Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

Acer เปิดตัวสารพัดผลิตภัณท์ในไทย พร้อมลดราคาปลายปี

หลังจากที่ Acer ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดใหญ่ในงาน IFA 2017 ที่เยอรมัน ตอนนี้ของเจ๋งๆ เหล่านี้ก็เริ่มต้นวางตลาดในไทยพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ Just for You ส่งท้ายปี

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า แคมเปญ Just For You ครั้งนี้นับเป็นปีที่ 2 ที่เอเซอร์ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์พรีเมียมเหมาะสำหรับการเป็นของขวัญปีใหม่ เรานำเสนอแล็ปท็อปรุ่นไฮเอนท์ในกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการเครื่องที่ทรงพลังภายใต้ดีไซน์ที่บางเบา พร้อมทั้งส่งมอบโซลูชั่น IoTs สู่ไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม

โดยแบ่งเป็นกลุ่ม For Him, For Her สำหรับกลุ่ม For Him เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มผู้ชาย เน้นการใช้งานอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อตอบสนองการทำงาน โดยมีดีไซน์เท่ห์ ล้ำสมัยแต่ดุดัน และรองรับความต้องการด้านเอนเตอร์เทนต์เมนต์ได้อีกด้วย เช่น Nitro5, ในขณะที่กลุ่ม For Her ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มผู้หญิง ที่เน้นการใช้งานที่บางเบา มีดีไซน์ และสีสันทันสมัย อย่างเช่น Swift3 ที่มาด้วยสี Sakura Pink ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ออนเดอะโกในกลุ่มผู้หญิง

สำหรับผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่นำเสนอในแคมเปญ Just For You ที่จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 14 มกราคม 2561 เหมาะกับการเป็นของขวัญส่งต่อความสุขในช่วงเทศกาลหรือโอกาสพิเศษต่างๆ ที่มากกว่า แล้วเมื่อซื้อ 10,000 บาทขึ้นไป สามารถลงทะเบียนที่เฟซบุ๊กของเอเซอร์ เพื่อรับบัตรของขวัญมูลค่า 1,500 บาทได้ด้วย พร้อมนำใบเสร็จไปหักลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าได้ไม่เกิน 15,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 3 ธันวาคมศกนี้

ผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Acer ที่น่าสนใจ

ผลิตภัณฑ์กลุ่ม For Him

Predator Orion 9000

Acer Predator Orion 9000 พร้อมจอ Predator Z35P และคุณนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด

เกมมิ่งเดสท็อปที่ให้ลุคแอนด์ฟีลที่เข้มแข็งและทรงพลังสมกับตัวท็อปของผลิตภัณฑ์ในตระกูลพรีเดเตอร์

Predator Orion 9000 ได้รับการออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ภายในตามความต้องการของผู้ใช้ได้ ขับเคลื่อนความแรงด้วยซีพียูซีรีส์ใหม่ Core i7-8700K (สามารถใส่ได้ถึง Core i9) ทำงานประสานกับกราฟิกการ์ดได้สูงสุดถึง 4 ตัว เสริมล้อลากเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย  และยังถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับความร้อนได้อย่างยอดเยี่ยมด้วย Ice Tunnel2.0 ระบบระบายความร้อน CPU ด้วยของเหลว Cooler Master®

เริ่มต้นวางตลาดแล้วด้วย 109,900 บาท กับสเปกจัดเต็มสำหรับเกมเมอร์

Predator Z35P

จอ LED เพื่อเกมเมอร์ แบบไวด์สกรีนขนาด 35” สัดส่วนโค้ง 1800R ความละเอียดหน้าจอ WQHD (3440×1440) ให้การแสดงผลพาโนราม่า 21:9 มาพร้อมกับ NVIDIA® G-SYNCTM ที่เพิ่มความคมชัด ลื่นไหล สามารถ Refrash rate สูงสุดอัดได้ถึง 120Hz เติมเต็มอารมณ์ให้สมบูรณ์แบบด้วยระบบเสียงแบบ BTS® ลำโพง 2x 9w.

