Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

เจาะเงื่อนไข (ที่ว่าเป็นกฎใหม่ของ) LINE การเข้าถึงข้อมูลห้องแชทคืออะไร ไลน์แอบอ่านแชทเราได้ไหม

กลายเป็นประเด็นที่มีผู้ส่งต่อเยอะมากในไลน์ เมื่อมีวิดีโอบอกว่า LINE สามารถดึงข้อมูลรวมถึงข้อความสนทนาต่างๆ ในห้องแชทของเราได้ ซึ่งสามารถเข้าไปแก้ไขได้ด้วยการปิด “การเข้าถึงข้อมูลห้องแชท” หรือ “Chat Infomation” ซึ่งประเด็นนี้ทางไลน์ยืนยันว่าไม่มีการเข้าไปอ่านข้อความ รูปภาพหรือวิดีโอที่ส่งกันไปมาในห้องแชท รวมถึงการโทรหาระหว่างกันอย่างแน่นอน! เพราะฉะนั้นผู้ใช้ไม่ต้องกลัว

แต่ข้อสงสัยต่อไปของเราคือ LINE ดึงข้อมูลอะไรจากผู้ใช้บ้าง

เมื่อดูจากข้อมูลที่ไลน์ให้มา ถ้าเราอนุญาตให้ไลน์เก็บข้อมูลห้องแชท ไลน์จะเข้าไปเก็บข้อมูลการใช้งานดังต่อไปนี้

  • สำหรับการแชทกับเพื่อนทั่วไป ไลน์จะเก็บข้อมูลการใช้สติกเกอร์ อิโมจิ เอฟเฟ็กต์ รวมถึงฟิลเตอร์ต่างๆ (ไลน์จึงบอกได้ไงว่าสติกเกอร์อะไรเป็นสติกเกอร์ยอดนิยมที่คนใช้มากที่สุด และวิเคราะห์อารมณ์ของผู้ใช้ได้) แต่ไม่เก็บเนื้อหาการสนทนารวมถึงรูปภาพและวิดีโอ
  • รายละเอียดการใช้งาน เช่นใครคือบุคคลที่ติดต่อ, วันเวลาในการติดต่อ, สถานะการอ่านข้อความ, รูปแบบข้อมูล, ข้อความที่ถูกยกเลิก และการกดเข้าลิงก์ต่างๆ
  • เนื้อหาที่โพสต์ใน Timeline และถ้าหากตั้งความเป็นส่วนตัวเป็น Myself Only จะเก็บเฉพาะข้อมูลวันเวลาที่โพสต์ รูปแบบของเนื้อหา สติกเกอร์ในช่องความเห็น และเวลาที่มีการดูโพสต์
  • การสื่อสารกับบัญชีทางการ (Official Account) ต่างๆ (คุยกับช่องของแบรนด์ต่างๆ นะถึงจะดึงข้อมูลพวกนี้ ถ้าคุยกับเพื่อนจะไม่ดึงไป) ซึ่งจะดึงคำไปวิเคราะห์การใช้, รูปและวิดีโอที่ส่งเข้าไป ซึ่งรวมถึง metadata พวกการตั้งค่ากล้อง วันเวลาที่ถ่ายรูป จะดึงไปวิเคราะห์ด้วย รวมถึงการใช้งานสติกเกอร์ และสถานที่
  • รายละเอียดการใช้งานเบราว์เซอร์ รวมถึงการบันทึกและแชร์ในไลน์
  • เมื่อกดดูเว็บผ่านไลน์ ก็จะบันทึกว่ากดอ่านจากห้องแชท หรืออ่านจากที่ไหนในแอปไลน์
  • ข้อมูลนี้อาจแชร์ไปถึงบริษัทอื่นๆ ที่ทำงานกับไลน์ด้วย

ซึ่งไลน์ให้เหตุผลการดึงข้อมูลเหล่านี้ว่า จะนำไปใช้ป้องกันการใช้งานที่ไม่เหมาะสม จึงเก็บข้อมูลการเข้าถึงลิงก์ต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ว่าลิงก์ไหนที่ไม่ปลอดภัย มีไวรัสหรือภัยอันตราย และใช้พัฒนาคุณภาพของบริการต่อไป คือนำไปรวมเป็น Big Data แล้วใช้ Machine Learning วิเคราะห์การใช้งานของผู้ใช้ ซึ่งอาจมีการวิเคราะห์ข้อความจากโพสต์ที่เปิดสาธารณะบน Timeline แบบไม่ระบุตัวคนโพสต์ เพื่อปรับปรุงการให้บริการ

