Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

“Blockchain Thailand Genesis” เผยทิศทางขับเคลื่อนเทคโนโลยี Blockchain และ Cryptocurrency

Blockchain Thailand Genesis งานสัมนาด้านบล็อกเชน งานแรกที่จัดโดยคนไทยเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับนักลงทุนรายย่อยที่มองหาสินทรัพย์เพื่อการลงทุนรูปแบบใหม่ในยุคเริ่มต้น รวมไปถึง ผู้ประกอบการต่าง ๆ ที่ต้องการนําเทคโนโลยีบล็อกเชน มาประยุกต์ใช้เช่นการระดมทุนรูปแบบใหม่เรียกว่า ICO ที่กําลังเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งจํานวนเงินทั้งหมดที่ได้ทําผ่าน ICO ทั่วโลกระหว่างปี 2017-2018 มีมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท 1 ในเหตุผลสําคัญที่ทําให้การระดมทุนแบบ ICO เติบโตอย่างต่อเนื่องคงหนีไม่พ้น การทําให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ทั่วโลก ไม่จํากัดแค่เพียงในประเทศตนเอง

ซึ่งการให้ความรู้ การส่งเสริมพัฒนาและสนับสนุนจากทั้งทางภาครัฐและเอกชนให้กับผู้ประกอบการ ก็จะช่วยทําให้มีเงินทุนนอก ประเทศไหลเข้ามาภายในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีมากยิ่งขึ้น

คณะผู้จัดงาน Blockchain Thailand Genesis เผย งานนี้จัดขึ้นในแนวคิดที่อยากให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยี บล็อกเชน และคริปโตเคอเรนซี่ อย่างแท้จริง โดยจัดขึ้นวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ อาคาร KXTower ชั้น 7 – 10 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการทั้งในไทยและต่างประเทศรวมถึงประชาชนที่ให้ความสนใจเข้ามา ร่วมงานกันอย่างล้นหลาม เพราะเนื่องจากมีวิทยากรชื่อดังและผู้มีชื่อเสียงในวงการมากมาย อาทิ คุณกรณ์ จาติกวณิช ประธานสมาคมฟินเทคประเทศไทย, คุณอัญชิสา ฐาปนากรวุฒิ เจ้าหน้าที่อาวุโสแผนก Fintech จากหน่วยงาน กลต. คุณ อัครเดช เดี๋ยวพานิช ผู้ก่อตั้งเพจชื่อดัง Coinman, ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ICORA, คุณสถาพน พัฒนะ คูหา CEO ของบริษัท SmartContract Thailand, คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้ก่อตั้งสือไอทีชื่อดัง beartai, คุณท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา Group CEO ของ Bitkub และวิทยากรผู้ทรงความรู้ท่านอื่น ๆ อีกหลายท่าน

พบหัวข้อดี ๆ จากวิทยากรชื่อดัง

หัวข้อ The Future of Financial World การเงินของโลกอนาคต โดยคุณ กรณ์ จาติกวณิช

เงินเกิดขึ้นมาเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้า แต่สิ่งทุกคนอาจจะไม่รู้มาก่อนคือ เรายังมีสิ่งที่มาก่อนเงินนั่นคือ

“หนี้”

พอมีหนี้แล้วจะต้องมีหลักฐานการแสดงความเป็นหนี้ และสุดท้ายก็สร้างเงินขึ้นมาเพื่อนำมาบังคับใช้หนี้

จุดสำคัญของเงินคือสิ่งที่ใช้ได้โดยสะดวก เป็นที่ยอมรับ ถือครองได้ พกพาได้ และสามารถรักษามูลค่าของมันได้ ถ้าตกหล่นในข้อใดข้อหนึ่งแล้ว จะไม่สามารถรักษาค่าของเงินได้ ถ้าเงินไม่น่าเชื่อถือ มูลค่าก็จะลดลง เช่นเงินดอลล่าร์ซิมบับเวย์ที่มีสูญเสียมูลค่าไปเพราะภาครัฐฯ ไม่ยอมควบคุมการผลิตเงินออกมา จนทำให้เศรษฐกิจพัง