Predator Z35P มาพร้อมดีไซน์ที่ดุดัน สปอร์ตมากขึ้น สามารถปรับก้มเงยและความสูงตามหลักการยศาสตร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ วางตลาดด้วยราคา 35,900 บาท

Predator Triton 700

โน้ตบุ๊คไฮเอนท์เพื่อเกมเมอร์ที่พกพาความบางเบาเพียง 18.9 มิลลิเมตรในขนาด 15.6” อัดแน่นด้วยสเปคฮาร์ดแวร์เอาใจเกมเมอร์ มาดขรึม ดุดัน แรงล้ำด้วยขุมพลังซีพียู Core i7 โอเวอร์คล็อก DDR4 สูงสุด 16GB เผยสุดยอดความคมชัดและเอฟเฟกต์ผ่านการ์ดจอ GPU GeForce GTX 1080 Max-Q โอเวอร์คล็อก คีย์บอร์ด RGB แมคคานิเคิล และ ทัชแพทที่สามารถมองทะลุ วางไว้ด้านบน เพื่อเล่นเกมจะมือจะได้ไม่ไปโดน ถึงระบบระบายความร้อน AeroBlade 3D fans พัดลมโลหะที่ช่วยระบายความร้อนได้มากกว่า ถึง 35% ราคาเปิดตัว 119,900 บาท

Acer Nitro 5

เกมมิ่งโน้ตบุ๊คเครื่องแรงราคาสองหมื่นต้นๆ หน้าจอ 15.6 นิ้ว แบบ ComfyView ที่เลือกให้โหมด IPS เผยมุมมองที่คมชัด สีสันสวยงาม และจอด้าน Anti-Glare ลดแสงสะท้อนขณะเล่นเกม ตัวเครื่องมาด้วยลุคบอดี้ที่นิ่งเรียบทว่าดุดัน ยังคงสีสันโทนแดงดำเช่นเดิม ติดพลังสปีดเครื่องด้วยการ์ดจอGTX 1050 หรือ AMD RX550 แล้วแต่รุ่น พร้อมเสริมแกร่งด้วยระบบระบายความร้อนชนิดพิเศษ advanced cooling ไหลลื่นตลอดจนจบเกม พร้อมการรับประกันสุดพิเศษ ซ่อมฟรีถึงบ้าน 3 ปีเต็ม

Acer Nitro 5 Spin

เครื่อง Acer Nitro 5 Spin ตั้งอยู่หน้า Acer Predator Orion 9000

เกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่กลายร่างได้มากถึง 4 โหมด ได้แก่ โน้ตบุ๊ค แสตนท์ เต็นท์ และแท็บเล็ต ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Intel Core i7 Gen 8 เพิ่มประสิทธิภาพมากกว่าเดิมถึง 40% พร้อมการ์ดจอ Nvidia GeForce GTX 1050 นำเสนอภาพบนหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 1080p IPS พร้อมระบบอ่านลายนิ้วมือ ผนวกด้วยระบบการเชื่อมต่อไร้สายแบบ MU-MIMO ให้ผลลัพธ์ที่เร็วกว่า แรงกว่าถึง 3 เท่า

ผลิตภัณฑ์เบาๆ บางๆ ในกลุ่ม For Her

  • Acer Swift 7 บางที่สุดในโลก ได้ส่วนลดอีก 10,000 บาท เหลือราว 39,000 บาท
  • Acer Swift 5 เบาที่สุด มาพร้อม Intel Gen 8 มี 2 สีคือน้ำเงิน กับชมพู
  • Acer Swift 3 หนาแค่เซนต์กว่า มีสี salmon pink เริ่มต้น 20,000 ต้นๆ