นอกจากนี้ข้อมูลของผู้ใช้จะนำไปวิเคราะห์เพื่อแสดงโฆษณาในเครือข่ายของไลน์ได้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น (ต้องเข้าใจนะว่า ถึงเราจะปิดไม่ให้ไลน์ดึงข้อมูลส่วนนี้ไป โฆษณาในไลน์ก็ยังมีอยู่ดีไม่ได้หายไปไหน แต่จะเป็นโฆษณาที่ขึ้นสุ่ม ไม่ได้วิเคราะห์เรื่องที่เราน่าจะชอบมาแสดง) และวิเคราะห์การใช้สติกเกอร์เพื่อนำเสนอสติกเกอร์อื่นๆ ที่เราน่าจะสนใจออกมา

ซึ่งถ้าใครอ่านแล้วอยากช่วยไลน์ให้บริการดีขึ้น นำเสนอบริการและโฆษณาที่ตรงใจเรามากขึ้น ก็เปิดใช้ Chat infomation นี้ต่อไปครับ แต่ถ้าใครอ่านแล้วไม่สบายใจ ก็ยกเลิกไม่ให้ไลน์เก็บข้อมูลได้โดยเข้าไปที่ Settings -> Privacy -> Provide Usage data -> Chat Information แล้วเอาติ๊กออกไปครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการเกม

Predator League 2019! งานแข่งอีสปอร์ตระดับเอเชียแปซิฟิกซีซั่นล่าสุดจัดในไทย!

Published

on

เปิดตัวอย่างเป็นทางการกันเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Asia Pacific Predator League 2019 ทัวร์นาเม้นต์การแข่งขัน E-Sport สุดยิ่งใหญ่จากทาง Acer ที่ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่จัดขึ้นเป็นซีซั่นที่สอง โดยครั้งล่าสุดนี้ ประเทศไทยได้ถูกรับเกียรติให้จัดเป็นสถานที่การแข่งขันขึ้น

โดยพิธีในงานต่างก็เต็มไปด้วยหลากหลายความน่าสนใจตรึงผู้ร่วมงานจนอยู่หมัดกันเลยทีเดียว ไล่ตั้งแต่วิดีโอแอนิเมชั่น 3D ของเหล่ามาสคอตกลายๆ ที่สนุกเอาเรื่อง ภาพสวยใช้ได้ การเคลื่อนไหวและแอกชั่นของตัวละครพริ้วไหวพอสมควร แถมเมื่อเรื่องราวจากในวิดีโอถูกส่งต่อไปยังพิธีเปิดบนเวที หนึ่งในตัวละครที่หลุดออกมาจากแอนิเมชั่นและเป็นได้ผู้ที่ปักโล่รางวัลกลางเวที ก็คือคุณอลัน เจียง กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทย และภูมิภาคอินโดไชน่าของทาง Acer’s Predator นั่นเอง (เป็นการแสดงวิสัยทัศน์และสร้างภาพลักษณ์ที่มีต่อแบรนด์ของตนได้อย่างเจ๋งเอามากๆ) และอีกไฮไลต์ที่ได้ใจผู้ชมไม่แพ้กันคือการได้เกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุคอย่าง BNK48 มาร่วมเปิดงาน

ในส่วนของเกมที่จะถูกนำมาใช้ในการแข่งขั้นนั้นจะมีด้วยกันทั้งสิ้น 2 เกม 16 ทีมครับ นั่นคือ DOTA 2 เกมแนว MOBA ระดับโลก และเกมแบทเทิลรอยัลแห่งยุคอย่าง PUBG (PlayerUnknown’s BattleGround) ซึ่งก็แน่นอนว่าทั้งสองเกมมีทีมจากประเทศไทยอยู่ในนั้นด้วย (Dota 2 มี Alpha Red ส่วน PUBG มี Mith.pubg, Pinto Gaming และ Signature. pubg) แถมการแข่งขันในครั้งนี้ยังมีพยานรู้เห็นการปะทะกันของทุกทีมมากกว่าหนึ่งหมื่นคนเลยทีเดียว!

