Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

TrueMoney Wallet เผยผลประกอบการล่าสุด มีผู้ใช้งานกว่า 7 ล้านคน พร้อมจัดโปรฯ ใหญ่แจกหนักรวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท !!

ทรูมันนี่ ตอกย้ำความสำเร็จผู้นำอันดับหนึ่ง e-Wallet ในประเทศไทย เผยมูลค่าธุรกรรมทางการเงินบนแอปพลิเคชั่น TrueMoney Wallet ช่วงเดือน มกราคม – สิงหาคม 2561 กว่า 70,000 ล้านบาท ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการกว่า 7 ล้านราย และมีผู้ใช้บริการเป็นประจำเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า พร้อมเดินหน้านำเทรนด์ “Everyday payment เปย์แนวใหม่ จ่ายสบายได้ทุกวัน” ด้วย TrueMoney Wallet เพื่อนำเสนอบริการหลากหลายให้เข้าถึงทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้คน ผ่านกลยุทธ์ Online-to-Offline (O2O) พร้อมมอบความคุ้มค่าด้วยโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์มากมาย พร้อมตั้งเป้าเร่งขยายช่องทางการชำระเงิน และเดินหน้าเพิ่มจำนวนและจับมือร้านค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อยเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายยุคสังคมไร้เงินสดกว่า 100,000 จุดรับชำระ

ซึ่งปัจจุบันการชำระเงิน Content ต่าง ๆ บนโลกออนไลน์นั้น ความรู้สึกแรกเลยคือ การจ่ายเงินผ่าน TrueMoney Wallet พร้อมได้รับรางวัลแอปที่ใช้ง่ายและสะดวกทีีสุดถึง 2 ปีซ้อน เพราะการเติมเงินที่ง่าย สามารถเติมเงินได้ทั้งผ่านธนาคาร ร้านค้าต่าง ๆ รวมไปถึงตู้เติมเงินซึ่งรวมแล้วกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ

จุดเด่นของ TrueMoney Wallet

  • สามารถเติมเงิน Easy Pass ได้ทันที
  • จ่ายเงินผ่านร้านค้าต่าง ๆ กว่า 100,000 จุดทั่วประเทศได้อย่่างง่ายดาย
  • คุมค่าใช้จ่ายได้ง่าย เพราะต้องเอาเงินเติมลงไปก่อนถึงจะใช้เงินนั้น ๆ ได้
  • มีโปรโมชันพิเศษมากมาย โดยเฉพาะเกมต่าง ๆ ที่สามารถเติมผ่านช่องทางนี้ได้เลย
  • ไม่ต้องรับเศษเหรียญหรือนั่งนับเหรียญ ทำให้สามารถชำระเงินได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องกลัวคนว่า
  • และยังสามารถรับชำระแทนเงินสดได้อีกกว่า 100,000 จุดสำหรับร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Point&Pay นั่นเอง

นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า “ภาพรวมในปีที่ผ่านมา ทรูมันนี่เป็นบริษัทฟินเทคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุด ปัจจุบันเรามีผู้ใช้บริการใน 6 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย มียอดผู้ใช้บริการกว่า 21 ล้านคน และมีมูลค่าธุรกรรมทางการเงินรวมทุกประเภทกว่า 140,000 ล้านบาท เรายึดโมเดลให้บริการแบบไฮบริดที่ผสมผสานการให้บริการครอบคลุมทั้ง Payment และ Financial Service เนื่องจากวัฒนธรรมและพฤติกรรมที่แตกต่างกันในเรื่องของการใช้จ่ายของผู้คนแต่ละพื้นที่ในทั้ง 6 ประเทศที่เราให้บริการ เราดำเนินธุรกิจผ่านเครือข่ายตัวแทนท้องถิ่นที่มีอยู่มากกว่า 50,000 รายใน 5 ประเทศ นอกเหนือจากประเทศไทย เพื่อมุ่งหวังสร้างแพลตฟอร์มทางการเงินที่ตอบโจทย์การใช้งานที่ดีที่สุด ช่วยทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้ด้วยนวัตกรรมทันสมัย สะดวกและปลอดภัย เพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิม”

นางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า “ในปัจจุบันทรูมันนี่เป็นผู้นำอันดับหนึ่งของบริการ e-Wallet ในประเทศไทย เราสร้างประสบการณ์ความสะดวก สบาย รวดเร็ว และปลอดภัยสำหรับการใช้จ่ายผ่าน e-Wallet วันนี้มีผู้ใช้งานทรูมันนี่กว่า 7 ล้านรายซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่เราวางไว้ คาดว่านับจากวันนี้ไปถึงสิ้นปี 2562 จะมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า ด้วยเทรนด์วันนี้คือ Everyday Payment แพลตฟอร์มครอบคลุมการใช้จ่ายเงินประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเติมเงิน จ่ายบิล จ่ายเงินที่ร้านค้า ซื้อของออนไลน์ และเติมเกมเพื่อเพิ่มประสบการณ์ความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ตามพฤติกรรมการใช้งานสำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าต่างๆ”