Acer Swift 7 Series

โน้ตบุ๊คหน้าจอ 13.3 นิ้ว มาพร้อมความบางเพียง 9.98 มม. น้ำหนักเพียง 1.1 กก. ดีไซน์หรู ตอบสนองการทำงานในทุกไลฟ์สไตล์ด้วยการทำงานที่เปี่ยมสมรรถนะกับหน่วยประมวลผล 7th Generation Intel® CoreTM Processor พร้อมการทำงานร่วมกับ Acer Color Intelligence ที่ให้การแสดงผลที่คมชัด สีสันสมจริง แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 9 ชม. พร้อมรับประกันฟรีค่าแรงและอะไหล่ 3 ปี, บริการ Onsite 1 ปี และ International Traveling Warranty  1 ปี

New Swift 5

อัลตร้าสลิมโน้ตบุ๊ค พกพาดีไซน์เครื่องที่เบาบางและน้ำหนักที่น้อยกว่า 1 กิโลกรัม ตอบโจทย์การทำงานโมบิลิตี้ของสาวๆ ที่ on-the-go ตลอดเวลา พร้อมระบบคีย์บอร์ดแบบ backlit ที่ส่องไฟจากด้านหลังแป้น ช่วยให้ทำงานราบรื่นแม้ในสถานที่อับแสง จัดเต็มกับระบบประมวลผล 8th Gen Intel Core มอบพลังสปีดขั้นสุดในการตอบสนองที่รวดเร็ว ฉับไว

ยาวนานด้วยพลังแบตเตอรี่ที่ต่อชั่วโมงการทำงานได้มากถึง 8 ชั่วโมง ไหลลื่นทุกสัมผัสหน้าจอ Multi-touch ดีไซน์ Narrow Bezel จอขอบบางทว่าเปี่ยมประสิทธิภาพ Full HD IPS เติมเต็มประสบการณ์การรับชมขั้นสูงสุด วัสดุตัวเครื่องทำจาก Magnesium-lithium alloy (Top & Bottom covers)  ซึ่งเป็นวัสดุชนิดเดียวกันกับจักรยานที่มีน้ำหนักเบา  และยังเบากว่าตัวเครื่องที่ทำจาก aluminum alloys ถึง 42% ยิ่งไปกว่านั้นเราใช้ Magnesium-aluminum alloy ( Cover of palm rest area) วัสดุเดียวกับการทำล้อแม็กที่ทำให้มีน้ำหนักเบากว่าวัสดุ aluminum alloys ถึง 32%

Acer Swift 3

พรีเมียมอัลตร้าบุ๊กที่มีความบางเพียง 17.95 mm ดีไซน์เรียบหรู มีคลาสด้วยบอดี้อลูมิเนียมสีเกรย์หรือซากุระ พิงค์ แป้นพิมพ์แบบ Chiclet Keyboard ช่องว่างระหว่างปุ่มกดพอดีกัน ประมวลผลด้วยขุมพลัง 7th Generation Intel® CoreTM i5-7200U Processor ให้ความเร็วในการประมวลผลที่ 2.5GHz และเร่งเครื่องไปได้สูงสุดถึง 3.1GHz รองรับเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO ที่ช่วยเปิดประสบการณ์ของระบบไร้สายในระดับแรงอย่างจริงจัง ชาร์ตแบตเตอรี่ได้รวดเร็วด้วยพอร์ตคู่ USB 3.0 (2 ช่อง), USB 2.0 และ HDMI รวมถึงพอร์ตเวอร์ชั่นล่าสุด USB 3.1 Type-CTM เติมเต็มไลฟ์สไตล์การทำงานขั้นสูงสุดบนโน้ตบุ๊คดีไซน์พรีเมียม พร้อมการรับประกันแบบฟรีค่าแรงและอะไหล่ 2 ปี