โดยผลสรุปของผู้ชนะการแข่งขัน Asia Pacific Predator League 2019 นั้น ในเกมแรกอย่าง PUBG รางวัลชนะเลิศก็ได้ตกเป็นของทีมสัญชาติเกาหลีมาแรง AfreecaFreecs Fatal from The Republic of Korea ที่เดินเงินรางวัลไปถึง 2,300,000 บาทโดยประมาณ (75,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ) พร้อมทั้งสมาชิกทุกคนจะได้โน๊ตบุ๊กพลังสูงจากทาง Predator รุ่น Helios กลับไปอีกด้วย ส่วนทีมไทยอย่าง Purple Mood ก็ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ไป 930,000 บาทโดยประมาณ (30,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ) ในขณะที่ทีมชนะเลิศอันดับที่ 2 จากประเทศออสเตรเลียอย่าง Immunity ก็ได้เงินรางวัลกลับไปอยู่ที่ 468,000 บาทโดยประมาณ (15,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ)

ส่วนทางด้านเกม MOBA อย่าง DOTA 2 แชมป์จากการแข่งในเกมดังกล่าวนี้อย่างทีม TNC Predator (ชื่อทีมเอาใจผู้จัดการแข่งซะด้วยนะ ฮ่าๆ) จากประเทศฟิลิปปินส์ ก็กวาดเงินรางวัลไปถึง 2,300,000 บาทโดยประมาณ (75,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ) และทุกคนในทีมได้โน๊ตบุ๊กพลังสูงจากทาง Predator รุ่น Helios ไปใช้ ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 ตกเป็นทีมสัญชาติอินโดนิเซียอย่าง BOOM ID ที่ได้รับเงินรางวัล 930,000 บาทโดยประมาณ (30,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ) และปิดท้ายด้วยทีม GeekFam จากมาเลเซียที่ได้เงินรางวัลก็ได้เงินรางวัลกลับไป 468,000 บาทโดยประมาณ (15,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ)

ปิดท้ายนี้ Predator League ซีซั่นหน้าก็ได้มีพิธีส่งมอบให้ครั้งถัดไปจัดการแข่งขันขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ครับ ถือได้ว่าเป็นอีกโอกาสดี ๆ ในประเทศไทยของเราที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเกมได้เติบโตขึ้นจนถึงขั้นมีทัวร์นาเม้นต์ E-Sport มาจัดขึ้นในบ้านเราได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

หาดูยาก! ชมภาพภายในว่าโรงงานผลิตแอร์ LG มีกรรมวิธีอะไรบ้าง

Published

on

By

มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่หนึ่งชนิดที่แทบทุกบ้านเราว่าจะมีติดตั้งอยู่ นั่นก็คือเครื่องปรับอากาศ หรือคุ้นหูกันในชื่อ แอร์ นั่นเอง!

และครั้งนี้แบไต๋ ได้รับเกียรติจากทางบริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ LG ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมเครื่องปรับอากาศภายในบ้านระบบอินเวอร์เตอร์ เชิญพวกเราเข้าไปเยี่ยมชมโรงงานกันถึงจังหวัดระยองเลยทีเดียว ณ โรงงานแอลจี อีเล็คทรอนิคส์ (ประเทศไทย) นิคมอุตสาหกรรมอิสเทิร์น ซีบอร์ต ระยอง

เริ่มต้นเราได้รับการกล่าวต้อนรับและเล่าถึงภาพรวมบริษัทจากคุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด และจากคุณวราพงษ์ อูปแก้ว ผู้อำนวยการโรงงาน บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด  ซึ่งกล่าวถึงความสำเร็จเกี่ยวกับรายได้ปีที่ผ่านมากว่า 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปีที่ 2019 นี้ LG ตั้งเป้าว่าจะไปให้ 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยหวังให้เติบโตขึ้นปีละ 10 – 15 เปอร์เซ็นต์