โดย TrueMoney Wallet ได้สร้างโฆษณาซีรี่ส์ เพื่อชวนคุณมาใช้งาน ซึ่งโฆษณาจะเน้นให้เห็นถึง Pain point ของการใช้เงินสดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เหรียญ ได้เงินทอนเป็นเหรียญจำนวนมาก รวมไปถึงการช่วยบันทึกการยืมเงิน ก็เป็น 1 ในตัวช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น สะดวกสบายยิ่งกว่าเดิมมาก

นายธีรวัฒน์ ติลกสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ทรูมันนี่มองเห็นพฤติกรรมมากมายของผู้ใช้ที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม ที่ผู้ใช้ชื่นชอบการใช้จ่ายผ่าน e-Wallet ไปกับสินค้าและบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การเดินทาง การเติมเกม การเติมเงิน หรือการจ่ายบิลต่างๆ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม จากในปัจจุบันที่มีจุดรับชำระกว่า 100,000 จุดแล้วนั้น ต่อจากนี้เป้าหมายของเราคือการเร่งขยายฐานพันธมิตรร้านค้ารายใหญ่และรายย่อยให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อขับเคลื่อนสังคมเข้าไปสู่สังคมไร้เงินสดอย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ เรายังมีแคมเปญ Welcome Bonus สำหรับลูกค้าใหม่ ที่จะได้รับเงินคืน 20 บาท ทันทีหลังจากการ log in ครั้งแรก และแคมเปญใหญ่พิเศษสำหรับลูกค้าทุกท่านกับแคมเปญ “Lucky Bag” เปิดปั๊บ รับเงินทุกถุง เพียงใช้จ่ายในร้านค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่ 30 บาทขึ้นไปผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ท หลังจากนั้นสามารถสแกน QR code ที่มีสัญลักษณ์ Lucky Bag เพื่อรับเงินสูงสุด 10,000 บาท โดยมีรางวัลรวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

เผยเกมใหม่ AxE: Alliance vs Empire ศึกสงคราม 2 อาณาจักรพร้อมอุบัติขึ้นแล้ววันนี้!

Published

on

เปิดตัวเกมใหม่ล่าสุด AxE หรือชื่อเต็ม Alliance vs Empire สงครามสองอาณาจักรที่เกิดจากความไม่ลงรอยกัน ฝั่ง Alliance จะเน้นความอิสระ ไร้กฎเกณฑ์ ต้องการเสรีภาพ แต่ฝั่ง Empire จะเน้นหลักการณ์และกฎเกณฑ์ จึงทำให้เกิดศึกนี้ขึ้น โดยเป็นเกมบนมือถือทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ที่มีความสวยงามของกราฟิกและระบบการเล่นแบบ 360 องศาครั้งแรกของเกมมือถือ!

สเปคขั้นต่ำที่ต้องการ

  • CPU 8 Core 2.3 GHz
  • Ram 3 GB
  • Rom 3GB
  • Android 5.0 Lollipop หรือ iOS 9 ขึ้นไป

AxE เป็นเกมแนว MMORPG สุดแนวที่จะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายเพื่อเข้าต่อสู้กันบนภาพกราฟิกสวยงาม ลื่นไหล และแมพที่กว้างมาก ๆ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายจะมีอาชีพที่ต่างกันให้คุณได้เลือกอย่างอิสระ

