต่อชั่วโมง สูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3 เท่า ซึ่งสะท้อนว่าโมบายแบงก์กิ้ง SCB EASY ได้รับความนิยมจากลูกค้าผู้ใช้บริการนายธนา เธียรอัจฉริยะ
รักษาการ Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์

คุณธนา โพธิกำจร บรรยายเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมเบื้องหลังของ SCB EASY โฉมใหม่

คุณธนา โพธิกำจร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสายงาน Digital Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เผยว่าไทยพาณิชย์ได้ลงทุนไปกว่า 4,000 ล้านบาทเพื่อพัฒนาระบบ โดยใช้เวลากว่า 10 เดือน ทำกับทีมงาน 9 ประเทศ 10 เมือง ใช้โค้ดเกือบ 500,000 บรรทัด รวมนักพัฒนสได้ 367 คนจาก 22 สัญชาติ ใช้ CPU core 1445 แกน ซึ่งระบบของ SCB รุ่นใหม่นี้ผ่านการทดสอบที่ 2,000 ธุรกรรมต่อวินาทีสบายๆ (7.2 ล้านครั้งต่อชั่วโมง) โดยมีโครงสร้างสถาปัตยกรรมทางเทคโนโลยีที่สำคัญ ได้แก่

  • Backbase เพื่อมาพัฒนาเรื่อง Omni-channel experience ที่จะสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยมและต่อเนื่องระหว่างช่องทางบริการต่าง ๆ
  • API Gateway เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับช่องทางบริการและพันธมิตรทางธุรกิจในอนาคต
  • Microservices architecture โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่จะแยกระบบบริการต่าง ๆ เป็นส่วน ๆ เพื่อรองรับการขยายบริการที่สามารถเพิ่มเติมฟังก์ชั่นได้อย่างเป็นอิสระและไม่ซับซ้อน
  • Open standard technologies ต่าง ๆ ที่ดีที่สุดในตลาด เพื่อสร้างความคล่องตัวในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ เช่น ใช้เทคโนโลยีของ Netflix มาประยุกต์สร้างระบบให้รองรับการใช้งานจากผู้ใช้จำนวนมาก
  • Data analytics stack ที่เป็นเหมือนสมองของระบบคอยติดตามการทำงานตลอดเวลา เพื่อเสริมความเสถียร ความปลอดภัย และความง่ายในประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า ระบบสามารถแนะนำบริการที่ลูกค้าน่าจะใช้บ่อยมาไว้ที่หน้าแรกได้ด้วย

ดร. วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์

ดาวน์โหลด SCB EASY 3.0

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

Sony เปิดตัวจอ OLED ยักษ์ 77 นิ้ว พร้อมขายในราคาครึ่งล้าน!

Published

on

สมาชิกแบไต๋คงจำ Sony Bravia A1 ทีวี OLED รุ่นท็อปที่เราเคยรีวิวกันไปได้นะครับ ตอนนี้โซนี่เปิดตัว Bravia A1 ในขนาดใหม่ใหญ่ที่สุด 77 นิ้ว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่รักจอใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชม Home Theater

ที่ผ่านมาแนวโน้มตลาดในกลุ่มจอใหญ่นั้นเติบโตมากมาตลอด โดยเฉพาะกลุ่ม 55 นิ้วขึ้นไปนั้นเติบโตมาก ซึ่งสวนทางกับกลุ่มจอขนาด 44 นิ้วลงไปที่เติบโตลดลง นอกจากนี้ตลาดทีวี OLED แม้จะยังมีมูลค่าตลาดไม่สูงนัก แต่ก็เดิบโตมากขึ้นตลอด ตอนนี้มูลค่าตลาดอยู่ที่ 283 ล้านบาทแล้ว ในปี 2017 โตขึ้นกว่า 2016 ถึง 66% โซนี่จึงเปิดตัว Bravia 77A1 เพื่อตอบโจทย์ตลาดนี้