ในขณะเดียวตัวโรงงานที่ระยองนั้นมีพื้นที่ถึง 192 ไร่ และใช้ไปแล้ว 92 ไร่ในส่วนของตัวโรงงาน ส่วนอีกกว่า 100 ไร่ที่เหลือนั้นกำลังรอการขยายตัวของบริษัทแม่อยู่ว่าจะมาเพิ่มฐานการผลิตที่ไทยมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากตอนนี้เริ่มย้ายฐานการผลิตจากจีนมาสู่ไทยแล้ว โดยจะมุ่งเป้าให้ไทยมีกำลังการผลิตเพิ่มมากขึ้น 15 – 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเพิ่มกำลังผลิตรวมของบริษัท

ซ้าย คุณวราพงษ์ อูบแก้ว ผู้อำนวยการโรงงาน                                                                    ขวา คุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด

จากนั้นทาง LG ได้พาทีมงานเข้าไปชมภายในโรงงานเลยได้รู้ ได้เห็น กระบวนการผลิตที่น่าสนใจ ว่ากว่าจะเป็นแอร์แต่ละตัวไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่ก่อนจะไปดูกระบวนการคร่าว ๆ ภาพแรกที่เราค่อนข้างตกใจคือพนักงานส่วนใหญ่จะเป็นเพศหญิง (90 เปอร์เซ็นต์ของพนักงาน) โดยเหตุผลคือทาง LG บอกว่าในงานละเอียดเช่นการประกอบ หรือตรวจทานสินค้า ผู้หญิงจะทำได้ละเอียดกว่าผู้ชาย

การประกอบคอยล์ร้อน, คอยล์เย็น

ช่วงแรกจะเริ่มจากการประกอบคอยล์เข้ากับท่อก่อน ซึ่งเป็นหัวใจหลักเลย ลักษณะจะเป็นการนำคอยล์มาใส่กับท่อด้วยมือ

ตรวจสอบความรั่วแบบเรียลไทม์

เมื่อประกอบเสร็จจะมาตรวจสอบทันทีเลยว่ารั่วหรือไม่ โดยจะมีจอคอยมอนิเตอร์เลยว่าคนไหนทำรั่วกี่ตัว หรือไม่ทำรั่วเลย ซึ่งตรงนี้จะสำคัญมากเพราะถ้าใครทำดีไม่มีรั่ว ก็มีเงินพิเศษด้วย บอกเลยว่าว้าว!

ตรวจสอบสูญญากาศ

จากนั้นก็จะมาเข้าห้องกระจกเพื่อตรวจสอบสูญญากาศ และเอาความชื้นออก

เข้าห้องตรวจสอบความรั่ว

ผ่านการเอาความชื้นออกแล้ว ได้แกนกลางเครื่องที่ดี ก็ถึงเวลาที่จะเริ่มเอาไปประกอบ แต่ก่อนอื่นต้องเอาไปตรวจสอบในห้องตรวจสอบความรั่วแบบละเอียดก่อน ถ้าไม่ผ่าน ต้องหยุดล็อตการผลิตที่กำลังทำอยู่ทันที เพื่อเช็คว่าเกิดปัญหาอะไรหรือไม่ แต่ถ้าไม่มีก็จะรันต่อไป

ใส่แผ่นซับเสียง

ตรงนี้น่าสนใจ เราเพิ่งเห็นว่าเค้าใส่แผ่นซับเสียงให้เราจริง ๆ ถ้าถามว่าใส่มากน้อยแค่ไหน LG บอกเราว่าใส่ให้มากที่สุดเท่าที่จะเหมาะสมกับดีไซน์แอร์ ขั้นตอนนี้ทำด้วยมือ

ประกอบร่าง

เมื่อผ่านขั้นตอนทางเทคนิคแล้วก็นำมาประกอบร่างให้เป็นแอร์ ให้มีหน้าตาคุ้นหน้าอย่างที่พวกเราเห็น