ฝั่ง Alliance

Blademaster

นักดาบสายลุยที่มาพร้อมสกิลสายประชิดที่รุนแรง รวดเร็ว ผู้คอยช่วยเหลือผู้คน

Titan

นักรบสายแทงก์สุดถึก ผู้เร่รอนในทะเลทรายที่มาพร้อม

Archer

นักธนูที่มาพร้อมความสามารถในการซับพอร์ตเพื่อนร่วมทีมได้ ผู้ใช้พลังธรรมชาติ

ฝั่ง Empire

Valkyrie

สาวนักดาบที่สมดุลทั้งรุกและรับ ผู้เชี่ยวชาญการใช้ดาบและโล่

Warrior

นักรบผู้กล้าหาญ

Mage

สาวน้อยนักเวทย์ผู้ใช้พลังแห่งธาตุ

เกม AxE จะเป็นเกมแรกที่ Nexon เปิดตัวเป็นเกมแรกในปี 2019 ซึ่งโด่งดังในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งเกมนี้สามารถทำรายได้เป็นอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ โดยการย้ายมาที่ตลาดฝั่ง SEA นี้จะถูกปรับราคาของภายในเกมที่ถูกลงตอบรับกับฐานของผู้เล่น ซึ่งเกมนี้มั่นใจว่าจะสร้างรายได้เป็นตลาดที่เติบโตสูงมากที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน ซึ่ง dtac ก็เป็น 1 ในผู้สนับสนุนที่ดีเสมอมาของ Nexonอิศร์ เตาลานนท์ CEO เน็กซอน (ไทยแลนด์)

โดยเกม AxE เป็นเกม Mobile แนว Fantasy MMORPG ซึ่งต่างจากเกม Mobile อื่น ๆ ซึ่งการเล่นจะต้องคอยระวังฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลา บนพื้นที่การเล่นขนาดใหญ่ และจะมี Content ที่หลากหลายตั้งแต่ Raid ลุยบอส ดันเจี้ยนต่าง ๆ โหมดรุกรานที่บุกฝ่ายศัตรู รวมไปถึงศึกสงครามระหว่างกิล ซึ่งศึกทุกอย่างจะเป็นรูปแบบ Realtime เพื่อสร้างความตื่นเต้นในการเล่น และผู้ชนะจะได้รับของรางวัลเพื่อพัฒนาตัวละครของเรา ซึ่งผู้ที่เคยเล่นในแต่ละประเทศ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเกมนี้จะสามารถมอบประสบการณ์ในกทรเล่นเกมที่ไม่เคยมีในเกม Mobile อื่น ๆ อย่างแน่นอน และผู้เล่นชาวไทยจะได้มีกิจกรรมเปิดเพื่อต้อนรับการมาของเกมนี้อีกด้วยMR.Seong-Uk Choi Deputy Division Manager of Mobile Division, Nexon

FEATURE เด่น ของเกม AxE

  • เป็นเกมแนว MMORPG มุมมอง 360 องศาบนแผนที่ Openworld เกมแรกที่ให้บริการบนมือถือ
  • กราฟิคสวยงามอลังการ
  • Field Boss ออกผจญภัยไปในพื้นที่กว้างใหญ่และพิชิตบอสสุดโหด
  • ระบบ PK ที่สามารถต่อสู้กับอีกฝ่ายได้ทันทีโดยไม่มีบทลงโทษ
  • สามารถล้างแค้นได้ทันที พร้อมระบบ Track ศัตรูที่ทำให้เราสามารถแก้แค้นได้
  • โหมด PVP 4v4 สุดมันส์
  • โหมด PVP 75 vs 75 เพื่อพิชิตบอสใหญ่มังกรทอง พร้อมรับไอเทมสุดพิเศษ (จะเปิดให้เล่นในอนาคต
  • ระบบ Guild Wars สุดมันส์

dtac รู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ ที่ได้จับมือกับ Nexon สำหรับเกม AxE นี้ ซึ่งวันนี้ dtac ตั้งใจก้าวไปข้างหน้ายิ่งกว่าผู้ให้บริการอื่น ๆ โดยเฉพาะ อินเตอร์เน็ต 5G ที่กำลังมาถึง ซึ่งจะช่วยให้อินเตอร์เน็ตมีความเร็วขึ้นและความแลคที่แทบไม่มี โดยปัจจุบันมีเกมเมอร์ในประเทศไทยแล้วกว่า 20 ล้านคน โดยผู้เล่นเกมนี้บนเครือข่าย dtac นอกจากความสะดวกสบายด้านการจ่ายเงินแล้ว ยังมีโอกาสได้รับไอเทมในเกมที่มีมูลค่าสูงสุด 3,000 บาทอีกด้วย แถมถ้าใครซื้อไอเทมในเกมผ่านระบบดีแทคจะได้รับโปรโมชั่นพิเศษเพิ่มอีก 50% อีกด้วยThibaut Girard - Head of Strategy and Innovation - DTAC

สิทธิพิเศษของลูกค้า dtac

สำหรับลูกค้า dtac นอกจากจะได้รับไอเทมสุดพิเศษมูลค่าสูงสุด 3,000 บาทแล้ว สำหรับใครที่เติมเงินผ่าน dtac จะได้รับโบนัสเพิ่มอีก 50% ทันที

สิทธิพิเศษของลูกค้า 3BB

สำหรับใครที่ร่วมสนุกกับกิจกรรมบน Fanpage 3BB ก็ลุ้นรับไอเทมในเกม รวมไปถึงกิจกรรม Gamehub ก็จะได้รับไอเทมรวมมูลค่า 660 บาทไปเลย

เกม AxE เปิดตัวแล้ววันนี้ คุณพร้อมเข้าร่วมสงครามแล้วหรือยัง ถ้าพร้อมแล้วโหลดได้เลยทั้งบน iOS และ Android

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

กลับมาอีกครั้งกับ dtac Accelerate Batch 7 พร้อมเปิดรับสมัครแล้ววันนี้!