Gadget กลุ่มใหม่จาก Acer

อุปกรณ์ 360 องศา

Acer Holo 360

จุดประกายการสร้างสรรค์คอนเทนต์ 360 องศา ที่นอกจากการเก็บความประทับในรูปแบบภาพนิ่ง ยังสามารถเก็บภาพเคลื่อนไหวแบบ 360 องศา พร้อมแชร์หรือแบ่งปันโมเมนต์พิเศษแบบเรียลไทม์ด้วยการรองรับ LTE และ Wi-Fi ในตัว Acer Holo 360 ทำงานด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 625 บันทึกภาพที่ความละเอียดสูงสุด 4K อวดภาพคมชัดบนหน้าจอ 3 นิ้ว หรือฟินยิ่งกว่ากับการรับชมภาพผ่านกล้องวีอาร์ร่วมกับสมาร์ทโฟน ใช้งานง่ายกับการสั่งการแบบทัชสกรีน

ราคาตั้งไว้ที่ 12,900 บาท เริ่มวางขายปลายปีนี้ โดยจะขายออนไลน์ก่อน

Acer Window Mixed Reality Headset

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ Virtual reality และเล่นเกม Virtual reality สุดโปรดของคุณบน StreamVR ได้ด้วย Acer Window Mixed Reality Headset ให้ภาพความละเอียดที่มากกว่าขนาด 1400×1400 พิกเซล ติดตั้งได้อย่างง่ายดาย, ไม่ต้องติดตั้งกล้อง เซนเซอร์แยก สวมใส่สบายด้วยน้ำหนักที่เบา และรองรับคอมพิวเตอร์ได้หลากหลายทั้ง Thin&light และ gaming

สายปั่น

Xplova X5 Evo

วิถีใหม่แห่งการบันทึกและแบ่งปันชั่วโมงการปั่นสุดแอดเวนเจอร์ auto-record บันทึกอัตโนมัติทุกความเร็ว ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ ตัดต่อคลิปวิดีโอในตัวด้วย Xplova Video และ Xplova Connect ที่ใช้งานง่ายกว่ารุ่นก่อนหน้า พร้อมการนำทางและจุดแวะพัก (POI) ต่างๆ ไม่ว่าจะทั้งทางลาดชัน จุดเลี้ยว แหล่งน้ำด้วย SmartSigns เสริมทัพกับอุปกรณ์ในเซตอีก

ไลฟ์สไตล์สำหรับคนรักสัตว์

Pawbo iPuppyGo

อุปกรณ์ติดตามเจ้าตัวน้อย พร้อมระบบตรวจเช็คระดับการออกกำลังกาย รูปแบบการนอน การแสดงอารมณ์และสถานะสุขภาพผ่านแอปพลิเคชั่น ในรูปแบบปลอกคอสีสันคัลเลอร์ฟูลถึง 5 สี

Pawbo WagTag

จีพีเอสติดตามเจ้าตัวน้อยในรูปแบบปลอกคอ ด้วยการระบุโลเคชั่นที่แม่นยำของระบบไฮบริด GPS, AGPS, Wi-Fi และ 3G ลงในอุปกรณ์ ผสานเทคโนโลยี Geo-Fencing ช่วยให้เจ้าของกำหนดเซฟโซนกับสัตว์เลี้ยง อุ่นใจเมื่อพาไปเดินเล่นไม่ว่าครั้งไหนๆกับฟีเจอร์สายจูงไดนามิกเสมือนจริง ช่วยเตือนเมื่อสัตว์เลี้ยงพลัดหลงไปไกล

Pawbo Munch

ระบบให้ขนมอัจฉริยะที่ควบคุมการทำงานผ่านรีโมทหรือแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน Pawbo Life ให้เจ้าตัวน้อยเพลิดเพลินกับเครื่องใส่ขนมรูปร่างต่างๆ หรือปล่อยออกจากช่องสไลด์หรือถาดขนมเมื่อสัญลักษณ์ถูกจับคู่ได้ลงตัว ทั้งยังมอบเสียงดนตรีจาก “สถานีความบันเทิง” ที่ช่วยขับกล่อมสัตว์เลี้ยงให้อารมณ์ดี ผ่อนคลายระหว่างอยู่บ้านเพียงลำพัง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัวลำโพงรุ่นใหม่ “BeoSound EDGE” จาก BANG & OLUFSEN ชูดีไซน์สุดหรูพร้อมเทคโนโลยีเด่นจัดเต็ม!