การเติบโตของตลาดทีวีจอใหญ่

Sony Bravia 77A1 นั้นนำเอาจุดเด่นของรุ่น A1 มาครบถ้วน ทั้งหน้าจอแบบ OLED ที่แต่ละพิกเซลแสดงสีสันได้อย่างอิสระ สามารถปิดพิกเซลเพื่อแสดงสีดำสนิทได้ พร้อมชิป Sony 4K HDR X1 Extream ช่วยประมวลผลภาพให้การไล่เฉดสีนุ่มนวล เคลื่อนไหวได้ไม่สะดุด พร้อมระบบเสียง Acoustic Surface ที่เปลี่ยนหน้าจอให้กลายเป็นลำโพงโดยไม่ต้องมีดอกลำโพงด้านหน้าทีวี เสียงที่ออกจาก Bravia A1 จึงเหมือนกับออกมาจากแหล่งกำเนิดเสียงในภาพโดยตรง

Sony Bravia A1 ขนาด 55, 77 และ 65 นิ้ว

Sony Bravia KD-77A1 เปิดจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ถึง 11 มีนาคมในราคา 499,990 บาท และวางขนาดจริงในช่วงเดือนมีนาคม 2561 โดยผู้สั่งจองล่วงหน้าสามารถเลือกรับของแถมได้ 1 ใน 4 ชุดนี้คือ

  1. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และเครื่อง PlayStation 4 Pro รวมมูลค่า 32,870 บาท
  2. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และกล้อง Sony a6000 รวมมูลค่า 40,980 บาท
  3. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และสมาร์ทโฟน Sony Xperia XZ Premium รวมมูลค่า 38,980 บาท
  4. ทีวี Sony Bravia KD-55X8000E มูลค่า 34,990 บาท

ซ้ายภาพจาก Sony Bravia A1 ขนาด 75 นิ้ว ส่วนขวาเป็นภาพจาก Sony Projector 4K แน่นอนโปรเจกเตอร์ภาพสู้ทีวี OLED ไม่ได้ แต่เด่นที่สามารถขยายจอได้เป็น 100 นิ้ว

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

Hitachi Social Innovation Forum มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอลและ IoT

Published

on

บริษัท ฮิตาชิ จำกัด และบริษัท ฮิตาชิ เอเชีย จำกัดจัดการประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ  (Hitachi Social Innovation Forum) ประจำปี 2561 เป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทยโดยนำเสนอและจัดแสดงด้านธุรกิจ ที่แสดงให้เห็นความหลากหลายของโซลูชั่นส์ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิในตลาดโลก ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) รวมทั้ง IoT ซึ่งเป็นโซลูชั่นส์ของฮิตาชิในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการและพัฒนาเมือง ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มในด้านต่างๆ รวมทั้งบริการที่ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายในยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานในประเทศไทย เพื่อที่จะก้าวเป็นสังคมแบบอัจฉริยะและยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกคน

คุณยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด

คุณยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องจากตลาดในอาเซียนยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับฮิตาชิ ซึ่งธุรกิจของเราได้ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ เช่น ระบบรถไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ธุรกิจสารสนเทศและโทรคมนาคมมาอย่างยาวนาน ด้วยปัจจัยส่งเสริมจากการพัฒนาโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ฮิตาชิวางแผนที่จะเสริมสร้างการใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยการนำเอา Lumada ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT ของฮิตาชิ มาช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ด้านดิจิตอลร่วมกันกับคู่ธุรกิจ เพื่อพัฒนาความสามารถในการดำเนินธุรกิจในหลายสาขา ฮิตาชิหวังว่าจะมีบทบาทในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะและพอเพียงผ่านการใช้เครื่องมือทางดิจิตอล เพื่อขยายความสามารถในการผลิต คุณภาพและนวัตกรรมในสาขาที่แตกต่างกันไป”