Published

on

อีก 1 โครงการดี ๆ สำหรับเหล่า Startup รุ่นใหม่ที่ทาง dtac จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 7 กับ dtac Accelerate Batch 7 โดยปีนี้ได้มีการจัดหลักสูตรใหม่ A Academy สำหรับสตาร์ตอัป ที่จัดอยู่ในกลุ่มการลงทุน ระดับซีรี่ส์ A เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในภูมิภาคเอเชียและระดับโลก โดยปีนี้ dtac ได้เปิดเผยว่า ต้องการกลุ่มสตาร์ตอัป 4 สายหลัก ๆ คือ

4 กลุ่มสตาร์ตอัปที่ dtac Accelerate Batch 7 ตั้งใจผลักดัน

  1. Tech Startup ที่เน้นสร้างเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตยุค 5G ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้
  2. Smart Farming เพราะประเทศเราเป็นประเทศแห่งการเกษตรที่มีเกษตรกรจำนวนมาก ถ้าได้รับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีแล้ว พวกเขาก็จะสามารถสร้างผลผลิดและผลกำไรขึ้นมาได้อย่างมากมายมหาศาลต่อประเทศชาติ
  3. Health Tech เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ เทคโนโลยีด้านสุขภาพก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้
  4. Education Tech (Educational Technology) เป็นอีก 1 เรื่องที่คนไทยกำลังตื่นตัวกับภาคการศึกษา เพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้เก่งขึ้นกว่าเดิม โดยไม่จำเป็นต้องศึกษาแค่ในตำราเพียงอย่างเดียว เพราะความรู้ในยุคนี้เปลี่ยนเร็วมาก เราจึงต้องมีการพัฒนาความรู้อยู่ตลอดเวลา

คุณ อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)

ดีแทคมีความตั้งใจที่จะนำเอาดีแทค แอคเซอเลอเรท สตาร์ตอัพเข้ามาช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจใน 2 ด้านหลักคือ

  1. สร้างพลังในการขับเคลื่อนองค์กรใหญ่ของดีแทค ไปสู่ Digital Transformationโดยการปรับวัฒนธรรมการทำงานในองค์กรแบบอไจล์ (Agile) ที่นำเอาแนวคิดการทำงาน และที่ปรึกษาสตาร์ตอัพ จาก ดีแทค แอคเซอเลอเรท เข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานของพนักงานในองค์กร เพื่อพัฒนางานให้ได้ประสิทธิภาพตามเป้าหมาย
  2. การสร้างระบบนิเวศน์ เป็นหัวใจสำคัญของการเปิดให้บริการ 5G รวมทั้งหากรณีศึกษา เพื่อการใช้งานจริงในโลกธุรกิจ ดีแทค แอคเซอเลอเรท เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของดีแทคจะช่วยผลักดันให้เกิดบริการที่สร้างสรรค์ โดยได้นำเอาแพลตฟอร์มของสตาร์ตอัพ มาช่วยสนับสนุนต่อยอดนำเทคโนโลยีมาพัฒนาบริการ ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจและสังคมโดยการแสวงหาความร่วมมือ จากหลายหน่วยงาน และนำเอาสตาร์ตอัพเข้าร่วมโครงการทดสอบ 5G Testbed สนามทดลองขนาดใหญ่เพื่อเร่งรัดการพัฒนาระบบ 5G โดยมีแพลตฟอร์มจากสตาร์ตอัพ Ooca และ Globlish เข้าร่วมทดสอบด้วยคุณ อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)