Published

on

อาร์ทีบีฯ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Gadget พร้อมรุกผนึกกำลังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท เอชดับบลิว เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและดำเนินการร้าน Bang & Olufsen เปิดตัวนวัตกรรมลำโพงตั้งพื้น/แขวนผนังระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด “BeoSound EDGE” โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ B&O ด้วยดีไซน์ใหม่ในรูปทรงเหรียญปอนด์ โดดเด่นอย่างมีสไตล์ ผสานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำมากมายที่พัฒนาขึ้นสำหรับลำโพงโดยเฉพาะเป็นครั้งแรก ทั้ง Active Bass Port และระบบเสียงรอบทิศทาง ที่จะตอบสนองไลฟ์สไตล์คอเพลงยุคใหม่โดยเฉพาะ

BeoSound EDGE

BeoSound EDGE เป็นลำโพงไร้สายระดับพรีเมี่ยม ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลง มาพร้อมกับแนวคิดการดีไซน์จากนักออกแบบชื่อดัง MICHAEL ANASTASSIADES ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเหรียญหนึ่งปอนด์ของประเทศอังกฤษ ผสานเข้ากับเทคโนโลยี IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟังเพลงทั้งในเรื่องคุณภาพเสียง และการใช้งานที่ง่ายดายและสนุกสนานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Active Bass Port ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bang & Olufsen ที่เป็นระบบเพิ่ม – ลด เสียงเบสตามความดังของเพลง การทำงานคล้ายกับสปอยเลอร์ของรถสปอร์ต ที่เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น และต้องการเบสมาก ก็จะเปิดตัวพอร์ทนี้เพื่อให้ความดังเบสออกมารองรับอย่างเหมาะสม ในขณะที่เมื่อเพลงเบาลง ก็จะสามารถปิดเพื่อไม่ให้เสียงเบสมีมากเกินจนกลบย่านกลางและสูง เหลือเพียงเสียงใส สะอาด ตามฉบับ B&O ได้เหมือนเดิม นอกจากนั้น BeoSound Edge ยังมาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา มาพร้อมกับ Woofer 200 วัตต์สองตัว, Midrange 100 วัตต์สองตัว, และ Tweeter 100 อีกสองตัว ช่วยให้การขับเสียงเบสได้อย่างทรงพลังยิ่งขึ้น

โดยสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth รวมไปถึงเชื่อมต่อผ่านแอปฯ BANG & Olufsen ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือจะเชื่อมต่อแบบ Streaming AirPlay และ Chromecast ก็ทำได้อย่างสะดวกสบายเช่นกัน โดยวางจำหน่ายในราคา 139,000 บาท ซึ่งเป็นราคามาตราฐานที่เท่ากันทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมี Gadget สุดล้ำต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของ B&O ไม่ว่าจะเป็น Bang & Olufsen BeoVision Eclipse OLED TV ที่สามารถหมุนได้ 360 องศาก็ล้ำไม่แพ้กันเลยทีเดียว

ซึ่งการร่วมมือกันระหว่างสองบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน จะทำให้กลยุทธ์ในการขยายตลาดของแบรนด์ B&O ประสบความสำเร็จ และทั้งสองตั้งเป้าไว้ว่า จะเพิ่มยอดขายโดยรวมให้ได้ 200% ในปี 2020