แต่อย่างไรก็ตาม เงินมี Painpoint สำคัญคือ

  1. ต้นทุนการถือเงิน จะต้องผ่านธนาคาร มีหน้าที่รวบรวมเงิน เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการใช้จ่ายของคนในประเทศ กลุ่มธนาคารไทยเป็นกลุ่มที่สร้างกำไรโดยรวมสูงที่สุดในโลก เทียบกับ 8.5% ของ GDP ซึ่งประเทศอื่น ๆ จะอยู่ที่ 4% แสดงให้เห็นว่าต้นทุนการใช้เงินบาทมีสูงมาก
  2. อัตราการแลกเปลี่ยนของสกุลเงินที่แตกต่างกัน และต้องมีค่าแลกเปลี่ยนที่สูง
  3. การแทรกแซงทางนโยบายโดยเฉพาะทางการเมืองของแต่ละประเทศ

จึงเป็นที่มาของ Bitcoin ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้เพราะ

  1. Bitcoin ไม่มีผู้กำหนดค่าเงินได้แต่เพียงผู้เดียว ไม่สามารถแทรกแซงได้ มี Algoritum ที่ตายตัว
  2. มี Supply จำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ
  3. การใช้มีต้นทุนต่ำกว่า

แต่ทำไมถึงมูลค่า Bitcoin ถึงตกลงอย่างมหาศาลจาก 20,000$ เหลือเพียง 4,000$ ในเวลาเพียง 1 ปี

  1. ต้นทุนการผลิตมูลค่าสูงกว่าที่ควรจะเป็น
  2. มีค่า Gas สูงกว่าที่ควรจะเป็น
  3. มีการใช้เวลาในการ Transfer สูง
  4. ไม่มีความปลอดภัยในการถือครองผ่านระบบ E-Wallet สูง สถิติเผยว่า 30% เคยถูก Hack มาแล้ว ซึ่งโลกของ Crypto นี้ไม่มีโอกาสแจ้งความอะไรได้
  5. มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้าน Cryptocurrency เพิ่มขึ้น
  6. มีการทำ Hard forge ออกมาอีกหลาย ๆ ประเภทของ Bitcoin ทำให้จำนวนกลายเป็นไม่จำกัดเหมือนเดิม

และปัจจุบันสกุลเงินต่าง ๆ เช่นเงินไทยก็มีการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ มีการใช้เงินสดที่ลดลง หันมาใช้ Mobile Banking หรือ QR Code ที่มากขึ้น ก็ทำให้คุณค่าของ Bitcoin ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แล้ว Cryptocurrency คืออะไรในตอนนี้?

ทำให้ตอนนี้ cryptocurrency กลายเป็นการเก็บความมั่งคั่งแทนที่จะเป็นเงิน หรือมองว่าจะต้องเป็น ICO เพื่อนำมาใช้งานให้สะดวกขึ้น แต่ยังไงก็ไม่ตอบโจทย์อยู่ดีเพราะไม่รู้จะเอาไปใช้งานอะไร เอาไปใช้ได้จริงหรือไม่ ถ้าใช้ได้ไม่จริงมูลค่าก็จะยังคงไม่เติบโตเช่นเดิม

จึงได้เกิด ICO ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Blockchain ซึ่งการระดมทุนจะเกิดขึ้นเมื่อทุกคนเชื่อในเทคโนโลยีนี้จริง ๆ

ซึ่ง กลต. ก็ออกกฎระเบียบมาอย่างชัดเจน เชื่อว่าจะช่วยให้การพัฒนาเทคโนโลยี Cryptocurrency ให้มากขึ้น ซึ่งต่างประเทศอย่างสิงคโปร์มองว่า White Paper แผ่นเดียวไม่สามารถป้องกันมิจฉาชีพเข้ามา ทำ ICO ปลอมได้

และอีก 1 Painpoint สำคัญคือด้านการเลือกตั้ง ทำให้เราไม่สามารถแทรกแซงคะแนนเสียงได้ แต่ปัญหาคือการ input ข้อมูลเข้าไปในระบบจะต้องถูกต้องด้วยถึงจะสามารถนำไปใช้งานได้