ปลดล็อคสตาร์ตอัปไทย ขึ้นแท่นยูนิคอร์น

ปัจจุบันดีแทค แอคเซอเลอเรทมีสตาร์ตอัพที่ผ่านการระดมทุนระดับ Series A จำนวน 6 ธุรกิจในขณะที่ยังมีอีก 23 ธุรกิจที่ผ่านการระดมทุนระดับเริ่มต้น (Seed) โดยมูลค่าของการระดมทุนจะอยู่ในช่วง 20,000 – 50,000 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 600,000 – 1.5 ล้านบาท ซึ่งยังไม่สามารถระดมทุนต่อไปถึง Series A ได้ ดังนั้นจึงเปิดตัวโครงการ A Academy นี้ขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจสตาร์ตอัพเหล่านั้นให้ก้าวไปสู่การระดมทุนระดับ Series A โดยในโครงการนี้ จะมุ่งเน้นไปที่การเตรียมความพร้อมสำหรับ การระดมทุนในรอบการระดมทุนที่มีมูลค่าสูง รวมไปถึงการเข้าถึงลูกค้าที่มากขึ้น และการนำเทคโนโลยีขั้นสูง เข้ามาปรับใช้กับธุรกิจ เช่น นำการเรียนรู้ของ Machine Learning และ AI มาปรับใช้กับธุรกิจ เป็นต้น

ในโครงการนี้ ได้เชิญ VC ชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย เช่น 500Tuktuks/ Golden Gate Ventures/ Line Ventures/ KK Fund และ Monk’s Hill Ventures เข้ามาให้ความรู้เกี่ยวกับการระดมทุน การจัดรูปแบบด้านการเงิน และแบ่งปันเทคนิคต่างๆ และยังได้ร่วมมือกับ Google Launchpad Accelerator นำหลักสูตรผู้บริหาร ของ Google “Leaders Lab” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหลักสูตรผู้บริหารสำหรับบริษัทเทคโนโลยีที่ดีที่สุด มาฝึกอบรมให้กับสตาร์ตอัพ รวมถึงผู้เชียวชาญด้าน Machine Learning และAI จาก Amazon Web Service และ Google Cloud

หลักสูตร A Academy นับเป็นโครงการที่จะช่วยให้ธุรกิจสตาร์ทอัพสามารถที่จะสร้างมูลค่าของบริษัทให้ได้ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสตาร์ตอัพสัญชาติไทยที่เป็นหนึ่งในโครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท ให้กลายเป็นยูนิคอร์นต่อไป สำหรับเป้าหมายของดีแทค แอคเซอเลอเรท ปี 7 คือ มองหาธุรกิจที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมทางด้านสุขภาพ เกษตรกรรม อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน e-commerce การท่องเที่ยว insurtech และอื่นๆ

การลงทุนในสตาร์ตอัปไทย ตกต่ำลงเป็นปีแรก

ในประเทศไทยมีสตาร์ตอัพไม่ถึง 10% ที่ได้รับการลงทุนจาก Seed ไปถึง Series A อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยมาก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ดีแทค แอคเซอเลอเรท เข้ามาช่วยปลดล็อคการลงทุนใน Series A เพื่อช่วยให้ สตาร์ตอัพไทย เติบโตต่อไปได้

ซึ่งในกลุ่มสตาร์ตอัพ ดีแทค แอคเซอเลอเรท มีถึง 25% ที่สามารถระดมทุนจาก Seed ถึง Series A ซึ่งเราอยากที่จะเพิ่มอัตราส่วนการลงทุนในสตาร์ตอัพไทยให้ได้มากกว่านี้ การลงทุนในสตาร์ตอัพไทยข้อมูลจาก Techsauce Startup Report 2561 ระบุถึงสถิติการลงทุนในสตาร์ตอัพไทย ตั้งแต่ปี 2558 มีการลงทุนเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงปี 2561 ที่ผ่านมา การลงทุนลดลงเหลือเพียง 61 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปี 2560 ที่มีจำนวน 105 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะไม่มีการลงทุนในดีลใหญ่ๆที่มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านบาท เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา

สาเหตุหลักที่ไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่มี 3 ประการคือ