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

กสทช. เปิดคืนใบอนุญาติ “ดิจิทัลทีวี” อย่างเป็นทางการ – ประกาศแผนคลื่น 700 MHz

Published

on

By

ฐากร ตัณทสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. ได้กล่าวว่า กสทช. จะพิจารณาเรียกคืนคลื่นความถี่ 694-790 MHz ซึ่งตอนนี้ใช้โดยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล มาจัดสรรคใหม่เพื่อรองรับบริการ 5G และนำเงินที่ได้จากการประมูลชดเชยธุรกิจทีวีดิจิทัล

ซึ่ง ..นที ศุกลรัตน์ ได้ทำร่างหลักเกณฑ์ทั้งการเยียวยาและการประมูลคลื่น 700 MHz เสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดกสทชในวันที่ 15 ที่ผ่านมา โดยต้องการ ชดเชยการเสียประโยชน์จากการใช้คลื่น 700 MHz ให้ผู้เกี่ยวข้องในด้านทีวีดิจิทัลดังนี้

  • ชดเชยทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่ายเงินค่างวดประมูล 2 งวดสุดท้ายที่เหลืออยู่
  • ชดเชยค่าเช่า MUX (เครื่องและเสาส่งสัญญาณ) และค่าเช่าสัญญาณดาวเทียมที่ช่องทีวีดิจิทัลต้องแบกรับภาระ
  • ผู้ประกอบการ MUX ได้รับเงินชดเชยการย้ายคลื่น หรือถูกเรียกคืนคลื่นบางส่วน
  • เงินสนับสนุนด้านทำ TV Rating

ส่งผลให้ผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่าย 1.6 หมื่นล้านบาทจาก 2 งวดสุดท้ายของค่าประมูล และเปิดทางให้ คืนใบอนุญาติ ได้

ทั้งนี้ยังไม่ลดตัวว่าจะมีการประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz จำนวนกี่ใบ โดยจะต้องพิจารณาจาก ช่วงคือ ย่านรับ 703-738 MHz และ ย่านส่ง 758-793 MHz โดยมีจำนวนแบนด์วิดท์รวมทั้งสิ้น 2×35 MHz กำหนดระยะเวลาจ่ายเงิน 10 ปี 9 งวด

ส่วนระยะเวลาการขยายเครือข่าย และราคาเริ่มต้นประมูล ยังไม่มีข้อสรุป ต้องรอการทำงานของคณะทำงาน กสทช. ก่อน

อ้างอิง Positioningmag

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดราคา Asus ZenBook 13/14/15 โน้ตบุ๊กเครื่องเล็ก ตัวเบา แถมแรง เริ่มต้นไม่ถึงสามหมื่น

Published

on

Asus ZenBook ชุดใหม่ที่ออกมา 3 ขนาดหน้าจอคือ ZenBook 13 (UX333), ZenBook 14 (UX433) และ ZenBook 15 (UX533) เป็นหนึ่งในโน้ตบุ๊กที่น่าจับตาในปีนี้นะครับ เพราะมีขนาดเครื่องที่เล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอฃ

ดูรีวิว ZenBook 13 UX333 กัน

ที่ว่าขนาดเครื่องเล็กคือในรุ่น 13 นิ้วก็มีขนาดเครื่องแค่กระดาษ A4 มีน้ำหนักแค่ 1.19 กก. ส่วนรุ่น 14 นิ้วก็มีขนาดเครื่องเท่าโน้ตบุ๊กจอ 13 นิ้วทั่วไป แถมยังทำน้ำหนักได้เท่ากับรุ่น 13 นิ้วอีก (งงนะเนี่ย) และเช่นเดียวกันกับ ZenBook 15 ที่มีขนาดเท่าโน้ตบุ๊กจอ 14 นิ้ว แต่มีน้ำหนักที่ 1.67 กก. ครับ