ขอให้มั่นใจว่าอนาคตของ Blockchain และ Cryptocurrency จะมีอยู่อย่างแน่นอน

DEPA กล่าวถึงเศรษฐกิจดิจิตอล

Blockchain มาพร้อมระบบความเชื่อ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงด้านข้อมูล ซึ่งกว่า 97% ของข้อมูลทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียง 2 ปีที่ผ่านมา

และความสามารถด้าน Computing ก็ได้พัฒนาขึ้นมากกว่าเดิมแบบ Exponantial ทำให้การ Transformation นี้ทำให้เริ่มเข้าสู่เศรฐกิจดิจิตอล ทำให้การเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่เคยได้เปรียบมาก่อน กำลังถูก Disrupt โดยองค์กรที่มีขนาดไม่ใหญ่แต่สามารถขยับตัวได้ไวเช่น Uber AirBNB หรือ Grab ที่เติบโตจาก Startup จนกลายเป็นบริษัทระดับหลักร้อยล้านเหรียญได้ในไม่กี่ปีเท่านั้น

และยุคถัดไปจะกลายเป็นยุคของ peer to peer economy ที่กลายเป็นยุคของ Trust technology ที่ทุกคนสามารถกลายเป็นเจ้าของได้ ในปัจจุบันเป็นยุค Sharing Economy แล้ว แต่นักเศรฐศาสตร์ไม่ชอบเพราะจะเกิดการครองส่วนแบ่งการตลาดไว้แต่เพียงผู้เดียว

แต่ถ้าเรามีเทคโนโลยี Blockchain นั้นจะเข้ามามีผลด้านการควบคุมข้อมูลของสินค้าเช่น รถยนต์ ที่จะทำให้คนซื้อมือ 2 รู้ว่ารถคันนี้ซ่อมกี่ครั้ง ที่ไหน เคยมีอุบัติเหตุหรือไม่ ทำให้ตรวจสอบได้อย่างง่ายดายและประเมินมูลค่าได้ทันที

ประเทศไทยมีแผนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ที่จะนำเข้าไปแทรกในทุก ๆ อย่าง และจะต้องมองไปข้างหน้า สำหรับเราแล้วเป็นประเทศที่หนีไม่พ้นด้านการเกษตร และอุตสาหกรรมด้านการผลิต ซึ่งถ้านำเอาเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“โลกเราเป็นเหมือน Beta world ถ้าคุณรออะไรให้มันเสร็จ คุณก็เป็นได้แค่ผู้แพ้เท่านั้น”Eric Schmidt 1 ในผู้ร่วมก่อตั้ง Google

งาน Blockchain Thailand Genesis นี้จะไม่ประสบความสําเร็จเลยถ้าขาดกลุ่มบริษัท 8 แห่ง ที่ร่วมแรงร่วมใจสรรค์สร้าง งานสัมนาในครั้งนี้ได้แก่ Bitcoin Addict Thailand, ICORA, Bitcoin center Thailand, Cryptonist, Blockchain review, CNX Crypto, Siam Blockchain และ Cryptomind ซึ่งทุกบริษัทได้ให้ความร่วมมือกันอย่างสามัคคี และพร้อมที่จะจับมือ กันเพื่อจัดงานสัมนาให้ความรู้แก่ประชาชนผู้ที่สนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชน และคริปโตเคอเรนซี่ ในโอกาสต่อ ๆ ไป อย่างแน่นอน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

ยังต้องพบใบขับขี่! เมื่อตำรวจไม่รับ “ใบขับขี่ดิจิทัล” เพราะเหตุใด? – ทนายออกความเห็นเรื่องนี้

Published

on

By

วันนี้เป็นวันแรกที่ประกาศใช้ใบขับขี่ดิจิทัลอย่างเป็นทางการโดยกรมขนส่งฯ จากการที่เคยนำเสนอข่าวเดิมไว้ ว่าประมาณกลางเดือนมกราคม 2562 จะได้ใช้อย่างเป็นทางการ

เหมือนจะเรียบร้อยดีแต่ว่า “ตำรวจดันไม่เอาด้วย”