  • ทดสอบความปลอดภัย

ก่อนจะส่งออกไปแพ็คใส่กล่อง แอร์ทุกตัวต้องผ่านการทดสอบความอดทน เอ๊ย! ความปลอดภัย โดยจะปล่อยกระแสไฟ 1,000 โวลต์  ใส่เป็นเวลา 1 วินาที ถ้าทนได้ก็ถือว่า ผ่าน! ***เราแอบคุยหลังไมค์มาว่าแอร์สามารถทนทานกระแสไฟ 1,000 โวลต์ ได้มากกว่า 1 นาที แต่ที่ทดสอบแค่ 1 วินาทีเพราะว่าในความเป็นจริง ของจะพังตั้งแต่วินาทีแรกที่กระแสไฟทะลั่กเข้าใส่แล้ว ดังนั้นจึงทดสอบเพียงแค่ 1 วินาที

ทดสอบเสียง

จากนั้นก็จะนำแอร์เข้าไปทดสอบในห้องเงียบ ซึ่งในห้องนั้นเงียบมาก ๆ มีวัสดุซับเสียงเต็มไปหมด ไร้ซึ่งเสียงสะท้อน โดยแอร์จะต้องไม่ดัง สลีปโหมดต้องไม่เกิน 18 เดซิเบล หรือถ้าเปิดเจ็ตโหมดเร่งทำความเย็นก็ต้องดังไม่เกิน 32 เดซิเบล

ทดสอบการใช้งานจริง

สุดท้ายก็จะนำแอร์มาทดสอบในห้องจำลองสภาพอากาศที่อุณหภูมิ 35 องศา เพื่อดูว่าแอร์ทำความเย็น หรือปรับอากาศได้จริงหรือไม่ โดยจะทดสอบนาน 24 ชั่โมง และเฉลี่ยทดสอบได้วันละ 200 ตัว!

แพ็คใส่กล่อง

ขั้นตอนนี้ก็ห่อพลาสติก รัดสาย PP BAND แล้วก็ใส่กล่องเพื่อเตรียมนำไปจัดจำหน่ายต่อไป

อนาคต LG กำลังศึกษาระบบเพื่อเตรียมจะติดแอร์ทั่วโรงงานของตัวเอง เพื่อให้พนักงานได้ทำงานกันอย่างสบายตัวสบายกายมากขึ้น และเตรียมจะเพิ่มการทำงานด้วยหุ่นยนต์ให้มากขึ้น ปัจจุบันในโรงงานของ LG เริ่มมีการใช้หุ่นยนต์บ้างแล้ว เริ่มตั้งแต่รถยนต์อัตโนมติที่ใช้ส่งของตามส่วนต่าง ๆ และแขนอัจฉริยะยกของ

สุดท้ายถ้าใครสนใจมองหาแอร์ดี ๆ ไว้ติดบ้านลองมองมาทาง LG ได้นะ ล่าสุดเห็นว่ามีแบบประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบสามดาวด้วย คือ 1 ดาวประหยัดไฟได้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ 3 ดาวก็ 30 เปอร์เซ็นต์ ประหยัดสุด ๆ หรือจะเป็นแบบ Art Cool ที่ดีไซน์ออกมานอกจากจะเย็นแล้ว ยังเน้นความสวยงามด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

PM2.5 หลบไป!! “EA” ทุ่มงบพันล้าน เปิดบริการ “เรือไฟฟ้า” รับ-ส่งผู้โดยสาร ลำแรกของไทย

Published

on

ในอีกไม่ช้า เราจะได้นั่ง “เรือไฟฟ้า” บริการใหม่แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยากันแล้วค่ะ!! ซึ่งเจ้า “เรือไฟฟ้า” ที่ว่านี้ดำเนินการโดย EA หรือ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ของคนไทย 100% ใช้ชื่อยี่ห้อว่า MINE Mobility ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมานั่นเอง

“เรือไฟฟ้า” ของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กลายเป็นข่าวครึกโครมที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะตอนนี้ประเทศเรากำลังประสบปัญหาสภาวะฝุ่น PM2.5 ที่ไม่มีแนวโน้มว่าจะยอมหายไปง่าย ๆ เลย!! เมื่อมีข่าวออกมาว่าจะมีการเปิดให้บริการ “เรือไฟฟ้า” รับ-ส่งผู้โดยสาร ลำแรกของไทย!! โดยให้บริการจาก ท่าน้ำนนทบุรี – ไปท่าน้ำวัดราชสิงขร ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมง ที่สำคัญคือ ”ไม่มีเสียงออกมาเป็นมลภาวะ” และระบบไฟฟ้าจะไม่มีฝุ่นละเอียด PM2.5 ออกมาให้เราแสบจมูกกันแน่นอน!! จึงทำให้หลายคนให้ความสนใจกับข่าวนี้กันค่อนข้างมากเลย

ดูบันทึกไลฟ์สด จากเพจ “Beartai : แบไต๋” ได้เลยจ้าาา!!