  1. นักลงทุนหันไปลงทุนในประเทศ กลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มากกว่าในไทย เช่น ไปลงทุนที่เวียดนาม เนื่องจากมีคนที่มีความสามารถทางด้านเทคโนโลยีที่มากขึ้น ทำให้เวียดนามสามารถดึงดูดนักลงทุนให้ไปลงทุนได้มากกว่า ในเวียดนามมีการลงทุนถึง 890 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก 92 ดีล
  2. การแข่งขันที่รุนแรง จากแพลตฟอร์มซุปเปอร์แอป (super app) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่ครอบคลุมทุกบริการ และต้องการให้ผู้บริโภคเข้ามาใช้งานเป็นประจำทุกวัน ทำให้สตาร์ตอัพในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก และขนาดกลาง ต้องออกจากธุรกิจไป เนื่องจากสู้กับซุปเปอร์แอปเหล่านี้ไม่ได้ เช่น Line และ Grab ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซุปเปอร์แอปดังกล่าว แสวงหาความร่วมมือกับพันธมิตร หรือควบรวมกิจการ สร้างอีโคซิสเต็ม ขยายบริการใหม่ๆ ที่ตอบสนองผู้ใช้งานได้ครบครันในแอปเดียว เช่น บริการ ส่งของ ส่งอาหาร บริการด้านการเงิน ทำให้ผู้ใช้งานสะดวกสบาย โดยไม่ต้องใช้แอปอื่น
  3. ต้นทุนในการได้มาซึ่งลูกค้า (Customer Acquisition Cost: CAC) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจสตาร์ตอัพจำนวนมากจึงเริ่มที่จะเปลี่ยนรูปแบบจาก B2C (Business to Consumer) คือ การที่ธุรกิจขายสินค้าและบริการให้แก่ผู้บริโภคทั่วๆไปโดยตรง ไปสู่ B2B (Business to Business) ทำธุรกิจโดยขายสินค้าหรือบริการ ให้กับลูกค้าที่เป็นลูกค้าองค์กร ไม่ใช่รายบุคคล เพื่อสร้างรายได้ที่มากขึ้น ซึ่งรูปแบบธุรกิจ แบบ B2B ที่มีศักยภาพในการเติบโตแบบก้าวกระโดด (scalable business model) ได้นั้นก็ทำได้ยากคุณสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท

ในปี 2561 ที่ผ่านมา มีการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัปสัญชาติไทยทั้งสิ้น 34 รายการ โดยมีมูลค่าระดมทุนทั้งสิ้น 61 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมี 7 รายการที่เป็นสตาร์ตอัพจาก ดีแทค แอคเซอเลอเรท โดยมีมูลค่าระดมทุนทั้งสิ้น 11 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบเท่ากับ 17% ของการลงทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งธุรกิจสตาร์ตอัพไทยที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ Fastwork ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพที่มีมูลค่าการระดมทุนสูงที่สุดในระดับ Series A ที่ผ่านมา นอกจากนี้ Ricult เองก็ได้รับการระดมทุนระดับ Seed Fund ที่สูงที่สุดของหมวดเกษตรกรรมประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเช่นกัน ปัจจุบันดีแทค แอคเซอเลอเรท มีสตาร์ตอัพในโครงการรวมทั้งสิ้น 46 ธุรกิจ ซึ่งมีอัตราความสำเร็จของธุรกิจคิดเป็น 70% โดยคิดเป็นมูลค่ารวมอยู่ที่ 5.1 พันล้านบาท และมีปริมาณการระดมทุนคิดเป็นมูลค่า 870 ล้านบาท

ดีแทค แอคเซอเลอเรท ปี 7 เปิด 2 หลักสูตร คือ

  1. หลักสูตรบ่มเพาะสตาร์ตอัพน้องใหม่ ทั้งในระดับ Incubator Track สำหรับ ผู้ที่มีไอเดีย แต่ยังไม่เกิดเป็นธุรกิจและ Accelerator Track สำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างรวดเร็ว

  2. หลักสูตร A Academy สำหรับสตาร์ตอัพในครอบครัวดีแทค แอคเซอเลอเรท ที่จัดอยู่ในกลุ่มการลงทุนระดับ ซีรี่ส์ A โดยร่วมกับ Google / 500 สตาร์อัพ และ VCs กลุ่มนักลงทุนชั้นนำในเอเชีย เป็นการสนับสนุนเส้นทางการหาเงินทุน ที่จะช่วยให้สตาร์ตอัพได้เงินทุนในมูลค่าถึง 100 ล้านเหรียญ และช่วยผลักดันสตาร์ตอัพในครอบครัวดีแทค แอคเซอเลอเรท ได้เป็นยูนิคอร์นจากประเทศไทย เป็นรายแรก