เนื่องจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ยังไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง แต่ก็มีเหตุผลของเขา

พล.ต.ต.เอกลักษณ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กล่าวว่า “ทางปฏิบัติการเรียกตรวจผู้ขับขี่ทำผิดกฎหมายจราจร ผู้ขับขี่จะต้องแสดงใบขับขี่ต่อเจ้าพนักงานตำรวจจราจร” แต่ว่าเมื่อมีการปรับเปลี่ยนแล้วยังไม่สามารถทำได้ทันที ซึ่งเรื่องนี้ต้องนำเข้าพิจารณาผ่าน สนช. ในวันที่ 17 นี้  เนื่องจากต้องแก้ไข พ.ร.บ. ให้ยกเลิกการเรียกเก็บใบขับขี่ ให้รองรับนโยบายใหม่ของกรมขนส่งฯ โดยต้องอาศัยอำนาจตามมาตรา 140 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จราจรทางบกปี 2522 ไปก่อน

ส่งผลให้ช่วงที่ยังไม่ได้ประกาศ พ.ร.บ. ใหม่ อย่างเป็นทางการ ตำรวจยังมีสิทธิยึดใบขับขี่เดิมได้อยู่ ต้องพกติดตัวไว้  โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งทางกรมขนส่งฯ แล้วว่าขอเลื่อนการใช้ใบขับขี่ดิจิทัลไปก่อน

ด้านทนายก็ออกมาให้ความเห็น

ทนายรัชพล ศิริสาคร
ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ได้โพสต์ในเพจ “สายตรงกฎหมาย” ระบุว่า

“ในทางกฎหมาย หากมีการจับกุมข้อหาไม่พกใบขับขี่ ถือว่า สตช และ ขนส่ง ทำผิดต่อกฎหมาย เพราะเป็นผู้จงใจทำให้ประชาชนตกเป็นผู้เสียหาย จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับประชาชน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรื่องละเมิด มาตรา 420

ประเด็นถัดมาที่ตำรวจจะจับข้อหาไม่พกใบขับขี่นั้น โดยอำนาจไม่สามารถทำได้ เพราะเมื่อข้อกฎหมายไม่ชัดเจน หรือข้อกฎหมายขัดกันเอง ต้องยกประโยชน์ให้จำเลย หมายความว่า เมื่อประชาชนใช้ใบขับขี่ดิจิทัล ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้ทำได้ และเป็นการพกใบขับขี่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทางตำรวจจะมาบอกว่าผิดกฎหมายได้อย่างไร”

สรุปคร่าวๆ นะครับ เป็นเพราะว่าเนื่องจากทั้งสองฝ่าย ทำให้เกิดความสับสนนั่นเอง แทนที่จะดำเนินการให้พร้อมและค่อยประกาศใช้ ทำให้ประชาชนสับสน ถ้าดูจากเจตนาของประชาชนมันแสดงให้เห็นได้ชัดเจน

ที่มา: ไทยรัฐ, เพจ “สายตรงกฎหมาย”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

ชายสี่หมี่เกี๊ยว, SCB และ VISA ประกาศความร่วมมือ ซื้อบะหมี่ผ่าน QR Code ก็ง่าย รับส่วนลด

Published

on

วันนี้ (14 มกราคม) ธนาคารไทยพานิชย์ (SCB) ร่วมมือกับ VISA มุ่งสู่สังคมไร้เงินสด Cashless society ผนึกกำลังกับแฟรนไชน์สตรีทฟู้ดส์ชื่อดัง “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” เปิดมิติการชำระเงินรูปแบบใหม่ในระดับ Total Business Solution ที่แก้ปัญหา Painpoint ของเจ้าของกิจการได้อย่างตรงจุด  เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าไม่ต้องพกเงินสดอีกต่อไป

คุณพิมพ์ใจ ทองมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย Payments Product Sales and Delivery ธนาคารไทยพาณิชย์