“หนุ่ย พงศ์สุข” พร้อมด้วยพิธีกร beartai 12+ อย่างสาวสวย ลูกแก้ว ศรีกานต์ รับหน้าที่เป็นพิธีกร พาไปงานเปิดตัว “เรือไฟฟ้า” ของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และได้สรุปข้อมูลให้พวกเราชาวแบไต๋ได้คุยกันต่อดังนี้ค่ะ…

  • เรือจะมีทั้งหมด 54 ลำ ออกให้บริการทันภายในสิ้นปีนี้ พร้อมเงินลงทุนในกรอบ 1,000 ล้านบาท
  • “เรือไฟฟ้า” จะวิ่งให้บริการจาก ท่าน้ำนนทบุรี – ไปท่าน้ำวัดราชสิงขร (ข้างเอเชียทีคฯ) ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ”โดยไม่มีเสียงออกมาเป็นมลภาวะ” และแน่นอนว่าระบบไฟฟ้าไม่มี PM2.5 ออกมาให้แสบจมูก!
  • เรือวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าด้วยความเร็ว 20กิโลเมตร : ชั่วโมง (แต่วิ่งแบบตัดเมืองตามลำน้ำ ถือว่าการใช้เวลา 1 ชั่วโมง จากเมืองนนท์มาถึงเจริญกรุงชั้นใน ก็ถือว่าไม่ทำให้เมื่อยกันจนเกินไป)
  • ที่นั่งของ “เรือไฟฟ้า” จัดทำไว้ 200 ที่นั่ง และยืนได้อีก พร้อม “ติดแอร์” เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารด้วย (ที่เน้นว่าติดแอร์ เพราะเรือด่วนเจ้าพระยาตอนนี้ไม่มีแอร์นะคะ)
  • เน้นการออกแบบที่คำนึงถึงความปลอดภัย และให้ความมั่นใจแก่ผู้โดยสารเป็นหลัก โดย “เรือไฟฟ้า” จะมีความโคลงเคลงน้อย ก่อให้เกิดคลื่นน้อยลง โดยมีโครงเรือที่แข็งแรง ป้องกันน้ำกระเด็นใส่ได้แน่นอนค่ะ
  • ราคาของผู้โดยสารนั้น นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวไว้เองเลยว่า…จะไม่สูงไปกว่าราคาเรือทั่วไปในท้องตลาด เพราะไฟฟ้าที่ใช้ก็ทำให้ประหยัดต้นทุนเดินทางไปได้มากแล้ว ดังนั้นจึงเอามาคืนให้ประชาชน ในแง่ของคุณภาพชีวิตดีกว่า
  • บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ลงทุนด้วยงบถึง 1,000 ล้านบาทเพื่อดำเนินการบริการนี้ และได้คุยไปถึง “ครึ่งทาง” แล้วกับทาง “กรมเจ้าท่า” เพื่อรอความพร้อมเปิดบริการได้ทันในสิ้นปีนี้
  • พร้อมการออกวางจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ของคนไทย 100% ยี่ห้อของตนเองคือ MINE Mobility ในราคาเริ่มต้นที่ 6 แสนบาท

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “วิศวกรที่ทำงานทั้งหมดคือคนไทย ที่นำ Know How มาจากการซื้อ Tesla มาแกะเป็นชิ้น ๆ และ Reverse Engineer หรือ ขั้นตอนกระบวนการการค้นหาโครงสร้าง หาฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์หรือระบบได้ ซึ่งล่าสุด ทาง Elon Musk ได้แจกแบบแปลนให้แล้ว นั่นทำให้การทำงานง่ายขึ้นอีก นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) คาดหวังว่า…อยากที่จะเปลี่ยนประเทศนี้ ให้มีพลังงานสะอาดใช้ ในราคาที่เป็นไปได้กับคนไทยมากที่สุดด้วยค่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!