Partner ผู้สนับสนุน dtac Accelerate Batch 7

  • KBTG นั้นตั้งใจเข้ามาเป็น partner ในครั้งนี้เพื่อต้องการเรียนรู้จาก Community ว่าปัจจุบันเทรนด์ต้องการอะไรมากขึ้น โดย KBTG ยังเปิดโอกาสให้เหล่าสตาร์ตอัปเข้ามา ใช้งาน Innovation sandbox เพื่อทดลอง Use case ซึ่งจะมีทั้งฝั่ง Machine Learning และ Block chain รวมไปถึงด้าน Cyber security
  • LINE Scaleup จะเป็น 1 ใน oppunity สำหรับ startup ที่ผ่านช่วง Accelerate มาแล้ว เพราะ LINE จะเป็น 1 ในตัวช่วยผลักดัน Startup ไปสู่ระดับ Globalization ได้
  • เมืองไทยประกันชีวิต เป็น Partner ในด้านครอบครัว ซึ่งเมืองไทยประกันชีวิตก็เน้นการทำงานในส่วนนี้อยู่แล้ว ซึ่งทุก ๆ ปีก็จะมีทีมที่เข้ามาช่วยให้โอกาส startup รวมไปถึงการมอบ group health benefit ให้กับกลุ่ม startup กว่า 10 ล้านบาท
  • siriventures เป็นปีที่ 2 ที่เข้ามาสนับสนุน dtac accelerate ซึ่ง siriventure จะขยายมาเป็น Health Tech เพราะลูกบ้านหลาย ๆ คนเริ่มเข้าสู่ Ageing Society โดยปีนี้จะเปิดตัว The first Prop tech Sandbox สำหรับ Startup โดยเป็น playground ให้กับ startup เพื่อทดสอบ concept และ solution ต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ
  • ExpresSo จาก ปตท. ได้เปิดเผยว่า ทาง ปตท. ก็มี PTT Innovation Labs โดย focus ไปทางด้าน EV หรือพลังงานบริสุทธิ์ โดยมีทีม Connect startup ต่าง ๆ กับ corporate ซึ่งสามารถช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าได้

สำหรับใครที่สนใจ dtac Accelerate Batch 7 ก็เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 16 เมษายนนี้ สามารถส่งใบสมัครได้ที่นี่เลยครับ

https://accelerate.dtac.co.th/en/home

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

Under Armour เปิดตัว ‘HOVR’ รองเท้าวิ่งฝังชิป เชื่อมต่อทุกย่างก้าว พร้อมประสบการณ์วิ่งที่ลื่นไหลกว่าเดิม

Published

on

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อันเดอร์ อาร์เมอร์ (Under Armour) ได้เปิดตัวรองเท้าซีรีส์ใหม่ในปี 2562 ภายใต้ชื่อเทคโนโลยี HOVR รองเท้าสำหรับวิ่งที่ผสมนวัตกรรมแผ่นรองรับแรงกระแทกรุ่นใหม่ล่าสุด และมาพร้อมกับชิปที่ฝังในรองเท้า ทำให้ติดตามได้ทุกก้าวและประมวลผลการวิ่งทุกครั้งผ่านแอปพลิเคชั่น MapMyRun

มิสเตอร์ไมเคิล บิงเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท ทริปเปิ้ล จำกัด ผู้ได้รับสิทธิการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของอันเดอร์ อาร์เมอร์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่เพียงผู้เดียว กล่าวว่า “อันเดอร์ อาร์เมอร์ ไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาและมองหานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อมอบชุดกีฬาคุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีในชุดกีฬาเข้ากับโลกดิจิตอลในครั้งนี้ ทำให้อันเดอร์ อาร์เมอร์ ตอบโจทย์พฤติกรรมและสามารถสื่อสารกับกลุ่มนักวิ่งได้โดยตรง ซึ่งปี 2562 นี้ อันเดอร์ อาร์เมอร์ มุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์การวิ่งให้ดียิ่งขึ้นด้วยการเชื่อมต่อพวกเขาเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิตอลที่เข้าใจความต้องการ และนำไปสู่การพัฒนาการวิ่งที่มีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี”

มิสเตอร์ไมเคิล บิงเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท ทริปเปิ้ล จำกัด ผู้ได้รับสิทธิการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของอันเดอร์ อาร์เมอร์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่เพียงผู้เดียว

มิสเตอร์ไมเคิลยังเสริมอีกว่า “หลังการเปิดตัวของรองเท้าเทคโนโลยี HOVR ที่มีชิปการติดตามเมื่อปีที่ผ่านมา อันเดอร์ อาร์เมอร์ สามารถแทร็กการวิ่งได้ทั้งหมดมากกว่า 1 ล้านไมล์ผ่านแอพพลิเคชั่น MapMyRun ซึ่งเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้แนะนำแอพพลิเคชั่นนี้ให้กับ นักวิ่งในประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเจริญเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค เพื่อให้พวกเขาได้รับประสบการณ์การวิ่งที่เชื่อมต่อเข้ากับโลกดิจิตอลได้ดีที่สุด และมีส่วนร่วมใน Under Armour Connected Community ซึ่งมีสมาชิกแล้วมากกว่า 245 ล้านยูสเซอร์”

ในส่วนของรองเท้าที่ทางอันเดอร์ อาร์เมอร์ เปิดตัวใหม่ภายใต้ซีรีส์ HOVR ประจำปีนี้นี้ มีทั้งสิ้น 5 คู่ด้วยกัน ประกอบด้วยรุ่น HOVR Infinite, HOVR Sonic 2, HOVR Guardian, HOVR Phantom SE และ HOVR Velocity 2

This slideshow requires JavaScript.