Cashless Society ก้าวสำคัญในการพัฒนาประเทศ

คุณพิมพ์ใจ ทองมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย Payments Product Sales and Delivery ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เล่าวิสัยทัศน์ของธนาคารไทยพาณิชย์ว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของคนไทยมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น โดยเฉพาะแนวโน้มการใช้ E-Payment มีการเติบโตสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งด้านการใช้งาน internet banking และการชำระเงินผ่านสูงขึ้นมากจากการที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้งาน และความสะดวกสบายของผู้ใช้ เพราะทุกคนต่างก็พก Smartphone ติดตัวอยู่แล้วในยุคปัจจุบัน

โดยปัจจุบันมีการเติบโตของการใช้ดิจิตอลแบงก์กิ้งสูงขึ้นมาก โดยมีเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่มี่ 12 ล้าน และการทำธุรกรรมในปัจจุบันก็เติบโตสูงขึ้นมากในช่วงปีที่ผ่านมาจาก 237 ล้านธุรกรรมเป็น 711 ล้านธุรกรรม โดยเป้าหมายปี 2019 ของ SCB อยากให้แม่มณีเข้าสู่ร้านค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อย 2 ล้านร้านค้า และอีก 100,000 ร้านค้าที่รับบัตรเครดิต เพื่อช่วยในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง

ทำไมถึงต้องจับมือกับชายสี่บะหมี่เกี๊ยว?

เรียกได้ว่าคนไทยรวมไปถึงทุกคนบนโลกถือได้ว่าเรื่องอาหารเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมูลค่าตลาดอาหาร Street food มีการเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด ด้วยผลการค้นหากว่า 7,500,000 ครั้งในปี 2560 ก็เห็นได้ว่าคนค้นหา “ก๋วยเตี๋ยว” เป็นเทรนด์อันดับต้น ๆ ทาง SCB และ VISA ก็ได้เล็งเห็นโอกาสนี้ จึงเข้ามาจับมือกับร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น 1 ในร้านอาหารสตรีทฟู๊ดส์ประเภทก๋วยเตี๋ยวระดับแนวหน้าของประเทศไทยที่ใคร ๆ ก็รู้จักเป็นอย่างดี

ซึ่งนอกจากด้านการรับเงินจากลูกค้าแล้ว ทาง SCB ยังได้สร้าง Solution ให้ทางร้านแฟรนไชน์สามารถดำเนินงานได้ในรูปแบบ Cashless Society แบบครบวงจรเริ่มจากสายส่งที่ไปส่งของ ก็จะมีแอปฯ สำหรับให้ร้านค้าสแกน QR Code ขึ้นมาเพื่อสแกนและรับเงินเข้าสู่ระบบทันที ทำให้เจ้าของกิจการรู้ว่า แฟรนไชน์นี้ได้เงินเท่าไหร่ได้ทันทีโดยไม่ต้องมารวบรวมอีกครั้งในภายหลัง รวมไปถึงมีความปลอดภัยในด้านการจัดการเงินอีกด้วย

ประวัติร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว

คุณ พันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด

คุณ พันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด ได้เล่าประวัติร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยวว่า ได้เริ่มต้นกิจการขึ้นตั้งแต่ปี 2535 – 2537 จึงเริ่มตั้งชื่อชายสี่บะหมี่เกี๊ยว และก็ได้มีสาขาขึ้นมา และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันขยายธุรกิจไปแล้วกว่า 4,300 สาขาและกระจายจนไปถึงต่างประเทศ ซึ่งเขาได้ขยายแบรนด์ออกมามากมายนอกเหนือจากการทำชายสี่บะหมี่เกี๊ยว เรียกได้ว่าเป็น 1 ในแบรนด์คนไทยที่เติบโตขึ้นมาสู่ธุรกิจระดับประเทศอย่างแท้จริง

และด้านความร่วมมือในครั้งนี้ก็เกิดขึ้นเรียกได้ว่าเป็นผลมาจากความผูกพันกับธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว รวมไปถึงเขาก็ได้มองเห็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีตที่เคยเกิดขึ้น และการเข้ามาของ Total Business Solution ที่ SCB ได้ร่วมมือกับ VISA นี้มีข้อดีอยู่มากมายตั้งแต่เงินที่เข้าบริษัทจะไม่ถูกยักยอกอย่างแน่นอน รวมไปถึงเรื่องการขอกู้จะสามารถทำได้ง่ายเพราะเห็นกระแสเงินสดอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญคือฝั่งพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอนให้กับลูกค้าอีกต่อไป