สำหรับปีนี้ ฮิตาชิตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำทางนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในส่วนของ IoT ตามที่ได้ร่างไว้ในแผนบริหารกลางปีประจำปี 2561 ความสำคัญของภารกิจนี้ ก็คือการพัฒนาและการขยายธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าใหม่ๆ จากการสร้างสรรค์ร่วมกันกับลูกค้า โดยผ่านเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการและสารสนเทศ  และด้วยความมุ่งมั่นกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของฮิตาชิ บริษัท ฮิตาชิ คอนซัลติ้ง ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบ การบริการเมืองอัจฉริยะให้กับโครงการOne Bangkok ซึ่งเป็นเมืองแห่งความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้ง ฮิตาชิ และ ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) ยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุน บริการไปรษณีย์แบบดิจิทัล ซึ่งการพัฒนาโครงการเหล่านี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ฮิตาชิ ในการส่งเสริมเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างอัจฉริยะและยั่งยืน นอกจากการจัดแสดงเทคโนโลยีและศักยภาพด้านการพัฒนาล่าสุด การประชุมครั้งนี้จะเป็นเครื่องเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของฮิตาชิในการมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

ฮิตาชิ จัดงาน Hitachi Social Innovation Forum ประจำปี 61 ครั้งที่ 2 ในไทย

Published

on

บริษัท ฮิตาชิ จำกัด (TSE: 6501, “Hitachi”) และ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย จำกัด จะจัด การประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ  (Hitachi Social Innovation Forum) ประจำปี 2561 เป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทย ณ โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ วันที่ 23 กุมภาพันธ์

ในการประชุมนี้ จะมีการนำเสนอและการจัดแสดงด้านธุรกิจ ที่แสดงให้เห็นความหลากหลายของโซลูชั่นส์ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิในตลาดโลก การประชุมที่จะใช้ระยะเวลาหนึ่งวันนี้จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) รวมทั้ง IoT ซึ่งเป็นโซลูชั่นส์ของฮิตาชิในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการและพัฒนาเมือง ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มในด้านต่างๆ รวมทั้งบริการที่ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายในยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานในประเทศไทย เพื่อที่จะก้าวเป็นสังคมแบบอัจฉริยะและยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกคน

นายยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องจากตลาดในอาเซียนยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับ ฮิตาชิ ซึ่งธุรกิจของเราได้ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ เช่น

  • ระบบรถไฟฟ้า
  • ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
  • ธุรกิจสารสนเทศและโทรคมนาคมมาอย่างยาวนาน

ด้วยปัจจัยส่งเสริมจากการพัฒนาโครงการ ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ฮิตาชิ วางแผนที่จะเสริมสร้างการใช้ เทคโนโลยี IoT เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยการนำเอา Lumada ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT ของฮิตาชิ มาช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ด้านดิจิตอลร่วมกันกับคู่ธุรกิจ เพื่อพัฒนาความสามารถในการดำเนินธุรกิจในหลายสาขา ฮิตาชิหวังว่าจะมีบทบาทในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะและพอเพียงผ่านการใช้เครื่องมือทางดิจิตอล เพื่อขยายความสามารถในการผลิต คุณภาพและนวัตกรรมในสาขาที่แตกต่างกันไป”

และ ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเป็นแขกกิตติมศักดิ์ของการประชุมครั้งนี้ บริษัท ฮิตาชิ จำกัด ได้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคดิจิตอลของประเทศไทย ด้วยการทำข้อตกลงกับ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.)  ในปี 2560 ในการนำเอาเทคโนโลยีทางด้านดิจิตอล รวมทั้งเทคโนโลยี IoT และความพร้อมในด้านการพัฒนาเชิงนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนา โครงการ EEC และประเทศไทย

สำหรับปีนี้ ฮิตาชิ ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำทางนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในส่วนของ IoT ตามที่ได้ร่างไว้ในแผนบริหารกลางปีประจำปี 2561 ความสำคัญของภารกิจนี้ ก็คือการพัฒนาและการขยายธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าใหม่ๆ จากการสร้างสรรค์ร่วมกันกับลูกค้า โดยผ่านเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการและสารสนเทศ  และด้วยความมุ่งมั่นกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของฮิตาชิ บริษัท ฮิตาชิ คอนซัลติ้ง ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบ การบริการเมืองอัจฉริยะให้กับ โครงการ One Bangkok ซึ่งเป็นเมืองแห่งความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้ง ฮิตาชิ และ ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) ยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุน บริการไปรษณีย์แบบดิจิทัล ซึ่งการพัฒนาโครงการเหล่านี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ฮิตาชิ ในการส่งเสริมเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างอัจฉริยะและยั่งยืน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!