ดีไซน์ของ ZenBook ตระกูลนี้น่าสนใจหลายอย่าง ความลับที่ทำให้เครื่องมีขนาดเล็กได้คือขอบจอขนาดเล็กที่ Asus เรียกว่า NanoEdge Display ให้พื้นที่หน้าจอ 95% ของพื้นที่ทั้งหมด แต่ยังสามารถเอากล้อง WebCam ไปอยู่เหนือจอได้ ทำให้การคุย Video Call ยังได้มุมภาพตามปกติ ไม่เหมือนโน้ตบุ๊กหลายๆ รุ่นที่เอา WebCam ไปอยู่ใต้จอเพื่อให้ขอบจบบาง แต่ก็ทำให้มุมที่กล้องเห็นกลายเป็นมุมเสยคางไป

ตัวคีย์บอร์ดก็มีไฟ Backlit เพื่อให้ใช้งานในที่มืดได้ นอกจากนี้ TouchPad ยังมาพร้อม NumberPad ที่กดปุ่มเพื่อเปิดแป้นตัวเลขออกมาให้ใช้ได้บน TouchPad เลย ก็เป็นการแก้ปัญหาโน้ตบุ๊กที่ไม่มีแป้นตัวเลขได้เป็นอย่างดี

ZenBook 13/14/15 นั้นมีให้เลือก 2 สีคือ สีน้ำเงิน Royal Blue และสีเงิน Icicle Silver ส่วน ZenBook 13 จะมีสีพิเศษที่จะนำเข้ามาจำหน่ายภายหลังคือสีแดง Burgundy Red ด้วย

ZenBook 13 สีแดง Burgundy

แต่ ZenBook ตระกูลใหม่นี้ไม่ได้บางเบาอย่างเดียว ประสิทธิภาพเครื่องก็แรงไม่น้อย สเปคเริ่มต้นคือ Intel Core i5-8265U, RAM 8 GB และ SSD แบบ PCI-E อีก 512 GB ซึ่งรองรับงานทั่วไปได้สบาย หรือใครจะใช้ในการตัดต่อวิดีโอหรือเล่นเกม ก็มีรุ่นที่มาพร้อม Core i7 พร้อมการ์ดจอ GeForce MX150 ให้เลือก หรือใน ZenBook 15 ก็จะมีรุ่นที่ใช้ GeForce 1050 Max-Q และแรม 16 GB ให้เลือกด้วย

ราคาของ ZenBook 13/14/15 นั้นน่าสนใจไม่น้อยคือ แต่ละสเปคนั้นมีราคาเท่ากันเลยทั้ง 3 ขนาดหน้าจอคือ

  • ZenBook 13/14 ที่ใช้ Core-i5 8265U พร้อม Intel UHD Graphic 620 ราคา 26,990 บาท
  • ZenBook 13/14/15 ที่ใช้ Core-i5 8265U พร้อม Nvidia GeForce MX150 ราคา 29,990 บาท
  • ZenBook 13/14/15 ที่ใช้ Core-i7 8565U พร้อม Nvidia GeForce MX150 ราคา 35,990 บาท
  • ZenBook 15 ที่ใช้ Core-i7 8565U พร้อมแรม 16 GB และ Nvidia GeForce 1050 Max-Q ราคา 45,990 บาท

เทียบสีสันและขนาดของ ZenBook 14 (ตัวสีน้ำเงิน) และ ZenBook 13

ซึ่งทุกรุ่นมาพร้อม Windows 10 ซองใส่เครื่องและหัวแปลง USB เป็น LAN ไม่ต้องซื้อเพิ่ม! ส่วน 100 คนแรกที่ซื้อ ZenBook 13 รับกระเป๋าดีไซน์พิเศษจาก Insomia by Vara ไปเลย และสำหรับทุกคนที่ซื้อ ZenBook 13/14/15 ถ่ายรูปคู่แล้วแชร์เฟซแบบ public แคปหน้าจอส่งให้ Asus ก็รับตั๋วหนัง IMAX ไปเลย 2 ใบ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!