อีกก้าวหนึ่งของ VISA กับ QR Payment

คุณ สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย

ทางด้านคุณ สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย ก็มองเห็นภาพว่า สังคมไร้เงินสดเริ่มเติบโตเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ยังไม่มากพอ เพราะยังมีอีกอย่างที่ต้องจ่ายด้วยเงินสดอยู่ดี โดยการจับมือครั้งนี้ตั้งใจนำเอาเทคโนโลยีดี ๆ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ จึงได้มีการนำเอาเทคโนโลยี QR Payment ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดขึ้นมา พร้อมจับมือกับ SCB

ปัจจุบันคนกว่า 74% ของไทยรู้แล้วว่าสามารถนำเอา QR Code มาใช้ชำระเงินได้แล้ว ทาง VISA จึงได้พัฒนาในการใช้งาน QR Code ในการชำระเงินผ่านบัตร VISA ได้แล้ว โดยมีบัตรต่าง ๆ มากมายรวมไปถึง Mobile Banking ที่สามารถรองรับการชำระเงินผ่าน QR Code รูปแบบนี้ แล้วที่สำคัญคือได้มีโปรโมชั่นต่าง ๆ เหมือนกับการใช้บัตรเครดิต และยังได้ลุ้นรับเบนซ์ C250 Coupe มูลค่ากว่า 3,620,000 บาท ถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนวิถีชีวิต?

เพราะการทำในครั้งนี้ไม่เพียงแค่การสร้างการชำระเงินแบบไร้เงินสดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง Ecosystem เพื่อให้คนมีแรงจูงใจในการใช้ QR Code ซึ่งทาง SCB ก็ตั้งใจมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับทางพ่อค้าแม่ค้าชายสี่บะหมี่เกี๊ยวด้วยคูปอง 500 บาทเมื่อมียอดใช้จ่ายถึง 5,000 บาท ถ้าสะสมยอดถึง 20,000 บาทรับร่มแม่มณีฟรี ๆ และสุดท้ายคือมีสินเชื่อสำหรับร้านค้าโดยเฉพาะอีกด้วย

และฝั่งลูกค้า SCB มีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จ่ายเงินผ่าน QR Code ถ้าใช้จ่ายเงิน 50 บาทขึ้นไปครบ 3 ครั้ง จะได้รับเงินคืน 100 บาทอีกด้วย คุ้มมาก!! สามารถใช้ได้แล้ววันนี้กับร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว 378 ร้านที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

เรียกได้ว่าความร่วมมือในครั้งนี้เป็นอีก 1 ก้าวสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยรู้จักโลกของ Cashless Society หรือสังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เดกซ์ ดึง ซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ ชวนรวมพลังวิ่งปล่อยแสงปราบเหล่ามอนสเตอร์ใน “ULTRAMAN RUN & TRAIL”

Published

on

DEX เดกซ์ [ดรีม เอกซ์เพรส] ผู้นำเอนเตอร์เทนเมนต์คอนเทนต์ลิขสิทธิ์จากประเทศญี่ปุ่น รวมพลังกับ สวนนงนุช พัทยา และ ซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ ประเทศญี่ปุ่น เจ้าของลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน จัดงานวิ่ง “ULTRAMAN RUN & TRAIL” รวมพลังวิ่งปล่อยแสงปราบเหล่ามอนสเตอร์กับเหล่า Character ขวัญใจตลอดกาลอย่าง
อุลตร้าแมน / อุลตร้าแมนทาโร่ / เจ้าแม่อุลตร้า / อุลตร้าแมนออร์บ / อุลตร้าแมนจี๊ด และเหล่าสัตว์ประหลาด โดยงานจะจัดขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2562สวนนงนุช พัทยา สนับสนุนการจัดงานโดย สวนนงนุช พัทยา, สมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย, อีซูซุ