โดยทุกรุ่นที่กล่าวมานี้จะมีแผ่นรองกันกระแทกที่ผลิตจากสารประกอบโฟม แผ่นรองนี้เป็นนวัตกรรมที่อันเดอร์ อาร์เมอร์ ได้ร่วมกับแบรนด์ Dow Chemical สร้างสรรค์ขึ้นมา และยังห่อหุ้มด้วย Energy Web โครงสร้างตาข่ายที่ช่วยคงรูปร่างของแผ่นรองกันกระแทกไว้ให้เหามะและเข้ากับแผ่นเท้าของคุณ รองรับแรงกระแทก และคือแรงส่งที่มีความแข็งแรง รวมถึงป้องกันอาการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้นจากการวิ่งโดยที่ลงแรงวิ่งไม่สม่ำเสมออีกด้วย

ไฮไลท์ที่สำคัญของรองเท้าทั้งห้ารุ่นย่อยนี้ก็คือ การฝังชิปลงไปในรองเท้า โดยจะฝังในรองเท้าข้างขวา ทำการเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธผ่านแอปพลิเคชั่น MapMyRun ซึ่งแอปนี้ ทางอันเดอร์ อาร์เมอร์ ได้พัฒนาขึ้นมา ตัวแอปจะทำหน้าที่วิเคราะห์และให้ข้อมูลการวิ่งได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำ ทำให้สามารถประเมินสมรรถภาพจากการวิ่งในแต่ละครั้งที่ผ่านมา และยังช่วยวางแผนการวิ่งในครั้งถัดๆ ไป ได้อีกด้วย

แอปพลิเคชั่น MapMyRun

ข้อดีอย่างหนึ่งของแอปพลิเคชั่น MapMyRun ก็คือ สามารถเชื่อมต่อเข้ากับรองเท้าของคุณผ่านบลูทูธ และทำการซิงค์ข้อมูลในทุกครั้งที่วิ่ง ซึ่งไม่ได้มีแค่วิ่งอย่างเดียวที่ตัวแอปสามารถวัดค่าได้ ยังสามารถกำหนดได้ว่าคุรกำลังทำกิจกรรมอะไรอยู่ในช่วงเวลานั้น และไม่จำเป็นที่จะต้องพกสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ทวอทช์ที่เชื่อมต่อกับรองเท้าของคุณไปในทุกครั้งที่วิ่ง เป็นการช่วยเพิ่มสมาธิในการวิ่งและทำให้การวิ่งนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมอีกด้วย

ในส่วนของฟีเจอร์ต่างๆ ของแอป มีดังนี้

  • In Depth Coaching การวิเคราะห์เชิงลึกที่ให้ผลลัพธ์ตรงกับผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำ เสมือนมีโค้ชวิ่งส่วนตัว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • Customized Training Plan การออกแบบแผนการซ้อมวิ่งเฉพาะตัวบุคคล โดยกำหนดจากค่าน้ำหนัก และส่วนสูงของนักวิ่งแต่ละคน
  • Track Achievement การติดตามผลการวิ่งและการซ้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปประเมินและอกกแบบการวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้
  • Metrics การแสดงค่าและคำนวนผลต่างๆ ที่ควรรู้ในการออกกำลังกาย เช่น ระยะความยาวก้าว จำนวนก้าว การเร่งความเร็ว
  • Friends and Challenge Community ชุมชนออนไลน์ที่ให้ผู้ใช้ได้พบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงแข่งขันกันในกลุ่มนักวิ่งที่มีมากกว่า 245 ล้านยูสเซอร์

สำหรับรองเท้าอันเดอร์ อาร์เมอร์ซีรีส์ HOVR ทั้งห้ารุ่น ประจำปี 2562 นี้ มีวางจำหน่ายตามอันเดอร์ อาร์เมอร์แบรนด์ช็อป ทั้ง 9 สาขา ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

  • Siam Center
  • Central World
  • Mega Bangna
  • Zpell @ Future Park
  • เซ็นทรัล ลาดพร้าว
  • เซ็นทรัล เวสต์เกต
  • เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา
  • จังซีลอน ภูเก็ต
  • ไอคอน สยาม

และยังรวมไปถึงสาขาในสยามพารากอน, ดิเอ็มโพเรี่ยม, ดิเอ็มควอเทียร์ และ Official Dealers ของอันเดอร์ อาร์เมอร์ ทั่วประเทศ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.underarmour.co.th หรือทางเฟซบุ๊กเพจ UnderArmourThailand และทางอินสตาแกรม @UnderArmourTh

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!