“ไฮไลท์ของการจัดงานในครั้งนี้ จะสร้างรอยยิ้มและความสุขให้แก่ผู้ร่วมงานได้อย่างแน่นอน อาทิ การปรากฏตัวของเหล่าพี่น้อง Ultraman และ Monster ตัวจริงจากญี่ปุ่น ที่จะมาสร้างความตื่นเต้นในช่วงปล่อยตัวและรอต้อนรับเหล่านักวิ่ง นอกจากนี้ คณะผู้จัดงานยังสร้างความท้าทายพิสูจน์ความแกร่งด้วยการวิ่งระยะ 3 km /6 km ผ่านสวนหินอวกาศและสวนมอนสเตอร์โลกล้านปี  สำหรับระยะทาง 12 km /16 km เหล่านักวิ่งจะได้ตะลุยกับเส้นทางเทรลขึ้นลงเนิน เพื่อรับผ้าคลุม Ultraman Finisher และแน่นอนที่สุดว่าเหล่ามอนสเตอร์ จะรอคอยทุกท่านตามเส้นทางวิ่ง!! เพื่อให้ได้รวมพลังปล่อยแสงปราบเหล่ามอนสเตอร์กันตลอดเส้นทางสำหรับเด็ก ๆ ทุกคน จะต้องเก็บตราประทับอุลตร้าแมนตามเส้นทางให้ครบทั้ง 5 Ultraman เพื่อรับเหรียญและของเล่น จากสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย คนละ 1 ชิ้น เมื่อเข้าเส้นชัย (มาถึงก่อนได้เลือกของเล่นก่อนใคร) ทั้งนี้ กิจกรรมการวิ่งถือเป็นการออกกำลังกายที่ทุกคนในครอบครัวสามารถมีส่วนร่วมและช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพดี เดกซ์ [ดรีม เอกซ์เพรส] จึงวางแผนจัดงานวิ่งที่สนุกแปลกใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตลอด 3 ปีต่อจากนี้”

ทั้งนี้ งานวิ่ง “ULTRAMAN RUN & TRAIL” รวมพลังวิ่งปล่อยแสงปราบเหล่ามอนสเตอร์ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2562 ณ สวนนงนุช พัทยา โดยแบ่งระยะทางวิ่งเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย

  1. Ultra Kids Race ระยะทาง 3 กม. / 6 กม. (ราคา 600 บาท)
  2. Ultra Race ระยะทาง 3 กม. / 6 กม. (ราคา 750 บาท)
  3. Ultra Challenge Race ระยะทาง 12 กม. / 16 กม. (ราคา 900 บาท)

ผู้สนใจสมัครวิ่งได้แล้ววันนี้!! ผ่านทางเว็บไซต์ shop.DEXclub.com/ultramanrun

  • Race Pack Collection ประกอบด้วย เสื้อวิ่งสุดเท่พร้อมแปลงร่างเป็น อุลตร้าแมน / อุลตร้าแมนทาโร่ / เจ้าแม่อุลตร้า / อุลตร้าแมนออร์บ / อุลตร้าแมนจี๊ด(เลือกได้ 1 ลาย)
  • BIB
  • เหรียญ (เมื่อวิ่งเข้าเส้นชัย)
  • ผ้าคลุม Ultraman Finisher (เฉพาะผู้สมัครวิ่งระยะทาง 12 กม. และ 16 กม. เมื่อวิ่งเข้าเส้นชัยเท่านั้น)

Early Bird Promotion

  • Early Bird ครั้งที่ 1 > 10 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ 2562 รับเพิ่ม นาฬิกาข้อมืออุลตร้าแมนออร์บสุดเท่!!
  • Early Bird ครั้งที่ 2 > 15 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2562 รับเพิ่มของเล่น Ultraman Truck

และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เคยร่วมประสบการณ์วิ่ง Rider x Rangers Run (ที่เคยลงทะเบียนทาง Shop.DEXclub.com/Riderrangersrun) และ DEX member รับเพิ่มส่วนลด 10% พร้อมนาฬิกาข้อมืออุลตร้าแมนออร์บ เมื่อซื้อแพ็กวิ่งตั้งแต่วันนี้ – 8 กุมภาพันธ์  2562

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!